หลังจากที่เด็กหนุ่มฝึกฝนหมัดอัสนีจนแล้วเสร็จเขาได้เข้าไปในบ้านไม้ซุงเพื่อทบทวนเรื่องราวต่างๆ
รุ่งเช้าอีกวันเด็กหนุ่มไปยังเขตสำนักนอกเพื่อพูดคุยสอนสั่งเหล่าศิษย์ของสำนักนอกศิษย์ของสำนักนอกมากมายต่างรุมล้อมเข้ามาเพื่อขอคำชีจากเขา เสียงพูดคุยหัวเราะดังลั่นทั่วอาณาของสำนักนอก
เนื่องด้วยเสียงที่ดังนั้นมันได้ทำลายจิตสมาธิของชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขาแผดร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งพลังคลื่นเสียงของเขาแผดผลาญสรรพสิ่งแทบจะมลายสิ้นร่างงสูงใหญ่เดินอาดๆออกมาจากห้องของตน
สองตาของเขามองจ้องยังเด็กหนุ่มเขม็ง ทั้งยังแผดจิตสังหารออกทั่วร่าง
ชิงหยางเหลียวมองยังชายหนุ่ม เขายกยิ้มออกมาในทันใดเพราะเขาอยากจะประลองความแข็งแกร่งกับชายหนุ่มยิ่งนัก
“ ย้ากก “ชิงหยางร้องคำรามลั่นพร้อมกับทะยานร่างเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“ เปรี้ยงง “ หมัดอันทรงพลังถูกเหวี่ยงออกอย่างรวดเร็ว
“ อือ “ ชายหนุ่มพลันสะท้านทั่วกายา เหยียดฝีเท้าถอยไปหลายก้าว
“ ข้ายอม “ เขาร้องตะโกนลั่น พร้อมกับโบกมือไหวๆ
ชิงหยางส่ายหน้าแลชักหมัดของตนกลับอย่างรวดเร็ว
“ หากเจ้าขี้ขลาดเช่นนี้เห็นทีการประลองในครั้งนี้เจ้าจะมิพ้นตกรอบแรก “ ชิงหยางเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“ ข้ามิได้ร่ำรวยเช่นเจ้า ที่จะมีทรัพยกรมากมายไว้ฝึกฝน “ ชายหนุ่มร้องลั่น
“ ผู้ใดว่าข้ารวย ข้ามิมีแม้นแต่บิดามารดา ข้ามิมีแม้นแต่บ้านให้อยู่ข้าเติบใหญ่ด้วยกำลังของข้าเอง “ ชิงหยางเอ่ย
“ หากเจ้าคิดเพียงแค่ว่าผู้ที่เก่งกาจต้องร่ำรวยนั้น เจ้าคิดผิด “เขาเอ่ย
“ กลับไปฝึกฝนทบทวนตนเองเสียใหม่ปิดขั้นพลังเหลือเพียงระดับแรกแลเริ่มฝึกฝนอย่างหนัก “ ขิงหยางเอ่ย
“ เมื่อการฝึกฝนมิอาจข้ามผ่านไปได้ จึงค่อยทะลวงขั้นพลังใหม่ทำเช่นนี้เรื่อยไปจนถึงขั้นพลังที่แท้จริง แล้วเมื่อนั้นเจ้าจะรู้เองว่าคำว่ายอดยุทธที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นใด “ ชิงหยางเอ่ย
เด็กหนุ่มมองยังชายหนุ่ม แลทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางมายังยอดเขาของตนแลตรวจสอบการก่อสร้าง เขาพยักหน้าช้าๆกับตำหนักหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้าง เมื่อมองอยู่นานพลันความคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ
“ เถียนปี้เหลา “ ชิงหยางกัดกรามแน่น
ชิงหยางมองการก่อสร้างจนคนงานเลิกงาน เขาจึงได้กลับไปยังบ้านไม้ซุง
