Low Class Universe - LCU

    20. PALMER46 : END CODE

    PALMER46: END CODE

             

              แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านบางเบาในห้องพักของปาล์มสาดกระทบใบหน้าเขาอย่างนุ่มนวล ปลุกให้เขาตื่นจากการนอนหลับ ปาล์มค่อยๆยกมือฝนที่กอดเขาแน่นไว้หลับสนิทออกอย่างเบามือ เขาลุกขึ้น เดินอย่างเงียบเชียบออกจากห้องและมุ่งหน้าไปยังห้องยิมของเขา

     

              เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ก้องในพื้นที่ ปาล์มเริ่มต้นวันด้วยการวอร์มร่างกายเขาดึงข้อด้วยความชำนาญ ตามด้วยวิดพื้นและดีฟบริหารกล้ามเนื้อร่างกายเขาแข็งแรงและเคลื่อนไหวด้วยความมั่นคงในทุกท่วงท่าภาพของชีวิตปัจจุบันในฐานะสามีธรรมดา ดูไม่ต่างจากใครหลายๆ คน แต่ในขณะที่กล้ามเนื้อเขากำลังทำงานเต็มที่ความคิดของเขากลับถูกดึงย้อนกลับไปยังอดีตที่ยากจะลืมอดีตที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานในโลกที่เต็มไปด้วยความตายและการล้างแค้น

             

            บทแห่งอดีต

             

            ปาล์มเคยเป็นแค่ชายธรรมดามีชีวิตเรียบง่ายจนกระทั่งอาย หญิงสาวที่เขารักอย่างหมดหัวใจเข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขา พวกเขามีความสุขด้วยกันจนกระทั่งวันหนึ่งอายถูกพวกอันธพาลลูกชายของหัวหน้า FIBสังหารอย่างโหดเหี้ยม ความโกรธแค้นทำให้ปาล์มลุกขึ้นล้างแค้นเขาสังหารคนเหล่านั้นทั้งหมดแต่ผลที่ตามมาคือการถูกหมายจับและกลายเป็นเป้าหมายขององค์กร FIB


            เมื่อชีวิตเขามาถึงทางตันแคร์ หญิงปริศนาได้ช่วยชีวิตเขาไว้และฝึกฝนเขาอย่างเข้มงวดปาล์มเติบโตเป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจที่ทำงานให้แคร์ ขณะเดียวกันก็ได้พบรักกับเจนลูกสาวของแคร์ ความรักของพวกเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่น

             

            ปาล์มเจอศัตรูมากมายตั้งแต่ผู้ใช้เวทมนตร์มนุษย์ดัดแปลง จนถึงการต่อสู้ครั้งสำคัญในกรุงเทพฯ ที่เขาสังหารผู้นำเผด็จการแต่การต่อสู้ครั้งนั้นทำให้เขาสูญเสียแคร์และเจนไปความเจ็บปวดครั้งที่สองทำให้จิตใจของเขาพังทลาย เขาลี้ภัยไปยังเมืองเล็กๆ ในภาคใต้และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความโกลาหล

     

              หลังจากการพบเจอกับ CODE2 ลูกศิษย์ผู้ช่วยดึงเขากลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงปาล์มเริ่มเข้าไปพัวพันในโลกโจรกรรมและปะทะกับศัตรูใหม่ เขาได้พบกับฝนดอกเตอร์สาวผู้เปลี่ยนทิศทางชีวิตเขาอีกครั้ง ท่ามกลางการหลบหนี การต่อสู้และความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น พวกเขาตัดสินใจแต่งงานและสร้างชีวิตใหม่ร่วมกัน

             

            ปัจจุบันเช้าวันที่แสนสดใสในปี 2038

     

            เสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้องในห้องน้ำดังเบาๆฝนกำลังอาบน้ำใต้ฝักบัวด้วยความเพลิดเพลิน สายตาจับจ้องหยดน้ำที่ไหลลงมาตามร่างกายทันใดนั้น ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบปาล์มที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จเดินเข้ามาฝักบัวไอน้ำร้อนยังคงทำให้ห้องอาบน้ำเต็มไปด้วยไออุ่น

             

            “ว้ายจู่ๆ ก็โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลย” ฝนหันมาด้วยความตกใจแต่ไม่มีร่องรอยของความเขินอายบนใบหน้า เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ยิ้มอย่างรู้ทัน

             

            ปาล์มยิ้มมุมปากขณะมองดูเธอ “เธอเริ่มมีพุงแล้วนะ” เขาแซวด้วยน้ำเสียงกึ่งจริงกึ่งเล่น

             

            ฝนยกมือจับหน้าท้องตัวเองโดยอัตโนมัติ“ไหน ไม่เห็นมีเลย” น้ำเสียงของเธอทั้งแปลกใจและไม่ยอมรับในคำพูดของเขา

             

            ปาล์มขยับเข้าใกล้เล็กน้อยน้ำไหลตามร่างกายที่เปียกชื้นของเขา “จริงๆ นะ เธอน่าจะมาออกกำลังกายกับฉันบ้างหุ่นจะได้ฟิตเฟิร์ม”

             

            ฝนหยุดน้ำจากฝักบัวหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดผมพลางหันมาหาเขา “ไม่เอาอะ ขี้เกียจ ทำไมล่ะ ที่รักไม่ชอบเหรอ”เธอถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

             

            ปาล์มหัวเราะเบาๆก่อนตอบ “เปล่า ฉันแค่แนะนำนะ ต่อให้เธอจะเป็นยังไงฉันก็รักอีกอย่าง...พุงนั้นก็ดูนุ่มนิ่มดีนะ” เขาหยอกล้อพร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยน

             

            ฝนมองเขาพร้อมหัวเราะเบาๆ“แหม ปากหวาน ฉันไปทำอาหารเช้ารอนะ” เธอเอ่ยพลางคล้องผ้าขนหนูและเดินออกจากห้องน้ำ

             

            หลังจากอาบน้ำเสร็จปาล์มเช็ดตัวและเดินตามกลิ่นหอมที่โชยมาจากครัว เขาเห็นฝนยืนอยู่หน้าเตาเธอกำลังทำอาหารในสภาพที่ไม่สวมเสื้อผ้าใดๆ เลยความสง่างามของเธอทำให้ปาล์มหยุดชะงักอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยิ้มมุมปากและเดินเข้าไปหา

             

            เขาโอบกอดเธอจากด้านหลังแนบชิด“นี่เธอจะยั่วฉันทุกเช้าแบบนี้ไม่ได้นะ เธอก็รู้นี่ว่าฉันมันโดนยั่วง่าย”เสียงของเขาทั้งแซวทั้งจริงจัง

             

            ฝนยิ้มขำพลางหันมามองเขาเล็กน้อย “แล้วมันได้ผลไหมล่ะ”

             

            ปาล์มหัวเราะเบาๆ“ได้สิที่รัก แต่เธอรีบไปใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะ มอสส่งข้อความมาว่าจะมานะ”

             

            ฝนหัวเราะพร้อมพยักหน้า“จ้าๆ เดี๋ยวไปใส่เดี๋ยวนี้เลย” เธอวางตะหลิวลงและเดินออกจากครัว

             

            ไม่นานหลังจากนั้นฝนกลับมาด้วยชุดลำลองเรียบง่ายและนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับปาล์มทั้งคู่พูดคุยและหัวเราะขณะรับประทานอาหารเช้าร่วมกันบรรยากาศอบอุ่นจนกระทั่งเสียงรถยนต์ที่จอดหน้าบ้านดังขึ้น

             

            ปาล์มลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินไปเปิดประตูดูเขาเห็นมอสเพื่อนเก่าของเขาลงจากรถคันหรู

             

            “รถสวยนี่”ปาล์มเอ่ยพลางพิจารณารายละเอียดของรถ

             

            “BMW M8 Competition”มอสตอบพร้อมรอยยิ้มภูมิใจ

             

            “ดูน่าจะแรงมาก”ปาล์มพูดขณะเดินเข้าไปใกล้รถ

             

            “ราคาก็แพงมากเช่นกัน”มอสตอบพร้อมหัวเราะ “แกขอของจากฉันแต่ละอย่าง ทำเอาต้องเช็ดเหงื่อเลย”เขาหยิบกุญแจรถโยนให้ปาล์ม

            มอสจุดบุหรี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“จะไปเที่ยวไหนก็ระวังตัวหน่อย แกก็รู้นี่ว่าพวก KITTITECHยังตามล่าแกกับเมียแกอยู่ สามปีมานี้พวกมันไล่ถามชาวบ้านไปทั่วดีนะที่ทุกคนช่วยกันปิดเรื่องแกไว้”

             

            ปาล์มพยักหน้าช้าๆน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขอบคุณ “อืม ฝากขอบคุณทุกคนด้วยนะ”

             

            ฝนที่กำลังจัดโต๊ะอยู่หันมายิ้มพร้อมเสนอ“ชวนเพื่อนมากินข้าวก่อนสิ”

             

            ปาล์มหันมามองมอสและพยักหน้าเชิญชวน“เข้ามากินข้าวก่อนสิ ฝีมือเมียฉันอร่อยที่สุดในโลกเลยนะ”

             

            มอสหัวเราะเบาๆก่อนเดินตามเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับทั้งสอง บรรยากาศที่โต๊ะอาหารอบอุ่นและผ่อนคลาย

             

            เมื่อได้ลองชิมอาหารมอสเอ่ยขึ้นอย่างติดตลก “อืม อร่อยดีนะ เธอใช่สารเคมีอะไรทำนะ”

             

            ฝนหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนเอียงคอด้วยความงุนงง“เอ๋ สารเคมีเหรอ”


            มอสหัวเราะออกมา“หยอกเล่นน่ะ ก็แค่คิดว่าเธอเป็นถึงดอกเตอร์ที่พวก KITTITECH ตามล่าหมายหัว แต่กลับมาเป็นแม่บ้านให้ไอ้ฆาตกรปาล์มได้นี่น่าสนใจดี”

             

            ปาล์มขมวดคิ้วและตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ฉันไม่ใช่ฆาตกรนะ ไม่ชอบให้เรียกแบบนั้นเลย”

             

            มอสยกคิ้วขึ้นพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ “แล้วจะให้เรียกอะไรดีล่ะ PALMER46นักฆ่าสุดโหดเหี้ยมเหรอ”

             

            ปาล์มถอนหายใจลึก“เลิกนานแล้วนะ แค่ปาล์มพอ ตอนนี้ฉันคือปาล์มเท่านั้น”

             

