จินหวังเฟย

    เล่ม 2 - ตอนที่ 11 ราชครูเหลียง

    ใต้เงาราตรีของเมืองหลวงยามนี้กำลังเกิดคลื่นใต้น้ำที่รุนแรง คนของหอสุรากุ้ยฮวา คนของโอวหยางไป๋ และคนของจินเยี่ยหยาง ต่างกำลังตามหาตัวจางหานเฟิ่งกันให้ควั่ก องครักษ์หนิงนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหิน ศีรษะก้มลงต่ำ และมีสีหน้าย่ำแย่“ลงโทษกระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ใช่ความผิดขององครักษ์หนิงแม้แต่น้อย” โอวหยางไป๋แก้ต่างให้โดยพลัน ตั้งแต่ถูกผงยาพิษสลายกำลังที่จางหานเฟิ่งสาดใส่ใบหน้า นี่ก็ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว ร่างกายจึงกลับมามีเรี่ยวแรงเป็นปกติ ลุกขึ้นและเดินเหินไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องตัวจินเยี่ยหยางกลับมายังเมืองหลวงทันทีที่ทราบข่าว แม่ทัพไร้พ่ายมีสีหน้าราวกับต้องการจะเผาโลกนี้ ดวงตาสาดประกายคมกล้าเอาเรื่อง การยืนนิ่งๆ ของเขาน่ากลัวยิ่งนัก และแล้วก็เอ่ยขึ้นมา“ไปกันเถอะ ไปยังจวนราชครูเหลียง”“เดี๋ยวก่อน!” โอวหยางไป๋รีบรั้งเอาไว้ ยามนี้สหายใจร้อนวู่วามไปแล้ว “ไม่ใช่ราชครูเหลียงแน่นอน ข้ามั่นใจ เพราะที่จวนราชครูเหลียงไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ”“ข้าจะไปถามด้วยตัวเอง”“ไม่ได้อย่างเด็ดขาด” โอวหยางไป๋รั้งด้วยการยื่นมือออกไปจับท่อนแขน ทว่าถูกอีกฝ่ายซัดกลับมาสามสี่กระบวนท่าจนต้องถอยหลัง “ใจเย็นเอาไว้ก่อน นางไม่เป็นอะไรแน่ นางฉลาดยิ่ง นางเอาตัวรอดได้”“นี่มันผ่านมากี่ชั่วยามแล้ว” จินเยี่ยหยางทนรอต่อไปไม่ไหวเมื่อไม่มีเบาะแสใดเข้าหู ใจของมหาบุรุษฝ่ายบู๊ร้อนรุ่มยิ่ง แค่นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้านางตอนที่มีลมหายใจ เขาทนไม่ได้จริงๆ“ข้าก็เป็นห่วงนางเช่นกัน แต่ท่านต้องใจเย็นเอาไว้ก่อน” โอวหยางไป๋ไม่เห็นด้วยที่จะบุกไปถึงจวนของราชครูเหลียงอย่างอุกอาจ เพราะเรื่องที่ตามมาหลังจากนั้นอาจจะใหญ่โตยิ่ง“ข้าจะไปถามราชครูเหลียงด้วยตัวเอง”“ท่านอ๋อง” องครักษ์หนิงรีบรั้งเอาไว้โดยไวและเสนอความคิดเห็นขึ้นมา “กระหม่อมจะไปจับตัวราชครูเหลียงมาให้เอง โปรดรอที่นี่เถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่แล้ว...รอที่นี่เถิด” โอวหยางไป๋กล่าวเสริมทันใด ให้จินเยี่ยหยางเคลื่อนไหวเอง ไม่ใช่เรื่องดีแม้แต่น้อย เพราะมีหลายคนจ้องจะล้มบุรุษผู้นี้“ได้ ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งเค่อเท่านั้น!” จินเยี่ยหยางชำเลืองสายตามองคนของตัวเอง แววตาของเขาเยือกเย็น ดุดัน และเหี้ยมเกรียม“พ่ะย่ะค่ะ ภายในหนึ่งเค่อกระหม่อมจะกลับมา!” องครักษ์ป้ายทองขั้นหนึ่งลุกขึ้นแล้วจากไปในทันทีดุจสายลม“ไม่ดีเลยแม้แต่น้อย” จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ส่ายหน้าไปมา อีกทั้งยังลอบถอนหายใจ เพราะมองเห็นจุดตายของจินเยี่ยหยางเข้าแล้ว จางหานเฟิ่งมีอิทธิพลต่อบุรุษตรงหน้าอย่างน่ากลัว“นางจะต้องไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่” มหาบุรุษฝ่ายบู๊กำมือแน่นด้วยความเป็นห่วง การหายใจของเขาแรงผิดปกติยิ่ง“นางฉลาด...