จังหวะนั้นเองแพงขวัญรู้ทันทีว่านี่คือโอกาสเดียวถ้าเธอแยกตัวออกจากเขาตอนนี้เธออาจจะหนีออกไปได้จริง ๆ
เมื่อมือของมาเวลคลายลงจากแขนแพงขวัญเล็กน้อย เพราะเขามัวแต่ให้ความสนใจไปอยู่ที่เป้าหมายนั้นก็คือพ่อของแพงขวัญ
ตอนนี้แหละแพงขวัญก็ค่อย ๆ ถอยทีละออกหนึ่งก้าวสองก้าวเกือบจะพ้นแล้ว
หมับ!
แรงดึงจากข้อมือใหญ่ของมาเวลทำให้แพงขวัญหยุดชะงัก
“ฉันบอกแล้วใช่ไหม” เสียงเขาทุ้มต่ำลง ข้างหูเธอ “อย่าคิดหนี”
หัวใจแพงขวัญหล่นวูบใจเต้นไม่เป็จังหวะเมื่อโดนจับได้ เธอรีบแก้ตัวทันที
“ฉันแค่”
“เธอคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอกำลังมองทางออกอยู่ตรงไหน”
มาเวลดึงเธอเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนแทบชิดสายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ
“แพงขวัญ…อย่าทำให้ฉันต้องเลือกใช้วิธีอื่น”
ไม่ทันไรเสียงปืนดังขึ้นจากอีกฝั่งของงาน
ปัง! ปัง! ปัง!
ผู้คนกรีดร้อง วิ่งหนีกันวุ่นวายสถานการณ์เริ่งตรึงเคลียดขึ้นมาทันที
มาเวลคว้าตัวแพงขวัญเข้าหาอก เขาปกป้องเธอด้วยสัญชาตญาณโดยอัตโนมัติ
“ก้มลง” มาเวลสั่งแพงขวัญ นาทีนั้นแพงขวัญตัวแข็งถื่อ นี่ไม่ใช่แค่เล่นอะไรแล้ว แต่มันคือ “ของจริง”
ในความโกลาหลนั้นแพงขวัญได้ยินเสียงหนึ่งเรียกชื่อเธอ
“แพงขวัญ”
เสียงที่คุ้นเคยที่สุดในชีวิต แพงขวัญเงยหน้าขึ้นทันที
“พ่อ…”
สายตาของมาเวลเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินคำนั้น เหตุการณ์มาถึงจุดปะทะรุนแรงมากขึ้น บอดี้การ์ดที่มากับมาเวลต่างก็สู้กับฝ่ายตรงข้ามไม่ลดละจนเวลาผ่านไปสักพัก เสียงปิืนหยุดลง เซกิก็วิ่งเขามาหามาเวล
"นายครับ" เซกิก็มหัว
"จัดการให้เรียบร้อย" มาเวลหันมาสั่งลูกน้องคนสนิท
"ครับนาย" เซกิก้มหัวให้กับมาเวลผู้เป็เ้านาย
"กลับ"
"ครับนาย"
มาเวลสั่งให้กลับไม่พ้นที่เขาจะคว้าแขนคนตรงหน้าให้เดินตามไปด้วยไม่ใช่เพราะแค่ว่าแพงขวัญเป็ตัวประกัน แต่ใจลึกๆแล้วมาเวลเขาเป็ห่วงแพงขวัญมากว่าถ้าตรงนี้ไม่มีเขาแพงขวัญอาจเป็เป้ามากกว่านี้
"ดัง...เดี๋ยวก่อน..นาย..นาย.."
