“ได้มาเยอะเลยนี่หว่า ไอ้เก้า” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นหลังฉกกระเป๋าใบหนึ่งไปจากมือของโจรเด็กที่เพิ่งปล้นมาจากดารินและดิเรก
“เอาคืนมานะ นั่นมันของฉัน” เก้าตะโกนพร้อมกระโจนเข้าใส่อีกฝ่าย
เขาพยายามกระโดดคว้ากระเป๋าเงินคืน ด้วยส่วนสูงที่แตกต่างกันมากเกินไป ชายคนนั้นเพียงแค่ชูมือขึ้นให้สูงที่สุดโดยไม่เขย่ง เขาก็สามารถป้องกันการคว้ากระเป๋าเงินคืนจากโจรเด็กได้อย่างสบาย ๆ
“เอาคืนมานะ นั่นมันค่าอาหารของฉันกับน้องฉันเลยนะ” เก้ายังคงตะคอกใส่ฝ่ายขณะพยายามกระโดดเพื่อแย่งเอากระเป๋าเงินคืนอย่างไม่ลดละ
“นายก็ได้มาตั้งเยอะ ก็แบ่ง ๆ กันหน่อยจะเป็นไรไป” ชายร่างสูงยิ้มเยาะ ก่อนจะชี้ไปรอบ ๆ “ดูสิพวกฉันมีกันตั้งหลายคน ถือเสียว่าเป็นค่าเหล้าในการช่วยเก็บแกกับน้องมาเลี้ยงดูไง”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เพื่อน ๆ ของชายร่างสูงต่างหัวเราะชอบใจ แต่สีหน้าเก้าดูมืดมนอย่างมาก เขาหยุดที่จะพยายามกระโดดเอากระเป๋าเงินคืนแล้ว
“เลี้ยงดูบ้าอะไร! แกเอาฉันกับน้องฉันไปขายแบบนั้นเขาเรียกว่าเลี้ยงดูบ้านแกสิ” เก้าตะเบ็งเสียงออกมาอย่างเดือดดาล
“หืม...ขายเขยอะไรกัน เขาเรียกว่ามาฝากเข้าทำงานกับหัวหน้าต่างหาก” ชายร่างสูงหรี่ตาพร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาพูดต่อว่า “เด็กอายุแค่สิบเอ็ดสิบสองขวบอย่างแก คิดว่าจะหางานหาอาหารกินดี ๆ แบบนี้ได้ที่ไหนอีก? แหกตาดูบ้านเกิดที่พ่อแม่แกตายดูสิ ลองคิดดูให้ดี น้องสาวแกจะไปซุกหัวนอนที่ไหนถ้าไม่ได้ฉัน แค่แกทำงานได้ดีได้ตามเป้า น้องสาวแกก็ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ อยู่กับลูกพี่ดีจะตาย”
“ถ้าไม่ได้ขายพวกฉันจริงก็เอาเงินที่พวกแกได้จากการฝากฉันเข้าทำงานมาสิ” เก้าโต้เถียงกลับ
“ค่าแนะนำไง รู้จักเปล่า?” ชายร่างสูงย่นจมูกกระดิกหัวพูดอย่างยียวน
ในขณะเดียวดารินและทีมสองกำลังเฝ้ามองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ พวกเขาแอบฟังจากอยู่บนกำแพงเมืองอนิลบุรีที่ยังเหลืออยู่ พวกเขารู้สึกแย่กับสิ่งที่โจรเด็กชื่อเก้าพูด พวกเขารู้กันดีว่าโลกนี้โหดร้ายเพียงใด แต่พวกเขาก็ไม่มีกำลังพอที่จะหยุดสงครามด้วยสองมือของพวกเขาเอง
ธัญญ่าสุดจะอดกลั้นกับสิ่งที่ชายร่างสูงพูด เธอถูกดารินรั้งตัวไม่ให้ออกไปจัดการคนพวกนั้นอยู่หลายต่อหลายครั้ง ดารินบอกกับเธอว่าลงมือไปตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์ มันช่วยได้แค่ปลายเหตุเท่านั้น และจะทำให้โจรเด็กที่ชื่อเก้าพลอยซวยมากขึ้นไปอีก
“เอาคืนมานะ ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย”
เก้าทำเสียงเข้มขึ้น สีหน้าของเขาจริงจังอย่างมากขณะยกมือขึ้น หากไม่มองดี ๆ อาจมองไม่เห็นรัศมีแสงจาง ๆ ได้เลย
โดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย เก้าท่องคาถาออกมาทันที “มนตร์แห่งลม จงออกมา กระสุนวายุ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่โจรเด็กท่องออกมา ชายร่างสูงเบิกตากว้าง เขาเหมือนเห็นกระแสไหลไปรวมที่มือของโจรเด็กชั่วแวบเดียวแล้วก็หาย
นิ่งสนิท ไม่มีพลังเวทมนตร์หรือบอลอัดอากาศออกมาจากมือของเก้าเลย
“ฮ่าฮ่าฮ่า นี่แกยังไม่เลิกบ้าคิดว่าตัวเองเป็นนักเวทอีกเหรอว่ะ น่าสมเพชเสียจริง” ชายร่างสูงมองด้วยสายตาเหยียดหยาม “แกมันก็พวกใช้เวทมนตร์ไม่ได้เหมือนกับฉัน เรามันพวกเลือดสีจาง”
หลังพูดจบชายร่างสูงหยิบมีดผีเสื้อหรือมีดควงที่มีขนาดยาวราวครึ่งฟุตออกมา แล้วเขาก็ควงมันขณะพูดไปด้วย “นี่ มันต้องของจริงแบบนี้ ไม่มีกลปาหี่ที่แกเล่นโชว์ไปวัน ๆ”
พร้อมกับพูดจบเมื่อมีดเขาก็กลับเข้าที่หลังควงเสร็จ เขาใช้มีดฟันใส่มือที่ยื่นออกมาของเก้าทันที
ฉับ!
เสียงลมจากการฟันดังชัดเจน เก้าชักมือกลับได้ทันแต่ถึงอย่างนั้นมันกลับยังมีเลือดไหลออกมา เกิดรอยเฉือนบาง ๆ บนฝ่ามือของเก้า โชคดีที่มันเป็นเพียงรอยสั้น ๆ เท่านั้น แต่มันก็ลึกพอที่จะทำให้เลือดไหลออกมาหลายหยด
ชายร่างสูงและเพื่อนรอบข้างหัวเราะชอบใจกันใหญ่ เก้าไม่สนใจบาดแผลที่มีเลือดไหลออกมา เขากลับมายกมือเพื่อเตรียมยิงเวทมนตร์อีกครั้ง
“ดูมัน ยังไม่เข็ดอีก สงสัยต้องให้มือขาดก่อนถึงจะสำนึก” ชายร่างสูงมองเก้าอย่างดูแคลน เมื่อพูดจบเขาฟันมีดออกไปอีกครั้งทันที