ตอนที่ 169 ฝุ่นสีเงินลงมืออีกครั้ง
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
สิ่งที่ทำให้เฟิร์สไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ก็คือพลังของผลไม้ลึกลับได้คุกคามไปถึงวิญญาณ
โดยปกติแล้วเหล่ามอนสเตอร์ก่อนที่จะยกระดับข้ามขอบเขต วิญญาณของพวกมันจะอ่อนแอเป็นอย่างมาก แต่เมื่อมันมีขอบเขตที่สูงขึ้นมากเท่าไหร่วิญญาณก็จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่นมอนสเตอร์อบิสสีแดงระดับสูงของที่นี่ นอกจากพฤติกรรมที่เหมือนสัตว์เดรัจฉานแล้ว พวกมันยังรู้จักการรอคอยและยับยั้งสัญชาตญาณของตนเอง เพื่อรอผลไม้ลึกลับให้สุกงอมอย่างเต็มที่
นั่นเพราะสติปัญญามันยกสูงขึ้น ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงตัวตนอย่างราชามอนสเตอร์แล้ว ขอบเขตที่ต่างกันความสามารถย่อมต่างกันออกไป
ผลไม้ลึกลับนี้เป็นประโยชน์ต่อมอนสเตอร์ และในตอนนี้เฟิร์สก็เลียนแบบมอนสเตอร์เพื่อที่จะเอาตัวรอดจากภัยคุกคาม
เมื่อผลไม้นี้สามารถยกระดับวิญญาณของมอนสเตอร์ให้เข้าสู่ขอบเขตใหม่ได้ เฟิร์สในตอนนี้จึงมีชะตาไม่ต่างกัน
แม้วิญญาณของเฟิร์สจะแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์เหล่านี้มาก แต่ไม่น่าเชื่อว่าวิญญาณของเขาในตอนนี้ยังถูกผลไม้ลึกลับคุกคาม
ในโลกแห่งจิตราวกับได้ถูกเปลวเพลิงลุกไหม้
เปลวเพลิงเหล่านี้ต้องการเผาผลาญวิญญาณเดิมแล้วสร้างวิญญาณใหม่ขึ้นมาจากกองขี้เถ้า แต่วิญญาณดวงใหม่จะอยู่ภายใต้วิถีของผู้สร้าง ทำให้วิญญาณของเฟิร์สกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีฝึกฝนของคนคนนั้น
มันมีพลังของวิถีที่ยิ่งใหญ่ วิถีแห่งวิญญาณที่สามารถผลาญวิญญาณเดิมและสามารถสร้างวิญญาณใหม่ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมได้ แต่ผลกระทบของมันจะทำให้วิญญาณของเขาผูกติดอยู่ในพันธนาการวิถี
ต่อหน้าวิถีที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ตัวตนอย่างเฟิร์สย่อมไม่อาจต่อต้านได้อย่างแน่นอน
“ไม่ดีแล้ว! วิญญาณของฉัน!”
เฟิร์สดูกระวนกระวายใจอย่างล้นหลาม เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ร่างกายภายนอกก็ถูกเปลวเพลิงพันธนาการใต้ลาวา ส่วนวิญญาณภายในก็กำลังถูกเปลวเพลิงแห่งการสร้างต้องการล้างผลาญวิญญาณของเขาเพื่อสร้างใหม่ขึ้นมา
ด้วยอำนาจของผลไม้ลึกลับ เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้เขาคงจะไม่คิดแตะต้องผลไม้เวรนี่
“อ๊ากกกกกก วิญญาณฉัน!”
วิญญาณของเฟิร์สถูกเผาผลาญอย่างเจ็บปวด จิตของเขาสัมผัสถึงความรู้สึกนี้อย่างทรมาน
เวลานั้นเองผลไม้ลึกลับในมือของเฟิร์สก็สร้างเปลวเพลิงพันรัดร่างของเฟิร์สเอาไว้เหมือนดักแด้ ร่างนั้นจึงจมดิ่งลงไปในลาวาเรื่อยๆ จนไม่สามารถประมาณได้
ภายใต้ลาวาอันร้อนแรงพลุ้งพล่านนี้กว้างใหญ่เป็นอย่างมาก เกรงว่าพื้นที่ของมันจะกว้างใหญ่เสียยิ่งกว่าแผ่นดินที่อยู่ด้านบนเสียอีก
ขณะเดียวกันวิญญาณของเฟิร์สก็ถูกเปลวเพลิงแผดเผาอย่างรวดเร็ว
ทว่า ...
ตอนนั้นเองบุรุษผู้มีเรือนผมยาวสีเงินอันงดงามกำลังนั่งปิดตาอย่างเหม่อลอยท่ามกลางความว่างเปล่านับไม่ถ้วนก็พลันลืมตาขึ้น
วินาทีที่เขาลืมตาโลกทั้งโลกราวกับกำลังถูกดวงตาคู่นี่กดดันจนสั่นไหว เรือนกายเกิดระลอกคลื่นพลังที่ทรงพลังขยายออกไปทำให้พื้นที่ว่างทรุดตัว ก่อเกิดเป็นหลุมช่องว่างสีดำจำนวนนับไม่ถ้วน
เมื่อสิ่งมีชีวิตหลากโลกาเคลื่อนไหวแม้แต่มิติกาลก็ยังถูกทำลายอย่างไม่รู้ตัว
บุรุษผู้นี้ก็คือ ... สิ่งมีชีวิตหลากโลกาฝุ่นสีเงินหรือเมอร์ลินนั่นเอง
“คิดที่จะทำลายดวงวิญญาณของลูกศิษย์คนโตของข้าอย่างนั้นหรอ? เจ้าไปเอาความกล้ามาจากไหน!”
สิ่งมีชีวิตหลากโลกาฝุ่นสีเงินเอ่ยอย่างแผ่วเบาแล้วแสงสีเงินในดวงตาก็ระเบิดอำนาจออกมา
หากลูกศิษย์ของเขาดำเนินชีวิตพลาดพลั้งตายตกก็แล้วไปเถอะ เพราะในสายตาของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาความตายก็เป็นแค่เพียงการเริ่มต้นใหม่เท่านั้น คนคนหนึ่งสามารถตายแล้วเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ ซึ่งจุดนี้เขาสามารถยอมรับได้
แต่หากมีอันตรายถึงขั้นดวงวิญญาณแตกดับ แน่นอนว่าเขาไม่ยอม
วิญญาณแตกดับนั้นหมายความว่าไม่สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้
วิญญาณคือแก่นแท้ของสิ่งมีชีวิต เมื่อถูกทำลายก็จะสูญหายอย่างแท้จริง
หากวิญญาณของเฟิร์สถูกยกระดับขึ้นโดยการสร้างใหม่ วิญญาณถูกทำลายและสร้างใหม่โดยหลงเหลือความทรงจำของร่างเดิมไว้เท่านั้น เขาจะไม่ใช่เขาอีกต่อไป เช่นกันราชามอนสเตอร์ตัวนั้นก็ไม่ใช่มอนสเตอร์ตัวเดิมเช่นกัน แต่มันจะกลายเป็นหุ่นเชิดวิถีที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว
อาจารย์ผู้อยู่ในโลกอันห่างไกลนับไม่ถ้วน บัดนี้ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือลูกศิษย์ของเขาอีกครั้งหนึ่ง
“ข้าไม่อนุญาตให้แตะต้องวิญญาณลูกศิษย์ของข้า!”
เวลาเดียวกันนั้นเองจุดสีเงินในดวงวิญญาณของเฟิร์สก็เปล่งแสงออกมา
แสงสีเงินขยายใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
อำนาจสีเงินแผ่ขยายออกไปกดดันทั้งดวงวิญญาณ วินาทีนั้นเปลวเพลิงลึกลับพลันถูกกดดันอย่างสิ้นเชิง
ไม่เพียงเท่านั้น แสงสีเงินนี้ยังช่วยรักษาดวงวิญญาณที่ถูกทำให้เสียหาย
ร่างทั้งร่างของเฟิร์สเปล่งแสงสีเงินออกมาวูบหนึ่ง ก่อนที่ผลไม้ลึกลับในมือจะพุ่งเข้าสู่โลกแห่งจิตด้วยอำนาจสีเงิน
ผลไม้ลึกลับพลันถูกโลกสีเงินกลืนกินเข้าไป
วินาทีนั้นเองโลกสีเงินที่เคยมีประโยชน์แค่เพียงใช้ร่นระยะเวลาฝึกฝนก็ถูกยกระดับขึ้น
โลกนั้นเกิดการวิวัฒน์ จากโลกแห่งหนึ่งที่เหมือนกับสิ่งลวงตา บัดนี้มันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้โลกนั้นกลายเป็นโลกแห่งเพลิงสีเงิน
เมื่อโลกเพลิงสีเงินปรากฏขึ้นวิญญาณของเฟิร์สเองก็เกิดการวิวัฒน์เช่นกัน
วิญญาณของเขากำลังถูกหลอมรวมเข้ากับโลกเพลิงสีเงิน ทำให้เขากลายเป็นเจ้าของโลกเพลิงสีเงินอย่างแท้จริง
นั่นหมายความว่า ...
