จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 48 พิษงูสายรุ้ง

    ตอนที่ 48 พิษงูสายรุ้ง
    ดวงตะวันทอแสงสีทองอ่อนๆ มันกำลังจะลาลับขอบฟ้าในอีกไม่ช้า โคมไฟดวงเล็กดวงน้อยเริ่มถูกจุดขึ้นให้ทอประกายแสง ส่องสว่างนำทางให้แก่ผู้คนที่อยู่ในเมือง ถึงแม้ดวงตะวันจะลาลับแต่ผู้คนในเมืองก็ยังเดินไปมากันขวักไขว่ ออกพบปะเพื่อนฝูงเพื่อสังสรรค์ โรงเตี๊ยมแต่ละหลังต่างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน“ครืน!! ครืน!! หลีกไป!! หลีกทางไปให้หมด!!” เสียงตะโกนดังสนั่นกลางท้องถนน หลงเจี๋ยตะโกนเสียงดังขับไล่ผู้คนบนท้องถนนทางเดิน พร้อมกับควบรถม้าด้วยความรวดเร็ว ผู้คนมากมายล้วนต่างแตกตื่น วิ่งหลบหลีกกันพลุกพล่าน แบ่งเป็นสองฝั่งข้างถนน จ้องมองรถม้าด้วยความขุ่นเคือง แต่เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ของสำนักเทพกระบี่บนรถม้า พวกเขาก็ต่างพากันก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว“สำนักเทพกระบี่? เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกมันถึงรีบร้อยถึงเพียงนี้?” หูเกอกล่าวออกมา เมื่อได้เห็นรถม้าของสำนักเทพกระบี่ เขาได้พาฉางไห่เดินชมรอบเมือง ในขณะที่เดินกลับไปยังสมาคมการค้า แต่เมื่อเขาไม่ได้มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวครั้งนี้ จึงไม่ได้สนใจมากมายนักจึงหันไปหาฉางไห่แล้วก้าวเดินต่อไป ซึ่งในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินชมเมืองอยู่นั้น อยู่ดีๆ ฉางไห่ก็เอ่ยกล่าวออกมา“ช่างเป็นโชคดีของลูกฟงยิ่ง ที่ได้พบเจอกับท่านถังและยังได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ มิเช่นนั้นป่านนี้ข้ากับหลานคงได้ตกตายไปนานแล้ว แล้วยังได้ท่านหูเกอ ที่คอยช่วยเหลือและให้การสนับสนุน บุญคุณของท่านทั้งสอง ข้าจะจดจำมิรู้ลืม” “ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ตัวข้ากับท่านถังต้าเหลียนล้วนเป็นสหายกัน ศิษย์ของท่านถังก็ไม่ต่างจากศิษย์หลานของข้า แต่ข้าก็คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจอมราชันย์ฟ้า หมอเทวดาถังต้าเหลียนจะรับศิษย์” หูเกอกล่าวออกมาพร้อมกับก้าวเดินไปยังด้านหน้า หารู้ไม่ว่าฉางไห่นั้นกำลังตกตะลึงยืนจ้องมองนิ่งค้างจากด้านหลัง เป็นธรรมดาสามัญที่หมอทั่วไป ย่อมรู้จักชื่อของจอมราชันย์ฟ้า หมอเทวดาถังต้าเหลียน นั้นคือจุดหมายสูงสุดของผู้เป็นหมอทั่วทั้งโลกหล้า ที่อยากจะเป็นดั่งถังต้าเหลียน “ที่แท้หลานของข้าเป็นศิษย์ของท่านถังต้าเหลียน โอ้~! สวรรค์ ท่านช่างเมตตาต่อลูกฟงยิ่งนัก” ความตื่นเต้นปรากฏขึ้นในใจฉางไห่ไม่ขาดสาย หากเปรียบตัวของเขาเป็นดั่งลูกโป่งสวรรค์ คงล่องลอยไปถึงขอบฟ้า หูเกอหยุดก้าวขาเมื่อฉางไห่ไม่เดินตาม ก่อนจะหันหน้ามาหาฉางไห่ด้วยสีหน้าพลางสงสัย ทันใดนั้น ฉางไห่ก็เก็บอาการตื่นเต้นที่อยู่ภายในใจ พร้อมกับแปรเปลี่ยนสีหน้าราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะก้าวเดินไปหาหูเกอแล้วเอ่ยพึมพำออกมา “ลมพัดเย็นดีนะ ท่านว่าไหม?” กาลเวลายังคงเดินไปอย่างต่อเนื่อง ดวงตะวันที่เคยเฉิดฉายหายลับไปที่เส้นขอบฟ้า ปรากฏแสงของดวงจันทร์และหมู่ดวงดารามาแทนที่ หลงเจี๋ยยังคงควบคุมรถม้าด้วยสีหน้าที่แตกตื่น ก่อนจะมาถึงถนนสายหนึ่ง ที่เนืองแน่นไปด้วยบุรุษฉกรรจ์ ในขณะนั้นเองที่ดวงตาของหลงเจี๋ยทอประกายแสง เมื่อมองเห็นโรงหมอที่อยู่ตรงโค้งเบื้องหน้า ทันใดนั้นมันก็ดึงบังเหียนรถม้าสุดแรง ส่งผลให้ม้าลากรถต้องชะลอหยุดกะทันหัน ทำให้รถลากตียาวไถลไปตามโค้งถนน แล้วหยุดที่หน้าโรงหมอพอดี เมื่อเห็นแผ่นป้ายบนคานประตูหลงเจี๋ยก็หลั่งเม็ดเหงื่อเย็นออกมาทันที“โอสถสวรรค์? !! ทำไมกลายเป็นโอสถสวรรค์ ทั้งๆ ที่เมื่อวานข้ายังเห็นชื่อโรงหมอเทวดาอยู่เลย?” “เกิดอะไรขึ้นหลงเจี๋ย?” ซุนหวังเหว่ยก้าวลงมาจากรถม้า พร้อมกับประคองร่างของซุนลี่ลงมาจากรถ โดยมีเหม่ยฟางช่วยประคองนางอีกแรง ทันทีที่เหม่ยฟางลงจากรถม้านางก็มองสำรวจไปรอบๆ ในขณะนั้นเองที่ดวงตาของเหม่ยฟางก็ทอประกายระลอกคลื่น เมื่อได้เห็นหอคณิกาหลายแห่งที่อยู่รอบด้าน พร้อมกับหญิงสาวห่มน้อยใส่น้อย ที่กำลังโบกไม้โบกมือเรียกแขกผู้ชายเข้าร้าน ทำให้นางหันกลับมาจ้องหลงเจี๋ยด้วยสายตาที่โกรธเคืองทันที“นี่เจ้าถึงกับกล้าพาข้ามาสถานที่เสื่อมทรามถึงเพียงนี้ แล้วไหนกันโรงหมอเทวดาที่เจ้าบอก? เจ้าอยากตายใช่ไหมหลงเจี๋ย!!” “คุณหนูใหญ่โปรดใจเย็นก่อน ข้ามั่นใจว่าเป็นที่นี่แน่นอน ทั้งการตกแต่งและเส้นทาง ข้าล้วนจำมันได้จนขึ้นใจ แต่เหตุใดชื่อมันจึงถูกเปลี่ยน ข้าไม่รู้จริงๆ !” “พวกเจ้ามาถูกแล้ว เอื๊อก!! เมื่อวานพวกทางการผ่านมา พวกนั้นบอกชื่อหมอเทวดาเป็นการอวดอ้างเกินไป เอื๊อก!! พวกเขาจึงเปลี่ยนชื่อมันเป็นโอสถสวรรค์ แต่จริงๆ แล้วข้ารู้มาว่า หมอประจำเมืองรู้สึกไม่พอใจกับชื่อหมอเทวดา จึงไปฟ้องทางการตั้งหาก โฮโฮโฮ! เอื๊อก!!!” ในขณะที่หลงเจี๋ยกำลังมึนงงสงสัย ปรากฏเสียงของชายชราดังขึ้นมาให้ความกระจ่าง เมื่อหันไปมองเพื่อกล่าวขอบคุณ จากมือทั้งสองข้างที่เตรียมจะประสานคำนับ กลับกลายเป็นว่าปิดจมูกแน่น เมื่อได้พบกับเจ้าของต้นเสียง