‘พี่ชายควรพักบ้างนะ’ เสียงใสๆ ของเอิร์ธในร่างเด็กกำลังส่งกระแสจิตคุยกับพี่ชายคู่สัญญาจำเป็น
‘อีกนิดเองใกล้เสร็จแล้ว ถ้าหมดตรงนี้วันนี้พวกเราจะได้เงินหลายสิบคีต’ บรีชบอกถึงความจำเป็นให้อีกฝ่ายฟัง
(คีต สกุลเงินของคีตา ทั้งสองทวีปนั้นใช้สกุลเดียวกันตามบัญญัติแห่งมหาเทพทั้ง 7 แห่งคีตา)
‘แต่ควรดูแลรักษาสุขภาพตัวเองเป็นสำคัญ หากร่างกายเหนื่อยมาก ๆ อาจจะล้มป่วยได้นะ เชื่อข้าเถอะ’ เสียงใส ๆ ยังคงร้องเตือนเด็กหนุ่ม
ที่เอิร์ธต้องร้องขอขนาดนั้นเพราะบรีชมาใช้แรงงานยกของให้สมาคมพ่อค้าของเมืองเล็ก ๆ นี่ ด้วยค่าแรงที่สูงกว่างานปกติ แต่ต้องแรกมาด้วยความยากลำบากกว่างานทั่วไปหลายเท่า แถมแรงงานคนอื่นก็กินแรงเพื่อนรวมงาน ทำให้บรีชต้องรับภาระมากกว่าคนอื่น แต่กลับได้ค่าแรงเท่ากัน วันนี้ไม่ใช่วันแรกที่เด็กหนุ่มใช้แรงงาน เขาทำมันมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว แรกเริ่มเดิมทีเงินที่บรีชแบ่งมาจากเงินสะสมที่ให้แม่นั้น มันพอแค่ค่าเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ และสามารถกินอยู่ได้ไม่กี่วัน ทางรอดของเขาคือแรงงานที่ได้เงินเยอะ ตามคำบอกเล่าของเพื่อนร่วมงานสมัยที่ยังอยู่หมู่บ้านเหมืองแร่ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นเป็นความจริง หากแต่ตัวแปรนอก อย่างเพื่อนร่วมงานกับเป็นหายนะของบรีชเต็ม ๆ ถ้างานไม่เสร็จตามกำหนดเวลาทุกคนจะโดนหักเงินเป็นค่าเสียหาย ขนาดหัวหน้าคนงานบอกกับแรงงานทุกคนแบบนั้นแล้ว แต่ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์นั้นยังคงปรากฏให้เห็น ต่อสายตามหาเทพสูงสุดแห่งคีตา ที่ทำได้แต่ถอนหายใจและแอบใช้มานารักษาเยียวยาเด็กหนุ่มเพื่อบรรเทา
------------------
“พี่เท่ไหมน้องรัก” อ๊อสกำลังเก๊กท่าทางอวดชุดนักรบแห่งท่วงทำนองต่อสายต่อน้องชายต่างโลก
“อืม ก็เท่อยู่ แต่แถวบ้านผมเรียกแบบพี่ชายว่าเด็กเส้น ซึ่งมันไม่น่าเอาไปอวดให้คนอื่นเขานินทานะ” ออโต้ได้ทีปรามพี่ชายตัวเองสะหน่อยเพราะหลายวันมานี้เขาเอาแต่อวดชุด คุยเรื่องตัวเองได้เป็นอัศวินสมใจอยาก มาหลายครั้งแล้ว