            มอสเอนตัวพิงเก้าอี้หลังจากตักอาหารคำสุดท้ายเข้าปากเขาพูดด้วยน้ำเสียงติดล้อเล่น “ครับๆ ปาล์มก็ปาล์ม แล้วนี่จะไปเที่ยวไหนกันเหรอ เห็นให้ฉันหารถให้แถมน้ำมันเต็มถังอีก”

             

            ฝนชะงักหันมามองปาล์มด้วยความสงสัย“เที่ยวเหรอ”

             

            ปาล์มยักไหล่พลางหันมายิ้มให้เธอ“ไม่รู้สิ พอจะแนะนำได้ไหม อยากพาเมียออกไปเที่ยวบ้างนะ”


            ฝนยิ้มกว้างดวงตาเป็นประกาย “จริงเหรอ”

             

            มอสพยักหน้ารับ“จะให้แนะนำก็ได้อยู่”

             

            ฝนรีบพูดขึ้นก่อนมอสจะเอ่ยต่อ“ขอที่ที่สงบๆ คนไม่เยอะได้ไหม”

             

            ทั้งสามนั่งคุยกันต่ออีกพักใหญ่มอสแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเงียบสงบที่เขาเคยไปมา ปาล์มและฝนฟังอย่างตั้งใจพลางจดจำชื่อสถานที่เหล่านั้น

             

            หลังจากมอสกินอิ่มเขาวางช้อนลงพร้อมกับเอ่ยด้วยความพอใจ “อาหารอร่อยมากเลยฝีมือแม่บ้านดอกเตอร์ไม่ธรรมดาจริงๆ ขอบคุณนะ”

             

            ปาล์มหัวเราะพร้อมกับยักไหล่“ยินดีเสมอ แล้วจะรีบไปไหนล่ะ”

             

            มอสลุกขึ้นพลางยิ้ม“ฉันไปก่อนนะ มอไซค์อยู่หลังบ้านใช่ไหม นายคงไม่อยากให้ฉันเดินกลับใช่ไหมล่ะ”

             

             

            ทั้งสามหัวเราะร่วมกันก่อนมอสเดินออกไปทิ้งปาล์มและฝนไว้ในบ้านที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศของการเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใสเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังขึ้นจากด้านหลังบ้าน ก่อนจะค่อยๆ ห่างไกลออกไป ปาล์มมองหน้าฝนที่กำลังยิ้มอยู่ข้างๆแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ไปเก็บของเถอะ จะได้ออกเดินทางกัน”

             

            ฝนพยักหน้าอย่างตื่นเต้น“ได้”

             

            ฝนเดินออกมาจากบ้านในชุดสวยหิ้วกระเป๋า 2 ใบและสะพายอีก 1 ใบปาล์มที่นั่งอยู่ในรถมองไปที่เธอและออกจากรถไปช่วยเธอใส่กระเป๋าลงในท้ายรถ

             

            ปาล์มยิ้มขำ“เราแค่ไปเที่ยวนะ เธอเอาของไปเยอะเกินไปไหม”

             

            ฝนตอบกลับอย่างไม่แยแส“ไม่เห็นเยอะเลย ไหนของนายล่ะ”

             

            ปาล์มยกกระเป๋าของเขาให้ฝนดูพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย “นี้ไง ฉันเอาไปแค่เสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นเอง”

             

            ฝนยักไหล่“ก็ชุดฉันไม่เยอะนิ ไม่ว่าจะตัวไหนก็อยากใส่เลยเลือกมาเยอะหน่อย”


            ปาล์มเดินกลับไปที่ที่นั่งคนขับและรอ“จ้าๆ เข้าใจแล้ว”

             

            ฝนปิดท้ายรถแล้วเดินมาเปิดประตูคนขับ“ที่รัก ฉันขอขับนะ”

             

            ปาล์มขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดอย่างขำๆ“เธอไปนั่งเฉยๆ สบายๆ ไม่ดีกว่าเหรอ”

             

            ฝนยิ้มพลางจับไหล่ปาล์มอย่างออดอ้อน“ที่รัก ฉันอยากขับ”

             

            ปาล์มยักไหล่ “ตามธรรมเนียมผู้ชายต้องขับสิ”

             

            ฝนไม่ยอมง่ายๆจึงพูดด้วยน้ำเสียงดื้อๆ พร้อมจับไหล่ของปาล์มให้หันมามอง “ที่รักชั่งหัวแม่งธรรมเนียม อย่าให้ต้องพูดอีก”

             

            ปาล์มทำท่าทางยอมแพ้และยิ้ม“ค้าบๆ ยอมแล้ว”

             

            ฝนเหยียบคันเร่งให้รถวิ่งออกไปด้วยความเร็วเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นขณะที่พวกเขามุ่งหน้าไปยังสถานที่แรกในแผนการท่องเที่ยวของวัน—สวนทุ่งทานตะวันปาล์มไม่พลาดที่จะหยิบกล้องออกมาถ่ายรูปฝนที่ยืนท่ามกลางทุ่งทานตะวันที่สวยงามเสียงกล้องคลิกดังขึ้นระหว่างที่เขากดชัตเตอร์หลายๆ ครั้ง


            ปาล์มยิ้มให้ฝน“ที่รักสวยมากเลย”

             

            ฝนยิ้มกว้างขณะหันมามองกล้อง“จริงเหรอ”

             

            หลังจากนั้นพวกเขาเดินทางไปยังอุทยานธรรมเขานาในหลวงที่นี่มียอดเจดีย์ 9 ยอดให้พวกเขาขึ้นไปกราบสักการะฝนเริ่มเหนื่อยตั้งแต่ยอดที่ 2 และแสดงท่าทีไม่อยากเดินต่อแต่สุดท้ายก็ไม่ยอมแพ้

             

            ฝนทำหน้าเบื่อหน่าย“ฉันเหนื่อยแล้วนะ นี้พึ่งจะแค่ยอดที่ 2 เอง”

             

            ปาล์มหัวเราะเบาๆ“เอาไง จะไปต่อหรือพอแค่นี้”

             

            ฝนมองเขา“ที่รัก ให้เค้าขี่หลังพาขึ้นไปหน่อย”

             

            ปาล์มยิ้มแห้งๆ“เอาจริงดิ” เขายิ้มแห้งก่อนที่ฝนจะขี่หลังปาล์มเพื่อขึ้นยอดเจดีย์ที่เหลือหลังจากที่ขึ้นถึงยอดสุดท้าย ฝนก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองและบอกกับปาล์ม“ดีใจจังที่ขึ้นมาได้”

             

            จากนั้นพวกเขามุ่งหน้าไปที่น้ำตกดาดฟ้าที่มีความสวยงามและเงียบสงบ ฝนบอกว่าอยากขึ้นไปให้ถึงชั้น 8ซึ่งสูงที่สุด ทำให้ปาล์มต้องขี่หลังพาเธอไปอีกครั้ง


            “อยากถึงชั้น8 เลยเหรอ” ปาล์มถาม

             

            ฝนยิ้ม “ใช่”

             

            หลังจากพวกเขาทำตามความท้าทายที่น้ำตกดาดฟ้าเสร็จพวกเขาก็ไปที่สะพานแขวนเขาพังเพื่อชมพระอาทิตย์ตกพวกเขาถ่ายรูปด้วยกันและมีช่วงเวลาที่ดีมากแต่พวกเขาก็เริ่มรู้ตัวว่าเวลาผ่านไปเร็วเกินไปจนเกือบหาห้องพักไม่ได้ในตอนกลางคืน

             

            เช้าวันถัดมาพวกเขาไปที่เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชชประภาและเช่าเรือไปชมธรรมชาติที่นั่นภูเขากลางน้ำและท้องฟ้าที่แจ่มใสเป็นภาพที่สวยงามจริงๆพวกเขานั่งเรือไปชมความงามของธรรมชาติอย่างเพลิดเพลิน

             

            ตอนเย็นฝนรู้สึกหิวและตัดสินใจไปที่ร้านอาหารของที่พักฝนสั่งอาหารมามากมายและบอกกับปาล์มว่าอยากกินทั้งหมด

             

            ฝนยิ้มพร้อมกับยกเมนู“สั่งเถอะ ที่รัก ฉันอยากกินมากๆ”

             

            ปาล์มมองไปที่อาหารที่สั่งมากมาย“เธอแน่ใจนะว่าจะกินหมด”

             

            ฝนตอบอย่างมั่นใจ“แน่นอน อยากลองทุกอย่างเลย”

             

            แต่สุดท้ายฝนกินไม่หมดจริงๆและมองไปที่ปาล์มด้วยสายตาที่อ่อนล้า “ที่รัก เธอกินให้หมดนะ เสียดายเงิน”

             

            ปาล์มเริ่มทานอาหารที่เหลืออยู่อย่างไม่ค่อยเต็มใจและอิ่มสุดๆ ขณะที่ฝนมองไปที่เขาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

             

            เช้าวันต่อมา ฝนตื่นแต่เช้าเพราะอยากเล่นน้ำปาล์มที่ยังนอนอยู่ก็ได้ยินเสียงเธอลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปที่ระเบียง

             

            ฝนหันมาบอกด้วยรอยยิ้ม“เธอเค้าขอใส่ Bikini เล่นน้ำนะ”

             

            ปาล์มยิ้มขำๆแต่ก็แกล้งทำหน้าดุ “มันโป๊เกินไปไหม”

             

            ฝนยิ้มหวานและเดินไปหยิบชุดว่ายน้ำ“น๊าที่รัก น๊า”

             

            ปาล์มยิ้มอย่างยอมแพ้“ก็ได้ๆ เอาเถอะ”

             

            ฝนเปลี่ยนชุดแล้วเดินลงน้ำท่าทางของเธอเต็มไปด้วยความสดใสและมีความสุข ปาล์มนั่งดื่มน้ำส้มอยู่ที่โต๊ะมองฝนเล่นน้ำอย่างเพลิดเพลิน

             

            เขาหัวเราะในใจแต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ปาล์มถอดเสื้อออกแล้วกระโดดตามฝนลงไปในน้ำ ปาล์มจับฝนหมุนตัวในน้ำและทำท่ากวนๆฝนหัวเราะออกมาด้วยความสุข

             

            หลังจากพักเที่ยวรอบๆและถ่ายรูปที่หินพัด พวกเขาก็เตรียมเดินทางกลับบ้าน ก่อนกลับปาล์มและฝนแวะเวียนไปที่วัดพระบรมธาตุไชยาเพื่อทำบุญและขอพรด้วยกันในวันที่อากาศร้อนจัด

             

            ปาล์มทิ้งคำพูดไปด้วยเสียงเหนื่อยจากความร้อน“อากาศวันนี้ร้อนจังเลย”

             

