เริ่มภารกิจ
เมื่อพวกฟางเฉินมาถึงทวีประดับต่ำกลุ่มคนของทวีปแห่งนี้ก็พากันออกมาต้อนรับพวกฟางเฉินอย่างดีและเมื่ออยู่ต่อหน้าอู่เย่หลานพวกเขาก็แสดงท่าทางเคารพออกมาเพราะพลังของอู่เย่หลานนั้นทรงพลังอย่างมากแค่แรงกดดันก็ทำให้พวกเขาหวาดกลัวกันแล้ว“ขอบคูณแขกจากนิกายพฤกษาครามที่ตอบรับคำขอของพวกเรา ตอนนี้สถานการณ์ของพวกเราค่อนข้างย่ำแย่เพราะงั้นคงต้องให้พวกท่านจัดการพวกอสูรพวกนั้นแล้ว” ผู้นำของทวีประดับต่ำกล่าวผู้นำคนนี้เป็นชายชราอยู่ระดับสวรรค์ขั้นสูงเท่านั้น และคนอื่น ๆที่แข็งแกร่งส่วนใหญ่ก็เพียงระดับสวรรค์ไม่ขั้นต้นก็กลาง“แม่นางคนนั้นชั่งงดงามยิ่งนัก” ชายหนุ่มคนหนึ่งมองไปที่เย่เซียนด้วยสายตาหลงใหล“หุบปากของเจ้าซะ คนเหล่านี้ไม่ใช่คนที่ตระกูลของเจ้าจะยุ่งด้วยได้” ชายหนุ่มอีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เหอ เหอ แล้วอย่างไรตั้งแต่ข้าเกิดมามีสิ่งใหนบ้างที่ข้าอยากได้แล้วไม่ได้ ต่อให้ศิษย์ของนิกายพฤกษาครามจะทรงพลังแค่ใหนแต่ว่าก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่” ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวและยังมองเย่เซียนอย่างไม่ละสายตาแต่ในตอนนั้นเองดวงตาสีทองคู่หนึ่งก็หันมามองชายหนุ่มคนนั้น พริบตานั้นวิญญาณของชายหนุ่มคนนั้นก็ถูกพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่โจมตีทำให้จิตใจแตกสลายในพริบตา“อ๊ากกกกกกกกกกก” ชายหนุ่มคนนั้นกรีดร้องออกมาเหมือนกับคนบ้า ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวทำให้จิตใจของชายหนุ่มคนนั้นแตกสลายกลายเป็นคนเสียสติทันที“น้องชายเจ้าทรงพลังมาก พลังของจิตวิญญาณดวงตาของเจ้าทรงพลังจนพวกข้ายังหวาดกลัวเลย” อู่เล่ยยกนิ้วให้ฟางเฉินทันที“ท่านผู้นำข้าขอแนะนำว่าท่านควรจะควบคุมคนของท่านให้ดีเพราะถ้าไม่อย่างงั้นไม่เพียงแต่พวกเราจะไม่ช่วยเหลือพวกท่านแต่พวกข้ายังสามารถผลักพวกท่านลงเหวตอนนี้ก็ยังได้” อู่เย่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“แน่นอน แน่นอน รีบพาไอ้คนบัดซบออกไป และไปบอกคนในตระกูลพวกมันด้วยว่าถ้าไม่อยากตายให้รีบมาขอโทษแขกของพวกเราเดี๋ยวนี้” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นกว่าพวกเขาจะเชิญพวกฟางเฉินมาได้ต้องใช้เวลาและทรัพยากรไปเป็นจำนวนมากแต่คนเหล่านี้กลับเกือบทำให้ความหวังของเขาสูญหายไปจากนั้น ๆไม่นานบิดาของชายคนนั้นก็มาพร้อมกับก้มหัวขอโทษพวกฟางเฉินด้วยความหวาดกลัวในฐานะที่เป็นผู้นำของตระกูลหนึ่งแน่นอนว่าย่อมรู้ความน่ากลัวของศิษย์นิกายพฤกษาคราม และตัวเขาก็ได้แต่โทษตัวเองที่เลี้ยงดูบุตรตามใจมากเกินไปหลังจากที่พักผ่อนเป็นเวลา 1 วัน พวกฟางเฉินก็ได้นำกลุ่มของพวกชายชราไปโจมตีอาณาจักรที่ต้องการททวงคืนทันที พวกอสูรที่ยึดครองอาณาจักเหล่านี้คืออสูรระดับ 6 ขั้นสูงซึ่งก็คือ แมงป่องสามหางซึ่งตัวมันเองก็มีโอกาสกลายเป็นอสูรระดับ 7 ได้หากมันมีเวลาพอ“แมงป่องสามหางตัวนี้ทรงพลังอย่างมาก ด้วยเกาะที่หนาและพิษที่รุนแรงถึงตายทำให้เป็นการยากที่จะจัดการมัน” อู่เย่หลานอธิบายให้พวกฟางเฉินฟัง“แบบนี้ก็เป็นเรื่องยากจริง ๆเพราะทั้งร่างของมันเป็นพิษหมดมีเพียงการโจมตีของพี่สาวเย่หลานและพวกพี่ชายเล่นเท้านั้นที่พอจะจัดการมันได้” ฟางเฉินกล่าว“ใช่แล้วเพราะแบบนั้นข้าและพวกอู่เล่ยเลยอยากจะออมพลังเอาไว้สู้กับเจ้าแมงป่องสามหางดังนั้นข้าเลยอยากจะวานพวกเจ้าจัดการพวกอสูรตัวอื่น