[ดำเนินการหลอมรวมิญญากับอาร์ติแฟกต์ ใบไม้สีเขียวขจีที่ล่วงหล่น]
“หือ? เสียงมันมาจากที่ไหนกัน เห้ย! ไอ้เ้านี่มันไม่น่าจะเรืองแสงได้ไม่ใช่รึไง?”
ในระหว่างเดินทางออกจากป่าที่ตนอาศัยอยู่ เสียงประหลาดไม่ทราบที่มาได้ดังขึ้นภายในหัวของดอนพร้อมกับจี้ใบไม้ที่สร้อยคอมันเรืองมันเรืองแสงสีเขียวหยกออกมา สร้างความงงงวยให้เ้าตัวเป็อย่างมาก ถึงแม้ว่าเขาจะเคยใช้อาร์ติแฟกต์จากพ่อของตนมามากมาย แต่เขาก็ไม่เคยได้ยินเสียงของพวกมันแบบนี้มาก่อน ซึ่งมันก็ยังผิดแปลกไปจากอาร์ติแฟกต์ที่มีจิติญญาของตนเองอยู่ดี พวกมันสามารถพูดคุยกับผู้ใช้และอาจจะพูดคุยกับผู้คนรอบข้างได้ แต่นี่มันเหมือนกับบุคคลที่สามมากกว่าตัวของอาร์ติแฟกต์เอง
[การหลอมรวมเสร็จสิ้น ิญญาที่หลอมรวมิญญาถือสิทธ์ขาดในการใช้ ใบไม้สีเขียวขจีที่ล่วงหล่น]
“อ๋อ! ไอ้นี่สิ่นะที่เขาว่าเป็การผูกขาดการใช้แต่เพียงผู้เดียว”
หลังจากนั้นสักพักเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแสงจากจี้ที่มันค่อยๆลดความสว่างจนดับลง ทำให้บริเวณรอบข้างมืดลง เหลือเพียงแสงขาวนวลจากดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมาให้ความสว่างที่ไม่มากนักภายในป่า เหล่าหิ่งห้อยที่คอยเป็แสงสว่างยามราตรีได้ออกมาเปล่งแสงสีเขียวสว่างไสวในกับผืนป่า เสียงจิ้งหรีดน้อยใหญ่ที่คอยทำลายความเงียบงันเริ่มบรรเลงบทเพลงแห่งผืนป่ายามค่ำคืน
“มาช่วยส่องแสงนำทางให้สิ่นะ ขอบใจนะเหล่าสหายตัวน้อย”
เหล่าหิ่งห้อยเมื่อเห็นลิซาร์ดแมนกำลังย่างกรายภายใต้ความมืด พวกมันจึงเข้าไปห้อมล้อมรอบกายเพื่อเป็แสงสว่างคอยนำทางให้แก่เขา เ้าของร่างหนาใหญ่ได้กล่าวขอบคุณสหายตัวน้อยที่พึ่งพานพบกันได้ไม่นาน และดูเหมือนพวกมันจะแสดงออกอย่างร่าเริงเมื่อได้ยินคำขอบคุณของเขา
“ฮ่าๆ ดูร่าเริงกันจังเลยนะพวกแกเนี่ย”
เมื่อเห็นบรรดาหิ่งห้อยบินไปบินมาอย่างผิดจากปกติ เขาจึงหัวเราะชอบใจจากการกระทำของพวกมัน เรียกได้ว่าหากพวกมันเต้นให้เขาดูกลางอากาศได้พวกมันคงทำกันไปแล้ว และในระหว่างทางที่เดินไป ฝูงหิ่งห้อยที่อยู่รอบข้างตามทางที่เขาเดินพวกมันก็มารวมฝูงกันส่องแสงที่สว่างกว่าเดิม ทำให้ รอบกายของเขาเต็มไปด้วยแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด จนราตรีได้ผ่านพ้นไป แสงสว่างยามรุ่งอรุณได้เข้ามาแทนที่ พวกมันจึงจากไปตามกาลเวลา
“ต้องเดินไปอีกแค่ไหนล่ะเนี่ย แล้วก็เอามาให้แค่แผนที่ทวีปเนี่ยนะ”
จากการเดินมาทั้งคืนแล้วยังไม่เห็นทางออกจากป่า เขาเลยเอาแผนที่ที่อยู่ในกระเป๋าที่พ่อของเขาเตรียมไว้ให้ออกมาดู กลายเป็ว่ามันคือแผนที่ของทั้งทวีป แต่ว่าๆ ภาพภูมิศาสตร์ของทั้งทวีปบนแผนที่ได้เลือนหายไป ก่อนจะค่อยๆปรากฏภาพป่าแห่งนี่ขึ้นมาแทน ไม่หนำซ้ำยังมีกากบาทเล็กๆสีแดงที่บอกตำแหน่งของตัวแผนที่ภายในภาพภูมิศาสตร์อีกด้วย จริงๆแล้วมันก็คืออาร์ติแฟกต์ดีๆนี่เอง
“โอ้~ ขนาดแผนที่ก็เป็อาร์ติแฟกต์ด้วยรึนี่ ขอโทษนะพ่อที่บ่นเมื่อกี้”
แล้วเขาก็เดินตามทางที่มันปรากฏขึ้นบนแผนที่ ซึ่งมันก็อีกไกลเอาเื่เลยล่ะกว่าจะออกไปจากป่าแห่งนี้ได้ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงเท้าที่เหยียบพื้นหญ้ามันก็ผ่านเข้ามาในหูของเขา หากฟังจากความเร็วและทิศทางที่ฝีเท้าพวกนั้นกำลังเดินไป ไม่นานพวกมันจะต้องเจอกับเขาอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็ได้สำคัญอะไรอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะเป็เผ่าทาลากันคัชที่มีความบ้าคลั่งอยู่ใน