            ฝนที่กำลังเดินข้างๆหันมาทำหน้าเฉยๆ พร้อมกับพูดอย่างขำๆ “ก็นายมันพวกคนบาปนิ เขาวัดก็ร้อนเป็นธรรมดา”

             

            ปาล์มยิ้มขำๆ“เหรอ ก็ไม่เถียง” แล้วก็เอ่ยถามด้วยความคิดถึงเรื่องอนาคต“เธอคิดว่าเราน่าจะย้ายบ้านไปอยู่ที่ไหนสักแห่งดีไหม”

             

            ฝนหันมามองเขาด้วยความสงสัย“เอ๋ ทำไมเหรอ”


            ปาล์มที่คิดเรื่องนี้มานานแล้วอธิบายไปด้วยความตั้งใจ“ก็เธอเคยบอกว่าที่เราอยู่มันไม่ค่อยปลอดภัยนิฉันเลยคิดว่าเราอาจไปซื้อบ้านที่ไหนสักที่ บนภูเขาข้างน้ำตกหรือริมชายหาดสักที่หนึ่ง แล้วก็มีลูกกันสัก 2 คน”

             

            ฝนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มตอบ“ก็ดีนะ ที่ริมชายหาดเป็นไง มันทำให้นึกถึงตอนที่เราจีบกันแรกๆดีเอาเป็นบ้านริมหาด สัญญานะว่าเราจะไปอยู่ที่นั้นด้วยกัน”

             

            ปาล์มยิ้มรับพร้อมพยักหน้า“ได้สิ ฉันสัญญา”

             

            ปาล์มขนกระเป๋าเข้าบ้านอย่างเงียบๆเขาหันไปมองฝนที่เดินกลับเข้าห้องนอนพร้อมกับท่าทางเหนื่อยล้าเขายิ้มให้กับตัวเองก่อนจะเก็บกระเป๋าเข้าบ้าน

             

            จากมุมมืดที่ห่างออกไปไม่ไกลใครบางคนกำลังจับตามองปาล์ม

     

              วันถัดมาช่วงบ่าย

             

            เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นปาล์มเดินไปที่ประตูและเปิดออกด้วยท่าทางผ่อนคลายท่ามกลางแสงแดดที่ส่องเข้ามาอย่างอบอุ่นมอสยืนอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความสนิทสนม


            “ไงไปเที่ยวมาเป็นไงบ้าง” มอสถามด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย

     

            ปาล์มยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะตอบ “ก็สนุกดี มีอะไร”

     

            มอสไม่ตอบคำถามทันทีเขายืนมองไปข้างในบ้านเหมือนกับกำลังหาใครบางคนก่อนจะถามขึ้นอีก “เมียนายตื่นยัง”

     

            ปาล์ม “อยู่ในห้องน้ำนะ”

     

            มอสพยักหน้าก่อนจะพูดต่อ “ไปนั่งรถเล่นกันหน่อยไหม เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยด้วย”

     

            ปาล์มขยับปากปฏิเสธทันที“ไม่เอาอะ ขี้เกียจ มีอะไรก็คุยตรงนี้เลย เมียฉันไม่รู้จะให้ออกไปไหม”

             

            มอสเขาแค่เลิกคิ้วขึ้นนิดๆก่อนที่จะกระซิบบอก “มีคนของ KITTITECH มาติดต่อฉันเรื่อง BioLink และเมียนาย”

     

            ปาล์มสีหน้ากระตุกนิดหนึ่ง“พวกมันรู้ว่านายรู้จักฉันเหรอ”

     

            มอสถอนหายใจเบาๆ “สายสืบของพวกมันดีใช้ได้ เราจะคุยกันตรงนี้ก็ได้แต่นายคงไม่อยากให้เมียนายได้ยินชื่อนั้นอีกใช่ไหม”

             

            ปาล์มมองไปทางประตูบ้าน เหมือนเขากำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะตะโกนเสียงดัง “ที่รัก เค้าออกไปข้างนอกกับมอสนะ”

             

            เสียงฝนดังตอบจากภายห้องน้ำ “จะไปไหนกัน”

     

            ปาล์มยิ้มขี้เล่นและตอบ“ออกไปข้างนอกนะ แป๊บหนึ่ง”

     

            มอสยิ้มบางๆและกระซิบ “บอกว่าไปช่วยฉันยกของก็ได้”

     

            ปาล์มขมวดคิ้วนิดๆแต่ไม่คิดจะถามอะไร เขาตอบเสียงเรียบ “ไปช่วยมอสขนของนะ พอดีมันสั่งสินค้ามาเยอะและแต่ละลังก็หนักด้วย คือ”

     

            มอสกระซิบบอกอีกครั้ง“พอแล้วน่า จะใส่รายละเอียดไปไหน มันมีพิรุธ”

     

            ฝนตะโกนมาจากภายในห้องน้ำอีกครั้ง“กลับก่อนฟ้ามืดนะ”

     

            ปาล์มตอบรับเสียงหวาน“จ้าที่รัก”

             

            เมื่อปาล์มขึ้นรถไปกับมอสและรถขับออกไปฝนยังคงนั่งอยู่ในห้องน้ำ ใจของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเธอเพิ่งตรวจครรภ์และผลออกมาเป็นบวก—เธอกำลังท้องความดีใจแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเธอจนเผลอตะโกนออกไปด้วยความตื่นเต้น

             

            "ที่รักเค้าท้องแล้ว"แต่ทันทีที่พูดออกไป เธอก็ลืมไปว่าปาล์มออกไปข้างนอกกับมอสแล้วฝนขำกับตัวเองและพึมพำเบาๆ "ลืมไปว่าออกไปข้างนอก รอกลับมาแล้วเซอร์ไพรส์ดีกว่าเขาจะทำหน้ายังไงนะ"

             

            ขณะที่ฝนยังคงนั่งคิดถึงวิธีเซอร์ไพรส์ปาล์มในหัวมอสที่ขับรถอยู่หันมองไปที่ปาล์มและพูดขึ้นด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความขบขัน"มึงนิกลัวเมีย ทำเสียระบบหมด นี้เหรอ PALMER46 นักฆ่าผู้มีค่าหัว 30 ล้าน"

             

            ปาล์มขมวดคิ้วเล็กน้อยและตอบกลับอย่างใจเย็น"ไม่ได้กลัวสักหน่อย แค่ให้เกียจติเฉยๆ"

             

            มอสยิ้มขำ"ดูยังไงก็กลัววะ ผิดหวังจริงๆ"

             

            ปาล์มยักไหล่และพูดด้วยเสียงเรียบๆ"จะมาหวังอะไรจากฉันวะ มาเข้าเรื่องสักทีเถอะ"

             

            มอสกลับมาเป็นจริงจังอีกครั้งและเริ่มพูดถึงเรื่องที่เขาต้องการคุย"โอเค เรื่อง BioLink นะฉันพยายามขายแล้วแต่ก็ไม่มีใครกล้าซื้อเลย เพราะกลัวมีปัญหากับ KITTITECH"

             

            ปาล์มหรี่ตามองมอสและถาม"ทำไม แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน"

             

            มอสอธิบายต่อ"พวก KITTITECH มันคิดว่าฉันเป็นแค่นายหน้าแล้ว BioLink อยู่ที่แก มันบอกฉันว่าถ้าแกเอา BioLinkคืนให้พวกมัน พวกมันจะยกเลิกค่าหัวแกและเมียแกให้พวกมันจะเลิกยุ่งกับพวกแก แค่คืน BioLink มันไป"

             

            ปาล์มฟังแล้วนิ่งไปชั่วครู่ก่อนที่จะพูดตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ "เอาสิ เป็นข้อเสนอที่ดีนะ ดีมากด้วย"

             

            มอสหันไปมองปาล์มขณะขับรถสีหน้าของเขาเคร่งขรึม “ตอนนี้ฉันขับรถพาแกไปหาพวกมันเลยก็ได้แต่อยากถามแกก่อนว่าจะไปไหม เพราะฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรแปลกๆ”

             

            ปาล์มมองตรงไปข้างหน้าอย่างเยือกเย็นก่อนตอบ “ไปเถอะ พาอาวุธมาด้วยไหม”

             

            มอสยิ้มบางๆและตอบ “อยู่เบาะหลังนะ เลือกเลย ไม่รู้ว่าพวกมันจะล่อแกออกมาฆ่าไหมก็ไม่รู้เลยเอามาให้แกเลือกเยอะเลย”

             

            ปาล์มหันไปหยิบอาวุธที่เบาะหลังมองดูอย่างละเอียดก่อนเลือกมีดพกขนาดเล็กและปืนสั้นที่คุ้นมือเขาหยิบมันขึ้นมาและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ “ไม่ได้ใช้ของพวกนี้มานานมากแล้วขอให้ไม่ต้องใช้อีกเถอะ”

             

            มอสหัวเราะเบาๆแต่ก็แฝงด้วยความกังวล “ฝีมือแกยังไม่ตกใช่ไหม เพราะถ้าแกตาย ฉันก็ตายแน่”

             

            ปาล์มยิ้มบางๆแต่ไม่หันไปมอง “ไม่ตกแน่นอน...มั่ง”

             

            มอสหันมามองด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย“มั่งเหรอ อะไรคือมั่งวะ”

             

            ไม่นานนักรถของมอสก็มาจอดที่ถนนสายเล็กๆ ทอดยาวผ่านภูเขา มอสชี้ไปที่ภูเขาเบื้องหน้า“พวกมันบอกว่าต้องไปคนเดียว ฉันจะรออยู่ตรงนี้”

            มอสหยิบกล่องเล็กๆออกมาจากกระเป๋า และยื่น BioLink ให้ปาล์ม “เอาไปพวกมันบอกว่าแกต้องเอามาให้ด้วยมือของแกเอง”

             

            ปาล์มรับ BioLinkมาด้วยสีหน้าที่แน่วแน่ เขาพยักหน้าช้าๆ “เข้าใจแล้ว”

             

            ก่อนที่ปาล์มจะลงจากรถมอสพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เห้ย ระวังด้วยถ้ามีอะไรก็พยายามส่งเสียงดังไว้ ฉันจะรีบขับรถเข้าไปช่วย”

             

            ปาล์มหันมามองมอสและยิ้มอย่างเยือกเย็น“ถ้ามีเสียงดังก็รอสัก 5 นาทีแล้วกันเดี๋ยวแกจะเป็นตัวถ่วงเอา”

             

            มอสทำหน้าเบื่อๆแต่ก็พยักหน้า “เออๆ”

             