ๆ จากที่ข้ารู่น้องฟางเฉินเจ้าคงไม่มีปัญหาที่จะจัดการพวกอสูรระดับ 6 ใช่หรือไม่” อู่เย่หลานกล่าว“ถูกต้องข้าไม่มีปัญหาเพราะข้ามีเจ้าเงินน้อยอยู่” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับเรียกหมาป่าจันทราออกมา“อืม เท่านี้ก็น่าจะวางใจได้แล้วส่วนพวกท่านคอยช่วยพวกน้องชายข้าจัดการพวกอสูรตัวอื่น ๆ” อู่เย่หลานหะนไปกล่าวกับชายชรา“ตกลง ตกลง” ชายชราพยักหน้ากล่าว“ถ้างั้นก็บุกสังหารพวกมันให้สิ้น” อู่เย่หลานคำราม“โฮก!!!!!!!!” อสูรหมาป่าจันทราคำรามออกมามันวิ่งเข้าไปโจมตีเป็นตัวแรกคมเสี้ยวจันทราถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวมันทำให้อสูรที่พุ่งเข้ามาถูกตัดออกไปสองท่อนทันที“เรามาแข่งกันดีหรือไม่ฉินเย่” ฟางเฉินกล่าว“จัดมา” ฉินเย่กล่าวพร้อมกับกลายเป็นสายฟ้าพุ่งเข้าสังหารอสูรระดับ 4-5 ทันที“ข้าจะคอยคุ้มกันหลังให้เจ้าเอง” เย่เซียนกล่าว“ตกลง!!!!!!!”ฉินเย่และหนิงเซี่ยร่วมมือกันสังหารพวกอสูรได้เป็นจำนวนมากทำให้พวกคนในทวีประดับต่ำต่างพากันตกตะลึง แต่ในตอนนั้นเองฟางเฉินก็เคลื่อนใหว เส้นด้ายสีดำกระจายตัวออกไปตามพื้นที่ต่าง ๆ“นั่นมันอะไร” อู่เล่ยแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“เส้นด้ายงั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าน้อชายฟางเฉินใช้ดาบเป็นอาวุธหรอกเหรอ” อู่เม่ยกล่าว“ดูนั่น นั่นมันบ้าไปแล้วเส้นด้ายบ้าอะไรจะคมขนาดนั้นสามารถตัดร่างของพวกอสูรราวกับเต้าหู้ได้เลย” อู่เนี่ยกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกฟางเฉินควบคุมเส้นดายอย่างชำนาญและเส้นด้ายเหล่านี้จะสังหารอสูรที่เข้ามาใกล้ฟางเฉินทันที“ขอลองสักลูกก่อนแล้วกัน” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับปาลูกระเบิดเพลิงวินาศเข้าไปในฝูงอสูรระดับ 5 นับ 10 ตัวทันที“ระเบิด!!!!”“ตูม!!!!!!!!!!!!”ลุกเหล็กระเบิดอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เวลานาน แรงระเบิดได้เป่าร่างของอสูรระดับ 5 จนไม่เหลือซาก“รุนแรงยิ่ง” เย่เซียนแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“เฮ้ย สหายแบบนั้นมันเกินไปแล้ว แบบนี้ใครจะไปชนะเจ้าได้” ฉินเย่ยืนแข็งค้างก่อนจะคำรามออกมา“เอาน่าข้าแค่ทดสอบของเล่นนิดหน่อยเท่านั้น” ฟางเฉินยิ้มออกมาการแสดงพลังของพวกฟางเฉินทำเอาไว้ผู้คนในทวีปแห่งนี้สั่นไปทั้งตัว ขนาดพวกฟางเฉินเป็นเพียงแค่ระดับปฐพีแต่กลับแสดงพลังที่สามารถสังหารระดับสวรรค์ลงได้อย่างง่ายดายทางเย่เซียนเองก็ไม่ได้อ่อนแอนางกวัดแกว่งกระบี่ได้อย่างรวดเร็วจนคนอื่น ๆมองตามวิถีกระบี่ของนางไม่ทัน และทุกครั้งที่นางกวัดแกว่งกระบี่จะต้องมีอสูรตายอย่างต่ำ 2-3 ตัวภายในฝูงพวกอสูรซึ่งในเงามือกลุ่มคนชุดดำที่สวมหน้ากากหัวกะโหลกของอสูรอยู่ กลุ่มคนชุดดำเหล่านี้มีทั้งหมด 5 คน แต่ละคนล้วนอยู่ระดับสวรรค์ทั้งสิ้น“นี่หระเหรอพลังของศิษย์นิกายพฤกษาคราม” ชายหน้ากากหัวกะโหลกหมักล่าว“พวกศิษย์พวกนี้เป็นพวกมีความสามารถสูงตามหลักพวกเราควรจะหลีกเลี่ยงปะทะกับมัน แต่พวกมันกลับมาทำลายแผนของพวกเราเพราะงั้นพวกมันจะต้องตาย” ชายที่สวมหน้ากากพยักฆ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา