จักรพรรดิคนที่ 11

    บทที่ 26: สกิลใหม่และเส้นทางสายใหม่

            การก้าวข้ามกำแพงสู่เลเวล 50 เปรียบเสมือนการยกระดับตัวตนของหลี่ชิงไปอีกขั้น พลังงานที่ไหลเวียนในร่างเข้มข้นและทรงพลังกว่าเดิมอย่างชัดเจน ค่าสถานะพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งขึ้น อุปกรณ์ระดับ B ที่เพิ่งได้รับมาก็เปล่งประกายตอบรับกับพลังใหม่ของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    แต่สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นมากที่สุดคือการปลดล็อคช่องสกิลที่ห้า และการได้รับสกิลใหม่ตามที่คาดหวัง! เขารีบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูด้วยใจที่เต้นระรัว

    [ปลดล็อคช่องสกิลที่ห้า] 

    [ได้รับสกิลคลาส: จิตดาบราชันย์]

    "จิตดาบราชันย์..." หลี่ชิงทวนชื่อสกิลเบาๆ ชื่อของมันฟังดูทรงพลังและน่าเกรงขาม เขารีบกดดูรายละเอียดทันที

            [จิตดาบราชันย์ (ต่อเนื่อง/สลับเปิดปิด)] ประเภท: ออร่า/เสริมความสามารถ/อ่อนกำลังศัตรู ระดับ: - ค่า MP ที่ใช้: 15 ต่อวินาที ขณะใช้งาน คำอธิบาย: ปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งดาบราชันย์ สร้างแรงกดดันต่อศัตรูในรัศมี และเสริมพลังแก่ผู้ใช้เล็กน้อย

            "สกิลออร่า!" หลี่ชิงอุทานในใจ "มีผลทั้งบัฟตัวเองและดีบัฟศัตรูด้วย! สุดยอด!" นี่เป็นสกิลประเภทใหม่ที่เขาไม่เคยมีมาก่อน มันไม่ใช่สกิลโจมตีหรือป้องกันโดยตรง แต่เป็นสกิลที่ส่งผลต่อบรรยากาศรอบตัวและสถานะของทั้งตัวเขาและศัตรู "สร้างแรงกดดัน... เสริมพลังเล็กน้อย... รัศมีแค่ไหนกันนะ? แล้วแรงกดดันมันรุนแรงขนาดไหน?"

            คำอธิบายที่คลุมเครือตามสไตล์ระบบของเขายังคงสร้างคำถามมากมาย แต่ศักยภาพของสกิลนี้ก็ชัดเจนในตัวของมันเอง การสามารถข่มขวัญหรือทำใหศัตรูอ่อนแอลงได้ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่ม หรือในขณะที่กำลังต่อสู้ ย่อมเป็นความได้เปรียบอย่างมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับศัตรูจำนวนมากหรือศัตรูที่มีระดับใกล้เคียงกัน

    "แต่ค่า MP ที่ใช้ก็สูงไม่ใช่เล่น... วินาทีละ 15 หน่วย!" เขาสังเกตเห็นข้อเสียสำคัญ "สูงกว่า [เพลงดาบวายุ] ถึงสามเท่า! คงจะเปิดใช้ค้างไว้ตลอดการต่อสู้ไม่ได้แน่ๆ ต้องใช้ให้ถูกจังหวะจริงๆ"

            เขาจัดการจัดสรรแต้มสถานะ 5 แต้มที่ได้จากเลเวล 50 ทันที เขาตัดสินใจลง 2 แต้มให้กับความว่องไว เพื่อรักษาความเร็วที่เป็นจุดเด่น, 2 แต้มให้กับพละกำลัง เพื่อเสริมพลังโจมตีพื้นฐานและทดลองผลกระทบต่อสกิลต่างๆ, และ 1 แต้มสุดท้ายให้กับค่าความฉลาด เพื่อช่วยชดเชยการใช้ MP ที่สูงขึ้นของสกิลใหม่ๆ

    หลังจากจัดสรรแต้มและรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยแล้ว เขาก็แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะทดลองสกิล [จิตดาบราชันย์] เขาต้องการสภาพแวดล้อมที่ท้าทายและมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งพอที่จะเห็นผลกระทบของออร่านี้ได้อย่างชัดเจน

            เขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปยัง "หุบเหวอสูรคลั่ง" ดันเจี้ยนแรงค์ B ที่ขึ้นชื่อเรื่องมอนสเตอร์ประเภทอสูร ที่ดุร้ายและมักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทดสอบสกิลออร่าและสกิลโจมตีวงกว้างของเขา

            เมื่อเข้าไปในหุบเหวอสูรคลั่ง บรรยากาศก็แตกต่างจากดันเจี้ยนอื่นที่เขาเคยไปมาอย่างสิ้นเชิง อากาศเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยกลิ่นกำมะถันจางๆ ผสมกับกลิ่นอายชั่วร้าย ท้องฟ้าเบื้องบนมืดครึ้มตลอดเวลาแม้จะเป็นกลางวัน และมีเสียงคำรามหรือเสียงหัวเราะอันน่าขนลุกดังแว่วมาจากที่ไกลๆ

            เขาเคลื่อนที่เข้าไปอย่างระมัดระวัง พบกับฝูง "อิมพ์คลั่ง" ประมาณสิบกว่าตัว Lv 45-48 กำลังรวมกลุ่มกันอยู่ข้างหน้า พวกมันมีดวงตาสีแดงก่ำและร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล แต่กลับดูดุร้ายและบ้าคลั่งยิ่งกว่าอิมพ์ไฟที่เขาเคยเจอ

    "เหมาะเลย" หลี่ชิงยิ้มเย็น เขาชักดาบเหล็กดาราออกมา เตรียมพร้อมทดลองสกิลใหม่ เขาแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอื่นอยู่ใกล้ๆ

    "[จิตดาบราชันย์]!" เขาเปิดใช้งานสกิลออร่า!

    วูมมม…

            ไม่มีแสงสว่างหรือเอฟเฟกต์ที่มองเห็นได้ชัดเจน แต่บรรยากาศรอบตัวหลี่ชิงพลันเปลี่ยนไป! เกิดแรงกดดันอันหนักอึ้งที่มองไม่เห็นแผ่ออกไปรอบตัวเขา! อากาศรอบๆ ดูเหมือนจะหนืดลงเล็กน้อย และมีเสียงหวีดหวิวเบาๆ คล้ายเสียงดาบที่ถูกชักออกมาจากฝักดังขึ้นในโสตประสาท!

    ฝูงอิมพ์คลั่งที่กำลังส่งเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง พลันชะงักไปเล็กน้อย! ดวงตาสีแดงก่ำของพวกมันฉายแววสับสนและ... หวาดกลัวออกมาจางๆ! พวกมันหยุดการเคลื่อนไหวที่ไร้ระเบียบ หันมาจ้องมองหลี่ชิงด้วยท่าทีที่ลังเลมากขึ้น!

    "ได้ผล!" หลี่ชิงรู้สึกได้ถึงผลกระทบของมัน แรงกดดันนี้มันส่งผลต่อจิตใจของมอนสเตอร์ระดับต่ำกว่าหรือใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน! พวกมันไม่ได้อ่อนแอลงทางกายภาพโดยตรง แต่ความกล้าและความดุดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด!

    เขายังรู้สึกถึงพลังที่เสริมเข้ามาในตัวเองเล็กน้อย มันไม่ใช่การเพิ่มค่าสถานะโดยตรง แต่เป็นเหมือนความรู้สึก "มั่นคง" และ "คมชัด" มากขึ้นในการควบคุมดาบและพลังงานของตนเอง

    "เอาล่ะ ถึงเวลาเก็บกวาด!" เขาเปิดใช้งาน [เพลงดาบวายุ] ควบคู่ไปกับออร่า!

    ฟุ่บบบ! ฉัวะๆๆๆ!

    เขากลายเป็นพายุหมุนสีเงินที่พุ่งเข้าใส่ฝูงอิมพ์คลั่ง! ออร่า [จิตดาบราชันย์] ทำให้พวกมันเคลื่อนไหวตอบโต้ได้ช้าลงและไม่กล้าเข้ามารุมเขาเหมือนปกติ! ส่วน [เพลงดาบวายุ] ก็ทำให้เขาสามารถสังหารพวกมันได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง!

    เพียงไม่นาน ฝูงอิมพ์คลั่งทั้งสิบกว่าตัวก็กลายเป็นเพียงชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่วพื้น!

    หลี่ชิงยืนหอบหายใจเล็กน้อย เขามองดูแถบ MP ที่ลดลงไปอย่างรวดเร็วจากการเปิดใช้งานสองสกิลต่อเนื่อง "แพงเอาเรื่อง... แต่ก็ทรงพลังจริงๆ" เขาสรุป "สกิลนี้เหมาะมากสำหรับการเปิดฉากการต่อสู้ หรือใช้ตอนที่ต้องรับมือกับศัตรูจำนวนมาก เพื่อลดทอนประสิทธิภาพของพวกมันลง"

            เขาฟาร์มอยู่ในหุบเหวอสูรคลั่งต่ออีกพักใหญ่ ทดลองใช้ [จิตดาบราชันย์] ในสถานการณ์ต่างๆ พบว่ามันมีประสิทธิภาพดีมากในการข่มขวัญมอนสเตอร์ที่เลเวลต่ำกว่าหรือใกล้เคียง แต่ผลจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อใช้กับมอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่ามากๆ เช่น พวก Lv 55+ แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังคงเป็นสกิลที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการควบคุมสนามรบ

    เลเวลของเขาขยับขึ้นเป็น 51... 52... อย่างรวดเร็วจากการฟาร์มในดันเจี้ยนแรงค์ B แห่งใหม่นี้