ที่เป็นชายชราที่กำลังนอนกลิ้งไปมาอยู่กับพื้น หนวดเคราเส้นผมขาวโพลนรุงรังไปทั่วทั้งใบหน้า สภาพของชายชราไม่ต่างจากขอทานข้างถนน แถมยังส่งกลิ่นสาบสุราและกลิ่นสาบตัวเหม็นฟุ้งไปทั่ว จนผู้คนต้องเบือนหน้าหนีทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของชายชรา เหม่ยฟางไปรอช้า รีบก้าวเดินไปที่ประตูด้านหน้า พร้อมกับลงมือเคาะประตูทันที “ก๊อก!! ก๊อก!! ท่านหมออยู่หรือไม่! น้องสาวข้าถูกพิษ! ได้โปรดให้ความช่วยเหลือด้วย” “คุณหนูใหญ่ ตะโกนเพียงเท่านั้นใครจะได้ยิน ให้ข้าผู้นี้ลงมือเอง ฮ่าก!!!” หลงเจี๋ยตะโกนเสียงดังลั่น พร้อมกับขับพลังลมปราณลงที่ฝ่ามือ ก่อนจะฟาดลงไปที่ประตูด้วยความรวดเร็ว“อย่า!! ที่ประตูมันลงอาคมเอาไว้!!” เหม่ยฟางพยายามร้องตะโกนเตือน แต่คงช้าไปสำหรับหลงเจี๋ย เมื่อฝ่ามือปะทะลงไปที่ประตูจนเกิดเสียงดัง “ตูมม!!” สนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของหลงเจี๋ยที่ปลิวกระเด็นเกลือกกลิ้งไปตามพื้น“พรวด!!” เสียงเลือดทะลักออกจากปากมาคำใหญ่ แต่ไม่ใช่เลือดของหลงเจี๋ยดั่งที่คาดคิด กลับเป็นเลือดของเนี่ยฟงที่พุ่งทะลักออกมา เนื่องจากคลื่นพลังลมปราณแปรปรวน เนี่ยฟงกดจุดชีพจรลมปราณบนเรือนร่างอย่างรวดเร็ว พยายามควบคุมลมปราณที่กำลังเดือดพลุ่งพล่าน ด้วยคลื่นพลังลมปราณที่พุ่งทะลักออกมานั้น ทำให้ซุนหวังเหว่ยรู้ว่ามีคนอยู่ด้านในทันที ก่อนจะตะโกนขึ้นมาเสียงดังสนั่น ทำให้เนี่ยฟงพลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“ข้ารู้ว่ามีคนอยู่ในนั้น! จงรีบออกมาเปิดประตูซะ!! ข้าคือเจ้าสำนักเทพกระบี่ซุนหวังเหว่ย ต้องการให้เจ้ารักษาพิษร้ายลูกสาวข้า หากภายในสิบลมหายใจเจ้าไม่เปิดประตู ข้าจะพังเข้าไปทันที” ดวงตาของเนี่ยฟงพลันเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน เมื่อได้ยินคำกล่าวของซุนหวังเหว่ย ทำให้เขามั่นใจว่าคนที่ถูกพิษทำร้ายนั้น ต้องเป็นนางมารน้อยอย่างแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่เหนือความคาดหมาย เนี่ยฟงพึ่งจะรู้ว่านางยังมีพี่สาวอีกคน ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังโบกสะบัดมือเพื่อยกเลิกอาคม และเปิดประตูอยู่นั้น ฝ่ามือก็หยุดชะงักพร้อมทั้งพูดพึมพำออกมาทันที “แย่แล้ว! จะให้ซุนหวังเหว่ยรู้ว่าที่นี่คือบ้านข้าไม่ได้เด็ดขาด!!” เมื่อคิดได้ดังนั้นเนี่ยฟงก็พลันเปลี่ยนเสื้อผ้าที่อยู่ในแหวนมิติ พร้อมกับปั้นหน้าใช้เคล็ดแปลงโฉมทันที โดยที่เขาลงมือแบบไม่ทันยั้งคิด จึงได้แปลงใบหน้าเป็นถังต้าเหลียนโดยไม่ตั้งใจ เมื่อจะเปลี่ยนก็ไม่ทันการณ์ จึงตัดสินใจใช้ใบหน้านี้แล้วโบกสะบัดฝ่ามือออกไป อาคมประตูก็เสื่อมคลายพร้อมกับเปิดออกทันที“แอ๊ด~ด!!!” ทันทีที่ประตูร้านโอสถสวรรค์ถูกเปิดออก ซุนหวังเหว่ยประคองร่างของซุนลี่ พุ่งทะยานเข้ามาด้านในด้วยความรวดเร็ว ซึ่งเหม่ยฟางนั้นก็พุ่งทะยานตามมาติดๆ ส่วนหลงเจี๋ยนั้นซุนหวังเหว่ยให้เขาคอยป้องกันภัยอยู่ด้านนอก ในขณะนั้นเองที่เนี่ยฟงในร่างของถังต้าเหลียน กำลังยืนเอามือไขว้หลังจ้องมองคนที่กำลังทะยานเข้ามา เมื่อเนี่ยฟงเห็นหน้าเถ้าแก่เนี้ย ก็ทำให้เขาเข้าใจขึ้นมาทันที ว่าเพราะเหตุใดนางจึงแกล้งโป้ปด ว่าปู่ของตนกำลังกระวนกระวายตามหาเขา แท้ที่จริงแล้วนางต้องการอยู่กับซุนลี่เพียงลำพังนี่เองแต่แล้วดวงตาของเนี่ยฟงก็พลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเส้นเลือดสีดำที่กำลังแผ่ขยายลุกลามไปทั่วทั้งเรือนร่างของซุนลี่ เขาไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดรีบทะยานเข้าหาพร้อมกับจับชีพจรทันที เม็ดเหงื่อก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า แล้วเอ่ยพึมพำออกมาบางเบา “พิษงูสายรุ้ง!! เป็นไปได้อย่างไรกัน?” ท่ามกลางความตกตะลึงของซุนหวังเหว่ยและเหม่ยฟาง แน่นอนว่าทั้งสองไม่เคยได้ยินชื่อพิษชนิดนี้ ไม่ทันจะได้กล่าวถามสิ่งใดออกไป เนี่ยฟงก็หยิบห่อเข็มเงินออกมาจากแหวนมิติทันที พร้อมใช้นิ้วมือทั้งห้าคีบเข็มเงินไว้สี่เล่ม อีกทั้งขับพลังลมปราณลงที่เข็มแต่ละเล่ม จนปลายของมันเกิดเป็นประกายแดงฉาน ก่อนจะเคลื่อนไหวตวัดฝ่ามือไปมาด้วยความรวดเร็ว“ฉึก!! ฉึก!! ฉึก!! ฉึก!!” การเคลื่อนไหวของเนี่ยฟงรวดเร็วเกินกว่าจะบรรยายได้ รวดเร็วถึงขนาดซุนหวังเหว่ยและเหม่ยฟาง ยังไม่ทันมีปฏิกิริยาใดๆ ที่จะปัดป้องหรือขัดขืน เมื่อทั้งสองมองไปทางซุนลี่ ก็ปรากฏเข็มเงินสี่เล่มปักลงบนจุดชีพจร ป้องกันพิษแล่นเข้าสู่หัวใจได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับเอ่ยกล่าวออกมาทันที“จงรีบไปสมาคมการค้าให้เร็วที่สุด บอกว่าข้าถังต้าเหลียนต้องการเข็มทองห้าสิบหกเล่ม อีกทั้งให้นำสมุนไพรที่เป็นพิษมาอีกเจ็ดชนิด และพิษของสัตว์ที่ไม่ใช้พิษงูอีกเจ็ดชนิด เรื่องนี้จะชักช้าไม่ได้รีบไปเอามาในทันที” เนี่ยฟงกล่าวเสียงแข็งออกมาพร้อมกับจับจ้องไปที่ซุนหวังเหว่ย เมื่อมันได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับ พร้อมกับพุ่งทะยานออกไปในทันที“ส่วนเจ้า! พานางเข้าไปในห้องรักษา แล้วปลดเสื้อผ้านางออกให้หมด อ้อ!! ระวังด้วยอย่าให้เข็มเงินหลุดออกจากร่างนางเด็ดขาด มิเช่นนั้น..นางจะตายทันที!” “!!!”