มาเวลไม่ฟังอะไรทั้งนั้นเขารีบเดินลากแขนแพงขวัญขึ้นรถที่บอดี้การ์ดขับมาจอดรออยู่แล้ว
พอขึ้นไปบนรถมาเวลก็นั่งนิ่ง สายตาของเขาไม่บงบอกความรู้สึกอะไรตอนนี้มีเพียงแพงขวัญที่บ่นั้แ่ขึ้นรถ
"นี่นาย..นายจะบอกได้ยังใครจะฆ่านาย...ฉันต้องมาซวยเพราะนายเกือบตายนายรู้ไหม" แพงขวัญโวยวายใส่มาเวล
"เงียบ..ถ้าเธอไม่อยากโดนฉันฆ่าแทนพวกมัน"มาเวลตัดบทเขาไม่พร้อมจะตอบคำถามอะไรคนตรงหน้า
รถแล่นไปตามท้องถนนเรื่อยๆ จนมาถึงคฤหาสน์ ลูกน้องมาเวลก็วิ่งลงจากรถอีกคันที่ตามมาติดๆ เปิดประตูให้ผู้เป็นาย ทุกคนต่างยืนเป็แถวคำนับหัวให้มาเวลตรงหน้าประตู
เมื่อลงรถได้มาเวลก็เดินขึ้นห้องโดยไม่ได้หันมามองแพงขวัญที่ตีหน้าั์ใส่เขาทางด้านหลัง
"คนบ้า...บ้า..อำนาจ" แพงขวัญบ่นๆแล้วก็เดินขึ้นห้องตัวเองเช่นกัน
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านบางแพงขวัญลืมตาขึ้นช้าๆ เพดานสีขาวสะอาด…ห้องกว้างเกินกว่าจะเป็บ้านธรรมดาเธอลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบๆ ทุกอย่างดูหรู เรียบ และ…เงียบเกินไป
“นี่มันที่ไหนกันแน่…”
แพงขวัญเดินออกจากห้อง โถงทางเดินยาว เงียบ ไม่มีเสียงคนแต่
“คุณแพงขวัญ”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้งชายในชุดสูทโค้งเล็กน้อย “อาหารเช้าพร้อมแล้วครับ”
แพงขวัญขมวดคิ้ว
“คุณเป็ใคร…”
“ผมเป็พ่อบ้านดูแลที่นี่ครับ”
ห้องอาหาร
บนโต๊ะมีอาหารวางเรียงรายอย่างมากมาย มาเวลนั่งอยู่ก่อนแล้ววันนี้เขาแต่งตัวสบายๆในชุดเชิ้ตสีขาว ถ้าคนทั่วไปมองลุดเขาวันนี้ดูเหมือนนักธุรกิจธรรมดาถ้าไม่ใช่มาเฟียอย่างที่เขาเป็
“นั่งสิ”
เขาพูดโดยไม่ได้มอง แพงขวัญนั่งลงช้าๆ แต่สายตาเธอ…มองไปรอบๆ ไม่หยุด
“ที่นี่…มีคนเยอะกว่าที่เห็นใช่ไหม”
คำถามนั้นทำให้มาเวลชะงักเล็กน้อยเขาหยักคิ้วขึ้น ก่อนจะตอบแพงขวัญด้วยท่าทีนิ่งๆ
“บ้านหลังใหญ่ ก็ต้องมีคนดูแลเยอะ”
“ไม่ใช่แค่นั้น”
แพงขวัญเงยหน้ามองมาเวลก่อนจะถามต่อ
“เมื่อคืนฉันเห็นมีคนยืนเฝ้าข้างนอก…เหมือนยาม”
มาเวลวางช้อนลงเบาๆ เงยหน้ามองแพงขวัญสายตานิ่ง…จนเธอเริ่มกลัว เขาพูดขึ้นช้าๆ แต่เยือกเย็น
“อย่ายุ่งกับสิ่งที่ไม่ควรรู้”
คำเตือนของมาเวลนั้น…ชัดเจนพอที่ทำให้แพงขวัญเงียบลงทันที
“กินข้าว”
แพงขวัญได้แต่ก้มหน้ากินข้าวอย่างที่มาเวลสั่ง เธอไม่กล้าสบตากับเขาจนอาหารเช้าสำหรับวันนี้จบไป
แพงขวัญจึงเดินจะกลับห้องของตัวเอง แต่เพียงเดินไม่กี่ก้าวด้วยความที่มัวแต่มองไปรอบๆหาว่ามีกล้องวงจรปิดไหน เพื่อตัวเธอเองจะได้หาทางหนี
“นี่มัน…” เธอพึมพำจังหวะนั้นเอง
“คุณแพงขวัญ ระวังครับ”
"ว้าย..."
