ตอนที่41 วิหารแห่งความมืด
เทียนถางได้สะบัดมือสร้างรูปแบบพลังย่อขนาดของราชาวิหคนรกให้เล็กลงจนสามารถที่จะรอบออกไปได้ทำให้มันหนีออกไปเพื่อรวบรวมกองกำลังเพิ่มก่อนที่จะเข้าโจมตีในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
“พวกเจ้าทั้งหมดปลอดภัยหรือไม่”เทียนถางมุ่งหน้ากลับมาด้วยความเร็วสูงตอนนี้มันพบกับกลุ่มของราชวงศ์ที่ได้รับบาดเจ็บกันจำนวนมากและผู้ติดตามทั้งหมดก็ถูกสังหารกับไปหมดแล้วและอีกอย่างยังมีคนตายอีกห้าคนเป็นองค์ชายจากกลุ่มของราชวงศ์อีกด้วยเทียนถางกลับมาถึงมันก็กล่าวถามออกมา
“มันเป็นความผิดของข้าที่กลับมาช้าข้าต้องขอโทษพวกเจ้าจริงๆ”เทียนถางเมื่อเห็นศพของทั้งห้าคนภายในใจมันยิ้มออกมาและสีหน้ากับเต็มไปด้วยความโศกเศร้าพร้อมกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นทุกคนต่างสายหัวเพราะพวกมันไม่คิดว่าเทียนถางคือต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าไม่มีเทียนถางล่อราชาวิหคนรกไปพวกหมันทั้งหมดคงตายกันมากกว่านี้
“พวกเจ้าต้องเลือกแล้วจะอยู่ฝึกต่อหรือจะกลับกันดี”เทียนถางกล่าวถามออกมาหลังจากที่เวลาผ่านไปอย่างยาวนานทุกคนที่ตายถูกเก็บเข้าไปภายในแหวนมิติแล้ว กลุ่มของเหล่าราชวงศ์ตอนนี้ไม่เหลือจิตใจในการต่อสู้มากนักเท่าไหร่เมื่อเทียนถางได้เห็นมันก็พยักหน้าตอบและเตรียมตัวที่จะเดินกลับ
“พี่ถางพวกเราจะกลับไม่ได้ในตอนนี้ถ้าพวกเรากลับไปตอนนี้การที่พวกเรามาที่นี้และการตายของพี่น้องของพวกเรามันจะเสียเปล่าทั้งหมด”ยี่สิบเจ็ดกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเมื่อทุกคนได้ยินพวกมันก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะการตายของทุกคนที่มาที่นี้มันจะเสียเปล่าทันทีถ้าพวกมันทั้งหมดจะกลับไปเช่นนี้
“ใช้/ใช้/ใช้”เหล่าราชวงศ์รีบกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเช่นกันเทียนถางพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้มอีกครั้งก่อนที่จะสะบัดมือเรียกหยกบางอย่างออกมาและด้านในมีภาพของวิหารที่เต็มไปด้วยวามมืดมิดจำนวนมาก
“ระหว่าการต่อสู้ข้าไปพบกับวิหารใต้พิภพมันเต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่น่าจะช่วยเพิ่มพลังให้กับพวกเราได้”เทียนถางกล่าวออกมาเมื่อทุกคนได้ยินก็เต็มไปด้วยความจริงจังและทั้งกลุ่มก็มุ่งหน้าออกไปด้วยความเร็วสูงพวกมันตอนนี้ต้องการความแข็งแกร่งที่มากกว่านี้เพื่อปกป้องชีวิตของตนเองและชีวิตของคนสำคัญ
“พวกเจ้าระวังตัวมากกว่าก่อนหน้านี้เพราะด้านในอาจจะมีสิ่งที่แข็งแกร่งกว่าวิหคนรกแน่”เทียนถางกล่าวออกมาอีกครั้งเมื่อทุกคนได้ยินแววตาของทุกคนแสดงออกถึงความกังวลแต่พริบตานั้นเทียนถางก็สะบัดมือสร้างรูปแบบพลังที่แข็งแกร่งขึ้นปกป้องทุกคนเอาไว้
