ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 210 เพื่อสมาคมใต้ดิน

“ทุกคน! ฟังให้ดี!...จงยอมสละทุกสิ่งเพื่อเป้าหมายของพวกเรา!”

อาชูร่าเอ่ยเสียงดังน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังและเร่งร้อน

เสียงกู่ร้องของทหารฉีดพลังดังขึ้นสนั่นพวกเขาพร้อมยอมตายเพื่อภารกิจ

คนสวมหน้ากากชุดคลุมดำ ปราชญ์แห่งสมาคมใต้ดิน ทั้งสองขยับออกมายืนใกล้ม่านพลังดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายด้วยความเยือกเย็นยืนเผชิญหน้ากับปราชญ์สองพี่น้องแห่งอาณานิคม

สายตาทั้งสี่คู่สบกันกลางอากาศอย่างเย็นชา ไม่มีคำกล่าวใดแต่ความเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่สามารถตัดผ่านด้วยคมดาบทุกลมหายใจที่แลกเปลี่ยนกันเหมือนเป็นบทสนทนาที่ไม่มีคำพูดแต่เต็มไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง

ออร่าแห่งพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากพลังระดับปราชญ์นั้นเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ผู้ใช้พลังระดับที่ต่ำกว่าไม่อาจกล้ำกรายได้สายลมรอบข้างเริ่มสะท้อนพลังอันมหาศาลจนพื้นที่รอบบริเวณถูกบิดเบี้ยวด้วยแรงกดดันที่มากเกินไปการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของแต่ละคนสามารถจุดประกายให้เกิดการปะทะอันรุนแรงซึ่งอาจทำลายทุกสิ่งรอบข้างได้ในทันที

 

ผู้ใช้พลังพิเศษระดับ 8 ถูกเรียกว่าขั้นปราชญ์เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่น้อยคนนักที่สามารถจะก้าวมาถึงขั้นนี้ได้

ท่ามกลางสนามรบที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายนั้นเป็นฉากที่สะท้อนถึงความสำคัญของการต่อสู้ครั้งนี้

ยิ่งเป็นผู้ใช้พลังระดับสูงเท่าไหร่ ยิ่งต้องมีสมาธิมากเท่านั้นยิ่งพลังขั้นสูงที่อยู่ในระดับเดียวกันแล้ว หากผู้ใดประมาทการโจมตีครั้งแรกอาจเป็นตัวตัดสินชะตากรรมได้ทันที

 

ผู้ใช้พลังระดับเจ็ดที่มีพลังแข็งแกร่งอีกสิบสองคนในกลุ่มพวกเขาต่างรีบเข้าไปล้อมรอบอาชูร่าเป็นวงแหวน การคุ้มกันถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

อาชูร่ารู้ว่าการหลบหนีในครั้งนี้สำคัญมากมันไม่ใช่เพียงการปกป้องชีวิตของเขา แต่เป็นการปกป้องแผนการทั้งหมดของสมาคมใต้ดิน

 

“ตูมม!”  “ตูมม!”

เสียงระเบิดพลังดังก้องทั่วพื้นที่แสงวาบและลมพลังสะท้อนกันไปมาในสนามรบ อากาศรอบตัวเหมือนถูกบีบอัดจากแรงปะทะอันมหาศาล

ทหารฉีดพลังของกลุ่มก่อการร้ายซึ่งถูกใช้เป็นกำลังป้องกันจากแนวหน้าต่างก็เริ่มตกตายไปเป็นจำนวนมากเลือดสาดกระจายท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงโหยหวนจากความตายที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตา

การโจมตีอย่างหนักหน่วงทำให้แนวป้องกันเริ่มอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว

ผู้ใช้พลังระดับเจ็ดทั้งสิบสองคนของกลุ่มก่อการร้ายยืนล้อมอาชูร่าไว้กางม่านพลังป้องกันที่ส่องแสงวูบวาบอย่างทรงพลัง

ม่านพลังนั้นเป็นเกราะที่หนาทึบป้องกันการโจมตีจากภายนอกทุกทาง อาชูร่าที่อยู่ในม่านพลัง มีสีหน้าเคร่งเครียดพลางส่งสัญญาณให้กลุ่มของเขาค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังหลุมลึกที่ถูกขุดไว้ เพื่อหนีลงสู่ใต้ดิน    โลกมิติที่นั้นสำคัญเกินกว่าจะให้ถูกช่วงชิงไปได้