นางจะต้องไม่เป็นอะไร”โอวหยางไป๋กำลังพูดปลอบใจตัวเองเช่นกัน เพราะไม่อยากให้เกิดอะไรร้ายๆ ขึ้นกับน้องสาวบุญธรรม ยามนี้ทั้งสองกำลังยืนอยู่ในอาณาเขตจวนของเสนาบดีฝ่ายซ้าย แล้วก็มีบุรุษหนุ่มสองคนก้าวเข้ามา หนึ่งนั้นคือจิ้นชิง และอีกคนคือคนของโอวหยางไป๋ที่นำกำลังคนไปตามจับตัวองค์ชายห้า“คารวะท่านอ๋อง คารวะท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย จับตัวองค์ชายห้ายวิ๋นเทียนมู่ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” จิ้นชิงเป็นผู้รายงานน้ำเสียงสุขุมและเคร่งเครียด ก่อนจะมายังที่นี่ ขุนพลผู้นี้รู้เรื่องว่าที่ชายาเอกถูกจับตัวไปแล้ว จึงมีสีหน้าย่ำแย่ไม่แพ้องครักษ์หนิง เพราะหน้าที่คุ้มครองจางหานเฟิ่งเป็นของเขา“ไปกันเถอะ ไปหาองค์ชายห้ายวิ๋นเทียนมู่กันก่อน” โอวหยางไป๋ชักชวน เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งเช่นกันจินเยี่ยหยางไม่ปฏิเสธ เพราะต้องรีดเค้นให้ยวิ๋นเทียนมู่ยอมรับผิด จากนั้นก็ส่งหลักฐานและพยานให้กับเชวียนอ๋องตามที่จางหานเฟิ่งเคยแนะนำเอาไว้“ท่านอ๋อง!” จิ้นชิงโพล่งขึ้นมาพร้อมทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้น สองมือประสานเป็นหมัดแล้วก้มศีรษะลงต่ำ “ลงโทษกระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมีหน้าที่ดูแลว่าที่ชายาเอก แต่กระหม่อมกลับไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ได้โปรดลงโทษกระหม่อมด้วยเถิด”“เฮ้อ...อีกคนแล้ว” โอวหยางไป๋ฟังแล้วทอดถอนหายใจ คนของจินเยี่ยหยางมีแต่อยากที่จะรับโทษทัณฑ์กัน จึงพูดแก้ต่างให้กับจิ้นชิงอีกคน “นางใช้เจ้าไปทำงานไม่ใช่หรือไร แล้วท่านอ๋องจะลงโทษเจ้าได้อย่างไร”“ถ้ากระหม่อมอยู่ด้วย ว่าที่ชายาเอกก็คงไม่...” จิ้นชิงไม่ให้อภัยตัวเอง“เจ้า!” จินเยี่ยหยางมีสีหน้าไร้อารมณ์ใด แต่กลิ่นอายรอบตัวเต็มไปด้วยความดุดัน ใบหน้าของเขากระด้างราวกับฉาบด้วยแผ่นน้ำแข็ง “ได้บอกบ่าวผู้นั้นของนางแล้วหรือยังว่านางหายตัวไป!”จิ้นชิงส่ายหน้าไปมาในทันที“ไป...ไปบอกบ่าวรับใช้ผู้นั้นของนาง แล้วตามตัวให้มาที่นี่ พวกเราจะไปพบองค์ชายห้ายวิ๋นเทียนมู่กันก่อน” เขาระงับความเดือดดาลที่อยู่ในใจเอาไว้ก่อน แม้อยากจะได้เบาะแสของนางมากแค่ไหน ทว่าไม่มีมาเลยมันก็ทำให้รู้สึกมืดแปดด้านเช่นกัน“พ่ะย่ะค่ะ” จิ้นชิงรับคำแล้วจากไปจินเยี่ยหยางและโอวหยางไป๋ยังไม่ทันขยับตัว องครักษ์หนิงที่แบกคนผู้หนึ่งอยู่บนบ่าก็ก้าวเข้ามา คนผู้นั้นถูกมัดมือมัดเท้า และปากถูกปิดด้วยผ้าราชครูเหลียงดิ้นขลุกขลักด้วยความตกใจ พอเห็นหน้าบุรุษหนุ่มที่ยืนค้ำศีรษะอยู่ตรงหน้าเท่านั้น ราชครูเหลียงพลันตาโต ใจลอยคว้างด้วยความตื่นกลัว เสียงพูดอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ก็ดังขึ้น ค่ำคืนนี้ถึงคราวตายของเขาอย่างนั้นหรือ“ท่านอ๋อง...นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงให้คนจับตัวกระหม่อมมา!”“คลายผ้าออก!”จินเยี่ยหยางสั่งคนของตัวเองเสียงเย็น ดวงตายังจ้องอยู่ที่แววตาตื่นกลัวของราชครูเหลียงไม่กะพริบ ทันทีที่ผ้าคลายออก ราชครูเหลียงระรัวคำพูดออกมาทันใด“ท่านอ๋องให้คนจับตัวกระหม่อมมาทำไม” ราชครูเหลียงรู้อยู่แก่ใจว่าสักวันจะต้องมีวันนี้ ทว่าไม่ยอมรับผิดอย่างแน่นอนว่าเป็นผู้ส่งคนไปฆ่าจางหานเฟิ่งครั้งหนึ่ง“นางอยู่ที่ใด”“นาง? ใคร ท่านอ๋องหมายถึงผู้ใด” ราชครูเหลียงสับสนมึนงง จากนั้นก็เริ่มเบนสายตามองเสนาบดีฝ่ายซ้าย องครักษ์หนิง และคนของโอวหยางไป๋ที่ยังยืนอยู่ด้วย“นางอยู่ที่ใด” จินเยี่ยหยางถามเสียงเหี้ยมขึ้นเรื่อยๆ“กระหม่อมไม่รู้เรื่อง...ท่านอ๋องพูดเรื่องอะไร” ราชครูเหลียงส่ายหน้าไปมาพร้อมๆ กับเริ่มย่นหัวคิ้ว นี่เขาเป็นน้องชายของไทเฮา ไยจะต้องกลัวอีกฝ่ายด้วย จึงพูดโต้กลับไป “ท่านอ๋องกระทำการอุกอาจเกินไปแล้ว ให้คนจับตัวกระหม่อมมาในยามวิกาลเช่นนี้ ท่านอ๋องคิดที่จะทำอะไร”“นึกหรือว่าข้าไม่รู้” จินเยี่ยหยางเลิกคิ้วขึ้นวูบหนึ่ง แววตาคมกริบราวกับมีดแทงเข้าไปในอกของอีกฝ่าย “ท่านเคยส่งคนไปสังหารนาง ข้าอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย”ผู้ฟังสะดุ้งเฮือกและร้องออกมาน้ำเสียงแตกตื่น ใจลอยคว้างขึ้นมาอยู่กลางอากาศเสียแล้ว“ท่านอ๋องปรักปรำกระหม่อม...กระหม่อมจะทูลฟ้องไทเฮา!”“นึกหรือว่าข้าไม่กล้าเชือดท่าน” จินเยี่ยหยางยกมุมปากยิ้มท้าทาย“ท่านอ๋อง” ราชครูเหลียงหน้าถอดสีเพราะรู้ดีว่าบุรุษหนุ่มตรงหน้าทำจริง เขายังไม่อยากตาย เขายังอยากมีชีวิตเสวยความสุขอยู่บนโลกใบนี้“นางอยู่ที่ใด” จินเยี่ยหยางถามอีกครั้งเสียงคุกคามยิ่ง“นาง? ใคร กระหม่อมไม่รู้เรื่อง” ราชครูเหลียงส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้จริงๆ“ดูเหมือนว่าจะไม่รู้จริงๆ” โอวหยางไป๋เอ่ยแทรกน้ำเสียงครุ่นคิด“อย่าบอกนะว่า...เป็นว่าที่ชายาเอกจินอ๋องที่หายไป” ราชครูเหลียงเดาสถานการณ์ออกแล้ว สีหน้าและท่าทางแลดูสงบขึ้นมากกว่าเดิมสามส่วน เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนเป็นแน่จินเยี่ยหยางเห็นลักษณะของอีกฝ่ายแล้วดูเหมือนไม่โกหก จิตใจของเขายิ่งร้อนรุ่ม รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏอยู่บนใบหน้าเมื่อคิดลงมือสังหารราชครูเหลียงยามนี้ตงตี้กับจิ้นชิงพลันปรากฏตัว สีหน้าของอดีตแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหอดูไม่ดีนัก เพราะเป็นห่วงสตรีตัวน้อยจับใจ นางถูกผู้ใดจับตัวไปกันราชครูเหลียงมองสองคนที่เข้ามาใหม่แล้วตกใจ เขายังไม่อยากตาย จึงรีบพูดออกมา อย่างน้อยก็ต้องแก้ต่างให้ตัวเองก่อน แม้จะเป็นการโยนฟืนใส่กองไฟก็ตาม“ท่านอ๋องมีหลักฐานหรือไรว่ากระหม่อมเคยส่งคนไปสังหารนาง!”