            ปาล์มเปิดประตูรถและก้าวออกไปท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดเบาๆ และความกดดันที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น เขาจับ BioLink แน่นในมือและเริ่มเดินไปยังภูเขาตามเส้นทางที่มอสชี้ไว้

             

            ปาล์มเดินเข้ามาผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งเสียงของการกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นทุกครั้งที่เขาก้าวเดินไปข้างหน้าตลอดทางที่เขาเดินผ่านต้นไม้สูงและพุ่มไม้หนาทึบจนถึงที่ที่เขาต้องการ—จุดที่มีคนชุดสูท 5คนและรถตู้ 3 คันจอดอยู่

             

            ปาล์มหยุดเดินและมองไปที่คนในชุดสูททั้งห้าก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเย็นชา “คนของ KITTITECHใช่ไหม”

             

            หนึ่งในชายชุดสูทยืนขึ้นและมองปาล์มจากหัวจรดเท้าก่อนจะถามอย่างสงสัย “แกเป็นใครวะ”

             

            ปาล์มมองกลับไปด้วยท่าทีที่มั่นใจและตอบเสียงเรียบ“ฉันคือ PALMER46”

             

            ชายในชุดสูทขมวดคิ้วและหันไปกระซิบกับเพื่อนๆก่อนจะหันมามองปาล์มอีกครั้ง “แกดูไม่เหมือน PALMER46 เลย”

             

            ปาล์มไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเขาเดินไปยังรถตู้ที่จอดอยู่ ขณะที่มือยังถือ BioLink แน่นในมือและมองไปที่ชายชุดสูทที่ยืนอยู่“BioLink จะเอาไหม ที่นี้เชื่อยัง”

             

            คนในชุดสูทพยักหน้าหงึกๆด้วยท่าทางที่ยังคงสงสัย แต่ก็เริ่มเชื่อ “ส่งมันมา”

             

            ปาล์มยื่นมือออกไปและตอบด้วยท่าทีเย็นชา“ตามข้อเสนอที่บอกเพื่อนฉันไว้ใช่ไหม”

             

            ชายในชุดสูทพยักหน้ารับอีกครั้ง“ใช่ตามนั้น ส่ง BioLink มาหัวหน้าพวกเรารอพบแกอยู่ข้างภูเขา”

             

            ปาล์มยื่น BioLinkให้ชายคนนั้นก่อนที่จะเดินไปยังด้านข้างภูเขาตามที่พวกเขาบอกแต่เมื่อถึงจุดที่พวกเขาบอกไว้ เขากลับไม่เห็นหัวหน้าของพวกเขามีเพียงคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่บนโต๊ะเล็กๆ และหน้าจอก็ปรากฏภาพที่ทำให้เขาหยุดชะงัก

             

            เสียงจากคอมพิวเตอร์ดังขึ้นเสียงคุ้นเคยที่ทำให้ปาล์มขมวดคิ้ว “ไง แกเหรอ... คือ PALMER46หน้าตาตอนถอดหน้ากากไม่เหมือนที่คิดเหอะ แกใช่ตัวจริงแน่เหรอ”

             

            ปาล์มยืนนิ่ง“ฉันจำวันที่ต่อยหน้าแกได้ดีเลย”

             

            โปรหัวเราะออกมาจากจอคอมพิวเตอร์“ใช่ๆ แกคือตัวจริง ดอกเตอร์ ศิริรัตน์ เป็นไงบ้างละ”

             

            น้ำเสียงของปาล์มเปลี่ยนไปจากที่เคยเยือกเย็นมาเป็นท่าทางที่เย็นชาและไม่พอใจ“ไม่ใช่เรื่องของแก”

             

            โปรหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่เยือกเย็น "ฉันพึ่งรู้มาว่าพวกแกแต่งงานกันนิ แหม่ๆดีใจด้วยนะ"

             

            ปาล์มขมวดคิ้วมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงหน้าของโปรก่อนจะตอบไปอย่างเยือกเย็น "แล้วข้อตกลงของเราละ"

             

            โปรพูดต่อโดยไม่รีบร้อน"อ่อ ใช่ๆ เรื่องที่จะลบค่าหัวให้พวกแกเหรอ คือมันมีปัญหาอยู่นิดหน่อยนะเรื่องนี้เมียแกคงจะเล่าให้แกฟังแล้วนิ ว่า BioLink นี้มันยังไม่เสร็จและฉันก็ต้องการให้เมียแกมาสร้างมันให้เสร็จ"

             

            ปาล์มหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันทีเขารู้ดีว่าหมายถึงอะไร "เธอไม่อยากไปยุ่งเรื่อง BioLinkและไม่อยากกลับไป KITTITECH หรอก"

             

            โปรยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย"แล้วใครบอกละว่าฉันจะขอ ฉันจะบังคับเธอต่างหาก"


            ปาล์มกัดฟันกรอด"แกพูดบ้าอะไรวะ"

             

            โปรยิ้มอย่างมีชัยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของปาล์มก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "มึงนะโดนหลอกแล้วข้อเสนอนั้นมันไม่มีอยู่จริงหรอก ไอโง่เอ้ย และอีกอย่างนะ ดูนี้สิ"

             

            โปรเปิดภาพของฝนที่สลบอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอข้อมือและข้อเท้าของฝนถูกมัดแน่น พร้อมกับท่าทางที่ดูไม่ค่อยสู้ดี"ตอนนี้กูได้ทั้ง BioLink และได้ผู้สร้างมันมาแล้วส่วนมึงมองไปด้านหลังสิ"

             

            ปาล์มหันหลังไปทันทีขณะที่ชายชุดสูททั้ง 5 คนยืนอยู่ในท่าที่พร้อมจะยิงเขาทุกคนถือปืนพร้อมลั่นไก

             

            ปาล์มตาเบิกกว้างรู้สึกเหมือนถูกตรึงให้ยืนอยู่ตรงนั้น "พวกมึง"

             

            เขาหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างโกรธเกรี้ยวร่างกายสั่นไปด้วยความคับแค้น "หน่อยแหนะ มึง ไอ้สารเลว ไอชั่ว ไอชาติหมากูจะฆ่ามึง กูจะฆ่ามึง"

             

            โปรยิ้มอย่างแสยะร้ายก่อนจะพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อน"ว้ายๆ PALMER46 โกรธแล้วน่ารักจังลาก่อนนะไอต้าว"


            ปาล์มกดสวิตซ์ระเบิดที่แอบแปะไว้ตอนเดินผ่านรถตู้เสียงระเบิดดังกึกก้อง

             

            แรงระเบิดกระแทกจนร่างของชายในชุดสูทกระเด็นไปคนละทิศละทางบางคนล้มลงกับพื้น สะลึมสะลือและมีร่องรอยของความเจ็บปวดจากการถูกแรงระเบิดเล่นงานปาล์มไม่เสียเวลา ใช้จังหวะที่พวกมันกำลังตกใจและสมาธิหลุดจากการระเบิดทันทีที่เห็นโอกาส เขาก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและแทงมีดเข้าไปที่คอของชายคนหนึ่งจนเลือดไหลทะลัก

             

            ไม่รอช้าปาล์มคว้าเอาปืนจากมือชายคนนั้นและกราดยิงไปยังคนที่เหลืออย่างรวดเร็วคนที่ยังเหลืออยู่ถูกยิงจนล้มลงหมดในไม่กี่วินาทีสถานการณ์ทั้งหมดก็ตายเงียบไปภายในฝุ่นควันที่เกิดจากระเบิดและการยิง

             

            ปาล์มหายใจหนักขณะที่เขามองรอบตัวด้วยสายตาเกรี้ยวกราด "ไอพวกเหี้ยเอ้ย..."เขาพูดกับตัวเองด้วยความโกรธจัด ขณะที่ดวงตาก็ยังจับจ้องไปที่ซากของศพที่ถูกเขาฆ่าไป

             

            ทันใดนั้น,เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทิศทางหนึ่งเสียงลมหอบดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นและใบไม้ที่ปลิวกระจายไปทั่วอากาศรอบตัวปาล์มสั่นสะเทือนเหมือนมีอะไรบางอย่างเคลื่อนตัวมาด้วยความเร็วสูง


            หญิงสาวผมสีฟ้าคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนใบไม้และฝุ่นรอบๆ แทบปลิวขึ้นจากพื้น เมื่อถึงที่เกิดเหตุเธอหยุดชะงักและมองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

             

            TOY V.Kหญิงสาวผมสีฟ้าเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ "มาช้าไปเหรอพวกเขาตายหมดแล้ว PALMER46 เจอกันอีกแล้วนะ"

             

            จากนั้นเธอก็ถีบซากรถที่อยู่ข้างๆกระเด็นมาใส่ปาล์ม แต่เขาหลบได้ทันอย่างรวดเร็วหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อรู้สึกถึงแรงที่ซ่อนอยู่ในตัวหญิงสาวคนนี้

             

            "ใครวะ"ปาล์มถามด้วยเสียงเย็นชา ขณะที่ยืนอยู่ในท่าระวังหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความระแวดระวัง

             

            TOY V.K หญิงสาวผมสีฟ้ายิ้มเย็นชาขณะยืนประจันหน้ากับปาล์ม "ลืมกันแล้วเหรอ ฉัน TOY มนุษย์ดัดแปลง ที่คุณเคยช่วยไว้ไง" เสียงของเธอแหบและเย็นชา

             

            ปาล์มมองเธออย่างตกตะลึง"TOYมนุษย์ดัดแปลง แล้วทำไมต้องมาทำร้ายฉันด้วยวะ"

             

            TOY V.K พุ่งเข้าไปต่อยปาล์มทันทีแต่ปาล์มหลบได้อย่างฉิวเฉียด เธอทำหน้าตาเหวี่ยงออก "ทำร้ายเหรอฉันจะฆ่าแกเลยต่างหาก"

             

            TOY V.K พุ่งเข้าไปต่อยปาล์มด้วยความโกรธแต่เขาหลบได้อย่างเฉียบคม "ทำร้ายเหรอ ฉันจะฆ่าแกเลยต่างหาก"เธอพูดด้วยความแค้นเต็มเปี่ยม

             

            ปาล์มยังคงไม่เข้าใจเหตุผล"ทำไม ไม่เห็นเข้าใจเลยทั้งที่ครั้งสุดท้ายที่เจอกันเรายังคุยกันดีแท้ๆ"

             

            TOY V.K เตะเข้าไปแต่ปาล์มหลบได้อีกครั้ง"เพราะนั้นมันก่อนที่ฉันจะรู้ว่าแกมันคือฆาตกรชั่วสารเลวและยังลักพาตัวดอกเตอร์ ศิริรัตน์ไปอีก คนของ KITTITECH บอกฉันมาหมดแล้วและพวกเขาอัพเกรดฉันเพื่อที่จะให้ฉันมาฆ่าแก ตอนนี้ฉันคือ TOY V.K (TOYVersion Kittitech)"