หลังจากที่เตรียมการแล้วเสร็จเด็กหนุ่มเร่งทะยานร่างเข้าป่าอสูรอย่างรวดเร็วซึ่งการเข้าป่าในครั้งนี้เขาวางแผนไว้ว่าจะฝึกฝนจนกว่าจะถึงเวลาออกเดินทางไปยังงานประลอง
เด็กหนุ่มเข้ามาสู่เขตป่าลึกโดยหาได้หวั่นกลัวต่อภยันตรายรายรอบด้านไม่เขาวาดเหวี่ยงกระบี่ไม้ตัดผ่าอากาศจนมวลอากาศไหวกระเพื่อม
สองตาของเขามองจ้องยังเสือขาวตัวใหญ่สัตว์อสูรระดับสามสูงสุดมันแยกเขี้ยวขู่ขวัญทั้งขนที่หลังคอของมันยังตั้งชันเสียงคำรามในลำคอของมันที่ดังออกนั้นเสียดแทงเข้าไปในโสตประสาท
“ มา “ ชิงหยางร้องลั่น พร้อมกับวาดกระบี่ไม้ออก
“ เปรี้ยงง “ กระบี่ไม้ระเบิดพลังส่งคมกระบี่บางเฉียบพุ่งทะยานออก
“ ครืนน “คมกระบี่บางเฉียบตัดผ่าอากาศแยกออกเป็นสองเสมือนดั่งตัดฟ้าแยกดินออกจากกัน
“ โฮกกก “ เสือขาวร้องคำรามลั่น
“ เปรี้ยงง “ กรงเล็บของมันวาดตะปบออกในทันใด
“ ครืนน “กรงเล็บใหญ่ของมันกรีดผ่ามวลอากาศจนขาดวิ่นตรงดิ่งเข้าหาคมกระบี่อย่างรวดเร็ว
“ ตูมมม “กรงเล็บเสือขาวระเบิดคมกระบี่มลายหายแลทะยานเข้าขยำอกของเด็กหนุ่ม
“ อั้กก “ ร่างของเด็กหนุ่มล่องลอยไปตามแรงตะปบของกรงเล็บเสือขาว
“ อ้ากก “ เขากรีดร้องลั่นเมื่อบาดแผลที่ปรากฏนั้นสาหัสเกินเยียวยา
ร่างสูงของชิงหยางโซซัดโซเซมือหนึ่งกุมไว้ที่อกอีกมือกำกระบี่ฟ้าสังหารแน่น สองตามองจ้องยังร่างอันใหญ่โต
“ ถุด “ โหลิตสดๆถูกพ่นออกจากปากของเขา
“ วิ้ง “ พลันปรากฏเกราะเก่าแก่คร่ำครึ
“ ชิงสวรรค์หมุนวน “ ชิงหยางร้องออก
“ ครืนน “เคล็ดวิชาชิงสวรรค์หมุนวนเร่งเร้าทั่วกายาจวบจนครบรอบที่เก้าปราณพลังทั่วร่างพลันเดือดพล่านพุ่งทะยานสูงลิ่ว
“ ย้ากกก “เขาร้องตะโกนออกสุดเสียงพร้อมกับทะยานร่างเข้าหาเสือขาวอย่างบ้าคลั่ง
“ สี่กระบวนท่าเพียงพริบตา “ เขาร้องลั่นพร้อมกับวาดกระบี่ออกสุดแรง
“ ฝึด ฝึด ฝึด ฝึด “เสียงคมกระบี่กรีดผ่าอากาศออกสี่ครั้งติดภายในเสี้ยวพริบตา
ชายชราเหลาพลันเบิกตาโพลงมองยังสี่กระบี่ที่ทะยานออก “สี่กระบวนท่าเพียงพริบตา รวดเร็วคมกริบ ทั้งยังบางเบา “
ชายชราเหลาให้แปลกใจยิ่งเมื่อเด็กหนุ่มสามารถก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของร่างกายได้อีกครั้งครานั้นเพียงสามกระบวนท่าก็เรียกได้ยอดคนแล้ว ครานี้สี่กระบวนท่า “หาคู่ต่อกรได้ยากยิ่ง “ เขาพึมพำ
“ โฮกกก “ เสือขาวร้องคำรามลั่น ก่อนที่จะฟาดกรงเล็บออกอย่างเร็วรี่
“ เปรี้ยงง เปรี้ยงง “ สองกรงเล็บพุ่งทะยานออก
“ ครืนน “ สองกรงเล็บที่สุดแสนจะทรงพลังแผดแรงกดดันอันแสนหน่วงหนัก
“ ครึก ครัก “ ผืนพาราทั่วอาณาพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
