เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 77: พลังแสงอันศักดิ์สิทธิ์

            ภานุวัฒน์ได้

            แต่คิดโหยหายาดมหงส์ไทยอยู่ในใจ

             

            หวังว่าถ้ามีอยู่ในมือแล้วมันอาจจะช่วยอะไรเขาได้บ้างกับสถานการณ์การเผชิญหน้ากับเด็กเล็กตัวป่วนอย่างนี้อย่างน้อยก็อาจบรรเทาอาการหน้ามืดวิงเวียนจากเจ้าลูกชายจอมแสบลงไปได้บ้าง

             

            ‘...’

            จะว่าไปแล้วเจ้ายาดมนี่เพิ่งก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2531 เองนี่นะตอนนั้นน่าจะยังเป็นพิมเสนน้ำอยู่ แล้วในโลกยุค พ.ศ. 2538 นี่มันมีเป็นยาดมแบบกระบอกเขียวให้หาซื้อได้หรือยังหว่า7-11 ก็ยังไม่แพร่หลาย สินค้าก็น้อยพวกยาสามัญทั่วไปก็ยังหาไม่ได้ใน 7-11 ยุคนี้เลยนอกจากฟุตลองที่กินแล้วอึไหล[1] เอาเป็นว่าถ้าไปฟลุกเจอมันขายอยู่ที่ไหนคงจะต้องรีบกว้านซื้อเอาไว้หน่อยแล้วอย่างน้อยในปี 256X สิ่งนั้นก็ถือเป็นอ็อปชั่นประจำตัวที่ชาวไทยใช้แรงงานณ หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกคนควรจะต้องมี

             

            ช่วงที่เดินเลือกของขวัญปีใหม่กันอยู่กับป๊ะป๋านั้นลูกพลับสังเกตเห็นว่าของขวัญปีใหม่ที่ผู้ใหญ่ซื้อให้กันส่วนใหญ่จะเป็นกระเช้าผลไม้หรือพวกอาหารเสริมต่าง ๆ

            แต่กับป๊ะป๋านั้นต่างออกไปป๊ะป๋าเลือกซื้อของขวัญให้แต่ละคนไม่เหมือนกันเลย เป็นต้นว่าซื้อร่มที่วาดลายสวย ๆกับพัดผ้าวาดลายสวยอันใหญ่เท่ากำแพงบ้านให้กับเจ๊พรเอาไว้ประดับบ้านแล้วก็ซื้อต้นไม้ปลอมที่มีใบเป็นหยกส่วนต้นเป็นลวดดัดสีทอง เอามาร้อยเข้ากับหยกแบนๆ หลายสี ดัดทรงเป็นรูปต้นไม้ในกระถางป๊ะป๋าตั้งใจจะให้เฮียฮั้วเอาไว้ประดับหลังโต๊ะทำงานในโรงพิมพ์ ส่วนเจ๊ง้อป๊ะป๋าก็หาซื้อข้องจับปลาจำลองอันเล็ก ๆ กับป้ายค้าขายดีเอามาให้ประดับตู้กระจกที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยว

             

            ป๊ะป๋าบอกว่า ของพวกนี้มีความหมายแตกต่างกันนอกจากร่มกับพัดที่วาดลายสวย ๆ เข้าชุดกันแล้วป๊ะป๋าก็ยังซื้อเปลือกหอยสวยมากอันโตจัดเป็นชุดเข้าให้ด้วยอีกป๊ะป๋าบอกว่าของพวกนี้ถ้าเอาไปประดับตกแต่งบ้านก็เหมือนเป็นเคล็ดที่จะทำให้คนในบ้านอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข[2]

             

            ส่วนป้ายค้าขายดีกับข้องจับปลาอันจิ๋วนั้นป๊ะป๋าบอกว่าคนค้าขายเชื่อว่ามันเป็นเคล็ดที่ทำให้ขายดีเอาแขวนไว้หน้าร้านข้องก็จะดักจับเงินเข้ามาในร้านให้ร่ำรวยแต่ถึงอย่างนั้นลูกพลับก็แอบเห็นนะว่าป๊ะป๋าปั้นบอลแสงสีขาวของป๊ะป๋าใส่ลงไปในข้องอันเล็ก ๆ นั้นด้วย 

             

            “ลูกบอลสีขาวของป๊ะป๋าอยู่ในข้องจิ๋วแล้วก็ไม่หายไปด้วยล่ะครับของลูกพลับพอเอาบอลออกจากมือมันหายวับไปหมดเลย”

            เด็กชายกะพริบตาปริบ ๆ พยายามอยากจะทำให้ได้เหมือนอย่างป๊ะป๋าจังเลย

             

            “ลูกพลับยังต้องฝึกอีกเยอะครับ ตั้งใจทำไปเดี๋ยวสักวันก็จะทำได้เองครับ”

            ไตเติ้ลบอกลูกชาย เจ้าตัวเล็กพยักหน้าหงึก ๆแสดงอาการว่าเข้าใจ

             

            “แล้วป๊ะป๋าปั้นบอลใส่ไว้ในข้องจิ๋วทำไมเหรอครับ”ลูกพลับซักต่อด้วยความสงสัย

             

            “ตอนที่พวกเรานั่งทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเจ๊ง้อด้วยกันลูกพลับชอบวิ่งมาหลบอยู่ข้างหลังป๊ะป๋าบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอครับ”

             

            “ก็มันมีผี...” 