เทียนถางเลิกสนใจทุกคนและสะบัดมือสร้างรูปแบบพลังเพื่อค้นหาประตูทางเข้าไม่นานก็พบประตูทางเข้าเมื่อประตูเปิดปรากฏกลิ่นอายแห่งความมืดมิดจำนวนมากพุ่งออกมาอย่างรุนแรงไม่นานเทียนถางก็สามรถที่จะจ้องมองเข้าไปด้านในได้วิหารมีทางเข้าที่เต็มไปด้วยปีศาจและสัตว์อสูรจำนวนมาก
“ระวังให้มากที่สุดด้านในเต็มไปด้วยปีศาจและสัตว์อสูรจำนวนมากพวกมันมีพลังปราณธาตุมืดที่แข็งแกร่งมาก”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้ายเมื่อทุกคนได้ยินแววตาของพวกมันทุกคนก็เต็มไปด้วยความดุร้ายทั้งกลุ่มมุ่งหน้าลงไปที่ด้านในประตูปรากฏว่ามันเต็มไปด้วยปีศาจและสัตว์อสูรจำนวนมากที่พุ่งเข้าใส่จากทั่วทุกทิศ
“ตูมมมม”เทียนถางสะบัดมือปลดปล่อยรูปแบบจอมมารออกมาและยิงพลังจำนวนมากทำลายล้างพื้นที่รอบๆทันทีหลังจากนั้นกลุ่มของเทียนถางก็รีบมุ่งหน้าเข้าไปภายในวิหารแห่งความมืดด้วยความเร็วสูง
“ทุกคนรีบหลบเข้าไปด้านในข้าจะจัดการรอบๆนี้เอง”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังระหว่างการมุ่งหน้าเข้าไปภายในวิหารแห่งความมืดทุกคนพยักหน้าตอบและมุ่งหน้าเข้าไปภายในวิหารแห่งความมืด เวลานั้นเทียนถางก็ระเบิดพลังจำนวนมหาศาลออกมาเพื่อที่จะดูดกลินพลังจำนวนมหาศาลเข้ามาภายในร่างกาย
“กรีดดดด”ระหว่างที่เทียนถางกำลังดูดกลืนพลังจำนวนมหาศาลจากเหล่าปีศาจและความมืดมิดเข้าสู่ร่างกายเพื่อลดจำนวนของพวกมันลงและทำลายพวกมันปรากฏเสียงกรีดร้องดังขึ้นตอนนี้เทียนถางจ้องมองเข้าไปภายในวิหารด้วยความเร็วสูงปรากฏว่าด้านในเต็มไปด้วยกับดักจำนวนมากและยังมีปีศาจและสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าด้านนอกอีกจำนวนมากเช่นกันเทียนถางในเวลานี้สามารที่จะยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุขและรีบมุ่งหน้าเข้าไปทันที
“พี่ถาง”เมื่อเทียนถางพุ่งเข้ามาด้านหน้าของกลุ่มราชวงศ์มันก็สะบัดมือเรียกหอกดาราออกมาและเข้าต่อสู้กับสัตว์อสูรและปีศาจทั้งหมดด้วยพลังจากปราณธาตุศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างกายของมันไม่นานกกลุ่มของปีศาจและสัตว์อสูรทั้งหมดก็ถูกสังหารจนหมดสิ้นและเทียนถางก็สามารถที่จะดูดกลืนพลังจำนวนมหาศาลเข้าสู่ร่างกายจนมันได้เลื่อนเข้าสู่ระดับเทวะสวรรค์ขั้นที่เก้าโดยสมบูรณ์แล้ว
“พวกเจ้าจะต้องสู้กับพวกมันหนึ่งตัวได้ใช้คนห้าคนระวังตัวด้วย”เทียนถางกล่าวออกมาและกระโดดถอยหลังออกไปปีศาจสี่ตัวพุ่งเข้าใส่กลุ่มของเหล่าราชวงศ์ทันทีการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นในเวลานั้นเทียนถางได้จ้องมองออกไปเพื่อตรวจสอบพื้นที่รอบๆปรากฏว่าตอนนี้มันพบบางอย่างที่ใจกลางวิหารมันราวกับหยกขนาดใหญ่สีดำที่เต็มไปด้วยออร่าพลังจำนวนมหาศาล