“ ตูมม ตูมม “ สองกรงเล็บระเบิดออกในทันใดเมื่อกระทบเป้าหมาย
“ ฟิ้ว ฟิ้ว “ สองกระบี่ที่เหลือรอดตัดผ่ามวลอากาศที่บิดเบี้ยวตรงดิ่งเข้าหาเสือขาวในทันใด
“ โฮกก “ มันร้องออกสุดเสียง พร้อมกับฟาดกรงเล็บออก
แต่อนิจจามิทันกาลเพราะสองคมกระบี่นั้นพุ่งเข้ารวดเร็วยิ่ง “ ฉั้วะฉั้วะ “ สองคมกระบี่กรีดผ่าร่างของมันออกเป็นสี่ส่วนสิ้นใจอนาถ
“ ฟู่ว “ ชิงหยางเป่าปากออกอย่างแรงเมื่อเสือขาวตกตาย
เขาเร่งทะยานร่างเข้าเก็บเลือดของมันอย่างรวดเร็วเมื่อเก็บเลือดของมันเสร็จสิ้นก็ถึงเวลาแล่เนื้อของมันออก
หลังจากจัดการกับเสือขาวแล้วเสร็จ เขาเร่งไปยังรังของมันเพื่อตรวจสอบ
เถียนปี้เหลาที่นั่งทำหน้าบอกบุญมิรับ เขามองยังชายชราผู้หนึ่งทั้งยังกำสองหมัดแน่น
“ เสี่ยวเหลา ได้เวลาต้องไปแล้ว “ ชายชราเอ่ย
“ แต่ว่าท่านปู่สาม ข้ายังมิอยากไปในเวลานี้ “ เถียนปี้เหลาเอ่ย
“ มิได้ เวลานี้เจ้ามาใช่คู่มือของมันเจ้าต้องไปยังเมืองหลวงกับข้าเดี๋ยวนี้ “ ปู่สามเอ่ย
“ แต่ว่า “ เถียนปี้เหลาอิดออด
“ เจ้าอย่ากังวลเรื่องการล้างแค้น “ ปู่สามเอ่ย
“ ลูกผู้ชายล้างแค้นสิบปีก็ยังมิสาย “ ปูสามเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ เถียนปี้เหลาถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“ ไว้เจ้าเป็นผู้สัมผัสฟ้าดินได้เมื่อใด เจ้าค่อยกลับมาสังหารมัน “ปู่สามเอ่ย
“ อืม “ เถียนปี้เหลาพยักหน้า
“ หากเจ้าอยู่ที่นี่ เจ้ามิมีทางที่จะได้สมใจ “ ปู่สามเอ่ย
“ อึ้ม “ เถียนปี้เหลาพยักหน้า
“ เช่นนั้นแล้วก็ไป “ เถียนปี้เหลาเอ่ย
อาหกมองยังหลานชายของตนเขาได้แต่ส่ายหน้าเพราะมิว่าจะมองในมุมใดเถียนปี้เหลานั้นก็มิใช่ยอดอัจฉริยะที่ตระกูลเถียนจะฝากผีฝากไข้ได้ เขาเป็นเพียงยอดยุทธสามัญที่หาได้ทั่วไปแต่เพียงเพราะเขาเป็นทายาทสายตรงของอดีตเจ้าตระกูลเถียนแห่งเมืองหลวงเขาจึงได้รับการเอาอกเอาใจเหนือกว่าผู้อื่น
ทั้งทั่วตระกูลหลายสาขาก็มิมีทายาทสายตรงเช่นเถียนปี้เหลาแม้นจะมียอดอัจฉริยะของตระกูลอยู่มาก แต่เขาเหล่านั้นก็หาได้เป็นทายาทสายตรงไม่ “ฮื่อห์ “ อาหกได้แค่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
ชิงหยางนั่งย่างเนื้อเสือขาวแลทบทวนการต่อสู้กับเสือขาวเขาครุ่นคิดอย่างหนักว่าเหตุใดเขาจึงสามารถล้มสัตว์อสูรระดับสามได้ทั้งที่ขั้นพลังนั้นห่างกันถึงสองขั้นใหญ่
“ รึจะเป็นเพราะเคล็ดวิชาชิงสวรรค์ “ ชิงหยางพูดในใจ
“ รึว่าขั้นพลังของสัตว์อสูรจะผิดเพี้ยน “ เขาพึมพำ
“ สักวันข้าต้องรู้คำตอบให้ได้ “ เขาพูดในใจ