             

            ปาล์มช็อกกับคำพูดของเธอแต่ยังคงพยายามอธิบาย "เธอโดนพวกมันหลอกแล้ว ฉันช่วยดอกเตอร์ศิริรัตน์ต่างหาก ฉันช่วยเธอออกมาจากที่นั้น"

             

            TOY V.K ดีดตัวพุ่งเข้าหาปาล์มและต่อยเขาเต็มแรงจนร่างของเขากระเด็นไปชนกับต้นไม้ "ช่วยเหรอ จากอะไร แกหลอกฉันไม่ได้หรอกฉันจะไม่ฟังที่แกพูดแล้ว ตายซะ"เธอพูดพร้อมกับแรงปะทะที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

             

            ปาล์มล้มลงไปบนพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลจากมุมปาก"เหี้ยเอ้ย" เขาพูดเบาๆ ขณะเช็ดเลือดออกจากริมฝีปาก ก่อนที่ TOYV.K จะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ปาล์มรีบหลบและวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว

             

            เสียงของต้นไม้ที่โดนต่อยจากTOY V.K ดังขึ้นอย่างรุนแรงจนต้นไม้ใหญ่ล้มทับไปทั้งต้นแสดงให้เห็นถึงพลังที่เธอได้รับจากการอัพเกรดของ KITTITECH

             

            ขณะวิ่งหนีปาล์มพึมพำกับตัวเอง "เมื่อกี้ถ้าหลบไม่ทัน ตายแน่..."เสียงหอบหายใจของเขาดังขึ้นขณะวิ่งฝ่าไปในป่า

             

            TOY V.K ชาร์จพลังจากขาของเธอจนมีไฟฟ้าลุกขึ้นมาและพุ่งเข้าหาปาล์มด้วยความเร็วสูงเธอเตะไปที่ตัวปาล์มเบาๆ แต่มันแรงพอที่จะทำให้ปาล์มกระเด็นไปไถลบนพื้นเสียงกระทบกับต้นไม้ดังขึ้น ขณะที่ปาล์มล้มลงบาดเจ็บจากแรงเตะร่างกายเต็มไปด้วยแผลและเลือดที่ไหลออกจากแขนและขาของเขา

             

            "โถ่เว้ย...ไม่ฟังกันเลย... คงโดนควบคุมอยู่สินะ..." ปาล์มพึมพำด้วยความเจ็บปวด"ทำไงดี... เธอกำลังจะฆ่าฉัน"

             

            TOY V.K เดินมาหาเขาช้าๆด้วยท่าทางมั่นใจ มือของเธอเริ่มเปลี่ยนไปเป็นปืนที่ล้ำสมัยพร้อมสายไฟที่ปล่อยออกมาขณะที่เธอชาร์จพลังด้วยร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์"มันไม่เจ็บหรอกน่า... แกจะตายก่อนที่จะรู้สึกอะไรด้วยซ้ำ"เธอพูดเสียงเย็นชา

             

            ปาล์มพยายามที่จะขยับขาของตัวเองเพื่อหนีแต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มากนัก "ไอบ้าเอ้ย ขาขยับสิวะ..."เขาพยายามฝืนยกขาแต่ความเจ็บปวดมันเกินจะทน

             

            TOY V.K หันปืนไปที่ปาล์มและเริ่มชาร์จพลังใกล้เสร็จเต็มที่"ตายซะ"

             

            จู่ๆเสียงของรถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงก็ดังขึ้นและชน TOY V.K จนกระเด็นไปไกลขณะที่ร่างของเธอกระเด็นไปโดนไม้ท่อนหนึ่งที่เสียบทะลุร่างของเธอปาล์มตกใจและหันไปมอง ท่าทางของ TOY V.K ยังไม่ถึงตายแต่เธอขยับไม่ได้และร้องออกมา "ใครวะ"

             

            รถที่ชนTOY V.K หยุดอยู่ข้างๆ และประตูเปิดออกชายที่สวมเสื้อผ้าลำลองท่าทางคุ้นเคยก้าวออกจากรถ มอสยิ้มให้ปาล์มที่นอนอยู่บนพื้น "ตัวอะไรวะนั้น" เขาถามด้วยความสงสัยก่อนจะหันไปมอง TOY V.K ที่ถูกไม้เสียบทะลุร่าง

             

            ปาล์ม"ช่วยที"เขาตะโกนขณะพยายามประคองตัวเองขึ้นไปบนรถด้วยความเจ็บปวดจากแผลที่ได้รับ

             

            มอส"ดีนะมาช่วยทัน" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆก่อนจะช่วยปาล์มขึ้นไปนั่งในรถ

             

            ปาล์ม"โครตช้าเลย ทำอะไรอยู่วะ" เขาพูดอย่างเจ็บปวดขณะที่พยายามตั้งสติและเอามือทาบไปที่แผลที่เลือดไหล

             

            มอสพยุงปาล์มขึ้นนั่งในรถและพูด"แกบอกให้รอ 5 นาทีหลังจากมีเสียงนิเป็นไงละ ฉันเป็นตัวถ่วงไหม"

             

            ปาล์มหายใจหนักขึ้น"ไปเอา BioLink มาอยู่ที่ชายใส่สูท"เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

             

            มอสมองไปที่ปาล์มก่อนถาม"คนไหนวะ"


            ปาล์ม"คนที่โดนมีดปักคออยู่"เขาพูดพร้อมกับชี้ไปที่ร่างของชายในชุดสูทที่นอนตายอยู่

             

            มอสไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่ชายคนนั้นเพื่อเอา BioLink กลับมาในขณะที่ TOY V.K ยังคงอยู่ที่เดิม ขยับตัวไม่ได้มากนัก แต่สายตาของเธอแสดงออกถึงความโกรธที่ไม่มีที่สิ้นสุดมองตามมอสที่ขับรถไปชนเธออย่างไม่ลดละ

             

            TOY V.K พึมพำด้วยเสียงเครียด"พวกแกทั้งหมดต้องตาย ไอพวกชั่ว" เธอพูดออกมาด้วยความโกรธ

             

            มอสรีบวิ่งกลับมาพร้อมกับBioLink และถาม "นั้นหุ่นยนต์เหรอวะ"

             

            ปาล์มหายใจแรงและตอบ"ไม่ใช่... นั้นมนุษย์ดัดแปลง"

             

            มอสมองไปที่ TOYV.K "ก็หุ่นยนต์ไหมวะ"

             

            ปาล์มพูดเสียงเบาและเครียด"จะเหี้ยไรก็ช่างแม่ง... รีบพาฉันกลับบ้านให้เร็วที่สุด"

             

            เมื่อถึงบ้าน ปาล์มเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในสภาพที่เละเทะของบ้านที่ถูกบุกทำลายเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ โกรธจนเลือดลมสูบฉีด เขาเตะทำลายข้าวของไปทั่ว"โถ่เว้ย ทำไมวะ ไอพวกเหี้ยนั้น ไอเย็ดแม่เอ้ย โห้ยยยพวกมันหลอกเรื่องข้อเสนอ และพวกมันจับตัวเธอไป" เสียงโกรธคำรามออกจากปาก

             

            ทันใดนั้น มอสได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเขามองที่หน้าจอแล้วเห็นว่าไม่แสดงเบอร์โทร "ใครโทรมาวะ"มอสสงสัย ก่อนจะกดรับสายและยื่นโทรศัพท์ไปให้ปาล์มอย่างตกใจ

             

            เสียงจากปลายสายคือโปรCEO ของ KITTITECH ที่พูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน"ไง PALMER46 ตอนนี้แกคงจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้าอยู่สินะ"

             

            ปาล์มกำมือแน่นอย่างควบคุมอารมณ์ไม่ได้"ไอสัสหมา มึงเอาเมียกูคืนมา"

             

            โปรไม่สะทกสะท้านตอบกลับอย่างใจเย็น "ใจเย็นก่อนสิ เรามาคุยกันแบบคนมีสติปัญญากันดีกว่าไหม"

             

            ปาล์มตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความโกรธที่เกือบจะควบคุมไม่อยู่"หลังจากที่มึงพึ่งหลอกกูไปเหรอ กูสาบานว่ากูจะฆ่ามึงถ้ากูไม่ได้เมียกูคืนมา"เสียงของเขามีแต่ความโกรธและเต็มไปด้วยคำสาปแช่งที่เตรียมจะล้างแค้นทุกอย่าง

             

            โปรในสายเสียงเย็นชาจึงพูดต่อ“น่าๆ ใจเย็น เหมือนว่าคนของฉันจะเอา BioLink ต้นแบบมาไม่ได้ถ้าสร้างใหม่คงเสียเวลานานมาก เอาแบบนี้ดีไหม แกเอา BioLink มาแลกกับตัวเมียแกฉันจะส่งจุดแลกของให้ โอเครไหม”

             

            ปาล์มกำมือแน่นก่อนที่จะพูดด้วยความเคียดแค้น “คิดว่ากูจะเชื่อมึงอีกเหรอ”

             

            โปร “ก็แล้วแต่เมียแกจะรออยู่ที่นั้นนะ จะเอายังไง”

             

            มอสที่ยืนอยู่ข้างๆรีบพูดแทรกขึ้นมา “ปาล์ม เราไม่มีทางเลือกแล้วนะ นายต้องใจเย็นก่อน”

             

            โปร“เพื่อนแกดูฉลาดดีนะ ม้าขาว ใช่ไหม สนใจมาทำงานฝ่ายการขายให้ฉันไหม”

             

            ปาล์มเริ่มใจเย็นลงเขาตัดสินใจที่จะยอมรับข้อเสนอของ โปร “เอาแบบนั้นก็ได้ฉันจะเอา BioLink ไปแลกกับตัวเมียฉันที่จุดนัด”

             

            โปรรู้ว่าเขาชนะในรอบนี้วางสายอย่างรวดเร็ว พร้อมพูดออกมาสั้นๆ ก่อนจะตัดสายไป “โอเครตามนั้น”

             

            มอสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความจากโปรถูกส่งมาแล้ว พร้อมตำแหน่งจุดนัดพบที่อยู่ห่างออกไปไกลมาก“มันส่งตำแหน่งมาแล้วละ” มอสยื่นโทรศัพท์ให้ปาล์ม

             