เทียนถางสะบัดมือสร้างรูปแบบพลังขึ้นมาด้านวิหารจนพื้นที่ทั่งหมดปิดสนิทก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าไปด้านในโดยที่ไม่ได้สนใจกลุ่มของราชวงศ์แม้แต่น้อยแต่เมื่อรูปแบบพลังของพวกมันทั้งสามสิบเอ็ดคนส่องแสงออกมาความแข็งแกร่งของพวกมันก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นทำให้พวกมันมีกำลังใจที่จะสู้ต่อ
เทียนถางตรวจสอบพื้นที่รอบๆระหว่างการวิ่งของมันไม่ปรากฏปีศาจหรือสัตว์อสูรออกมาเลยจนมันเริ่มสนใจแล้วว่าเหตุใดที่นี้จึงไม่ปรากฏไม่นานเมื่อมันเข้ามาด้านในสุดของมีหยกสีดำที่แข้งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังแห่งความมืดมิดอยู่มันก็พบว่าด้านในกับมีร่างกายและวิญญาณของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากอยู่ด้านในเทียนถางขมวดคิ้วเข้าหากันสิ่งที่อยุ่ต่างหน้ากับให้มันขนลุกทั้งที่ไม่เคยเป็นมากก่อน
“ปลดปล่อยอีกาสูบวิญญาณออกไป”เสียงของราชันย์ปีศาจอมตะกล่าวออมกาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขเมื่อเทียนถางได้ยินมันก็สะบัดมือเรียกเทียนกลางออกมาเทียนกลางปรากฏตัวออกมามันก็เลียลิ้มฝีปากก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่หยกสีดำทันทีพร้อมกับที่มันได้จิกลงไปที่หยกสีดำพร้อมดูดกลืนพลังจำนวนมากเข้าไปภายในร่างกายของมัน
เทียนถางจ้องมองด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสนใจเวลาผ่านไปไม่นานตอนนี้พลังของเทียนกลางก็เพิ่มพลังด้วยความเร็วที่สูงขึ้นเรื่อยๆตอนนี้ปรากฏกลิ่นอายที่น่าเกรงขามถูกปลดปล่อยออกมาจำนวนมหาศาลทำให้พื้นที่รอบๆสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเทียนถางจ้องมองออกไปด้วยความเร็วสูงหาต้นต่อทันที
“โฮกกก”เสียงคำรามดังสนั่นขึ้นปรากฏกลุ่มควันสีดำจำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากหยกสีดำเทียนถางจ้องมองออกไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสนใจก่อนที่จะพุ่งเข้ามาด้านหน้าของหยกและตรวจสอบทันทีปรากฏว่ามันคือกลุ่มก้อนแห่งความมืดมิดและวิญญาณเมื่อเทียนถางพยายามที่จะดูดซับมันเข้าไปปรากฏว่ามันพยายามที่จะทำลายร่างกายของเทียนถางเอง
“วิ้ง วิ้ง”พลังจำนวนมหาศาลเริ่มทำลายร่างกายของเทียนถางอย่างรุนแรงเทียนถางตกตะลึงอย่างแท้จริงมันไม่สามารถที่จะทำสิ่งใดเลยแม้แต่น้อยตอนนี้มันกำลังตายอย่างช้าๆ มันตกใจมาก แต่ในเวลานั้นก็ปรากฏกลุ่มพลังที่รุนแรงพุ่งออกมาจากภายในร่างกายของเทียนถางพุ่งไปทั่วร่างกายของมันในเวลานั้นปรากฏว่ามันเต็มไปด้วยความรุนแรงเวลาผ่านไปอย่างช้าๆร่างกายของเทียนถางกำลังคืนสภาพอย่างช้าๆปรากฏกลุ่มของก้อนพลังจำนวนมหาศาลเริ่มดูดซับพลังแห่งความมืดภายในร่างกายของมัน