โลกเพลิงสีเงินของเฟิร์สกำลังจะมีความสามารถคล้ายคลึงกับโลกลวงของอีวาซึ่งเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากสายเลือด
นี่คือวิถีแห่งโลกเทียม!
สร้างโลกอีกแห่งขึ้นมาในร่างวิญญาณของตนเอง เปลี่ยนวิญญาณให้กลายเป็นโลกใบหนึ่งเพื่อบ่มเพาะในวิถี
วินาทีนั้นข้อมูลของการบ่มเพาะวิถีโลกเทียมก็ส่งเข้ามาในห้วงทะเลความรู้ของเฟิร์ส เขาไม่รู้ว่ามันปรากฏขึ้นมาได้อย่างไร แต่ที่สิ่งหนึ่งที่เขารู้ก็คือ ... วิถีโลกเทียมนั้นยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก ความลึกล้ำของมันเหนือเสียยิ่งกว่าวิถีกระบี่ที่ได้รับสืบทอดมาจากเซียนกระบี่เสียอีก
แต่น่าเสียดายที่วิถีโลกเทียมนั้นลึกล้ำเกินไป เขาในตอนนี้ไม่มีความสามารถที่จะเข้าใจมัน สิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับวิถีโลกเทียมที่เขาได้รับมาเป็นเพียงปลายยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น
หากเทียบกับตอนที่เขาอยู่ในร่างของอีวา วิถีโลกเทียมนี้ยังห่างจากพลังโลกลวงของหญิงสาวอยู่ขุมใหญ่ สาเหตุหลักๆ เพราะอีวาครอบครองพลังสายเลือดของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาโดยตรง แต่เขานับว่าเป็นผู้บำเพ็ญวิถี จำต้องแผ้วถางเส้นทางด้วยตัวเอง ไม่ได้มีทางลัดเหมือนกับพลังสายเลือดนั้น
แต่อย่างน้อยๆ เฟิร์สก็สามารถใช้ประสบการณ์ของพลังโลกลวงนำมาอ้างอิงกับวิถีโลกเทียมได้
“วิญญาณของฉันได้กลายเป็นโลกเพลิงสีเงิน หากเทียบกับโลกสีเงินก่อนหน้านี้แล้วนับว่ามันมีขนาดที่เล็กกว่ามาก แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือฉันเป็นเจ้าของโลกแห่งนี้อย่างแท้จริง ฉันมีอำนาจเบ็ดเสร็จที่จะทำอะไรก็ได้ในที่แห่งนี้ ความรู้สึกนี้แทบจะไม่ต่างไปจากตอนที่ฉันใช้พลังโลกลวงของอีวาเลยแม้แต่น้อย” เฟิร์สรู้สึกตื่นเต้นยินดี
เพียงแค่เสี้ยววินาทีความรู้สึกของเขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่รู้สึกหดหู่สิ้นหวัง ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างลิงโลด
ก่อนหน้านี้เขาอดที่จะอิจฉาในพลังของอีวาไม่ได้ แต่ตอนนี้เขากลับได้รับมันมา แม้ว่ามันจะมีพลังด้อยกว่าเป็นอย่างมากก็ตาม
ขณะเดียวกันนั้นเองเฟิร์สก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ในตอนเริ่มแรกผลไม้ลึกลับต้องการที่จะวิวัฒน์ร่างของเขาให้ยกระดับขึ้นด้วยเปลวเพลิง ทว่าในตอนนี้เพลิงนั้นกลับเปลี่ยนสีจากเพลิงสีแดงกลายเป็นเพลิงสีเงิน
ช่วงวินาทีเริ่มแรกร่างกายากระบี่ของเฟิร์สได้ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น จุดชีพจรยุทธ์ทั้งหนึ่งร้อยแปดจุดก็เช่นกัน ผลไม้ลึกลับได้ทำลายและวิวัฒน์ร่างนี้ขึ้นมาใหม่
ทว่าตอนนี้เพลิงสีเงินได้เข้ามาแทนที่ ซึ่งมันคือเพลิงที่เกิดจากโลกเพลิงสีเงินที่เป็นดวงวิญญาณของเขานั่นเอง
เฟิร์สตกใจเป็นอย่างมาก ในหัวพลันคิดบางสิ่งได้ขึ้นมา
“หรือว่านี่จะเป็นกายาวิญญาณอัคคี ร่างกายาในตำนานที่อาจารย์คนนั้นเคยเล่าให้ฉันฟัง”