“คำสาปนี้ฉันไม่สามารถรักษาได้โดยตรง ต้องทำลายต้นกำเนิดพลังของมันก่อน”
เมกุมิกล่าวขึ้นขณะตรวจสอบแผลที่แก้มของโคโตโนฮะ แม้ว่าเรนเดลจะใช้คุณสมบัติลบล้างของมหาเวทสะบั้นมิติ ลบล้างคำสาปจากบาดแผลบนใบหน้าของเธอไปแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะมีร่องรอยของคำสาปหลงเหลืออยู่ เนื่องจากต้นกำเนิดพลังของคำสาปยังไม่ถูกกำจัด
“มีทางให้เลือกแค่ไม่กี่ทางในการรักษาเธอให้หาย” เมกุมิกล่าวพลางถอนใจ ก่อนจะกลับไปนั่งที่โต๊ะของเธอ เรนเดลซึ่งยืนเคียงข้างโคโตโนฮะที่กำลังเศร้าโศกกัดฟันแน่นทันที เพราะเขารู้ว่าเธอหมายถึงอะไร
“ต้องให้เจ้าของคำสาปถอนให้ หรือไม่ก็ต้องฆ่าเจ้าของคำสาปสินะ” เรนเดลกล่าว “ถ้าเจ้านั่นเป็นเจ้าของคำสาปจริงๆ ฉันจะสังหารมันโดยไม่ลังเลเลยล่ะ..แต่ฉันกลัวฆ่าผิดคน แล้วจะไม่สามารถสืบต้นตอของคำสาปได้”
“มีทางเดียวที่จะรู้ได้ค่ะ” เมกุมิกล่าวก่อนจะหันไปมองที่ริมห้องพยาบาล นอกเหนือจากโคโตโนฮะที่มารักษาตัวที่ห้องนี้ ยังมีคนอีกคนหนึ่ง นั่นคือม็อคค่านั่นเอง
“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องถามกับเจ้าตัวเท่านั้นสินะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะปรายตาไปยังเตียงของคนไข้ที่อยู่สุดริมห้อง ม็อคค่าที่บาดเจ็บหนักกำลังพักรักษาตัวอยู่ตรงนั้น เรนเดลเดินเร่งฝีเท้าไปที่เตียงของม็อคค่าทันที
“ม็อคค่า ฉันถามแกหน่อย แกมีวิธีถอนคำสาปไหม” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงอดกลั้น เขาพยายามพูดดีกับอีกฝ่ายก่อน เผื่อว่าจะได้ไม่มีใครต้องตาย...
แต่ทว่าม็อคค่ากลับหัวเราะในลำคอ ก่อนจะพลิกตัวหนีหน้าเขา ทำเอาเรนเดลกำหมัดแน่นทันที
“แกคิดว่าตัวแกใช้คำสาปเป็นคนเดียวสินะ ถ้าแกไม่บอก ฉันจะทำให้แกพูดไม่ได้ มองไม่เห็นอีกตลอดไป” เรนเดลกล่าวก่อนจะเรียกดาบสสารมืดของเขาออกมา แต่ทว่าโคโตโนฮะคว้ามือของเขาเอาไว้ก่อน
“เรนเดลคะ ถ้าฆ่าเขาตอนนี้เธอจะทำผิดกฏหมาย มันไม่คุ้มกันหรอกค่ะ เราต้องมีทางอื่น...เชื่อฉันสิ”
เรนเดลสลายดาบเวทของเขาทิ้งทันที เมื่อเป็นคำขอของโคโตโนฮะ ก่อนที่เธอจะจูงมือเรนเดลกลับมาที่หน้าห้อง ซึ่งระหว่างนั้นเทเรซ่าและเอลวิสเดินเข้ามาในห้องพยาบาลทันที
“อุ๊ยตาย...เราเจอพวกทำร้ายคนทีเผลอด้วยล่ะ” เทเรซ่ากล่าวยิ้มเยาะใส่เรนเดลทันทีเมื่อเข้ามา ก่อนจะปรายตามองโคโตโนฮะ เธอจับจ้องแก้มซ้ายของโคโตโนฮะที่มีรอยแผลจางๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“ไม่คิดจะขอบคุณเพื่อนฉันหน่อยหรือคะ ได้รอยแผลแห่งเกียรติยศมาเชียวนะ”