“ท่านนึกว่าคนอย่างข้าจะไม่มีหลักฐาน?” จินเยี่ยหยางย้อนถามแววตาคมกริบ“ถ้าเช่นนั้นก็แสดงหลักฐานและพยานออกมาสิ!” ราชครูเหลียงพยายามข่มกลั้นความกลัวเอาไว้ อย่างไรก็ยอมรับออกมาไม่ได้“คนผู้นี้หรือที่ส่งนักฆ่ามาสังหารคุณหนูใหญ่ของข้าในค่ำคืนนั้น!” ตงตี้คำรามขึ้นมาโดยพลัน ดวงตาสาดประกายเหี้ยมเกรียมเอาเรื่อง“ถูกต้องแล้ว คนผู้นี้คือราชครูเหลียงแห่งแคว้นจ้าว” โอวหยางไป๋เป็นผู้ตอบ จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ยิ้มเย็น และดวงตามองอยู่ที่ราชครูเหลียงเช่นกัน“ข้าลงมือเอง” ตงตี้เงื้อแขนข้างหนึ่งขึ้นพลางก้าวเท้าเข้าไปหา คิดใช้ฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยกำลังภายในกระแทกกะโหลกให้แหลกเป็นผุยผง“เดี๋ยวก่อน”โอวหยางไป๋รีบห้ามเอาไว้ เป็นเวลาเดียวกันกับที่ราชครูเหลียงส่งเสียงโวยวายด้วยความกลัวตายพลางถอยหลังหนีราวกับเป็นตัวหนอน“อย่านะ! อย่า! ถ้าเจ้าทำอะไรข้าแม้แต่ปอยผม เจ้าถูกตัดหัวแน่ ข้าคือน้องชายของไทเฮา ผู้ที่สืบสกุลเหลียงก็มีเพียงแค่ข้าคนเดียว ถ้าเจ้าฆ่าข้า พวกเจ้าได้ตายเจ็ดชั่วโคตรแน่ๆ”“ข้าสังหารคนมามากมาย...สองมือชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน นึกหรือว่าข้าจะสน!” ตงตี้ยังจะเข้าไปสังหารราชครูเหลียงให้ตายคามือจริงๆ“เดี๋ยวก่อน” จินเยี่ยหยางรั้งเอาไว้เสียงเรียบแต่ทรงอำนาจมากล้น ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่ราชครูเหลียง เพราะต้องการรู้เพียงอย่างเดียวว่าราชครูเหลียงให้คนจับตัวจางหานเฟิ่งไปจริงหรือไม่ “ท่านให้คนจับตัวนางไปหรือไม่”“ไม่ กระหม่อมไม่รู้เรื่องนี้” ราชครูเหลียงส่ายหน้าไปมาอย่างลนลานและหนักแน่น“เรื่องที่ท่านส่งคนมาสังหารนาง ท่านนึกหรือว่าข้าไม่มีพยานและหลักฐาน...ข้ามีหลายวิธีที่จะจัดการกับท่าน แม้แต่ไทเฮาก็ทรงปกป้องท่านไม่ได้ ท่านรู้ดี” จินเยี่ยหยางพูดความจริงออกมาล้วนๆ“ท่านอ๋อง” ราชครูเหลียงหน้าถอดสี แน่อยู่แล้วว่ายังไม่อยากไปท่องปรโลกในค่ำคืนนี้ ยามนั้นที่ส่งคนไปสังหารจางหานเฟิ่งเพราะคิดไม่ถึงมาก่อนว่าจินอ๋องจะหลงชอบนางมากถึงขนาดนี้“ข้าอยากฆ่าท่าน...ถลกหนัง เลาะเส้นเอ็น” มหาบุรุษฝ่ายบู๊คำรามพลางจ้องตา การที่จะบดขยี้คนผู้นี้ สำหรับเขามันง่ายนิดเดียว แต่ต้องเลือกจังหวะและเวลาให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้องค์ฮ่องเต้กลัดกลุ้มจนต้องออกโรงมาปกป้องเขาจากไทเฮา“ท่านอ๋อง...