            ปาล์มพยักหน้าแล้วเดินตรงไปยังห้องเก็บของที่เขาเคยใช้ซ่อนอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆจากวันวาน เขาหยิบกล่องโลหะใบใหญ่ที่เคยเก็บอุปกรณ์สำคัญและเปิดมันออกกลิ่นของเหล็กและเครื่องมือที่เคยผ่านการใช้งานหลายครั้งลอยขึ้นมาในอากาศปาล์มหยิบเสื้อฮูดสีน้ำเงินที่เต็มไปด้วยรอยเย็บดั่งฝีมือการต่อสู้ในอดีตมันมีร่องรอยที่ไม่สามารถซ่อนความดิบเถื่อนของเจ้าของได้ และหน้ากากไฟ LEDสีน้ำเงินที่ช่วยปกปิดตัวตนในช่วงเวลาที่เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูและเป็นสัญลักษณ์ของเขา

             

            ปาล์มสวมชุดนั้นอีกครั้งเขารู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็น PALMER46 ขณะที่มือของเขาหยิบมีดคาราบิดไทเทเนียม ที่เป็นมีดเล่มโปรด

             

            มอสยิ้มออกมาเมื่อเห็นการกลับมาของPALMER46 นักฆ่าผู้ที่เขาเคยรู้จักในอดีต “โว้ PALMER46 กลับมาแล้ว”

             

            PALMER46 มองมอสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดและมั่นใจก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ไปกันได้แล้ว”

             

            มอสขณะขับรถไปตามเส้นทางเขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย "ว่าแต่ไอ BioLink นั้นทำไรได้นะทำไมพวกมันถึงอยากจะได้กันจัง เหมือนออกญาจะเคยบอก แต่ฉันลืมไปแล้ว"

             

            PALMER46 นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ "นาโนเทคโนโลยีเมื่อฉีดเข้าร่างกาย มันจะเชื่อมต่อกับระบบประสาทและควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกชนิดภายในระยะสายตาผ่านเพียงการคิด"

             

            มอสหันมามองเขาแวบหนึ่งด้วยสีหน้าสนใจ"น่าสนใจดีนิ ให้ฉันใช้มันดีไหม จะได้ช่วยนายสู้กับพวกมันได้"

             

            PALMER46 หันไปมองมอสด้วยสายตาจริงจัง "เมียฉันบอกว่ามันยังไม่เสร็จหากใช้มันจะปวดหัวรุนแรง แล้วก็วิกลจริต รู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตทั่วร่างกายจากนั้นเริ่มมีอาการเกร็งชัก กล้ามเนื้อบิดตัวอย่างเจ็บปวดเส้นเลือดเริ่มแตกจากภายในทำให้เกิดเลือดไหลภายใน ยิ่งนานเข้าเลือดไหลออกจากปาก หูจมูก ตา หัวใจเต้นผิดปกติจนรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดร่างกายจะทนไม่ไหวและเข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว จะตายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงแต่ก่อนจะตายจะต้องผ่านการทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจจากหลอนจนไม่สามารถต้านทานได้"

             

            มอสฟังจบก็หน้าซีดก่อนพูดเบาๆ "เหรอ... แค่บอกว่าใช้แล้วตายฉันก็ไม่ใช้แล้ว"

             

            เสียงเครื่องยนต์ยังคงดังเบาๆขณะที่มอสขับรถพาปาล์มมุ่งหน้าออกจากสุราษฎร์ธานีไปยังกรุงเทพมหานครเวลาล่วงเลยจนท้องฟ้ามืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากเมืองใหญ่ที่ส่องสว่างให้เห็นขอบฟ้าเมื่อใกล้ถึงจุดนัดพบ บรรยากาศก็ดูเงียบงันและกดดันมากขึ้น

             

            PALMER46 มองไปที่ตำแหน่งเป้าหมายก่อนจะหันไปพูดกับมอส "รออยู่ตรงนี้แหละเหมือนเดินรอสัญญาณ"

             

            มอสพยักหน้ารับ"โอเคร" พร้อมกับหยุดรถในตำแหน่งที่พอจะซ่อนตัวจากสายตาของคนอื่น

             

            PALMER46 เดินไปพร้อม BioLink ในมือ ท่ามกลางกองทัพของKITTITECH ที่เตรียมพร้อมทั้งชุดเกราะและอาวุธทันสมัย มีรถถังKTR-1 หนึ่งคันจอดอยู่ข้างๆสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยอำนาจและความตึงเครียด

             

            PALMER46 ยืนตรงมองไปข้างหน้า "ไหนละหัวหน้าพวกแก"

             

            ทันใดนั้นหน้าจอขนาดใหญ่ก็เปิดขึ้นและปรากฏโปรที่นั่งอยู่เบื้องหลังการควบคุมทั้งหมด"กว่าจะมาถึงนะ"

             

            PALMER46 ยังคงยืนมั่นคง สายตาจับจ้องไปที่กองทัพพร้อมคำพูด"กองทัพพวกนี้ไว้ต้อนรับฉันเหรอ"

             

            โปรยิ้มเยาะ"ก็นิดหน่อย แต่ส่วนมากไว้ป้องกันจากพวกบริษัท Ratchaนะ พวกมันเองก็อยากจะได้ BioLink เหมือนกัน"

             

            PALMER46 กำหมัดแน่น รู้สึกถึงความโกรธที่เดือดพล่าน "ไหนเมียฉันละ"

             

            โปร "ไหนBioLink ละ ส่งมันมาก่อนสิ"

             

            PALMER46 กัดฟัน "ไม่ส่งเมียฉันมาก่อน"


            โปรหัวเราะอย่างมีความสุข"นิจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้ฉันฆ่าแกแล้วเอา BioLink มายังได้เลย อย่าต่อรองให้เสียเวลาดีกว่าบางทีฉันอาจจะจ้างแกมาทำงานให้ฉันก็ได้นะ"

             

            PALMER46 ตอบกลับด้วยเสียงแข็ง "มึงไม่รู้หรอกว่ากูเอา BioLink ซ่อนไว้ที่ไหน ไอตอแหล ส่งเมียกูมาแล้วกูจะบอกมึงไป"

             

            โปรเริ่มหยุดหัวเราะและสั่งให้ลูกน้องทำตามคำสั่ง"ได้ เด็กเอาเมียมันให้มันเห็นสิ"

             

            ทันทีที่คำสั่งของโปรออกไปลูกน้องของโปร เปิดท้ายรถตู้เผยให้เห็น ฝน ที่ถูกมัดอยู่ท่ามกลางความมืดของกระสอบดำที่คลุมหัวเธอ

             

            PALMER46 รู้สึกถึงความเจ็บปวดในใจ ขณะเดียวกันก็ต้องรวบรวมสติ"ปล่อยเธอมาสิ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

             

            โปรยิ้มอย่างพอใจพร้อมกับยกมือไหว้"อะอ่า... บอกตรงๆ นะ ฉันกลัวแกจะบิดฉันแล้วฉกทั้งผู้หญิงและBioLink หนีไป ส่ง BioLink มาก่อนแล้วฉันจะปล่อยตัวเธอ ฉันสัญญา ฉันคิดว่าค่อยหาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ไหมก็ได้ขอร้องละ ฉันลงทุนไปกับมันมาก ฉันขอโทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมานะ"

             

            PALMER46 มองไปที่โปร ในใจเริ่มสับสน แต่ในที่สุดก็ใจอ่อน เขาควัก BioLink ออกมาแล้วส่งให้คนของโปรไป "เอาไปสิ"

             

            คนของโปร หยิบBioLink แล้วเดินออกไปจากที่นั้น

             

            PALMER46 มองไปที่โปรแล้วพูดด้วยเสียงเย็นชา "ที่นี้ปล่อยเธอมาได้แล้ว"

             

            ทันใดนั้น ภาพในจอของโปรก็เปลี่ยนไปและเขาหัวเราะอย่างมีความสุข "ฉันมีอะไรอยากให้แกดูวะ"โปรหันกล้องไปที่ ฝน ที่ยังคงโดนมัดและปิดปากอยู่ข้างๆ โปรในตึก KITTITECH

             

            แต่เมื่อทหาร KITTITECH เปิดกระสอบดำที่คลุมหัวของผู้หญิงในรถตู้ สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่ ฝน แต่เป็นตัวหลอก ที่ถูกนำมาแทนที่

             

            โปรหัวเราะลั่น"มึงนิมันโง่จริงๆ เลย โดนกูหลอกอีกแล้ว ที่นี้ฉันก็จะขอชมการประหารชีวิตแกและให้เมียแกดูด้วย"

             

            PALMER46 แววตาเริ่มไร้อารมณ์และเต็มไปด้วยความโกรธ "ทำกันได้นะไอชาติหมา"

             

            ทหาร KITTITECHทุกคนที่อยู่ในที่นั้นพร้อมใจกันเล็งปืนไปที่ PALMER46 ขู่พร้อมที่จะจัดการเขาทุกเมื่อ

             

            PALMER46 ยิ้มเยาะพร้อมกับยก BioLink ขึ้นมาให้เห็น"ยิงมาสิ แต่ระวังจะโดน BioLink นะเพราะที่ฉันให้ลูกน้องแกไป มันคือของปลอม" เขาแสดงให้เห็น BioLink ของจริงในมืออย่างมั่นใจ

             

            จู่ๆ ทหาร KITTITECHคนหนึ่งวิ่งมารายงาน โปร ที่หน้าจอ "ท่านครับ พวกRatcha ส่งกองทัพโดรนติดอาวุธและหุ่นยนต์ทหารมาครับ"

             

            โปรขมวดคิ้ว"หึ มากไหม"

             

            ทหาร KITTITECHรีบตอบ "เยอะมากครับท่าน หลายร้อยเลย เป็นกองทัพเลยครับ"

             

            โปรกลืนน้ำลาย"ไอพวก Ratcha มาจนได้นะ"

             

            PALMER46 ขำหยัน "มึงไม่ต้องไปกลัวพวกมันหรอกเพราะสิ่งที่มึงควรกลัวที่สุดคือกู กูเคยบอกแล้วนิ ว่ากูจะฆ่ามึง"เขาพูดจบแล้วก็ฉีด BioLink เข้าร่างกายทันที

             

            ฝนที่เห็นตกใจอย่างมากเธอไม่คาดคิดว่า ปาล์มจะทำอะไรแบบนี้

             

            โปรเองก็ตกใจสุดๆเห็นท่าทีของ PALMER46 พร้อมกับการกระทำของเขาเขารู้สึกถึงหายนะที่กำลังจะมาเยือน

             

            ทันใดนั้นPALMER46 รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงในหัวใจเขาจับที่หัวใจและเริ่มรู้สึกทรมานอย่างหนักจนต้องนอนลงไปชักดิ้นบนพื้นร่างกายของเขาไม่สามารถทนต่อการทำลายที่เกิดจาก BioLink ได้