“ฉันจะตอบแทนอย่างสาสมแน่ค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “เมื่อมีโอกาสล่ะนะ”
“โคโตโนฮะ เราไปจากที่นี่กันเถอะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น เขาพยายามสะกดอารมณ์โกรธเอาไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเองลงมือทำร้ายคนที่นี่
“จะไปแล้วหรือ” เทเรซ่ายิ้มเยาะใส่เรนเดล “อุตส่าห์จะนำข่าวดีมาบอกเชียวนะ เกี่ยวกับวิธีลบคำสาปบนใบหน้าของคนรักนายน่ะ”
“มีข้อแลกเปลี่ยนสินะ” เรนเดลกล่าวเสียงขุ่น “ลองว่ามาสิ เผื่อมันน่าสนใจ”
“ง่ายๆค่ะ” เทเรซ่ากล่าว “ถ่ายทอดวิชามหาเวทของคุณมาให้ฉันซะ ฉันจะถอนคำสาปที่หน้าของคนรักคุณทันที”
“เรนเดลจะไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ” โคโตโนฮะกล่าวห้ามทันที ก่อนจะหันมามองเรนเดล “ถ้านายทำเราเลิกกัน”
“จะดีหรือคะ” เทเรซ่ากล่าว “คำสาปนี้เป็นเวทเฉพาะทางเชียวนะ นอกจากต้องฆ่าเจ้าของคำสาป หรือให้เจ้าของคำสาปเป็นคนแก้ให้ ก็ยากจะหาวิธีอื่นค่ะ หรือว่าเรนเดลไม่ได้รักเธอจริงๆกันแน่นะ”
“เรนเดลคะ เราอย่าเสียเวลากับคนพวกนี้เลย” โคโตโนฮะกล่าว “เราไปเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประลองเถอะค่ะ”
เรนเดลไม่ตอบอะไร เขาพยักหน้าและจูงมือโคโตโนฮะออกไปทันที เทเรซ่ากัดฟันแน่น ก่อนจะเดินมาขวางเรนเดล วงเวทสีดำอมม่วงรูปกาลเวลาปรากฏที่มือของเธอ ก่อนที่เข็มนาฬิกาบนวงเวทจะเร่งเวลาของมันทันที
“โอ้ย” โคโตโนฮะร้องเสียงหลง เธอเอามือจับที่แก้มของเธอ แผลบนใบหน้าของเธอถูกย้อนเวลาไปยังตอนที่โดนโจมตีใหม่ๆ และขยายผลให้หนักกว่าเดิม โคโตโนฮะจึงรีบร่ายเวทรักษาต้านทันที
“เธอโดนคำสาปของพวกฉันแล้ว จะอยู่หรือตาย ขึ้นอยู่กับฉัน” เทเรซ่ากล่าว “ก็แค่นายมอบวิชาของนายมาเท่านั้นเอง อย่าดื้อดึงหน่อยเลยน่า”
เรนเดลไม่กล่าวอะไรเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่วงมหาเวทระดับเจ็ดปรากฏที่ฝ่ามือของเขา ก่อนที่เรนเดลจะเดินไปหาม็อคค่าที่กำลังนอนอยู่บนเตียงนอน เรนเดลยิ้มกริ่มน้อยๆ ก่อนจะประทับฝังมหาเวทของเขาลงในร่างของม็อคค่า
ร่างของม็อคค่าสั่นราวกับถูกไฟดูด จนเตียงที่เขานอนอยู่สั่นสะเทือนตาม ทำเอาเทเรซ่าและเอลวิสประหลาดใจทันที
“ฉันโคจรพลังเวทในระดับทำลายล้างไปทั่วร่างของไอ้หมอนี่” เรนเดลกล่าว “ระบบภายในของเขาจะค่อยๆถูกทำลายจนไม่สามารถเป็นจอมเวทได้อีก...มาแลกกันไหมล่ะ”
“เทเรซ่า พอเถอะ” เอลวิสกล่าวเสียงสั่น เพราะเขารู้ว่าม็อคค่านั้นทรมานมากจนส่งเสียงไม่ออก เขาแสดงสีหน้าเจ็บปวดอย่างมาก เลือดในตัวของเขาทะลักปริออกตามเส้นเลือดส่วนต่างๆของร่างกาย จนผ้าห่มและเตียงของคนไข่ย้อมไปด้วยเลือดสีแดงของเขา ท้ายที่สุดม็อคค่าก็ช็อคจนหมดสติแน่นิ่งไป แต่เรนเดลร่ายเวทรักษาจนเขาฟื้น และทรมานเขาต่อ