“ฮะๆ พี่ก็ทำแบบนี้กับน้องชายพี่เท่านั้นละ ใครจะหน้าด้านไปทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น พี่ก็รู้ตัวนะ ว่าการที่พี่เข้ามาเป็นนักรบได้เพราะใช้ฐานะที่แท้จริงให้ท่านเมวิสช่วยมันไม่ถูก แต่ถ้าพี่ไม่ทำแบบนี้ การเดินทางของพวกเราอาจติดขัด แถมเครื่องดนตรีพี่มีอัญมณี 3 เม็ด เท่าของออโต้ ฐานะในคีตาของพวกเราเลยไม่ต่างกัน ถือว่าเป็นระดับสูง คงน้อยคนที่จะกล้าทำอะไรพวกเราได้” อ๊อสร่ายยาวเป็นเรื่องเป็นร่าวจนผมรู้สึกประหลาดใจเล็ก ๆ
“ครับ ๆ พี่ชาย ตอนนี้ด้วยตำแน่งพวกเราสองคนทางมหาวิหารเลยจัดบ้านประจำตำแหน่งให้พวกเราอยู่ แต่อย่าลืมนะพี่ พวกเรายังเป็นแค่เด็กใหม่ยังต้องฝึกยังต้องเรียนรู้ เรื่องต่าง ๆ ของคีตา ให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่เราได้รับเลือกมา อย่างผมที่เป็นนักดนตรีหลวง ยังต้องหัดเล่นเครื่องดนตรีของตัวเองให้คร่องเลย พี่ก็ต้องไปเรียนทักษะดาบด้วยอย่าลืมสิ” ผมก็ได้ทีสอนพี่ชายตัวเองให้รู้หน้าที่ของเด็กเส้นที่ดีจะได้ไม่โดนคนอื่นปรามาสได้
“ได้เลยพี่จะเป็นนักดาบที่เก่งที่สุดให้ได้ จะได้ปกป้องน้องคนนี้ไง” ไม่พูดเปล่ามันเดินมากอดผมอีกตามเคย ผมไม่อยากขัดใจเพราะถ้าขัดจากแค่กอดอาจจะมีหอมแก้มตามมาอีกซึ่งผมไม่อยากได้ความรักจากพี่ชายแบบนี้เท่าไหร่ ถ้าเลือกได้เป็นพี่สาวจะโอเคกว่า แต่ก็ได้แค่ฝัน เพราะความเป็นจริงมันโหดร้าย T^T
โรงเรียนหลวงเป็นโรงเรียนในสังกัดของศาสนจักรคีตา มีเหล่านักรบแห่งท่วงทำนองระดับ 5 อัญมณีและนักดนตรีหลวง 5 อัญมณี มาเป็นอาจารย์สอนพวกผมกับพี่ชาย แต่แน่นอนว่าทั้งสองแผนกแยกกันสอนคนละปีกของโรงเรียน ผมไม่รู้ว่าการเรียนของพี่ชายเป็นยังไง เพราะหลังหลังเลิกเรียนขนาดขากลับบ้าน บนรถม้าพี่อ๊อสก็เอาแต่หลับเป็นตายจนถึงบ้าน ผมต้องปลุกไล่ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าวด้วยกัน พูดคุยกันได้สักพักมันก็ขอตัวเข้านอน ปกติมันจะไปส่งผมนอนก่อนไม่ก็เข้าไปกอดผมนอนเป็นหมอนข้าง จนผมหลับมันถึงจะกลับห้องตัวเองไป แต่พักหลังตั้งแต่เข้าเรียนคลาสพิเศษของเหล่า 3 อัญมณี พี่ชายคนนี้ก็ดูเหนื่อยล้ายิ่งกว่าสมัยทำไร่ทำนาเสียอีก
“ออโต้ เมื่อคืนพี่ลืมบอกเราไป 14 วันหลังจากนี้พี่ต้องไปเข้าค่ายของพวกอัศวิน พี่จะไม่อยู่หลายวันน้องรักดูแลตัวเองด้วยดี ๆนะ อย่าโดนสาวที่ไหนมาจีบ หรือหนุ่ม ๆ ด้วยพี่หวง” อ๊อสพูดไปกินไปแต่ก็ยังฟังรู้เรื่อง
“อ่าว แล้วกัน ว่าจะชวนพี่ไปเที่ยวแดนศักดิ์สิทธิ์หยุดยาวนี้อยู่เลย พี่ก็ดูแลตัวเองด้วยนะ พวกเรายังมีหน้าที่ต้องตามหาสิ่งสำคัญอยู่อย่าตายละ” ผมได้ทีก็อวยพรอีกฝ่ายสะหน่อยตามสไตล์
“ช่างเป็นน้องที่นิสัยดีเหมือนกันจริง ๆ นายสองคน”
ไม่พูดเปล่ามันก็เดินอ้อมโต๊ะอาหารมายืนมองหน้าผม ก่อนจะดึงตัวผมไปกอดแล้วหอมแก้มไปหลายฟอด นึกว่าจะไม่มีอะไรแบบนี้แล้วแต่ก็หนีไม่พ้น แถมยังไม่ยอมปล่อยอีก ถ้ายังเป็นแบบนี้ผมคงแก้มอักเสบจากไอ้ตอหนวดแข็ง ๆ ของพี่ชายคนนี้แน่ ๆ แต่ผมรู้วิธีทำให้เขาหยุดการกระทำอันโหดร้ายนี้ ด้วยนิสัยที่ชอบปล่อยตัวอะไร ๆ มันก็ง่าย ผมเอามือสอดเข้าใต้เกราะอ่อนชุดนักรบ แทรกมืออันเรียวเล็กเข้าไปใต้ล่มผ้าพร้อมกับดึงขนบนซิกแพคใกล้ขอบกางเกง แน่นอนว่าอีกฝ่ายหยุดการกระทำทุกอย่าง พร้อมกับน้ำตาที่คลอจนเกือบไหลแถมมองดูหลักฐานเส้นเล็ก ๆดำ ๆ กระจุกหนึ่งในมือผม ก่อนที่มันถูกยัดเข้าปากของเจ้าของมัน
“แหวะ ถุย ๆ รอบนี้เล่นแรงไปนะ เจ็บนะเนี้ย” ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่กลับไม่แสดงความโกรธออกมาเลยสักนิด หรือพี่คนนี้เป็นพวกชอบความถูกทารุณกรรมกันแน่นะ
“ก็ถ้ารอบหน้าพี่แกล้งผมแบบนี้อีกผมก็จะดึงขนแถวที่ต่ำกว่านั้นเลยคอยดู” ได้ทีก็ลองพูดขู่ไปขำ ๆ
“ดีเลยจะหาคนมาถอนออกให้อยู่” ไม่พูดเปล่าทำหน้าล้อเลียนไปอีก
“เห้อ มีพี่ชายหน้าหนานี้ก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะครับ” ผมได้แต่พูดด้วยความอ่อนใจกับชายตรงหน้า
“รีบกินข้าวกันต่อเถอะ เดี๋ยวพี่จะสายเอาแล้วจะโดนทำโทษอีก” อ๊อสบอกน้องชายด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ
“คลาสนักรบมันโหดมากเลยเหรอพี่ เห็นกลับบ้านมาสลบตลอด” ผมได้ทีถามสักหน่อย เพราะก่อนหน้าไม่อยากกดดันทางนั้นมากไป แต่ดูว่าถ้าไม่ถามเลยคงไม่ได้
“มันก็นะ ไม่โหดหรอก สนุกดีมันเป็นสิ่งที่พี่ฝันไว้อย่างไรก็ต้องผ่านมันให้ได้ แค่ก่อนหน้านี้ถูกรับน้องนิดหน่อยนะ การฝึกโหดจริง ๆ คงเป็นที่ค่าย” อ๊อสพูดจริงจังกว่าทุกที จนผมแอบรู้สึกเป็นห่วงพี่ชายคนนี้อยู่บ้าง
“ก็ดูแลตัวเองด้วย ผมพูดไปแล้วแต่แค่อยากย้ำให้จำได้ ว่าผมก็เป็นห่วงพี่เหมือนกัน... หยุด! เลยไม่ต้องเดินเข้ามา...” ผมได้ทีตอบรับบทสนทนาให้ดูกินใจ แต่ก็ไม่วายรีบเบรกบุรุษบ้าน้องชายแถมหน้าด้านตรงหน้า และพวกเราก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง
“แล้วเจอกันพี่อ๊อส” ผมโบกมือให้อีกฝ่ายบนขบวนรถม้า ทางนั้นได้แต่ยิ้มฉีกแก้มจนเกือบเห็นฟันครบ 32 ซี่
--------------------
“เห้อ เด็กหนอเด็ก”
เอิร์ธในร่างเด็ก 8 ขวบกำลังซับผ้าไปเช็ดตัวให้พี่ชายคู่สัญญา ที่ตอนนี้กำลังเป็นไข้ จากการอาการร่างกายอ่อนเพลีย ถึงร่างกายคนที่นอนซมอยู่จะอายุ 18 ปี ถึงเป็นวัยรุ่นบ้าพลัง แต่เพราะร่างกายที่แบกรับภาระจากงาน ที่ผู้ใหญ่ทั่วไปยังยากที่จะรับไหว หลังจากถึงที่พักชายหนุ่มถึงกับสลบล้มลงใส่พื้นทันทีที่ปิดประตู ต้องลำบากเอิร์ธออกมาแบกเข้าที่นอน พอตรวจดูอาการถึงรู้ว่าป่วยด้วยร่างกายแบกภาระหักโหม ขนาดใช้มานาบริสุทธิ์เยียวยาบรรเทาให้บรีชทำงานต่อได้โดยไม่ลำบาก แต่ไม่คิดเลยว่าร่างนี้จะฝืนตัวเองกว่าที่คิด
“ช่วยไม่ได้ เพราะผมยังต้องพึ่งคุณอยู่” เอิร์ธบ่นกับตัวเองหลังเพิ่งเช็ดตัวบรีชเสร็จ
“God’s heal”
ร่างกายที่เคยเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าสะสมมาเป็นเวลานาน รวมถึงบาดแผลทุกอย่างทั้งกายและใจ ถูกรักษาฟื้นฟูด้วยความรักของพระเจ้า จนเหมือนการได้ตายแล้วเกิดใหม่
“ตื่นแล้วเหรอ ข้าวเช้าเสร็จพอดีเลย” เอิร์ธในร่างผู้ใหญ่ ที่เพิ่งเห็นบรีชกำลังลุกนั่งอิงหมอนบนเตียงเก่า ๆ
“เอิร์ธ...” บรีชที่เพิ่งตื่นนอนอยู่ ๆ ก็หลั่งน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย
“นายเป็นอะไร” เอิร์ธถาม เขาจับสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังทุกข์ใจและสับสนกระวนกระวายใจอย่างถึงขีดสุด
“ข้า... ผม.. ผมจำอดีตตัวเองได้แล้ว”
บรีชกล่าวออกมาด้วยน้ำตา เอิร์ธเองก็รู้สึกแปลกใจไม่ต่างกันเพราะ สกิลฮิลนั้นเขาไม่นึกว่ามันจะสามารถรักษาอาการความทรงจำเสื่อมได้ แต่จิตของชายหนุ่มตรงหน้ากำลังเศร้าหมองจากบางสิ่ง เอิร์ธเลยต้องเดินเข้าไปลูบหัวอีกฝ่ายเพื่อปลอบจิตที่กำลังเศร้าให้กลับมาสดใส
“ดีแล้วนี่ นายก็จะได้ไม่ลำบากในการค้นหาตัวเอง ทีนี้รู้แล้วว่าพวกเราควรจะทำอะไรต่อและเริ่มจากไหนไปที่ไหน” เอิร์ธพยามปลอบให้อีกฝ่ายไม่หวั่นไหวกับอาการช็อคจากความทรงจำที่เพิ่งกลับมา เพื่อให้อีกฝ่ายได้ปรับตัว มือที่ลูบหัวของเอิร์ธมันช่วยบรีชได้มากทีเดียว นานหลายนาทีจนอีกคนเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน
“จริง ๆ แล้วผมชื่อ โอ๊สครับพี่เอิร์ธ” บรีชตอบถึงความเป็นมาของตน
“พี่? ไม่อยากให้ผมเป็นน้องชายแล้วเหรอ” เอิร์ธอดสงสัยถามไม่ได้กับกิริยาที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย ทั้งที่ก่อนหน้าดื้อรั้นเอาแต่ใจ แต่ตอนนี้รู้สึกถึงความอ่อนน้อมมากขึ้น
“แหะ ๆ จริง ๆ เป็นพี่ชายให้ผมดีกว่าครับ เพราะผมก็มีพี่ชายเหมือนกัน เขาชื่ออ๊อส” โอ๊สที่ได้ความทรงจำกลับมานั้นเหมือนกลายเป็นอีกคนที่ดูเด็กกว่าอายุไปแล้ว
“ผมยังไงก็ได้เพราะผมต้องพึ่งคุณให้ไปตามหาน้องผมเหมือนกัน ผมจะเป็นพี่คุณจนกว่าพวกเราจะเจอพี่น้องของพวกเรา” เอิร์ธพูดตรง ๆ ถึงเรื่องที่สำคัญ
“ขอบคุณครับพี่เอิร์ธ ถ้าแบบนั้นอย่าพูดเป็นทางการสิ ผมต้องเป็นน้องพี่นะ” โอ๊สไม่พูดเปล่าทำแก้มป่องเป็นเด็กงอนพี่ชายทันที
“แล้วกันถ้านายนิสัยแบบนี้เป็นบรีชยังดีกว่า” เอิร์ธบ่นใส่ชายหนุ่มตรงหน้า
“ฮะ ๆ จริง ๆ นิสัยแบบบรีชผมไม่ลืมไปหรอกครับ แค่รู้สึกคิดถึงตัวตนเก่า ๆ เลยแสดงออกมาให้พี่ได้เห็น ว่าผมจริงใจกับพี่ เลยแค่แสดงนิสัยจริง ๆ ถ้าผมยังเป็นแค่โอ๊สคงรอดยากในโลกแบบนี้” เด็กหนุ่มลุกยืนพร้อมบิดขี้เกียจก่อนเดินมากอดพี่ชายคนใหม่ตรงหน้า
“ขอบคุณครับที่ช่วยรักษาผม เรามากินข้าวกันเถอะ” รอยยิ้มแบบจริงใจตั้งแต่เอิร์ธรู้จักคนตรงหน้ามาครั้งนี้คือครั้งแรกที่เขาได้เห็น รอยยิ้มก่อน ๆ หน้านั้นเทียบไม่ได้เลย
“วันนั้นผมเพิ่งกลับจากโรงเรียนในเมืองฮาเวส ระหว่างทางผมเห็นพี่ชายของผมกำลังเข้าป่าเพื่อไปหาของมาทำอาหาร ด้วยความนึกสนุกอยากแกล้งพี่ชายจอมเห่อน้อง เลยเข้าป่าตามไปหวังให้อีกฝ่ายตกใจ แต่แล้วกลายเป็นว่าผมกับหลงป่าเสียเอง พยายามกลับทางเดิมก็ไม่ถูก เพราะมัวแต่คิดจะตามพี่ชายให้ทัน เลยไม่ทันสังเกตทางระหว่างมา ส่วนพี่ชายก็ไม่รู้ว่าไปทางไหน จะร้องขอความช่วยเหลือก็กลัวเสียฟอร์มเลยพยายามหาทางออกเองจนเดินมาเจอแม่น้ำ ด้วยที่ว่าถ้าเดินตามลำน้ำไปจะกลับมาหมู่บ้านผมได้ แต่เพราะเวลามันเย็นแล้วในป่าแห่งนั้นมันอันตราย โดยเฉพาะปีศาจโครงกระดูกที่โดนคำสาปของอสูรโบราณ ผมเลยจำต้องซ่อนตัวบนยอดไม้ใกล้แม่น้ำรอเวลาให้ราตรีผ่านพ้นไป แต่ใครจะไปคิดว่า เช้าของอีกวันจะเจอสิ่งที่อันตรายไม่ต่างจากปีศาจโครงกระดูก ‘มนุษย์’ กองโจรป่าที่อาศัยความกลัวของชาวบ้านแอบซ่อนทำฐานที่มั่นในที่แห่งนั้น ผมที่บังเอิญไปพบเข้า พวกมันกลัวว่าผมจะนำภัยมาสู่พวกมัน การกำจัดคือทางเลือกที่ดีที่สุด ผมรู้ว่าถ้าไม่หนีผมก็ต้องตาย แล้วใครจะยอม ผมมีพี่ชายที่ผมรัก มีพ่อแม่ที่พวกผมต้องออกตามหา การมาตายในที่แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ลูกธนูแหวกผ่าอากาศดอกแล้วดอกเล่าที่ผมรอดมาได้ ผมหนีตายจนต้องออกจากเส้นทางกลับบ้าน ผมรอดพ้นจากพวกกองโจร แต่ผมต้องกลายมาเป็นเด็กหลงป่าตามเดิม แถมทางที่ผมหนีมาก็ไม่รู้ว่าทางไหนคือที่ไหน ผมใช้เวลาในป่าหลายสิบวันอาศัยผลไม้ป่าที่ผมพอรู้จักประทังชีวิต จนผมเจอแม่น้ำสายหนึ่งผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นสายเดียวกับแม่น้ำที่เข้าหมู่บ้านผมหรือเปล่า เลยได้แต่เดินไปตามแม่น้ำ ค่ำไหนนอนนั้น จนผมออกจากป่ามาเจอทะเลผมถึงรู้ว่าผมเดินออกห่างจากหมู่บ้านมาไกลกว่าที่คิด แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่าเดินเลาะหาดไป ทางตะวันออกผมจะเจอหมู่บ้านประมงและเส้นทางกลับหมู่บ้านเกษตรได้ ผมยังมีทางรอด ถึงผมจะออกจากป่ามาแล้ว แต่ทะเลก็ใช่สิ่งที่จะปลอดภัย ผู้ใหญ่บ้านมักเล่าเรื่องอสูรทะเลในเวลากลางคืนที่มันจะขึ้นมาอาบแสงจันทร์และแสงดาว ด้วยความอยากรู้คืนนั้นผมก็แอบดูบนต้นไม้ไม่ไกลหาดเท่าไหร่ มันก็มาอสูรร่างยักษ์มีหนวดคล้ายหมึก มันขึ้นมานอนอาบลมอาบแสงจันทร์ตามที่ผู้ใหญ่บ้านเล่า มันน่ากลัวจริง ๆ พอเช้ามาผมก็รีบเดินทางไปหมู่บ้านประมงระหว่างทาง ผมได้นั่งพักใต้ต้นมะพร้าว แต่ไม่นึกฝันว่าผมจะมีเคราะ...”
“อย่าบอกนะว่าลูกมะพร้าวตกใส่หัวความจำเสื่อมแล้วสลบจนแม่นายนั่งเรือบินมาพบ”
“โดนแย่งพูดแบบนี้ผมก็จบเลยสิครับพี่เอิร์ธ อุส่าถึงตอนความจำเสื่อมพอดี” แก้มป่อง ๆ ถูกอัดลมบวมใส่พี่ชายเบื้องหน้า
“ฮะ ๆๆๆๆ จริง ๆ แล้วโอ๊สเป็นพวกชั่งพูดสินะ เล่าแบบใส่อารมณ์มาก” เอิร์ธแซว
“เห้อ~ ก็ตามที่พี่แย่งเล่านั้นละ ผมความจำเสื่อมเพราะลูกมะพร้าว!!!!!!!”
-------------------
“รู้สึกบ้านหลังนี้กว้างขึ้นเลยแหะ” ผมบ่นกับตัวเองหลังจากพี่ชายผมไปเข้าค่ายได้หนึ่งวัน
“ห้องอ๊อสทำไมมันถึงสะอาดจังวะ” ผมเดินสำรวจห้องอีกคนที่เวลามันอยู่ผมไม่อยากเข้ามาเห็นภาพอานาจาร
“เห้ย ที่นอนนิ่มกว่าของกูอีก” แอบไปนอนบนเตียงของคนที่ไม่อยู่ แล้วก็หลับไปหน้าตาเฉย