กระหม่อมไม่ได้ทำจริงๆ” ราชครูเหลียงยังปฏิเสธเอาตัวรอด ให้ตายอย่างไรก็ไม่คิดที่จะยอมรับความผิดนี้ออกมา“ท่านยังจะปฏิเสธอยู่อีก” จินเยี่ยหยางยิ้มเย้ยขึ้นมาเสียแล้ว ผู้ที่ให้ข้อมูลมาคือหวีกงกง นั่นก็หมายความว่าโอรสสวรรค์รู้เรื่องนี้ “เสด็จพี่ของข้ารู้เรื่องนี้แล้ว”“กระหม่อม...กระหม่อม...” ราชครูเหลียงเบิกตาโตด้วยความตกใจฮ่องเต้ทรงรู้เรื่องนี้แล้วอย่างนั้นหรือ หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าทรงอนุญาตให้จินอ๋องจัดการกับเขาใช่หรือไม่“ปล่อยราชครูเหลียงกลับไปยังจวนเถิด” โอวหยางไป๋กล่าวแทรก จะสังหารราชครูเหลียงยามนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะไม่มีเหตุผลที่หนักแน่นพอ อย่าเพิ่งเป็นศัตรูกับไทเฮาอย่างโจ่งแจ้งเลย สถานการณ์ของบ้านเมืองคับขันและย่ำแย่พออยู่แล้ว“ใต้เท้าโอวหยาง”ราชครูเหลียงหันกลับมาหาโอวหยางไป๋ในทันที ทางรอดชีวิตมีแล้ว ให้คนผู้นี้ช่วยพูดปล่อยเขาไป ซึ่งโอวหยางไป๋ก็ช่วยพูดจริงๆ แต่ก็มีขู่กลับมา“เมื่อปล่อยไปแล้ว ราชครูเหลียงก็ทำตัวดีๆ หน่อยก็แล้วกัน ข้ากำลังเป็นห่วงยิ่ง เพราะกำลังเขียนฎีกาถวายแด่องค์ฮ่องเต้ นายอำเภอเซียงตงฉ้อราษฎร์บังหลวง ส่วนหัวหน้ามือปราบจ้านที่อำเภอเซียงตงก็ประพฤติตัวไร้ศีลธรรม กล้าฉุดฮูหยินผู้อื่นมาเป็นของตัวเอง และทำร้ายร่างกายสามีของฮูหยินผู้นั้นจนพิการ”“ใต้เท้าโอวหยาง” ราชครูเหลียงฟังแล้วถึงกับคราง เพราะนั่นคือพี่ชายและน้องชายของฮูหยิน เขารู้เรื่องนี้อยู่เช่นกัน แต่ปิดหูปิดตาตัวเองเอาไว้“ถือว่าเป็นการลงโทษสถานเบา ท่านกลับไปแล้วก็ทำตัวดีๆ ท่านอ๋อง...ปล่อยราชครูเหลียงกลับไปนอนต่อเถิด” จิ้งจอกเจ้าเล่ห์หันกลับไปบอกสหายยิ้มๆจินเยี่ยหยางยังมองราชครูเหลียงนิ่งๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นจนถึงยามนี้ อีกฝ่ายเงียบมาตลอด มีหรือที่เขาจะอ่านความคิดของโอวหยางไป๋ไม่ออก จึงพยักหน้าแล้วพูดขึ้น เนื่องจากยังมีเรื่องอื่นให้รอจัดการอีก“ไปกันเถอะ”“ราชครูเหลียง” โอวหยางไป๋โน้มตัวไปข้างหน้าแล้วยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มอันน่าขนลุก เพราะจะเป็นผู้ลงมือกำจัดเองโดยที่ไม่ต้องรอให้ถึงมือของจินอ๋องหรอก ถ้าราชครูเหลียงก่อปัญหาให้รำคาญใจขึ้นมาอีกครั้ง “เรื่องนี้คงไม่ถึงพระเนตรพระกรรณของไทเฮาหรอกใช่หรือไม่”“ไม่อย่างแน่นอน”“ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว องครักษ์หนิง...เจ้ารีบแก้มัดให้ราชครูเหลียงเถอะ ราชครูเหลียงกำลังจะเดินทางกลับจวนแล้ว”องครักษ์หนิงทำตามคำสั่งของโอวหยางไป๋ทันใด ทันทีที่ราชครูเหลียงจากไปอย่างลนลาน บุรุษทั้งหลายที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างไปยังที่คุมขังองค์ชายห้าแห่งแคว้นเป่ย