“ฝ่ายนั้นไม่กล้าเอาจริงหรอก” เทเรซ่ากล่าวก่อนจะเร่งเสริมพลังคำสาปของเธอเข้าไปอีก จนทั้งเรนเดลและเมกุมิสัมผัสได้ถึงกระแสมานาในอากาศที่กำลังปั่นป่วน จากการใช้เวทของเธอ “ที่รัก อย่าขี้ขลาดนักสิ”
“ประกาศ!! ขอให้คู่แข่งขันประลองคัดเลือกจอมเวทเจ็ดดาราธาตุมืด เทเรซ่าและเรนเดล มาที่สนามประลองด้วยค่ะ เหลือเวลาอีกห้านาที”
เสียงคณะกรรมการนักเรียนประกาศทำเอาเทเรซ่าชะงักไปชั่วครู่ เมกุมิจึงอาศัยโอกาสนี้ร่ายเวทธาตุแสงของเธอหักล้างกับวงเวทของเทเรซ่า เพื่อปลดปล่อยโคโตโนฮะจากคำสาป เช่นเดียวกับที่เธอทำลายวงเวทของเรนเดล เพื่อกันการกล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติ
“ทั้งสองคน รีบไปได้แล้ว” เมกุมิกล่าว “ถ้าใครยังคิดจะสู้กันในห้องนี้อีก ฉันจะเป็นคู่มือให้คนนั้นเอง”
เรนเดลผละจากร่างของม็อคค่าออกมาทันที ก่อนจะเดินออกไป เมกุมิผ่ายมือให้เทเรซ่าตามออกไป เทเรซ่ากัดฟันแน่น เธอจ้องหน้าเมกุมิอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะเดินออกนอกห้องพยาบาลไปพร้อมเอลวิส
“เทเรซ่า...เธอชะตาขาดแล้วล่ะ” เมกุมิกล่าวไล่หลัง ก่อนจะมาช่วยโคโตโนฮะร่ายเวทฟื้นฟูที่ใบหน้า เพราะเวทรักษาของเธอ ฟื้นฟูไม่ทันเวทคำสาปของอีกฝ่าย
ที่สนามประลอง เรนเดลเดินมารอที่ลานประลองทันที โดยไม่แวะห้องพักนักประลองเหมือนกับเทเรซ่า จนคามิลล่าที่ทำหน้าที่คุมการประลองแปลกใจ
“เรนเดล นายจะไม่ไปพักหน่อยหรือ มีเวลาอีกห้านาทีนะ”
“ไม่เป็นไรครับประธาน” เรนเดลกล่าวพลางหันไปมองแล้วยิ้มแห้งๆ “เพราะทุกอย่างมันจะจบลงอย่างรวดเร็ว”
คามิลล่าพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะไปยืนกลางสนาม เพื่อรออีกฝ่ายมา เมื่อเทเรซ่ามาถึง เหล่าคนดูก็เริ่มส่งเสียง มีนักเรียนจากโรงเรียนเวทมนตร์หมาป่าเทาถือป้ายให้กำลังใจ เทเรซ่าโบกมือทักทายทุกคน ก่อนจะมายืนกลางสนามประลอง
“คู่นี้จัดว่าเป็นคู่ประลองที่น่าสนใจมากๆเลยล่ะค่ะ เป็นคู่ประลองพิเศษ!!” คามิลล่ากล่าวพร้อมอ่านประวัติของทั้งสองคน “เทเรซ่า เธอคือจอมเวทธาตุมืดที่แกร่งที่สุดของโรงเรียนหมาป่าเทา ผู้สืบทอดวิชามหาเวทแห่งกาลเวลา เวทนอกพระเวทอันทรงพลัง และว่ากันว่าเป็นมหาเวทที่แข็งแกร่งที่สุดในธาตุมืดของยุคนี้แล้วล่ะค่ะ”
เรนเดลฉีกยิ้มที่ริมฝีปากเล็กน้อย เมื่อได้ยินสรรพคุณวิชาของอีกฝ่าย แน่นอนว่าเทเรซ่าสังเกตุเห็นการกระทำของเรนเดล ทำเอาเธอยิ้มเยาะกลับทันที
