ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 136 ฐานที่มั่นว่านตะวันตกในมหานครแห่งเวท (ตอนกลาง)

            “ให้ตายสิ!จะเป็นอาวุธอะไรก็ได้ เอาออกมาให้หมด เวลานี้ต้องขวางพวกมันไว้ให้ได้!”หวังเยว่เฉิงเป็นคนฉลาดเมื่อยุคเสื่อมทรามมาเยือนก็จะทำให้ขาดแคลนทรัพยากรอย่างรุนแรงพอเป็นเช่นนี้แล้วก็จะปลุกความมืดในใจมนุษย์ออกมาและยังได้ทวีความรุนแรงของการเสื่อมทรามทางศีลธรรมให้แผ่ขยายออกไป

            ดังนั้นการที่คนกลุ่มนี้ปรากฏตัวจะต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่!

            หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ด้านข้างตัวสั่นเทาเวลานี้ก็เอ่ยตอบกลับด้วยความหวาดกลัว

            “เรียนท่านผู้นำการพัฒนาอาวุธใหม่เพิ่งจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย หากใช้ไม่ถูกวิธีอาจเป็นอันตรายต่อทั้งฐานที่มั่นได้!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเยว่เฉิงก็รู้สึกปวดใจ

            ในเวลาเดียวกันนี้เองถังฮ่าวที่อยู่นอกฐานที่มั่นก็ตวาดเสียงเย็น

            “นี่คือวิธีที่ต้อนรับแขกของที่นี่อย่างนั้นหรือ?” พูดจบก็สะกดกลั้นความโกรธในใจ พร้อมกับปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลลง

            “พวกเราไม่ใช่ผู้บุกรุก!แต่มาจากฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทต่างหาก!พวกเรามาที่นี่เพราะมีเรื่องบางอย่างต้องการให้ช่วย!”

            ถังฮ่าวโบกมือขึ้นเล็กน้อยจ้าวจื่อเซียวที่อยู่ด้านหลังเห็นก็ตะโกนเสียงดังออกมา

            “ผมคือจ้าวจื่อเซียวจากตระกูลจ้าวแห่งฐานที่มั่นมหานครแห่งเวท!”

            จากนั้นฉินหมิงฉู่หย่งเจี๋ย และตัวแทนจากตระกูลอู๋ต่างก็ตะโกนแนะนำตัว

            หวังเยว่เฉิงที่อยู่ในฐานที่มั่นขมวดคิ้วแน่นพวกเขาเห็นข่าวเกี่ยวกับมหานครแห่งเวทในอินเทอร์เน็ตแล้ว

            เมื่อวานคนพวกนี้เพิ่งจะกวาดล้างฐานที่มั่นบงกชทมิฬไปแถมยังมีข่าวใหญ่ว่ามีผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ถึงเก้าคนอีก!

            เช่นนั้นแล้ววันนี้พวกเขากลับมาที่นี่ทำไม?

            สีหน้าของหวังเยว่เฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กัดฟันและตัดสินใจเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ

            “เปิดประตู!”

            ...

            ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไรถังฮ่าวก็เริ่มหมดความอดทน จนทำให้คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันในหัวก็มีความคิดมากมายปรากฏขึ้นเวลานี้ก็เอาแต่คิดว่าควรจะพังประตูเข้าไปดีหรือไม่

            จ้าวจื่อเซียวและฉู่หย่งเจี๋ยรอไม่ไหวทั้งสองพร้อมที่จะลงมือแล้ว แม้แต่เย่ชิงเฉิงก็เล็งปืนไปที่ประตู ดวงตาของทุกคนจ้องเขม็งไปที่ประตูเหล็กที่ปิดสนิท

            “หรือพวกเราบุกเข้าไปเลยดีกว่า!พวกเรามีผู้วิวัฒนาการด้านพละกำลังมากมายขนาดนี้ ยังจะกลัวมันอีกเหรอ?”

            คำพูดนี้กล่าวไม่ผิดเพราะในทีมของพวกเขามีผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ถึงแปดคน อย่าว่าแต่แปดคนเลย ต่อให้มีเพียงแค่คนเดียวก็สามารถพังประตูอิเล็กทรอนิกส์นี้จนเสียหายแล้ว!

            เมื่อคนอื่นๆได้ยินดังนั้นก็เริ่มพูดขึ้นมาทีละคน

            “ใช่!พวกมันรังแกกันเกินไปแล้ว! ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไม่สู้เราแสดงพลังให้พวกมันเห็นไปเลยดีกว่า!จะได้รู้กันไปเสียทีว่าคนจากมหานครแห่งเวทไม่ใช่คนที่จะข่มเหงกันได้ง่ายๆ!”