แต่ตอนนี้ ผู้ใช้พลังระดับเจ็ดของอาณานิคมมีจำนวนมากกว่าก่อนหน้าก็ไม่ยอมปล่อยให้หลบหนีไปได้โดยง่ายแต่ละคนเคลื่อนที่รวดเร็วด้วยทักษะที่แม่นยำ เข้าจู่โจมจากทุกทิศทาง

ผู้ใช้พลังระดับสูงของอาณานิคมบุกทะลวงเข้ามาใกล้มากขึ้นม่านพลังที่ปกคลุมกลุ่มของอาชูร่ากระพริบวาบอย่างไม่มั่นคง

บางส่วนเริ่มเกิดรอยแตกร้าวจากการโจมตีซ้ำๆเสียงการปะทะของพลังงานดังกระหึ่มเป็นระยะๆ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดในทุกวินาที

แม้จะถูกกดดันจากทุกทิศทาง แต่กลุ่มก่อการร้ายก็ยังคงรักษาความนิ่งและความเด็ดเดี่ยวไว้

พวกเขากัดฟันสู้สุดกำลังขณะที่อาชูร่ากระตุ้นให้พวกเขาค่อยๆ ถอยร่นเข้าไปในหลุมลึก แต่ทุกวินาทีที่ผ่านไปความหวังในการหลบหนีก็ยิ่งลดลง

 

ขณะที่ผู้ใช้พลังของอาณานิคมผลัดกันเข้าโจมตีท่ามกลางสนามรบที่เดือดพล่านผู้อาวุโสสามคนจากตระกูลเอโร้ ตระกูลที่มีทักษะโดดเด่นด้านการโจมตีทางมิติยืนเรียงรายเป็นสามเหลี่ยมในระยะใกล้

กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากทั้งสามรุนแรงราวกับกระแสน้ำวนหมุนกวาดทุกสิ่งรอบตัวพวกเขาต่างประสานมือพร้อมกัน

“ฟู่!”

เคียวมิติขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศกระแสลมโดยรอบกวัดแกว่งอย่างน่ากลัว แสงของมันบิดเบี้ยวด้วยพลังมิติที่ทรงอานุภาพ ในวินาทีเดียวผู้อาวุโสทั้งสามฟาดเคียวมิติลงพร้อมกัน

“เปรี้ยงงงง!”

เสียงที่เกิดขึ้นราวกับเสียงกระจกแตกกระจายพลังนั้นไม่เพียงแต่กรีดม่านพลังที่ปกคลุมกลุ่มก่อการร้ายออกเป็นชิ้นๆแต่ยังแผ่ซ่านไปทั่วรอบข้างทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในเส้นทางของมันถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ

ม่านพลังที่เคยเป็นเกราะหนาทึบแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาเกิดเป็นช่องโหว่ที่ไร้การป้องกัน

 

ท่ามกลางความสิ้นหวัง กลุ่มก่อการร้ายที่เหลือตัดสินใจแน่วแน่ในชั่วพริบตาควักขวดแก้วที่บรรจุสารคัดหลั่งสีเข้มจากเสื้อคลุม และดื่มเข้าไปทันที สารคัดหลั่งนี้คือสิ่งที่จะผลักดันพวกเขาสู่การวิวัฒน์ครั้งสุดท้ายแม้จะต้องสละร่างกายหลังจากการต่อสู้ไปแล้วก็ตาม

ทันทีที่ดื่มสารนั้นเข้าไป ร่างกายของผู้ใช้พลังก็เริ่มบิดเบี้ยวพลังงานสีดำแผ่ซ่านออกมาจากทุกส่วน ร่างกายของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัวกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด

กล้ามเนื้อขยายออกอย่างรวดเร็วเส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วร่างดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและพลังทำลายล้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

"เพื่อสมาคมใต้ดิน!"

เสียงคำรามดังออกมาจากปากของพวกเขาเหล่านั้นที่ละทิ้งร่างกายสุดท้ายไปแล้วพร้อมกระโจนเข้าหาศัตรูอย่างไร้ความปรานี ร่างของพวกเขาอัดแน่นด้วยพลังที่บ้าคลั่งเข้าปะทะอย่างสุดกำลัง ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงไม่หวั่นไหวต่อความตาย