“ส่วนอีกคนหนึ่ง มีนามว่าเรนเดล ฟอกการ์ด เจ้าชายผู้เป็นองค์อธิปัตย์แห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง เขาเป็นผู้ถนัดเวทสองธาตุในตัวเอง หรือที่เรียกกันว่าทวิธาตุค่ะ และวิชาที่เขาจะนำมาประลองในครั้งนี้ คือมหาเวทสะบั้นมิติ มหาเวทที่สาบสูญไปเมื่อสามร้อยปีก่อน ส่วนเขาได้มายังไงนั้นยังคงเป็นปริศนา”
ทั้งสนามต่างส่งเสียงเชียร์กระหึ่ม เมื่อได้ยินสรรพคุณของแต่ละฝ่าย ทางโรงเรียนเวทมนตร์มาเกียต่างส่งเสียงเชียร์เรนเดล เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่เชียร์เทเรซ่าเต็มที่
“ทำไมรอบที่แล้วไม่มีการโปรโมทแต่ละคนแบบนี้ล่ะ” เรนเดลเอ่ยถามคามิลล่าด้วยความสงสัย คามิลล่าหัวเราะเยาะเล็กน้อย ก่อนเธอจะกล่าวตอบ
“คำสั่งจากสมาคมจอมเวทค่ะ...พวกเขาต้องการให้โลกรับรู้ว่ามหาเวทที่สาบสูญกลับมาแล้ว และมันจะเป็นยังไง เมื่อต้องเจอกับเวทสายกาลเวลา มหาเวทธาตุมืดที่เป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียนเวทมนตร์หมาป่าเทา”
“มหาเวทสะบั้นมิติ...” เทเรซ่ากล่าวทวนวิชาของเรนเดล “เวทของเจ็ดดาราผู้ล้มเหลวน่ะหรือ ช่างไร้น้ำยาจริงๆเลยนะ ใช้เวทแบบนั้นน่ะ”
“อยากจะพูดอะไรก็พูด” เรนเดลกล่าว “เพราะนี่จะเป็นการประลองครั้งสุดท้ายของเธอ”
“ทำอวดเก่งไปเถอะ” เทเรซากล่าวพลางถ่มน้ำลายลงพื้น “คอยดูเถอะ ว่าใครกันแน่จะต้องตาย”
“การประลองจะเริ่มในไม่ช้า ขอให้ทั้งสองถอยไปตั้งหลักด้วยค่ะ” คามิลล่าเอ่ยก่อนที่ตัวเธอจะถอยไปตั้งหลักเป็นคนแรก เทเรซ่ากระโดดถอยหลังออกไปทันที เรนเดลสังเกตุว่าเธอแอบร่ายวงเวทใส่พื้นดินด้านล่าง ซึ่งมันครอบคลุมจุดที่เขายืนอยู่ด้วย เรนเดลจึงชิงใช้พลังของเขาตัดกระแสมานาของอีกฝ่าย เพื่อไม่ให้เวทของอีกฝ่ายครอบคลุมพื้นดินที่เขายืนอยู่
“เริ่มได้!!” สิ้นเสียงคามิลล่าประกาศ ทุกๆคนในสนามก็พบว่าวงเวทมากกว่าร้อยวง รายล้อมตัวของเรนเดลเอาไว้เสียแล้ว ก่อนที่สารพัดเวทโจมตีทั้งหลายจะออกมาจากวงเวทพวกนั้น ทั้งกระสุนเพลิง เสาน้ำแข็ง แท่งหิน ใบมีดวายุ หรือแม้แต่ลำแสงสายฟ้า ราวกับว่าอีกฝ่ายไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาการร่ายเวทยังไงยังงั้น
“เรนเดลแย่ล่ะสิคะ” คามิลล่ากล่าว “เวทนอกพระเวทชนิดนี้ สามารถร่ายเวทออกมาได้เป็นจำนวนอนันต์ เพราะว่าปัจจัยเรื่องระยะเวลาในการร่ายเวท ไม่มีผลกับเทเรซ่า จึงทำให้เธอร่ายเวทออกมากี่ครั้งก็ได้”
เวททุกสายกระหน่ำยิงไปที่เรนเดลเป็นทางเดียว แต่ทว่าเรนเดลไม่หลบ วงมหาเวทสีดำระดับเจ็ดของเขากางออกเป็นบาเรียรายล้อมรอบทิศ พลังเวททั้งหลายถูกเวทของเรนเดลดูดกลืนจนสิ้น