             

            ฝนมองด้วยความตกใจรู้สึกถึงความเจ็บปวดของปาล์ม และรู้ว่าเขากำลังตกอยู่ในภาวะที่อันตรายที่สุด

             

            การปะทะระหว่างกองทัพของRatchaและ KITTITECH เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเสียงปืนและระเบิดดังก้องไปทั่ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความสับสนและความตายแต่ในขณะที่การต่อสู้กำลังอยู่ในช่วงวิกฤตที่สุด PALMER46 กลับลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ท่ามกลางความโกลาหลนั้นทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขากลับเงียบลงในทันที

             

            ปืนทุกกระบอกที่ถูกพัฒนามาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหยุดทำงานรถถังKTR-1 และ โดรน ของ KITTITECH ก็หยุดเคลื่อนไหวทันทีเหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ควบคุมพวกมันได้ PALMER46 ที่ฉีดBioLink เข้าไปแล้วสามารถควบคุมอุปกรณ์เหล่านั้นได้ในทันที รถถังของKITTITECH เริ่มหันกระบอกปืนไปที่กองทัพของตนเอง ทหารKITTITECH ถูกยิงจากเครื่องจักรและโดรน

             

            เสียงการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายกลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่น่าขนลุกทหารKITTITECH ทุกคนถูกฆ่าตายอย่างทารุณ โดยที่ไม่สามารถป้องกันตัวได้

             

            ในขณะที่ทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ความมืดมิดมอส ขับรถเข้ามาอย่างเร่งรีบเพื่อรับ PALMER46 ที่กำลังทรมานจากผลกระทบของ BioLink เขาพยายามหาคำตอบจากสิ่งที่เกิดขึ้น

             

            มอส"เกิดอะไรขึ้นวะ"

             

            PALMER46 ที่กำลังดิ้นด้วยความเจ็บปวดก็ตอบด้วยเสียงที่กระเส่า "พาฉันไปพาฉันไป"

             

            มอส"พาไปไหนวะ"

             

            PALMER46 ดิ้นรนตอบออกมาเสียงแหบแห้ง "ไปฆ่ามัน... ไปที่ตึก KITTITECH อ้าาาาา"

             

            มอส หันมามองPALMER46 ด้วยความตกใจ "แกดูแปลกๆ นะ เป็นอะไรไหม"

             

            PALMER46 พูดออกมาด้วยความทรมาน "ไปสิ... เวลามีไม่มากแล้ว...ต้องไปช่วยเธอให้ได้"

             

            มอสขับรถออกไปอย่างเร่งรีบฝ่าทางที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเศษซากของการปะทะ เขากำลังพาPALMER46 ไปที่ตึก KITTITECH เพื่อทำภารกิจสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

             

            การทำลายล้างที่เกิดขึ้นระหว่างPALMER46 กับกองทัพ KITTITECH มาถึงจุดที่ไม่สามารถควบคุมได้ความพยายามของ โปร ที่จะยับยั้ง PALMER46 กลับกลายเป็นการเสริมสร้างความโกลาหลมากขึ้นรถตำรวจที่ได้รับคำสั่งจาก โปร ถูกควบคุมจาก PALMER46 ให้พุ่งไปชนตึกเองจนเกิดระเบิดรถยนต์ทั้งหมดที่มาจากทิศทางที่เขาผ่านไปได้กลายเป็นเหยื่อของการทำลายล้าง

             

            ฝูงโดรนทหาร นับพันบินตามหลังPALMER46 ไปอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยการควบคุมที่แสนรุนแรงทุกๆสิ่งรอบตัวเขากลายเป็นเครื่องมือที่ทำลายล้าง KITTITECH และทุกคนที่ขวางทางไปยังจุดหมายสุดท้ายของเขาทุกๆ รถในเส้นทางของเขาถูกบังคับให้พุ่งไปชนตึกหรือชนกันเองเมื่อเขาเริ่มเห็นภาพหลอนจาก BioLink ที่ฉีดเข้าไปภาพที่ปรากฏในหัวของเขาคือภาพของผู้คนรอบตัวที่เขาคิดว่าเป็นศัตรู พวกเขาคือ"พวก KITTITECH" ทั้งหมดกลายเป็นเหตุผลให้เขาทำลายล้างทุกอย่างรอบตัว

             

            ไฟลุกพรึ่บขึ้นจากการระเบิดของรถถังKITTITECH ที่ถูกควบคุมและยิงกันเองเรียกเสียงระเบิดอย่างรุนแรงตลอดทาง การทำลายล้างที่ไม่มีที่สิ้นสุด

             

            โปร ที่เห็นหายนะที่กำลังจะมาถึงรีบตระเตรียมตัวเขารีบไปที่ห้องเก็บอาวุธ หยิบชุดเกราะเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาโดยKITTITECH เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเขาสั่งให้ลูกน้องคุมตัวฝนที่ถูกจับไว้เพราะเขารู้ว่าต้องลงไปที่ชั้นล่างเพื่อต่อสู้กับPALMER46

             

            เมื่อPALMER46 เข้ามาใกล้ตัว TOY V.K. ซึ่งพึ่งซ้อมเสร็จเธอพยายามขว้าง PALMER46 แต่น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถต่อต้านการควบคุมของเขาได้ด้วยความคิดที่ทรงพลัง ระบบของเธอล้มลงและชิปในสมองของเธอถูกทำลายไป

             

            มอส ที่เห็นสภาพของPALMER46 เริ่มพูดออกมาด้วยความตกใจและไม่เข้าใจ "แม่งเอ้ยนี่โคตรจะบ้าเลย แกฉีดมันเข้าตัวทั้งที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเหรอ"

             

            PALMER46 ยังคงทำลายล้างไปข้างหน้าน้ำลายไหลจากปากและตาค้างไปในสภาพที่ดูเหมือนไร้สติ ไม่มีคำตอบจากเขาแม้แต่คำเดียว

             

            มอส ในขณะที่ยังคงขับรถด้วยความเร็วสูงได้ตะโกนขึ้นมา"บ้าเอ้ย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้ว" เขารู้ดีว่าทุกอย่างเริ่มผิดพลาด

             

            เสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อกำแพงของตึกKITTITECH พังลงไปมันเหมือนกับการเปิดทางสู่การทำลายล้างที่กำลังจะเกิดขึ้น ฝูงโดรนทหาร 10 ลำ บินเข้ามาอย่างรวดเร็วจากที่มีช่องว่างในกำแพงที่พังและเต็มไปด้วยควันหน้ากากไฟ LED สีน้ำเงินของ PALMER46 ส่องแสงออกมาจากกลางควันค่อยๆ เดินออกมาอย่างไม่รีบร้อนเสียงของระเบิดและการปะทะทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

             

            ทหารKITTITECH ที่คุมตัว ฝน อยู่ 3 คนมองไปยังทางที่เกิดระเบิดแล้วตระหนก พวกเขารีบเล็งปืนไปที่ทิศทางของควันแต่ทหารเหล่านั้นเริ่มรู้สึกกลัวและลังเลว่าจะทำอย่างไรดีในขณะที่ทหารบางคนพยายามจะหนีจากการโจมตีที่คาดไม่ถึง

             

            แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ตั้งตัวPALMER46 ก็เดินออกมาจากควันเงาของเขาผสมกับแสงไฟสีฟ้าที่ส่องมาจากหน้ากากทำให้เขาดูเหมือนกับภูตผีที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

             

            ทหารKITTITECH พยายามที่จะยกปืนขึ้นมาทำการยิงใส่ PALMER46 แต่พวกเขาไม่สามารถบังคับระบบอาวุธของตัวเองได้ ระบบทั้งหมดถูกควบคุมโดยPALMER46 ที่แทรกแซงการทำงานของมันผ่าน BioLink ที่เชื่อมต่อกับสมองของเขา

             

            PALMER46 ยิ้มมุมปากในขณะที่มือของเขาเลื่อนไปหยิบปืนของหนึ่งในทหารที่ถูกเขาควบคุมและใช้มันยิงทหาร KITTITECH ด้วยปืนของพวกเขาเอง ทหาร 3คน ถูกยิงตายอย่างทารุณจากอาวุธของตัวเองท่ามกลางเสียงระเบิดและควันที่เต็มไปด้วยความสับสน

             

            PALMER46 แก้มัดและที่ปิดมากให้ฝน

             

            ฝน “ปาล์มนายมาช่วยฉัน”

             

            PALMER46 อุ้มฝนไปเข้าลิฟต์โดยไม่พูดอะไร

             

            ฝน“นายทำอะไรลงไปนะ ปาล์ม ปาล์ม ปาล์ม นายเป็นอะไรไป”


            ฝนมองเห็นPALMER46 ที่ยืนอยู่ตรงหน้า แม้ว่าเขาจะมีท่าทางแข็งแกร่ง แต่ก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดจากการใช้ BioLink

             

            ฝนมองไปที่เขาด้วยความเป็นห่วงก่อนที่จะดิ้นออกจากอ้อมแขนของเขา แล้วถอดหน้ากากของเขาออกด้วยมือที่สั่นเทา“ช่วยพูดกับฉันหน่อยสิ ขอร้องละ…”เสียงของฝนสั่นเครือด้วยความกลัวและความวิตกกังวล เธอไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนี้

             

            PALMER46 ที่เห็นฝนทำเช่นนั้นใจเริ่มอ่อนลง สติของเขาค่อยๆกลับมาเขารู้สึกถึงสัมผัสจากฝนที่อบอุ่นอย่างเหลือเชื่อในขณะที่เขากำลังจะล้มลงไปกับพื้น ความอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจมาเยือนอย่างหนักทำให้เขารู้สึกถึงความสูญเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น “ฉันช่วยเธอได้เหรอ…” เสียงของเขาดูอ่อนล้าเหมือนจะสูญเสียพลังชีวิตไปหมดสิ้น

             

            ฝนคุกเข่าลงตรงหน้าเขาดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา “นายใช้มันเหรอ…นายฉีดมันเข้าไปในตัวเหรอ” ฝนพูดเสียงต่ำ

             

            PALMER46 พยักหน้าอย่างเงียบๆ “ใช่ ฉันไม่มีทางเลือก ฉันต้องมาช่วยเธอ…”คำพูดของเขาสั้นและหนักแน่น แต่เมื่อฝนเห็นเขาเป็นเช่นนี้น้ำตาก็เริ่มไหลออกมาอีกครั้ง “ไม่… ไม่เอาแบบนี้… ทั้งที่รู้ว่าต้องตายเนี้ยนะ…”

             

