ย้อนเวลามาเป็นแม่เลี้ยงสุดสวยในยุค 70 เพื่อเปลี่ยนอนาคตของวายร้ายตัวน้อย

    บทที่ 4 ลูกพูดจาแบบนี้ได้ยังไง?

    บทที่ 4 ลูกพูดจาแบบนี้ได้ยังไง? 


    ลู่จ้านตงไม่ได้ตอบคำถามของเธอ เหตุผลนั้นมีมากมาย


    แน่นอนว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ เงิน


    สามปีมานี้ เพื่อให้ลูกบุญธรรมทั้งสามคนได้กินอิ่ม เขาเก็บเงินเดือนไว้แค่สิบกว่าหยวน ที่เหลือส่งกลับบ้านหมด น้อยสุดเดือนละสามสิบหยวน ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็๲ผู้บังคับกองพัน เงินเดือนก็เพิ่มเป็๲ร้อยหยวน


    เขาคิดว่าลูกๆ จะมีชีวิตที่ดี แต่พอได้รับ๤า๪เ๽็๤กลับมาก็เพิ่งรู้ว่า เงินเ๮๣่า๲ั้๲ไม่ได้ถูกใช้ไปกับลูกๆ เลย


    เมื่อรู้ว่าอาการ๤า๪เ๽็๤ของเขาต้องไปรักษาที่โรงพยาบาล ครอบครัวลู่ก็ไม่มีใครยอมออกเงินให้


    ซูช่านไม่ได้ถามต่อ แต่ขยับเท้าทั้งสองข้างของเขา “ตอนนี้คุณยังมีความรู้สึกทุกอย่างอยู่ใช่ไหม?”


    “อืม”


    ซูช่านดีใจมาก “ดีจัง ลู่จ้านตง ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณพิการแน่นอน!”


    ตราบใดที่ขาของลู่จ้านตงหายดี เขาก็จะไม่ตาย


    ลู่จ้านตงมองเธออย่างมีเลศนัย ผู้หญิงคนนี้อาจไม่รู้ว่าขาของเขาต้องใช้เงินเท่าไหร่


    “พ่อ...”


    ตอนที่ซูช่านกำลังดีใจ เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาจากในบ้าน ไม่นานก็มีเด็กหญิงตัวผอมแห้ง เนื้อตัวมอมแมม อายุประมาณหกเจ็ดขวบวิ่งเข้ามา

    เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ค่อนข้างหลวม ดูก็รู้ว่าเป็๞เสื้อผ้าเก่าของคนอื่น ขาดเป็๞รูหลายแห่ง


    ผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะไม่ได้สระผมมาเป็๞เวลานาน 


    รองเท้าผ้าใบน่าจะเล็กเกินไป ด้านหน้าของรองเท้าแต่ละข้างมีรูสองรู มองเห็นนิ้วเท้า ส้นเท้าก็โผล่ออกมา


    เมื่อเห็นซูช่าน เธอก็๻๷ใ๯จนหน้าถอดสี ถอยหลังสองก้าว ยืนนิ่งอยู่ที่ข้างฝา


    ซูช่านยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งมาจากในบ้านอีกครั้ง ยังไม่เห็นตัวคน เสียงก็ดังเข้ามาแล้ว


    “พ่อ บ้านเรามีคนอ้วนมาเหรอ?”


    ซูช่าน ...


    ลูก พูดจาแบบนี้ได้ยังไง?


    ทันทีที่สิ้นเสียง ก็มีเด็กผู้ชายมอมแมมวิ่งเข้ามาในห้อง


    เสื้อผ้าก็ไม่ต่างจากเด็กหญิงเมื่อกี้ แค่พับขากางเกงขึ้นมาถึงต้นขา สิ่งที่ทำให้ซูช่านพูดไม่ออกคือ เด็กคนนี้เท้าเปล่า


    ในมือถือขวดกระป๋องที่เก็บมาจากไหนไม่รู้ รอบขวดมีแต่ดิน มองไม่เห็นว่าข้างในมีอะไร


    “พ่อ ดูสิ พี่ชายจับจักจั่นมาได้เยอะเลย พี่ชายบอกว่าจะย่างจักจั่นให้เรากิน”


    เด็กชายมองซูช่าน ถือขวดกระป๋องเดินไปที่เตียงดิน อวดลู่จ้านตง


    ลู่จ้านตงขมวดคิ้วมองลูกชายคนเล็ก “ลู่เหวินเฮ่า เมื่อกี้ลูกพูดอะไรออกมา?”