“สมกับเป็นมหาเวทที่เน้นลบล้าง...แต่มันก็ได้แค่นั้นล่ะ” เทเรซ่ากล่าวก่อนจะร่ายมหาเวทของเธอใส่ใต้พื้นที่เรนเดลยืนอยู่ หากเรนเดลถูกเวทหยุดเวลาของเธอ ทุกอย่างก็จะจบสิ้น…แต่ทว่าเวทของเธอกลับไม่ทำงาน และวงมหาเวทกาลเวลาของเธอซึ่งไม่สามารถทราบระดับจำนวนได้ ก็ต่างพากันทยอยแตกสลายไปจนหมดทันที
“เอ๊ะ...ทำไมกัน” เทเรซ่ารู้สึกประหลาดใจ ทุกคนในสนามก็ด้วย คามิลล่าซึ่งมองการประลองอยู่เข้าใจสถาณการณ์ได้ทันที เมื่อเธอเพ่งพิจารณา
“มหาเวทสะบั้นมิติของเรนเดล...ลบล้างกระแสมานาในอากาศจนสิ้น และลบล้างทิศทางการไหลเวียนของกระแสพลังเวทอีกฝ่าย”
“นามที่ข้าบูชาคือมหาเทพแห่งการทำลายล้าง” เรนเดลกล่าวคาถาของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่วงมหาเวททั้งเจ็ดของเขาจะแตกออกกลายเป็นหลุมดำ พร้อมเสียงโอมดังสนั่นหวั่นไหว
“เวทสมัยใหม่ดีตรงที่พึ่งพาพลังของเทพเจ้าน้อยลง” เรนเดลกล่าวขณะเดินเข้าไปใกล้เทเรซ่าที่บัดนี้ไม่สามารถใช้เวทได้ เพราะกระแสมานาในอากาศโดนเรนเดลทำลายจนหมดไปแล้ว “แต่ทว่ามันกลับต้องพึ่งพามานาดิบในอากาศมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นทั้งจุดเด่นและจุดอ่อนในตัว”
“แกรู้ด้วยหรือ” เทเรซ่ากล่าวเสียงสั่น เธอใช้พลังเวทที่เหลืออยู่ในร่าง ร่ายเวทกระสุนเพลิงใส่เรนเดล แต่ทว่าวงมหาเวทของเรนเดลก็รับเอาไว้ และดูดกลืนจนหมดสิ้น “ว่ามหาเวทของฉันเน้นการควบคุมกระแสมานาในอากาศจากทุกทิศทุกทาง”
“รู้สิ...สังเกตุจากตอนที่แกทำร้ายโคโตโนฮะ” เรนเดลกล่าวเสียงสั่น เขาค่อยๆเดินเข้าไปประชิดอีกฝ่ายที่เริ่มสั่นเทา พลางเดินถอยหลัง “ว่าแกแทรกซึมเวทของแกลงไปในกระแสมานา ที่โคโตโนฮะต้องดึงไปใช้เป็นเวทรักษา แกทำให้กระแสมานาในอากาศมีมลทิณ และคอยควบคุมอีกทีหนึ่ง พวกจอมเวทสมัยนี้คงมีไม่กี่คนที่ดูออก แต่มันใช้ไม่ได้กับจอมเวทอย่างฉันหรอกนะ”
“อย่าคิดว่าฉันจะจบเพียงเท่านี้นะ” เทเรซ่ากล่าวพลางยิ้มเยาะ เธอรีบวิ่งไปริมสนามทันที เพื่อจะออกนอกสนาม เรนเดลเดาออกว่าเธอจะประกาศยอมแพ้แน่ๆ เพราะผลการต่อสู้มันชัดเจนขนาดนี้
วงเวทพันธนาการของเรนเดลรัดร่างของเทเรซ่าเอาไว้ทันที จนเธอล้มลงกับพื้น ก่อนที่เรนเดลจะตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของเธอขึ้นมา
“ให้โอกาสครั้งสุดท้าย...ถอนคำสาปให้โคโตโนฮะซะ หรือไม่ก็บอกวิธีแก้ที่ใช้ได้จริงมา”
คามิลล่าที่เฝ้าดูการประลองอยู่ คิดว่าจะไปห้าม แต่แล้วเธอก็พบว่ามีบาเรียที่สร้างมาจากเวทธาตุมืดกันสนามประลองเอาไว้อยู่ มันคือเวทของเรนเดลนั่นเอง ทำให้เธอรู้ว่าไม่สมควรจะเข้าไป เพราะการประลองยังไม่จบลง