            ความเจ็บปวดเริ่มท่วมท้นในหัวใจของฝนขณะที่เธอพยายามกอดเขาไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยมีมาก่อน “ไม่เอาแบบนี้…ฉันไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้ ฉันจะหาทางช่วยนาย…”

             

            ในขณะที่ฝนพูดPALMER46 สะบักสะบอมมากต้องพึ่งพิงฝนเพื่อให้ได้ลุกขึ้นในช่วงสุดท้ายนี้น้ำเสียงของเขาอ่อนล้าแต่มั่นคง “ไม่เป็นไรน่าที่รัก ขอแค่เธอปลอดภัยก็พอแล้ว…”

             

            ฝนที่เริ่มรู้สึกว่าเธอจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเขาจึงตัดสินใจให้คำมั่น“ไม่ๆ พอออกไปจากที่นี้ ฉันจะหาทางช่วยนาย ฉันเป็นคนสร้างมันฉันต้องรักษานายได้สิ”

             

            ในขณะที่ลิฟต์มาถึงชั้นล่างสุดทหารของ KITTITECHกำลังวิ่งวุ่นวายไปทั่ว มีความโกลาหลเต็มไปหมดทหารหลายคนยังคงพยายามฟื้นตัวจากการควบคุมที่ PALMER46 ทำให้พวกเขาและในระหว่างนั้น พวกเขาก็พบว่า PALMER46 กำลังพยายามพาฝนหนีไป

             

            PALMER46 พาฝนวิ่งไปตามทาง พวกทหาร KITTITECH ที่พยายามจะขัดขวางแต่ปืนของพวกเขากลับใช้งานไม่ได้เนื่องจากการควบคุมของPALMER46 ทุกอย่างถูกหยุดชะงัก ด้วยความสามารถที่เหนือชั้น เขาหยิบ มีดคาราบิดไทเทเนียมขึ้นมาและทำลายศัตรูที่ขวางหน้าอย่างไม่ปรานีทุกคนที่พยายามขัดขวางพวกเขาล้มลงไปในที่สุด

             

            โปรที่เห็นสถานการณ์เริ่มผิดแผนจึงเรียกใช้กองทัพที่มาพร้อมกับอาวุธปืนรุ่นเก่าที่ไม่ใช่ระบบอิเล็กทรอนิกส์พวกเขาคิดว่าน่าจะเอาชนะ PALMER46 ได้ แต่PALMER46 ก็ยังคงมีไหวพริบในการหลบหลีกและยิงสวนไปอย่างรวดเร็ว

             

            ในขณะเดียวกัน มอส ขับรถเข้ามาหยุดที่ข้างๆ PALMER46 ก่อนจะวิ่งมาหาเขา “ฉันมารับแล้ว แต่ฉันคิดว่าเราหนีไม่รอดหรอก ไอเหี้ยโปรนั้นไม่ปล่อยให้พวกเราขับรถหนีไปแน่เฉย ๆ เราจะขโมยเฮลิคอปเตอร์มันไป” เสียงของ มอส เต็มไปด้วยความกังวล

     

            PALMER46 หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงมอส และกระซิบบางอย่างให้กับเขาโดยที่ฝนไม่ได้ยิน

     

            หลังกระซิบเสร็จ PALMER46 หยิบปืนจากทหารที่ตายแล้วส่งให้มอส “ฝากยิงคุ้มกันแปปนะ”

     

            หลังจากนั้น PALMER46 เข้าหาฝน และจูบเธออย่างรุนแรง และน้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตาของเขา “ฉันรักเธอนะ… ฉันอยากให้เธอรู้ไว้… ฉันจะรักเธอตลอดไป” เขาพูดเสียงสั่นเครือ

     

            ฝน ซึ่งเห็นสภาพของเขาแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดในใจ “ฉันเองก็รักนายเหมือนกัน… รักที่สุดเลย” เธอกอดเขาไว้แน่น

     

            PALMER46 พยักหน้าเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ “เธอวิ่งเข้าไปรอในเฮลิคอปเตอร์กับมอสนะ… ฉันจะยิงคุ้มกันให้”

     

            ฝนส่ายหัว “แล้วนายละ”

     

            PALMER46 ยิ้มทั้งน้ำตา “เธอไปก่อนเลย… ฉันจะตามไป”

     

            ฝนวิ่งไปที่เฮลิคอปเตอร์ มอสวิ่งตามไป เฮลิคอปเตอร์ถูกสตาร์ทแล้วถูกขับออกไปทันที

     

            ฝนตะโกนด้วยเสียงสะอื้น “เดี๋ยวสิ หยุดก่อน ปาล์มยังไม่ขึ้นมาเลย” เธอหันไปมอง มอส ที่กำลังนั่งอยู่ที่นั่งคนขับ เฮลิคอปเตอร์บินพุ่งไปด้วยความเร็วสูงสุด แต่มอสกลับไม่หยุดเมื่อได้ยินที่เธอพูด

     

            มอส “ฉันหยุดไม่ได้ ตอนนี้ฉันไม่ได้ควบคุมเฮลิคอปเตอร์อยู่ด้วยซ้ำ”

     

            ฝน “แล้วใครควบคุมมันอยู่ละ หรือว่า ปาล์ม...”

     

            “ฉันมีหน้าที่แค่ขับมันต่อหลังจากมันหลุดการควบคุมเท่านั้น” มอสพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฝน เธอฟังฉันนะ ปาล์มเขาฝากบอกมาว่า เขาคงไม่ได้ไปอยู่บ้านริมหาดกับเธอแล้ว เขาฝากให้ฉันหาซื้อบ้านริมหาดให้เธอ เขาขอโทษที่ทำตามสัญญาไม่ได้ เขาขอโทษ”

     

            ฝนรู้ทันทีว่าคำพูดของมอสหมายถึงอะไร ปาล์มเลือกที่จะอยู่สู้เพื่อให้พวกเขาได้หนีไป แม้ว่ามันจะหมายถึงการสละชีวิตของเขาเอง ฝนเริ่มร้องไห้หนักขึ้น “ปาล์ม…เธอมันไอคนโกหก… ไอคนโกหก… ไหนบอกว่าเราจะไปอยู่บ้านริมหาดด้วยกันไง ไอคนโกหก”

     

            ในขณะนั้น PALMER46 ยืนอย่างสงบและมั่นคงหน้ากองทัพ KITTITECH ที่ตั้งรับอยู่ การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายเข้มข้นขึ้น เมื่อฝูงโดรนที่มีนับพันบินเข้ามารอบตัวเขา PALMER46 ใส่หน้ากากของเขาและใช้พลังจาก BioLink ควบคุมทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว การโจมตีจากโดรนทหารถูกควบคุมให้พุ่งชนและระเบิดใส่กองทัพ KITTITECH ราวกับมีกองทัพโดรนเป็นส่วนหนึ่งของเขา

     

            แม้ว่า KITTITECH จะมีกองทัพที่แข็งแกร่งพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่เมื่อ PALMER46 ควบคุมทุกอย่างได้ เขาก็ทำลายล้างทั้งกองทัพไปทีละขั้น และเมื่อเขายืนอยู่ในที่นั้น มันเหมือนกับว่า โปร ผู้เป็นหัวหน้าของ KITTITECH ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

     

            PALMER46 ยิงปืนใส่โปรแต่ติดโล่พลังงาน แต่ลูกน้องของโปรยังคงเดินเข้าออกได้ 

     

            PALMER46 ยืนนิ่งในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความโกลาหลและความตายที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา ฝูงโดรนยังคงระเบิดทุกสิ่งที่อยู่ข้างหน้า เขาวิเคราะห์โล่พลังงานของ โปร อย่างรวดเร็วและรู้ว่าไม่สามารถยิงผ่านได้หากความเร็วของวัตถุหรือการโจมตีมันเร็วเกินไป

     

            เขาใช้ความวุ่นวายจากการระเบิดของโดรนเป็นโอกาส เขาวิ่งฝ่ากลางความยุ่งเหยิงของการต่อสู้เข้าไปใกล้โปร เขาพุ่งไปที่โปรและในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบเข้ามา เขาก็ได้ยิงปืนเข้าที่หัวของโปรโดยตรงในระยะประชิด ทำให้โปรล้มลงและตายทันที

     

            "ลาก่อนนะ" PALMER46 พึมพำอย่างเงียบๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะหวนกลับไปในภาพที่แวบเข้ามาในใจของเขา

     

            ภาพของ พ่อ, แม่, อาย, แคร์, เจน, ซี, บัวบาน, มายา, TOY, ออกญา, PEETORDER, BIRD ROCK, มอส, และ ฝน วิ่งเข้ามาในความคิดของเขาอย่างรวดเร็ว ภาพเหล่านั้นคือทุกคนที่เขาเคยเจอมา ทุกเรื่องราวที่เขาผ่านมาด้วยกัน จนถึงเวลานี้ที่เขาตัดสินใจที่จะยุติทุกสิ่งนี้ และทำให้คนที่เขารักและห่วงใยได้มีชีวิตอยู่ต่อไป แก้ตัวในความผิดพลาดที่ตัวเขาในอดีตทำไว้ไม่ได้

     

            PALMER46 ถูกยิงจากทหาร KITTITECH เขาได้รับการโจมตีอย่างท่วมท้น กระสุนจำนวนมากพุ้งผ่านร่างเขาทำให้เขาล้มลงอย่างช้า ๆ กระสุนนัดหนึ่งเข้าที่หัวของเขาทำให้หน้ากากแตก และร่างของเขาก็ล้มลง โดยมีมีดคาราบิดในมือที่หลุดออกจากมือของเขาไปในที่สุด

     

            ความเงียบเข้ามาแทนที่ทุกสิ่ง ร่างของ PALMER46 ล้มลงบนพื้นท่ามกลางซากและความรุนแรงที่เขาสร้างขึ้น แต่สุดท้ายแล้วมันก็จบลงที่ตรงนี้ ทิ้งไว้เพียงตำนานของเขาและการกระทำที่ยิ่งใหญ่

     

            ค่าหัวของฝนถูกยกเลิก เพราะการตายของโปรและไม่มีใครคิดตามล่าเธอต่อ BioLink ถูกแบนจากทั่วโลกเป็นเทคโนโลยีต้องห้าม

     

            หลายเดือนต่อมา ในค่ำที่พระจันทร์สวยงามส่องลงมา ฝนอยู่บ้านริมชายหาดที่เคยสัญญาไว้กับปาล์ม เธอลูบท้องลูกของปาล์มที่เขาไม่ได้อยู่ดูเห็นหน้า ฝนมองไปที่ชายหาดและพระจันทร์ PALMER46 หรือปาล์มจะยังอยู่ในหัวใจเธอตลอดไป