ชายคนที่เป็พ่อบ้านรีบเข้ามาจับแขนแพงขวัญไว้ เมื่อเธอเกือบจะสะดุดขั้นบันไดมือของเขาจับเธอแน่นพอสมควร
“ขอบคุณค่ะ”
“ปล่อย”
เสียงมาเวลดังขึ้น ทุกคนชะงักหันมามองมาเวลยืนอยู่ไม่ไกล สายตาคมจ้องไปที่มือของลูกน้องที่จับแขนแพงขวัญอยู่
“ผมแค่” พ่อบ้านพูดไม่ทันจบ
“ฉันบอกให้ปล่อย”
เสียงของมาเวลทุ้มต่ำลง แต่กดดันจนคนฟังตัวแข็ง พ่อบ้านจึงรีบปล่อยแขนแพงขวัญทันที
“ขอโทษครับนาย”
บรรยากาศเงียบกริบแพงขวัญมองมาเวลอย่างงงๆ
“คุณจะเสียงดังทำไม เขาแค่ช่วยฉันเองนะ”
มาเวลนิ่งเหมือนเพิ่งรู้ตัวก่อนจะเบือนหน้าหนีเล็กน้อย
“ไม่ควรใครแตะตัวเธอ”
คำตอบนั้น…ทำให้แพงขวัญชะงักสงสัย
“ทำไมล่ะ”
มาเวลไม่ตอบแพงขวัญ แต่เขาเดินเข้ามาหาแพงขวัญใกล้จนััถึงลมหายใจได้
“เพราะเธออยู่ในการดูแลของฉัน”
เสียงมาเวลต่ำลงแต่สายตาจ้องแพงขวัญลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
“มีแค่ฉัน…ที่อนุญาต”
หัวใจของแพงขวัญเต้นแรงขึ้นทันที มาเวลหันหลังให้เหมือนพยายามตัดบท
“กลับห้องไป”
แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไปแพงขวัญพูดขึ้นเบาๆ
“นายเป็อะไรของนายเนี้ย”
มาเวลหยุดเดินชะงักไปเสี้ยววินาทีก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“อย่าให้ฉันพูดเป็ครั้งที่สอง”
หลังจากนั้นมาเวลเดินออกไปทันทีแต่ในใจของเขากลับไม่สงบเลย เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนเห็นใครแตะต้องแพงขวัญทำไมเขาถึงไม่พอใจ
“นี่กูเป็อะไร” มาเวลพึมพำกับตัวเองสีหน้าตึงเครียด “เป็บ้าหรือไง”
แต่ภาพตอนที่พ่อบ้านคนนั้นจับแขนแพงขวัญยังติดอยู่ในหัวไม่หายด้านแพงขวัญเธอยืนอยู่ที่เดิมมือแตะหน้าอกตัวเองเบาๆ
ห้องแพงขวัญ เมื่อเธอเข้ามาในห้องซึ่งเป็พื้นที่ส่วนตัว แพงขวัญนั่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงไม่หยุด
"นี่ฉันเป็อะไรเนี้ย" แพงขวัญเอามือจับที่หน้าอกข้างซ้าย
"แล้วอิตาบ้า เป็อะไรชอบทำหน้าดุ ยิ่มก็ไม่ยิ้ม ชอบสั่งคนนู้นทีคนนี้ที นี้ถ้าฉันตกบรรไดตายจะทำไง...มันน่าโมโห"
แพงขวัญหงุดหงิดมาเวลที่ชอบดุคนรอบข้างเธอที่เข้าใกล้เธอ ใจเธอก็คิดว่าคงเป็เพราะไม่อยากให้เธอสนิทกับใครเดี๋ยวเธอจะแอบหนีออกจากที่นี่
"ชิ..คอยดูนะนายเผลอเมื่อไหร่จึงหนีไปแน่"
แพงขวัญเอามือกอดอกนั่งอยู่บนเตียงนอนค้างก็ใช้หัวคิดที่จะหาวิธีออกจากที่นี่ให้ได้
✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨
โอ๊ยลูกสาวก็จะหาแต่วิธีหนีอย่างเดียวไม่สนใจเลยหรอว่าเ้ามาเฟียทำตัวแปลกๆ
ส่วนพ่อมาเฟียนี่ก็มาแปลกคนห่วงแม้กระทั่งลูกน้องตัวเอง