“อัก...”เทียนถางกระอักโลหิตออกมาจำนวนมากแต่ไม่ใช้แค่มันภายในตันเถียนของมันยังมีอีกครั้งที่กระอักโลหิตออกมาคนคนนั้นคือราชันย์ปีศาจอมตะมันดูดกลืนพลังแห่งความมืดจำนวนมหาศาลเข้ามาภายในร่างกายของมัน
“เทียนถางข้าจะส่งพลังจากทักษะระดับเทพต่ำขั้นสูง เจ้าสามารถที่จะเปลี่ยนพลังปราณวิญญาณให้เป็นพลังปราณวิญญาณแห่งความมืดมิด”ราชันย์ปีศาจอมตะกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความซีดขาวโลหิตหลั่งไหลออกมาไม่หยุด
“ทักษะนี้มีนามว่าวิญญาณจักรพรรดิมืด”ราชันย์ปีศาจอมตะกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังเมื่อเทียนถางได้ยินมันก็พยักหน้าตอบและเริ่มฝึกทักษะวิญญาณจักรพรรดิมืด เทียนถางเริ่มฝึกทันทีมันดูดกลืนพลังจากวิญญาณแห่งความมืดเข้าสู่ร่างกายเพื่อเปลี่ยนแปลงปราณวิญญาณภายในร่างกายของมันด้วยความเร็วสูงตอนนี้ก้อนพลังปราณสีม่วงที่ราวกับดวงจันทร์ได้เปลี่ยนไปเป็นสีดำอย่างช้าๆ
เทียนถางแข็งแกร่งขึ้นอย่างช้าๆตอนนี้เส้นผมของมันได้เปลี่ยนไปเป็นสีดำอย่างช้าๆจากสีฟ้าไม่นานมันก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นด้วยความเร็วสูง เวลานี้เทียนถางได้ยิ้มออกมาพลังของมันแข็งแกร่งขึ้นจนไม่สามารถที่จะควบคุมได้แล้วอีกทั้งร่างกายของมันกำลังส่องแสงสีดำออกมาจำนวนมากและเริ่มห่อหุ้มร่างกายของมันในเวลาไม่นาน
ตอนนี้เทียนถางได้ใช้ทักษะวิญญาณจักรพรรดิมืด จนกลายเป็นพลังใหม่ที่แข้งแกร่งกว่าเดิมอย่างมหาศาล เวลานี้เทียนถางได้ใช้พลังในการดูดกลืนพลังปราณวิญญาณแห่งความมืดถูกดูดกลืนพลังทั้งหมดเข้าไปภายในร่างกายของมันและตอนนี้ทั่วร่างกายของเทียนถางยังถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณวิญญาณสีดำแข็งแกร่งอย่างมาก
“ย้ากกก”เทียนถางเต็มไปด้วยความโกรธเพราะพลังของมันติดอยู่ที่ระดับเทวะสวรรค์ขั้นที่เก้าไม่สามารถที่จะเลื่อนระดับได้เลยแม้แต่น้อยแต่ในเวลานั้นก็ปรากฏประกายอสนีบาตพุ่งออกมจากทั่วร่างกายของมันเวลานั้นพลังแห่งโอดินที่สามารถที่จะปลดปล่อยออกมาได้ถึงห้าในร้อยส่วนก็ถูกปลดปล่อยออกมาเทียนถางคำรามออกมาอย่างดุร้าย
“ตูมมมม”พลังจำนวนระเบิดออกมาสั่นสะเทือนพื้นที่ทั่ววิหารอย่างรุนแรงตอนนี้เทียนถางได้เข้าสู่ระดับต้นกำเนิดเทพขึ้นที่หนึ่งแล้วอีกทั้งตอนนี้มันยังสามารถที่จะใช้พลังได้ถึงสิบในร้อยส่วนจากพลังแห่งโอดินแล้ว เทียนถางระเบิดพลังทั้งหมดออกมาจากร่างกายและดูดกลืนพลังทั้งหมดจากหยกสีดำเข้าไปภายในร่างกายของมัน