“ฉันไม่มีทางบอก” เทเรซ่ากล่าว ก่อนที่วงเวทเล็กจะปรากฏบนร่างของเธอ มันคือเวทกาลเวลาที่เธอรวบรวมกำลังร่ายขึ้นมาอีกครั้ง เธอประกบวงเวทของเธอลงบนเวทพันธนาการของเรนเดล เพื่อย้อนมันกลับไปตั้งแต่ก่อนที่เรนเดลจะเริ่มร่ายเวท
วงเวทพันธนาการของเรนเดลแตกสลาย ก่อนที่เทเรซ่าจะกระโดดหนีออกมาได้ เธอร่ายเวทธาตุลมลงไปในเท้าเพื่อเสริมกำลังวิ่งของตนเอง เป้าหมายคือการออกนอกสนาม
แต่แล้วฝันของเธอต้องดับลง เพราะร่างของเธอกระแทกเข้ากับกำแพงบาเรียธาตุมืดของเรนเดลอย่างจัง เธอหันมามองเรนเดลด้วยสายตาหวาดกลัว ร่างของเธอสั่นเทิ้มเมื่อเรนเดลเอาดาบจ่อคอระยะประชั้นชิด
“ฉันยอมแล้ว” เทเรซ่ากล่าวพลางสะอื้นไห้ “ฉันยอมแล้วๆๆๆๆ ปล่อยฉันไป”
กระแสเวทสีดำที่เชื่อมต่อระหว่างร่างของเธอ กับแผลของโคโตโนฮะ และอาวุธของม็อคค่าถูกตัดขาดทันที เมื่อเป็นเช่นนั้น โคโตโนฮะที่มาดูการประลองจึงร่ายเวทรักษาลงบนแก้มของเธอ และรอยแผลเป็นของเธอก็หายไปในที่สุด
“หายแล้วสินะ” โคโตโนฮะกล่าวพลางลูบแก้มของเธอ เมื่อเธอลองใช้เวทรักษา รอยแผลนั้นก็หายเป็นปลิดทิ้ง โคโตโนฮะจึงโบกมือให้เรนเดลด้วยสีหน้าที่ยินดี ราวกับจะส่งสัญญาณว่าทุกอย่างมันจบลงแล้ว
“นายไม่ฆ่าฉันหรือ” เทเรซ่าถามเสียงอ่อน ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะกลัวจนร่างกายอ่อนแรง เรนเดลจึงส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยื่นมือให้เธอจับเพื่อช่วยพยุงขึ้นมา
ทันทีที่เรนเดลจับมือของเทเรซ่า วงเวทคำสาปที่ไม่คุ้นตาก็ปรากฏที่ใบหน้าของเธอ เทเรซ่ากระอักเลือดคำโต ก่อนที่เธอจะทรุดลงไปทันที
“อะไรกัน” เรนเดลกล่าวด้วยความตกใจ ก่อนที่เขาจะร่ายเวทรักษาอีกฝ่ายทันที แต่ทว่าวงเวทธาตุแสงของเขาก็ระเบิดออก ร่างกายของอีกฝ่ายติดเวทคำสาประดับสูง มันปฏิเสธการรักษาของเขา
“ไม่ต้องมาเล่นละครเลย” เอลวิสซึ่งดูการประลองอยู่ตะโกนทั้งน้ำตา “แกฆ่าเทเรซ่า แกฆ่าเธอทั้งๆที่เธอยอมคลายคำสาปแล้วแท้ๆ”
“ซวยแล้วไง” เรนเดลกล่าวพลางส่ายหน้า ก่อนที่สมาชิกสภานักเรียนคนอื่นๆจะมาช่วยกันแบกร่างของเทเรซ่าออกนอกสนาม
“ฉันรู้ว่านายไม่ได้ทำ” คามิลล่าเดินมาหาเขาพลางกล่าวกระซิบ “ต้องเป็นจอมเวทชั้นยอดสักคนที่ชมการประลองอยู่แน่ๆ จากนี้ไประวังตัวด้วยล่ะ”
“จะพยายามหาคนร้ายให้เจอ” เรนเดลกล่าว “พวกเรารีบพาเทเรซ่าไปเถอะ เผื่อว่จะช่วยเธอได้”
เรนเดลไม่อยู่ฟังคำด่าทอของเอลวิส และเด็กนักเรียนจากโรงเรียนเวทมนตร์ฝั่งนั้น เขาตามคามิล่าไปทันที