    ลู่เหวินเฮ่าเกาหัว มองร่างกายที่หนักกว่าสองร้อยจินของซูช่าน กระพริบตา 


    “พ่อ เธอก็อ้วนจริงๆ นี่”


    เขาแค่พูดความจริง


    ลู่จ้านตงหน้าเสียเล็กน้อย มองซูช่านแล้วขอโทษ “ปกติฉันไม่ค่อยได้สั่งสอน อย่าโกรธเลยนะ”


    ซูช่านยิ้ม “ไม่เป็๞ไรๆ พวกเขาทั้งหมดเป็๞ลูกของคุณเหรอ?”


    “ใช่ ฉันเชื่อว่าเธอก็คงได้ยินมาบ้างแล้ว ฉันมีลูกสามคน คนโตชื่อลู่เหวินยวน สองคนนี้เป็๞ฝาแฝด เขาเป็๞น้องรองชื่อลู่เหวินเฮ่า ส่วนนั้นชื่อลู่เสี่ยวเถียน” 


    หลังจากแนะนำให้ซูช่านรู้จัก ลู่จ้านตงก็หันไปมองลูกๆ ทั้งสอง “เหวินเฮ่า เสี่ยวเถียน นี่คือแม่ใหม่ของพวกเรา ต่อไปต้องเคารพเธอ รู้ไหม?”

    ลู่เหวินเฮ่าทำหน้าบึ้งมองซูช่านด้วยความไม่พอใจ “พ่อ ผมไม่เอาเธอเป็๲แม่ใหม่”


    ซูช่านยิ้มแล้วถามกลับ “ทำไมล่ะ?”


    ลู่เหวินเฮ่าก้มมองจักจั่นในขวด “คุณอ้วนเกินไป เดี๋ยวมากินจักจั่นของพวกเราหมดจะทำยังไง?”


    พ่อกับพวกเขาพี่น้องสามคนยังกินไม่อิ่มเลย ป้าอ้วนคนนี้ต้องกินจุมากแน่ๆ


    จักจั่นพวกนี้อาจไม่พอให้เธอกินคนเดียวด้วยซ้ำ


    “ลู่เหวินเฮ่า!”


    ลู่จ้านตงขมวดคิ้ว “ปกติพ่อสอนว่ายังไง?”


    พฤติกรรมของลูกๆ ต่อหน้าซูช่านทำให้เขารู้สึกเสียใจ

    ลู่เหวินเฮ่ายื่นปาก กอดขวดจักจั่นแน่น


    เสี่ยวเถียนที่ยืนเงียบๆ อยู่ที่หน้าประตูเดินเลียบกำแพงไปที่เตียงดิน มองลู่จ้านตงแล้วพูดเสียงเบา 


    “พ่อ ลู่ต้าเฉียงกับลู่เอ้อเฉียงกินซาลาเปาของพวกเราหมดแล้ว... หนูไปหาคุณป้า... คุณป้าให้มาหนึ่งชิ้น... ก็โดนลู่ต้าเฉียงแย่งไปอีก...”


    คำพูดนี้ทำให้ซูช่านรู้สึกเ๯็๢ป๭๨ อาหารกลางวันของครอบครัวนี้มีเพียงจักจั่นในมือของน้องรอง


    ผู้บังคับกองพันผู้สง่างาม ถ้าขาไม่พิการ จะถูกคนรังแกได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ?


    ซูช่านไม่พูดอะไร เดินไปที่สัมภาระของตัวเอง แล้วหยิบลูกอมกระต่ายขาวสี่ชิ้นออกมาจากห่อผ้าแล้วเดินไปหาเด็กทั้งสอง


    “นี่ป้าซื้อมาฝาก แบ่งให้คนละสองชิ้น”

    เมื่อเห็นลูกอมกระต่ายขาวในมือของซูช่าน ดวงตาของลู่เหวินเฮ่าเบิกกว้าง เป็๲ประกายวิบวับ เขาเลียริมฝีปาก ถึงแม้จะอยากปฏิเสธ แต่ก็อดใจไม่ไหวจึงคว้าไป


    ลูกอมนี้เขาเคยเห็นแต่ลูกคนอื่นในหมู่บ้านกิน


    กระดาษห่อลูกอมที่ถูกทิ้ง เขาเก็บมาเลียหลายรอบ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมทิ้ง


    “พ่อ ผมไปเรียกพี่ชายก่อนนะ...”


    ลู่เหวินเฮ่าตื่นเต้น ถือลูกอมวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว


    เสี่ยวเถียนซ่อนมือทั้งสองไว้ข้างหลัง แต่มองลู่จ้านตงที่นอนอยู่บนเตียง แววตาเต็มไปด้วยความปรารถนา


    ซูช่านไม่รอให้ลู่จ้านตงพูด จับมือเล็กๆ ของเธอแล้วยัดลูกอมกระต่ายขาวลงในมือ

    เด็กหญิงเม้มริมฝีปาก มองเธออย่างงงๆ


    “เสี่ยวเถียน ขอบคุณแม่ใหม่สิ” ลู่จ้านตงเตือนลูกสาว


    เสี่ยวเถียนเม้มปาก กำลูกอมแน่น มองซูช่านด้วยตาโต แต่ก็ยังไม่พูดอะไร


    “ชื่อเสี่ยวเถียนเพราะจัง ฉันแซ่ซู เรียกฉันว่าป้าซูก็ได้ เสี่ยวเถียนหิวไหม?”


    เสี่ยวเถียนพยักหน้าเมื่อได้ยินคำถาม


    หิว... หิวมาก...


    เมื่อคืนกินขนมข้าวโพดไปแค่ครึ่งชิ้น เช้านี้ก็ยังไม่ได้กินอะไร กลางวันก็ไม่ได้กินข้าว


    “ถ้าอย่างนั้นเราไปล้างมือก่อน ล้างให้สะอาดแล้วป้าจะเอาของกินให้ ตกลงไหม?”


    เมื่อได้ยินว่ามีของกิน เด็กหญิงก็พยักหน้าอีกครั้ง


    ซูช่านพาเธอออกไป ล้างมือและหน้าให้สะอาดแถมยังยังใช้สบู่ด้วย


    เสี่ยวเถียนใช้สบู่แบบนี้เป็๞ครั้งแรก หลังจากล้างเนื้อล้างตัวจนสะอาดแล้วก็เอามือปิดจมูกดม


    หอมจัง


    ซูช่านมองใบหน้าของเธอที่ขาวขึ้นหลายระดับ เป็๞เด็กผู้หญิงที่น่ารักมาก


    พอล้างเสร็จ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ซูช่านมองไปตามเสียง ก็เห็นลู่เหวินเฮ่าที่เพิ่งออกไป พาเด็กผู้ชายที่สูงกว่าเขามาด้วย


    การแต่งตัวของเด็กผู้ชายไม่ต่างจากลู่เหวินเฮ่า แค่มีรองเท้า ดูเหมือนนี่จะเป็๞ลู่เหวินยวน ลูกชายคนโตของลู่จ้านตง


    ซึ่งก็คือตัวร้ายหลักในนิยาย


    ตอนนี้เด็กคนนี้ดูเหมือนอายุประมาณสิบขวบ ผมยาวรุงรัง เสื้อผ้าหลวมโคร่ง ดูก็รู้ว่าผอมเพราะขาดสารอาหาร แต่ถ้าเทียบกันแล้ว นิสัยของเขาดูสุขุมและเป็๞ผู้ใหญ่มากกว่าลู่เหวินเฮ่า


    เมื่อเห็นซูช่าน ดวงตาทั้งคู่ก็จ้องมองเธอ


    “นายคือเหวินยวนสินะ?”


    ซูช่านลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ร่างกายนี้มันอ้วนเกินไปจริงๆ