เวลาผ่านไปกว่าห้าชั่วโมงตอนนี้เทียนถางได้เข้าสู่ระดับต้นกำเนิดเทพขึ้นที่สามและเทียนกลางก็ได้แสดงพลังจำนวนมหาศาลออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้ายตอนนี้มันมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตราวกับวิหคยักษ์ เทียนถางหัวเราะออกมาเพราะตอนนี้มันได้ครอบครองสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระดับเทพแห่งมังกรขั้นที่เก้า
“ฮิ ฮิ ฮิ เจ้าแข็งแกร่งจริงๆ”เทียนถางหัวเราะออกมาพร้อมกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขก่อนที่จะลูบหัวของเทียนกลางพร้อมกับเก็บเข้าไปภายในรูปแบบพลังทันทีตอนนี้เทียนถางได้เดินกลับออกมาด้านนอกด้วยความเร็วสูงปรากฏว่าตอนนี้กลุ่มของราชวงศ์ที่แข็งแกร่งเหลืออยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้น
“ยี่สิบเจ็ดสี่”เทียนถางเดินออกมาจากเงาทั้งสามตกตะลึงมากและวิ่งเข้ามาหาเทียนถางพร้อมน้ำตาเทียนถางถอนหายใจออกมามันใจอ่อนมากๆเมื่อพบกับน้ำตาของหญิงสาวเท่านั้นพร้อมกับที่เทียนถางได้หัวเราะออกมาเล็กน้อยและลูบหัวของทั้งสอง
“พวกเจ้าปลอดภัยแล้วข้าขอโทษจริงๆที่มาช้าเช่นนี้”เทียนถางกล่าวออกมาแต่ทั้งสองกับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเพราะตอนนี้เทียนถางราวกับปีศาจร้ายเลยพร้อมกับที่มันได้วางมือลงไปที่หน้าผากของทั้งสอง
“และเพราะข้าไม่ต้องการที่สังหารเจ้าข้าจะให้เจ้าทั้งสองมาเป็นภรรยาของข้าและข้าจะลบความทรงจำของพวกเจ้าทั้งหมด”เทียนถางกล่าวออกมาทั้งสองที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวตอนนี้กำลังอ่อนลงและจิตใจกับความทรงจำทั้งหมดก็สลายหายไปพริบตานั้นดวงตาของทั้งสองก็ได้กลายเป็นมืดมิดราวกับไร้ซึ่งชีวิต
“มิรุ รุมิ”เทียนถางตั้งนามของทั้งสองใหม่โดยที่ให้ยี่สิบเจ็ดมีนามว่ามิรุส่วนสี่มีนามว่ารุมิทั้งสองกลับมามีชีวิตอีกครั้งพร้อมกับที่ได้รับความทรงจำที่เกี่ยวกับเทียนถางไปจำนวนมากทั้งพวกนางได้กลายเป็นภรรยาของทั้งสองและนางกับมีความสามารถที่แข็งแกร่งอย่างมากเทียนถางได้มอบทักษะที่แข้งแกร่งให้กับพวกนางไปจำนวนมหาศาล
เทียนถางได้โอบกอดทั้งสองเข้ามาที่ด้านข้างของมันเมื่อทั้งสองได้เข้ามาอยู่ภายในอ้อมกอดของเทียนถางมันก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุขทั้งสองเองก็เขินอายอย่างมากเวลานี้เทียนถางสัมผัสได้ถึงพลังจำนวนมากจากผ่านในร่างกายของทั้งสองพร้อมกับที่มันได้หัวเราะออกมาเพราะว่าภายในร่างกายของทั้งสองคือกายาประจำตัว
“ข้าจะมอบพลังให้กับพวกเจ้า”เทียนถางสะบัดมือสร้างเตียวขึ้นมาจากรูปแบบพลังก่อนที่จะโยนทั้งสองขึ้นไปบนเตียงพร้อมกล่าวออกมาและสร้างรูปแบบพลังขึ้นมาเพื่อห่อหุ้มทั่วทั้งวิหารแห่งความมืดเอาไว้เวลานี้เทียนถางได้สนุกสนานกับร่างกายของทั้งสองและด้วยพลังที่ถูกส่งเข้าไปภายในร่างกายของหญิงสาวทั้งสอง