            เด็กชายตอบป๊ะป๋าออกไปทันทีแล้วก็ต่อด้วยเล่าเรื่องขยายความ

            “ตอนที่ป๊ะป๋าไม่อยู่ลูกพลับก็จะวิ่งไปหลบที่หลังร้านได้ล้างจานไปด้วย หลบไปด้วย พวกผีก็เข้ามาไม่ถึงหลังร้านด้วยล่ะครับ แหะ แหะ”

             

            ‘ยังจะมาแหะ แหะ อีกนะเจ้าเด็กกลัวผีขึ้นสมองนี่’ภานุวัฒน์ลอบส่ายหน้าอยู่ในใจ

             

            อันที่จริงแล้วพวกผีอดอยากที่หน้าร้านเจ๊ง้อนั้นถึงพวกมันจะหน้าตาไม่ดีด้วยความที่เป็นสัมภเวสีผีเร่ร่อนแต่พวกนั้นก็แค่ผีจน ๆ ที่บางทีก็แอบมาขโมยกินเนื้อขโมยกินตับในชามก๋วยเตี๋ยวของเจ๊ง้อ เรื่องแบบนี้ไม่ดีและไม่เป็นมงคลกับร้านอาหารเลยแต่กับเจ้ากระปุกหมูเนี่ย... ผีระดับนั้นใช่ว่าจะทำอันตรายด้วยได้เลยนะแล้วยังจะไปกลัวมันอีก เจ้าลูกคนนี้

             

            สำหรับลูกพลับแล้วถ้าผีโผล่มาตอนที่ป๊ะป๋าไม่อยู่ด้วยยังไงลูกพลับก็กลัวอยู่ดีที่หน้าร้านของเจ๊ง้อบางทีลูกพลับก็เห็นมีผีท่าทางอดอยากชอบมายืนอออยู่หน้าหม้อก๋วยเตี๋ยวเวลาที่พวกนั้นมายืนออที่ร้านเจ๊ง้อก็จะเงียบ ๆ ไม่มีคนเข้าไปทีถ้าป๊ะป๋ามาเห็นป๊ะป๋าก็จะเดินไปตบแสงสีขาวใส่ผีเบา ๆ แบบที่คนอื่นไม่สังเกตเห็นแต่เจ้าผีจะแตกกระเจิงเผ่นหนีไปแล้วทำหน้ามึนเดินเข้าร้านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            จากนั้นร้านก๋วยเตี๋ยวของเจ๊ง้อก็จะเริ่มกลับมาคึกคักมีคนมาซื้อก๋วยเตี๋ยวหลายคน เจ๊ง้อก็เลยชอบป๊ะป๋ามากบอกว่าป๊ะป๋าเป็นตัวเรียกลูกค้า ให้ป๊ะป๋าไปนั่งที่ร้านบ่อย ๆ ต่อให้ไม่อยากทานก๋วยเตี๋ยวก็ให้มานั่งดื่มน้ำเปล่าก็ยังดี

             

            “ลูกบอลจิ๋วในข้องของป๊ะป๋าไล่ผีได้เหรอครับ”

            ลูกพลับซักตาแป๋วแอบไม่อยากให้ป๊ะป๋าเอาข้องให้เจ๊ง้อแล้ว เอามาให้ลูกพลับดีกว่าลูกพลับก็ไม่อยากให้พวกผีเข้ามาใกล้เหมือนกันนะ

             

            “ไล่ไม่ได้หรอกครับแต่ก็น่าจะช่วยให้พวกนั้นไม่กล้าเดินผ่านมาใกล้กับร้านเจ๊ง้อได้” ไตเติ้ลบอกลูกชาย

             

            อันที่จริงการใส่พลังของตนเองลงไปในข้องอันจิ๋วนี้ภานุวัฒน์ได้แรงบันดาลใจ...

            ลอกเลียนแบบวิธีการมาจากกระจกกัดลายของคุณน้องนัทญาติผู้น้องคุณสุกัญญาบานนั้น

             

            ไตเติ้ลคิดว่าถ้าลองใส่พลังของตนเองลงไปในสิ่งของเหมือนอย่างที่คุณน้องนัททำพวกผีจะเผ่นหนีแตกกระเจิงไปหากเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ เหมือนอย่างกระจกกัดลายอันนั้นแต่พอทำแล้วถึงได้รู้ว่าพลังของเขากับคุณน้องนัทคนนั้นต่างกันอย่างสุดขั้วคนละแบบกันเลย

             

            พลังของคุณน้องนัทเป็นสีทองที่ค่อนข้างร้อนและเผาไหม้หากพวกผีเข้ามาใกล้จะร้อนเหมือนถูกไฟเผาและถ้าหากยังฝืนเข้าไปใกล้ก็อาจจะถูกเผาทำลายวิญญาณให้แตกเป็นเสี่ยง ได้จริง ๆ ผิดกับพลังของไตเติ้ลที่ถึงแม้จะเป็นสีขาวสว่างเจิดจ้าสุดๆ แต่อย่างมากก็ทำได้แค่ทำให้พวกผีแสบตา...

            เอ่อ...พูดให้หรูนิดหนึ่งก็แล้วกันว่าเป็นพลังที่เน้นป้องกันมากกว่าทำลายเหมือนอย่างแสงสีทองของคุณน้องนัท

            บอลแสงที่เห็นว่าเป็นลูกเล็ก ๆ อยู่ในข้องอันจิ๋วนี่น่ะหากเป็นในสายตาของผีแล้วมันจะสว่างเจิดจ้ามาก ๆ จนไม่ชวนให้วิ่งเข้ามาหาแล้วถ้าหากมีเจ้าผีดวงซวยที่ไหนจะยังเผือกเข้ามาใกล้ แสงสีขาวที่เจิดจ้าในข้องเล็กๆ ก็จะมีแรงผลัก... เอาตรง ๆ ก็แรงถีบที่จะถีบผีกระเด็นออกไปให้ไกลจากหน้าร้านของเจ๊ง้อได้

             

            เอาเถอะพลังอาจจะไม่รุนแรงแบบของน้องนัทคนนั้นก็ดีแล้วไตเติ้ลก็ใช่ว่าอยากจะทำร้ายใครต่อใครไปทั่วต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นผีก็ตามอย่างไรเสียแค่ถีบผีออกไปจากหน้าร้านเจ๊ง้อได้แค่นั้นก็พอเขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพาลูกพลับแวะไปนั่งดื่มน้ำแถวนั้นบ่อย ๆ ด้วย

             

            เสร็จจากการเลือกซื้อของขวัญให้ใครต่อใครแล้วไตเติ้ลก็พาลูกพลับไปซื้อของขวัญปีใหม่ให้กับเพื่อนๆ แก๊งแข่งรถแถวตลาดด้วย

     

            การสอนให้เด็ก ๆ รู้จักแบ่งปันให้ของขวัญกันและกันตามเทศกาลเด็กก็จะได้เรียนรู้ถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่จะแบ่งปันความสุขให้คนอื่นซึ่งลูกพลับก็เลือกที่จะซื้อรถของเล่นให้เพื่อน ๆ แบบเดียวกันหมดเลยเพื่อป้องกันปัญหาแย่งรถกัน

     

            แต่ถึงอย่างนั้นเด็กชายก็เลือกสีให้แตกต่างกันตามแต่ความชอบของเพื่อนแต่ละคนให้ทุกคนรู้สึก

             

            ดีใจที่ได้ของขวัญเป็นของตัวเอง.


    [1] 7-11 ในยุคแรกเริ่มไม่มีพวกขนมจีบซาลาเปานะคะโปรดักส์หลัก ๆ จะเป็นสเลอปี้ แฮมเบอรเกอร์ บิ๊กไบค์ (ชีสไบท์มาทีหลัง)ที่ใส่ขนมปังฮอทด็อกและมีถาดใส่ผักให้เติมผักใส่เองได้ (ชั้ลคิดถึงถาดผัก 7-11มากบางทีก็ไปซื้อไบค์ ๆ เพื่อแค่จะได้คีบผักมากิน) และใช่ค่ะ บิ๊กไบค์ของ 7-11ในยุคนั้นจะมีคนบางส่วนที่ทานเสร็จปุ๊บจะต้องปวดท้องถ่ายท้องทันที (ไม่ได้ถึงขนาดท้องเสียนะ) ซึ่งไรต์ก็เป็นหนึ่งในนั้นทำเอาไม่กล้าทานพวกไบค์ ๆ ของ 7-11 ไปหลายปีเลยค่ะจนชัวร์ว่าคนรอบข้างทานกันแล้วทุกคนโอเคนะ ถึงค่อยกล้าซื้อทาน 5555+

    [2]พัดร่มตกแต่งบ้าน เป็นเคล็ดที่แค่เคล็ดเท่านั้น เวลาเรามองร่ม มองเปลือกหอยที่จัดไว้สวยๆ เราจะนึกถึงความเย็น ความร่มรื่น ของพวกนี้พอนำไปตกแต่งบ้านจึงเป็นเคล็ดสื่อถึงความร่มเย็นให้คนในบ้านรู้สึเย็นตา เย็นใจ ร่มรื่น แต่หากวางเอาไว้แล้วคนในบ้านใจไม่เย็นคุยกันแต่ละทีก็ตะโกน ตวาดด่าใส่กัน อันนั้นต่อให้ไปนอนริมหาดมีร่มบังสวย ๆแต่มันก็ร่มเย็นไม่ได้ เป็นแค่เคล็ด แต่ชีวิตจริงจะเป็นอย่างไรนั้นล้วนขึ้นอยู่กับความคิดและพฤติกรรมของคนเคล็ดพวกนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลยค่ะ (แต่มันก็สวยดีนะ มีแต่งบ้านไว้ 555+)

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K! ที่คุณอ่าน