สายเื แต่สติปัญญาที่เกิดจากการเลี้ยงดูของคู่สามีภรรยา มันสามารถกดความบ้าคลั่งนั่นได้ หากแต่ว่ามีอะไรไปกระตุ้นเข้าล่ะก็ ะเิ
“โอ้ลูกพี่ นั้นมันลิซาร์ดแมนไม่ใช่รึไง ในกระเป๋ามันน่าจะมีของมีค่าอยู่ไม่น้อยเลยนะนั่น”
เมื่อถึงจุดที่ต้องพบกัน เ้าของฝีเท้าพวกนั้นได้ปรากฏตัวออกมาด้านหลังของเขา ชายคนหนึ่งในกลุ่มได้พูดขึ้นมาพร้อมกับเลียริมฝีปากที่เห็นกระเป๋าใบใหญ่ที่ถูกสะพายอยู่บนหลังของลิซาร์ดแมนตัวสีน้ำตาลอ่อน จากการพูดจาและการกระทำบ่งบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่าพวกเขาคือโจรอย่างแน่นอน
“ความคิดดีนี่หว่า ถ้าจับตัวมันไปขายให้พวกพ่อค้าทาสด้วยเราคงอยู่แบบไม่ต้องทำอะไรไปอีกหลายเดือนเลยมั้ง”
ชายที่เหมือนจะเป็ลูกพี่พูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นที่ได้เงินเป็กอบเป็กำจากการปล้นครั้งนี้ ไม่เพียงแค่นั้น เขายังคิดที่จะจับตัวดอนไปขายให้พวกพ่อค้าทาสอีกด้วย เพราะเป็ที่รู้กันดีว่าพวกมนุษย์สัตว์นั้นมีพละกำลังที่เหนือกว่ามนุษย์ หากจับได้แบบสมบูรณ์ไม่มีชิ้นส่วนใดขาดหายย่อมได้ราคางาม ถึงแม้จะรู้สึกลังเลอยู่บ้านจากพละกำลังของลิซาร์ดแมนที่มันไม่น้อยหน้าพวกมนุษย์หมาป่าหรือพวกโคโบล แต่เพราะพวกตนนั้นมาถึงสามคน ทำให้ความลังเลนั้นปลิวหายไปในอากาศ แม้จะแข็งแกร่งกว่า แต่ถ้าถูกรุมยังไงก็ต้องเหนื่อยก่อนอย่างแน่นอน
“เอาจริงหรอลูกพ่อ ตัวมันใหญ่กว่าปกติอีกนะ”
ลูกน้องอีกคนเหมือนจะไม่ค่อยอยากทำสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าเขาจะเห็นว่าลิซาร์ดแมนที่อยู่เบื้องหน้านั้นไม่มีอาวุธ แต่ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่กว่า หากมันคิดจะสวนกลับคงไม่อยู่ในสภาพดีเป็แน่
“จะกลัวอะไรนักหนาวะ! เรามีตั้งสามคน มันมีแค่ตัวเดียว”
ลูกน้องคนแรกตวาดเสียงใส่อีกคนเพราะเขาเป็พวกขี้กังวลเกินจำเป็ จนทำให้หลายต่อหลายครั้งพลาดโอกาสทองไป แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังจะทะเลาะกันนั้นเอง ร่างของลิซาร์ดแมนที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขาก็หยุดก้าวเท้าและยืนนิ่งอยู่กับที่
ตึ้ง!
“พวกเอ็งจะเอาใช่มั้ย! เดี๋ยวจัดให้!”
กระเป๋าที่ถูกสะพายอยู่บนหลังบัดนี้มันถูกทิ้งลงบนพื้นแล้ว อย่างที่กล่าวไปเมื่อก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าสัญชาตญาณนั้นถูกสติปัญญากดเอาไว้ก็จริง แต่จากคำพูดของพวกโจรที่เขาได้ยินมันทุกคำ มันได้กระตุ้นความกระหายในการต่อสู้ที่อยู่ภายในออกมา และการประเมินจากสายตาแล้ว พวกโจรมันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าดาบเหล็กธรรมดาๆกับเกราะหนังที่ไม่น่าจะช่วยอะไรได้แล้วในตอนนี้
“เอ่อ… พี่ ผมไปล่ะนะ”
คนที่ขี้กังวลคนนั้นเมื่อเห็นท่าทางของดอนที่เหมือนจะฆ่ากันผ่านทางสีหน้าและท่าทาง เป็หนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้องของชีวิต วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วจนหายลับตปในเวลาที่นับหนึ่งไม่ถึงสิบ
“ให้ตายสิ่มันหนีในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ จบงานนี้คงต้องตามเก็บมันแล้วล่ะ”
คนที่เป็หัวหน้าเมื่อเห็นว่าลูกน้องตัวเองวิ่งหนีไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจในการฆ่าปิดปากชายคนนั้น วงการนี้ไม่ค่อยมีหรอกนะออกจากกลุ่มแบบมีชีวิตรอดหรือชิ้นส่วนอยู่ครบสามสิบสองน่ะ ก่อนจะชักดาบออกมาเตรียมต่อสู้กับลิซาร์ดแมนตรงหน้าที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่พวกตน
ส่วนลูกน้องอีกคนนั้นชักดาบออกมาตั้งท่าพร้อมรับการปะทะแล้ว