ทำให้นางได้เริ่มพลังที่แข็งแกร่งของเทียนถางไปจำนวนมากมายมหาศาลเวลานี้ทั้งสองได้เข้าสู่ระดับต้นกำเนิดเทพขั้นที่เก้าทั้งสองคนเลยด้วยพลังของร่างกายของทั้งสองทำให้ร่างกายของพวกเธอแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่หยุดเลยอีกทั้งเวลานี้เทียนถางได้รับรู้รับถึงพลังบางอย่างภายในร่างกายของมันด้วย
เวลานี้ทำให้เทียนถางแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากเวลานี้มันได้เข้าสู่ระดับต้นกำเนิดเทพขั้นที่ห้าแล้วเช่นกันเทียนถางหัวเราะออกมาอย่างยินดีเพราะตอนนี้พลังแห่งปราณเหมัน และปราณแสงศักดิ์สิทธิ์กับพิภพแข้งแกร่งขึ้นไม่หยุดเลย
เทียนถางลุกขึ้นจากเตียงและสวมใส่เสื้อผ้ามันหันไปจ้องมองที่สองสาวที่กำลังสวมใส่เสื้อผ้าตอนนี้ภายในใจของมันเจ็บปวดเล็กน้อยแต่มันก็ไม่ได้คิดมากนักเพราะมันเชื่อว่าสิ่งที่มันทำดีกว่าอย่างแน่นอนเพราะว่าเทียนถางไม่ต้องการที่จะสังหารทั้งสอง
“พวกเราจะต้องออกไปด้านนอก”เทียนถางกล่าวออกมาพร้อมสะบัดมือสร้างรูปแบบพลังจำนวนมากมายมหาศาลขึ้นเพื่อปกป้องทั้งสองอีกทั้งยังมอบศาสตราวุธให้กับทั้งสองเทียนถางสะบัดมือเก็บศาสตราวุธและแหวนมิติทั้งหมดของทุกคนเข้ามาภายในมือของมันและเก็บเข้าไปภายในเข็มขัดมิติ
ทั้งสามมุ่งหน้าออกไปด้านความเร็วสูงเมื่อทั้งสามออกมาปรากฏว่าตอนนี้มันกำลังจะมืดและเทียนถางยังไม่ต้องการที่จะกลับไปที่อาณาจักรในเวลานี้มันจึงได้ใช้รูปแบบเคลื่อนย้ายที่สร้างเข้าไว้ภายในหมู่บ้านมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านด้วยความเร็วสูง
“เทียนถาง”เมื่อเทียนถางปรากฏตัวออกมาทุกคนก็ตกตะลึงแต่เวลาเสียงก็ดังขึ้นเทียนถางจ้องอมไปที่อาจารย์ทั้งสามของมันและซาซินที่กำลังเดินเข้ามาหาเทียนถางเวลานี้เทียนถางได้เปลี่ยนสีหน้าไปเป็นสีหน้าจริงๆของมันคือเย็นชาอย่างแท้จริง
“ท่านอาจารย์นี้คือภรรยาทั้งสองของข้านามของทั้งสองคือมิรุและรุมิ”เทียนถางกล่าวแนะนำตัวของมิรุและรุมิที่อยู่ด้านหลังของมันทั้งสามพยักหน้าตอบแต่เวลานั้นหมินเย่ก็ชักศาสตราวุธออกมาทุกคนเองก็ด้วย
“ทั้งสองคือองค์หญิงของอาณาจักรไม่ใช้หรือ”หมินเย่กล่าวออกมาอย่างดุร้ายเวลานั้นเทียนถางก็หัวเราะออกมาพ้อมกับโอบทั้งสองสาวเข้ามาภายในเอวของมัน
“ตอนนี้พวกนางคือภรรยาของข้า”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อทุกคนได้ยินแววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างแท้จริงแต่เวลานี้เทียนถางก็หัวเราะพร้อมกับที่มันได้จ้องมองไปที่ทุกคนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชาจิตสังหารที่รุนแรงค่อยๆเพิ่มพลังขึ้นอย่างช้าๆ