    เมื่อรู้สึกว่าคุ้นเคยกับสกิลใหม่และดันเจี้ยนนี้พอสมควรแล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะออกจากดันเจี้ยนเพื่อกลับไปพักผ่อนและพิจารณา "เส้นทาง" ต่อไปของตนเอง

            ตอนนี้เขาอยู่ที่เลเวล 52 มีสกิลครบเครื่องถึง 5 สกิล มีอุปกรณ์ระดับ B และมีสถานะเทียบเท่าแรงค์ B จากสมาคมฯ เขารู้สึกว่าตนเองแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับความท้าทายส่วนใหญ่ในระดับ B ได้แล้ว แต่การจะก้าวไปสู่ระดับ A หรือ S+ อย่างที่ตั้งใจไว้นั้น การฟาร์มเลเวลเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป เขาต้องการ "โอกาส" และ "ทรัพยากร" ที่มากกว่านี้

    เขานึกถึงทางเลือกต่างๆ ที่มีอยู่:

            ทำงานให้สมาคมฯ อย่างจริงจัง: ด้วยสถานะเทียบเท่าแรงค์ B เขาอาจจะสามารถรับภารกิจพิเศษหรือเข้าร่วมหน่วยเฉพาะกิจของสมาคมฯ ได้ ซึ่งอาจจะนำไปสู่โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลลับ, ทรัพยากรหายาก, หรือแม้กระทั่งการฝึกฝนจากผู้มีประสบการณ์ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดและความเสี่ยงที่ความลับจะถูกเปิดโปง

            เข้าร่วมกิลด์ใหญ่: กิลด์ใหญ่ๆ มักจะมีทรัพยากร, เส้นสาย, และฐานข้อมูลที่กว้างขวาง การเข้าร่วมอาจจะช่วยให้เขาพัฒนาได้เร็วขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวด และการประเมินความสามารถที่อาจจะเจาะลึกจนถึงความลับของเขาได้

            กลับไปร่วมงานกับทีมทหารรับจ้าง ในฐานะ "เบลด" การทำงานอิสระในฐานะ "เบลด" มอบความยืดหยุ่นและโอกาสในการรับงานที่ท้าทายและให้ผลตอบแทนสูง โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง เขายังคงสามารถรักษาความลับได้ในระดับหนึ่ง และชื่อเสียงของ "เบลด" ก็น่าจะเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการทหารรับจ้างบ้างแล้วหลังจากภารกิจที่เทือกเขากระซิบ

    ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง ข้อความหนึ่งก็ถูกส่งเข้ามาที่บัตรฮันเตอร์ของเขา มันมาจาก... คร็อก หัวหน้าทีมเหยี่ยวเหล็ก!

            [ข้อความจาก คร็อก หัวหน้าทีมเหยี่ยวเหล็ก]: "ว่าไง ไอ้หน้ากาก หายหน้าไปนานเลยนะ ได้ข่าวว่าช่วงนี้ชื่อเสียงเจ้าดังใหญ่แล้วนี่? พอดีว่าพวกข้ามี 'งานใหญ่' ชิ้นใหม่เข้ามา เป็นภารกิจระดับ A ต้องเข้าไปใน 'นครลอยฟ้าที่สาบสูญ' เพื่อคุ้มกันทีมนักสำรวจโบราณคดี ค่าตอบแทนงามลิ่ว แต่ความเสี่ยงก็สูงชิบหาย พวกข้าต้องการมือดาบที่พึ่งพาได้อย่างเจ้ามาร่วมทีมอีกครั้ง สนใจไหม? ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง"

            หลี่ชิงอ่านข้อความนั้นซ้ำๆ "นครลอยฟ้าที่สาบสูญ... ภารกิจระดับ A..." หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย นี่คือความท้าทายในระดับที่เขาต้องการ! และการกลับไปร่วมงานกับทีมเหยี่ยวเหล็กในฐานะ "เบลด" ก็ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ มันมอบทั้งความท้าทาย, ผลตอบแทน, และเกราะกำบังสำหรับตัวตนที่แท้จริงของเขา

    "ดูเหมือนว่า... เส้นทางสายใหม่ของข้า จะถูกกำหนดแล้วสินะ" เขายิ้มภายใต้ความคิด ตัดสินใจได้ในที่สุด

    เขาพิมพ์ข้อความตอบกลับสั้นๆ ไปยังคร็อก: "ตกลง ข้าสนใจ รายละเอียด?"

    เขาเก็บอุปกรณ์สื่อสารลง รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่กำลังก่อตัวขึ้น การเดินทางสู่ดันเจี้ยนแรงค์ A ในฐานะนักดาบสวมหน้ากาก "เบลด" กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว! นี่คือเส้นทางสายใหม่ที่จะนำพาเขาเข้าใกล้เป้าหมายไปอีกขั้น!...

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิคนที่ 11 ที่คุณอ่าน