            “ถูกต้อง!ใช่แล้ว!”

            ทว่าถังฮ่าวกลับยังคงยืนนิ่งโดยไม่พูดอะไรออกมา

            ใช่เขารู้ว่าทีมของเขาแข็งแกร่ง แต่หากทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดผลด้านลบแทน

            หากเขาพังประตูนี้จริงๆคนทั้งภาคตะวันตกก็จะหวาดกลัวเขาหากเป็นเช่นนั้นก็ยากที่จะรวบรวมกองกำลังในภาคตะวันตกแล้ว

            ยิ่งไปกว่านั้นการมาเยือนของยุควันสิ้นโลกถือเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ของมวลมนุษย์ ดังนั้นทุกคนต้องสามัคคีกันเข้าไว้!

            ใบหน้าสวยของเชียนมู่เซวี่ยกลายเป็นตึงเครียดอย่างน่าประหลาด

            หลังจากเข้าไปในฐานที่มั่นนี้แล้วเธอก็จะได้รู้ว่าแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

            เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แม้แต่คนสุขุมเยือกเย็นอย่างเชียนมู่เซวี่ยก็ยังอดที่จะกังวลใจไม่ได้!

            ซ่งปิงเซี่ยจับมือขวาของเชียนมู่เซวี่ยแน่นเป็นเชิงปลอบโยนในขณะเดียวกันตัวเธอเองก็รู้สึกกังวลเช่นกันการหายตัวไปของซ่งปิงหยุนส่งผลกระทบต่อเชียนมู่เซวี่ยและเชียนซือหยวนมาก ตอนนี้พ่อลูกคู่นี้ต่างก็มีสีหน้าทั้งคาดหวังกังวล และกระวนกระวายใจเหมือนกัน

            ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นประตูก็ค่อยๆ เปิดออก!

            ใบหน้าของหวังเยว่เฉิงค่อยๆปรากฏขึ้นทีละน้อย บัดนี้ก็ได้นำเหล่าผู้นำระดับสูงของฐานที่มั่นว่านตะวันตกหลายคนออกมาต้อนรับ

            “ขอโทษที่ทำให้ทุกคนลำบากผมขอเป็นตัวแทนของฐานที่มั่นว่านตะวันตกแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุกคนที่เดินทางมาจากฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทด้วย!”

            หึ!อย่างที่คิดไม่มีผิด หวังเยว่เฉิงยังคงเป็นคนที่เห็นแก่ตัว เจ้าเล่ห์และใจแคบเช่นเคย เพียงแค่พูดไม่กี่คำก็ปัดความรับผิดชอบออกหมด แถมยังเหมารวมว่าพวกเขามาจากฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทซึ่งก็หมายความว่าหากถังฮ่าวและคนอื่นๆก่อเรื่องก็คงจะดูใจแคบและทำให้ฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง

            ถังฮ่าวยกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับสบถด่าในใจทว่าเขากลับไม่ได้เอ่ยออกไปตามตรง แต่กลับพูดตอบด้วยท่าทีใจกว้าง

            “ไม่เป็นไรในยุคที่วุ่นวายเช่นนี้ การปกป้องตัวเองถือเป็นเรื่องที่ดี”

            ลูกน้องของถังฮ่าวล้วนแต่ฉลาดเป็นกรดพวกเขาจึงเข้าใจความหมายโดยนัยของหวังเยว่เฉิงทันที แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถังฮ่าวถึงยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆอย่างไรก็ตามในเมื่อหัวหน้าไม่ถือสาเรื่องนี้ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องยึดติด

            หวังเยว่เฉิงแสร้งยิ้มก่อนจะนำทุกคนเดินเข้าไปในฐานที่มั่นว่านตะวันตกถังฮ่าวพาลูกน้องเดินตามเข้าไป รถฮัมเมอร์เสริมเหล็กและรถออฟโรดก็ขับตามหลังมาติดๆ

            ทันทีที่เข้าประตูมาทุกคนก็ตกตะลึงกับอาคารขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใน แม้ว่าพวกเขาจะเคยได้ยินเรื่องราวความมั่งคั่งของอาณาจักรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งนี้มาก่อนแต่เมื่อได้มาเห็นกับตาจริงๆ ก็ทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่าประเทศจีนได้ทุ่มเทให้กับอาณาจักรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชาติทั้งสองแห่งนี้มากแค่ไหน!

            “นี่คือเขตวิจัยและพัฒนาของฐานที่มั่นว่านตะวันตกที่นี่เป็นแหล่งรวมเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดของภูมิภาคตะวันตก!”

            หวังเยว่เฉิงชี้ไปที่ตึกระฟ้าที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับแนะนำอย่างภาคภูมิใจ

            “ทำไมแถวนี้ถึงมีซอมบี้น้อยจัง”

            จ้าวเซียวเยว่พึมพำกับตัวเองและหวังเยว่เฉิงก็ได้ยินเข้าพอดี เขาหัวเราะเบาๆ สองถึงสามครั้ง ก่อนจะหันไปทางนักวิทยาศาสตร์ที่เดินตามหลังมาและนักวิทยาศาสตร์ผู้นั้นก็รีบอธิบายทันที

            “พวกเราได้ทำการวิจัยมาเป็นระยะเวลาหนึ่งและพบว่ามีสารชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้ซอมบี้ไม่เข้าใกล้ได้ชั่วคราว”

            นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้เป็นบุคลากรด้านเทคโนโลยีขั้นสูงการใช้คำว่าชั่วคราวนี้ชาญฉลาดมาก ทว่ากลับไม่มีใครจับสังเกต แม้แต่ถังฮ่าวเองก็แค่รู้สึกว่าความสงบสุขของฐานทัพที่มั่นว่านตะวันตกเป็นเพียงภาพลวงตาชั่วคราวเท่านั้น

            ภายในห้องโถงของฐานที่มั่นว่านตะวันตกหลังจากที่ถังฮ่าว เชียนมู่เซวี่ย เชียนซือหยวน จ้าวจื่อเซียว ฉินหมิง และคนอื่นๆนั่งลงแล้ว ถังฮ่าวก็ไม่รีรอและเอ่ยเข้าประเด็นทันที

            “ซ่งปิงหยุนหรือ? ฮ่าๆ เรื่องนี้ผมไม่ค่อยรู้แน่ชัดเท่าไร แต่อย่าได้กังวลเลย ขอแค่พวกคุณอยู่ในฐานที่มั่นแห่งนี้ผมจะต้องหาตัวเธอจนพบให้ได้!” หวังเยว่เฉิงพูดพร้อมกับกลั้วหัวเราะ

            ทว่าถังฮ่าวกลับรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรแม้ว่าหวังเยว่เฉิงจะปกปิดได้แนบเนียน แต่เขาก็ยังคงสังเกตเห็นแววตากระวนกระวายใจที่ปรากฏขึ้นชั่ววูบในดวงตาของอีกฝ่ายตอนที่เขาได้ยินชื่อของซ่งปิงหยุน แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีก็ตามแต่ถังฮ่าวก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องรู้จักซ่งปิงหยุนอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้เช่นนั้นก็แสดงว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่

            จากนั้นถังฮ่าวก็มอบรายชื่อคนที่ต้องการตามหาที่รับมาจากจ้าวเสี่ยวเยว่และชิวอวิ๋นเอียนให้กับหวังเยว่เฉิงแม้ว่าหวังเยว่เฉิงจะดูกระตือรือร้นและรับปากว่าจะสืบสวนอย่างเต็มที่ แต่เพราะถังฮ่าวรู้จักหวังเยว่เฉิงในชาติที่แล้วดีดังนั้นถังฮ่าวจึงมองออกว่าภายใต้ความกระตือรือร้นนี้ได้แฝงไปด้วยความไม่จริงใจและความกังวล

            สิ่งนี้ยิ่งทำให้ถังฮ่าวรู้สึกไม่สบายใจเข้าไปใหญ่

            ดูเหมือนว่าฐานที่มั่นว่านตะวันตกแห่งนี้จะไม่ได้สงบสุขอย่างที่เขาคิด

            “หัวหน้าหวังพวกเราขอเดินชมรอบๆ ฐานที่มั่นหน่อยได้ไหม?” ถังฮ่าวถาม

            “เอ่อ...เรื่องนี้...”

            “วางใจเถอะพวกเราแค่เดินชมเท่านั้น จะไม่เข้าไปวุ่นวายในพื้นที่วิจัยอย่างแน่นอน!”

            “ตกลงเดี๋ยวฉันจะนำทางให้เอง!” หวังเยว่เฉิงพอเห็นว่าปฏิเสธไม่ได้ จึงยอมกัดฟันตกลงเพื่อความปลอดภัยแล้วก็ตัดสินใจพาพวกเขาไปเดินชมด้วยตัวเอง

    คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน