จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 47 พิษที่ซับซ้อน

    ตอนที่ 47 พิษที่ซับซ้อน
    ภายในร้านโอสถสวรรค์โอ่อ่าไม่ต่างจากด้านนอก ตู้สมุนไพรนับร้อยถูกจัดเรียงแน่นขนัด ที่ถูกสร้างจากหยกชั้นดี บ่งบอกถึงคุณสมบัติของมันที่จะไม่ทำให้เสียสรรพคุณของตัวยา และที่สำคัญมันถูกสร้างมาจากหินชนิดเดียวกันกับแหวนมิติระดับทองแดง มันจึงสามารถเก็บตัวยาได้อย่างมากมาย ทุกห้องหับทุกสัดส่วนล้วนถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจน แม้แต่ห้องปรุงโอสถที่เคยคับแคบ ก็ยังได้รับการปรับปรุงใหม่จนกว้างใหญ่กว่าเดิมฉางไห่และหูเกอเดินไปนั่งที่เก้าอี้พูดคุยตามประสาคนมีอายุ ส่วนเนี่ยฟงนั้นยังคงเดินสำรวจห้องต่างๆ ที่ได้รับการปรับปรุง ซึ่งหนึ่งในห้องที่เนี่ยฟงชื่นชอบที่สุดนั้น คือห้องที่ใช้สำหรับการรักษา ที่มีม่านตาข่ายในการป้องกันหมอกควันพิษ ซึ่งก็คือม่านชนิดเดียวกันที่ใช้ปกปิดเนี่ยฟงในงานประมูลที่ผ่านมาเนี่ยฟงเดินกลับมาที่ห้องโถงใหญ่ เพื่อไปสำรวจสมุนไพรในตู้หยก ท่ามกลางการจ้องมองของหูเกอและฉางไห่ที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ทันที่เนี่ยฟงจะเปิดตู้ยาเขาก็เอ่ยออกมาทันที“ในตู้ว่างเปล่า?” เนี่ยฟงกล่าวออกมาพร้อมกับเหลือบมองไปที่หูเกอ“สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ของท่านถัง เพียงแค่สูดดมก็รู้ว่าภายในนั้นล้วนว่างเปล่า น้องเนี่ยฟงต้องการสมุนไพรชนิดใดบ้าง เพียงแค่เจ้าจดรายการมา ข้าจะรีบไปจัดแจงให้เจ้าทันที” เนี่ยฟงหยิบพู่กันและกระดาษ พร้อมกับนั่งลงไปที่โต๊ะใหญ่กลางห้องโถงทันที ก่อนจะหลับตาพร้อมกับใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วตวัดพู่กันไปมาอย่างรวดเร็ว หูเกอและฉางไห่ก้าวเดินมาที่ด้านหลังของเนี่ยฟง พร้อมกับจับจ้องไปที่กระดาษที่เนี่ยฟงกำลังขีดเขียน ชื่อสมุนไพรนานาชนิด มันถูกจดลงไปในแผ่นกระดาษด้วยความรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของหูเกอที่กำลังตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปี จะรู้จักสมุนไพรได้มากมายขนาดนี้ ถ้าหากเขาไม่ใช่ศิษย์เอกของถังต้าเหลียนแล้วล่ะก็ หูเกอคงคิดว่าเนี่ยฟงเป็นเฒ่าทารกที่มีชีวิตยืนยาวมาหลายร้อยปีสายตาฉางไห่ที่จ้องมองปลายพู่กันของเนี่ยฟงนั้น ยิ่งทำให้ฉางไห่รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ใครจะคาดคิดว่าหลานของตนรู้จักสมุนไพรมากมายถึงเพียงนี้ ในขณะนั้นเองที่ฉางไห่ก็นึกถึงชื่อถัง ที่หูเกอพูดหลุดปากออกมา ผ่านไปราวๆ หนึ่งก้านธูป เนี่ยฟงก็วางพู่กันลงที่โต๊ะ พร้อมกับกระดาษนับสิบแผ่นที่เขียนชื่อสมุนไพรนานาชนิด แล้วเอ่ยกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา “ขอให้ท่านหูเกอช่วยจัดสมุนไพรให้ข้าตามนี้ด้วย” หูเกอหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาตรวจดู สมุนไพรแต่ละชนิดที่เนี่ยฟงเขียนออกมานั้น ล้วนแต่หาได้ทั่วไปในป่าเขา จะมีชนิดที่หายากหน่อยก็มีเพียงแค่หนึ่งหรือสองชนิดเท่านั้น แต่มันก็ไม่เกินความสามารถของสมาคมการค้าที่จะสรรหา ในขณะที่หูเกอจะแยกตัวจากไป ฉางไห่ก็เอ่ยออกมาทันที“ลูกฟง ปู่ว่าจะไปเยี่ยมเยือนสมาคมการค้าเสียหน่อย ปู่อยากได้สมุนไพรบางตัวในการปรุงยาบำรุง” “เช่นนั้นก็ฝากท่านหูเกอด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ลงไว้ในบัญชีข้า” หูเกอรู้สึกประหลาดใจอยู่ชั่วครู่ ที่ฉางไห่ต้องการจะไปเยี่ยมเยือนสมาคมการค้า เมื่อจ้องจับผิดบนใบหน้าก็ไม่มีพิรุธอันใด ทำให้เขาคิดว่าฉางไห่ต้องการไปซื้อสมุนไพรจริงๆ หูเกอและฉางไห่ก้าวเดินออกไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางการจ้องมองของเนี่ยฟง เมื่อทั้งสองหายไปจนลับสายตา เนี่ยฟงก็โยนเม็ดระดับสิบเข้าปาก พร้อมกับเดินเข้าไปในห้องรักษาทันที... ณ สำนักเทพกระบี่ ซุนหวังเหว่ยกำลังก้าวเดินออกมาจากห้องฝึกลมปราณอย่างเชื่องช้า ผิวพรรณที่เปล่งปลั่งของเขานั้น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าได้เลื่อนระดับขึ้นไปอีกขั้น ทำให้ใบหน้าของซุนหวังเหว่ยนั้นอิ่มเอมไปด้วยความยินดี ซุนหวังเหว่ยเปิดกล่องยาในมือด้วยความหวาดระแวง พร้อมกับเหลือบจ้องมองไปทั่วสารทิศ ก่อนจะลูบคล้ำเม็ดยาที่เหลืออีกห้าเม็ดอย่างเบามือ แล้วพูดพึมพำออกมา“เม็ดยาหญ้าหางหนูระดับสิบช่างวิเศษยิ่งนัก น่าเสียดายที่ข้าได้มันมาน้อยเกินไป หากครั้งหน้ามีโอกาส ข้าจะประมูลมันมาให้หมด!” “ท่านเจ้าสำนัก!! ท่านเจ้าสำนัก!! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!” ซุนหวังเหว่ยรีบเก็บกล่องโอสถเข้าแหวนมิติอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจับจ้องไปยังศิษย์ผู้หนึ่งที่กำลังกระหืดกระหอบวิ่งเข้ามา มันคือหลงเจี๋ยศิษย์เอกของสำนักนั้นเอง มันหยุดที่เบื้องหน้าซุนหวังเหว่ยพร้อมกับลมหายใจที่หนักหน่วง ทันใดนั้นซุนหวังเหว่ยก็พูดออกมาทันที“ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้ว! เวลาที่ข้าฝึกลมปราณห้ามรบกวนเด็ดขาด หากเรื่องที่เจ้าแจ้งมาเป็นเรื่องไร้สาระแล้วละก็...เจ้าเตรียมตัวถูกทำโทษได้เลย” ซุนหวังเหว่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง เมื่อหลงเจี๋ยเห็นดังนั้นก็เอ่ยออกมาทันที“แฮก!! แฮก!! น้อง...น้องหญิง ถูกพิษ!!! เวลานี้...ท่านหมอ..กำลังตรวจดูอาการของนางอยู่” “ห่ะ!!” ดวงตาทั้งสองข้างซุนหวังเหว่ยพลันเบิกกว้าง ก่อนจะทะยานหายไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปราวๆ ห้านาที ซุนหวังเหว่ยก็มาถึงห้องนอนลูกสาวของตน ซึ่งในตอนนั้นเองที่หมอประจำเมืองชิงตง ที่เป็นที่กล่าวขานว่าเป็นหมอที่เก่งที่สุดในเมืองนั้น กำลังตรวจอาการของซุนลี่อยู่ และยังมีเหม่ยฟางที่ยืนอยู่เคียงข้าง เมื่อเห็นสีหน้าที่เจ็บปวดของซุนลี่ พร้อมกับเส้นเลือดดำที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งเรือนร่าง ซุนหวังเหว่ยก็เอ่ยถามออกมาทันที“ท่านหมออาการลูกสาวข้าเป็นยังไงบ้าง? นางถูกพิษอะไร? ท่านช่วยนางได้หรือไม่? ลูกฟางเกิดอะไรขึ้นกับน้องเจ้า? รีบบอกพ่อมาเดี๋ยวนี้!!” ซุนหวังเหว่ยเอ่ยถามออกมาเป็นชุด ท่ามกลางสีหน้าของเหม่ยฟางที่กำลังเคร่งเครียด นางหันไปจ้องมองมองบิดาของตนแล้วเอ่ยกล่าวออกมา “นางเข้าไปในป่าไผ่เขียว ข้ารู้แค่นั้น” เมื่อได้ยินคำตอบของเหม่ยฟาง ดวงตาทั้งสองข้างของซุนหวังเหว่ยก็สั่นสะท้าน ในขณะที่กำลังจะกล่าวถามสาเหตุออกไป หมอประจำเมืองก็ลุกขึ้นยืนทันที“ท่านหมอรักษาลูกข้าได้หรือไม่?” ซุนหวังเหว่ยเอ่ยขึ้นมาอย่างเร่งรีบ หมอประจำเมืองก้าวเดินถอยหลังพร้อมกับยกมือคำนับอย่างเชื่องช้า ก่อนจะส่ายหน้าอย่างเบาๆ พร้อมกับเอ่ยออกมาทันที“เรียนท่านเจ้าสำนัก ข้าน้อยไร้ความสามารถ ถึงข้าน้อยจะรู้ว่ามันเป็นพิษของงู แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นพิษของงูชนิดใด ตั้งแต่ข้าเกิดมาก็พึ่งเคยเจอกับพิษที่ซับซ้อนเช่นนี้เป็นครั้งแรก ข้าเกรงว่า...ลูกท่านคงไม่สามารถหนีชะตาครั้งนี้ไปได้ โชคดีที่ได้คุณหนูใหญ่ช่วยสกัดจุดไว้ จึงสามารถยืดชีวิตออกไปได้เล็กน้อย แต่ข้าเกรงว่าก็คงยืดได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม นางก็ต้องตายอยู่ดี ข้าว่าท่านควรเตรียมจัดงานศพให้แก่ลูกสา..ว” “ผลัวะ!! โครม!!!” เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของหมอประจำเมืองปลิวกระเด็นไปไกล ก่อนจะปะทะกับประตูจนเกิดเสียงดังสนั่น และลงไปทรุดนั่งอยู่ที่พื้นด้วยความเจ็บปวด มันจ้องมองเหม่ยฟางด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว เป็นฝีมือของนางที่เตะท่านหมอกระเด็นออกไป“หากเจ้ายังแช่งน้องสาวข้าอีก นั้นจะเป็นลมหายใจสุดท้ายของเจ้า” “แค่ก!! แค่ก!! ข้า...ข้า.ไม่กล้า..แล้ว คุณ..หนูใหญ่...” หมอประจำเมืองกล่าวออกมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหมดสติไปในที่สุด โชคของมันยังดีที่เหม่ยฟางชิงลงมือก่อน มิเช่นนั้นชีวิตน้อยๆ ของหมอประจำเมืองชิงตงอาจสิ้นชื่อ เนื่องจากถูกซุนหวังเหว่ยสังหารในพริบตา ซึ่งเขานั้นกำลังตั้งท่าจะสังหารท่านหมออยู่นั้นเองในยามนี้ซุนหวังเหว่ยรู้สึกมืดบอดทั้งแปดด้าน จ้องมองลูกสาวของตนด้วยสายตาที่สิ้นหวัง หากหมอที่เก่งกาจที่สุดในเมืองยังรักษานางไม่ได้ ก็คงไม่มีหมอคนใดในเมืองชิงตงที่จะมีความสามารถอีก น้ำใสๆ เอ่อล้นที่เบ้าตาของเหม่ยฟาง นางรู้สึกเจ็บปวดใจจนไม่สามารถเอ่ยกล่าวได้ ทันใดนั้น! หลงเจี๋ยก็เอ่ยออกมาทันที “จริงซิ!! ท่านเจ้าสำนัก! เมื่อวานข้าไปเดินเล่นในเมืองมา มีร้านยามาเปิดใหม่ ชื่อของมันคือร้านหมอเทวดา อีกทั้งยังเห็นท่านหูเกอและคนจากสมาคมการค้าจันทราช่วยกันตกแต่งร้าน บางทีอาจจะช่วยน้องหญิงได้” ดวงตาของเหม่ยฟางทอประกายความหวัง แต่แล้วซุนหวังเหว่ยกลับเอ่ยกล่าวออกมา ทำลายความหวังของนางทันที “เหอะ!! ก็แค่โรงหมอธรรมดา ที่อวดอ้างตนเองก็เท่านั้น ข้าไม่มีวันที่จะหลงเชื่อพวกมันเด็ดขาด!!” “หากไม่ลองจะรู้ได้อย่างไร? อีกอย่างสมาคมการค้าจันทรา ถึงกับลงมือตกแต่งร้านให้ และท่านหูเกอยังมาดูงานด้วยตนเอง บางทีหมอยาผู้นั้นอาจจะเป็นผู้มีความสามารถก็เป็นไปได้ หากท่านไม่พานางไป ข้าจะพาไปเอง!” เหม่ยฟางกล่าวออกมาเมื่อได้ยินคำกล่าวของบิดาตน เมื่อซุนหวังเหว่ยนึกคิดตามที่นางพูด ก็เอ่ยกล่าวกับหลงเจี๋ยทันที“เจ้ารีบไปเตรียมรถม้า!! หากมันรักษาลูกข้าไม่ได้ ข้าจะถล่มโรงหมอมันให้สิ้น!” “ขอรับ!!”

    คล้ายกับเรื่องจอมหมัดราชันย์ ที่คุณอ่าน