เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 108 จัดการ

            เช่นนั้นวันที่เข้าวังหลวงอารมณ์ผิดแปลกของเยี่ยนเจาเจายามได้ยินคนเรียกองค์ชายห้าก็สามารถหาคำอธิบายได้แล้ว

            หนานหมิงเหอรู้จักเยี่ยนเจาเจาพอสมควร ดังนั้นไตร่ตรองเพียงเล็กน้อยก็เข้าใจแล้วว่าองค์ชายห้าที่เกิดมาฐานะต่ำต้อยและไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้หญิง ต้องได้รับความเชื่อใจและแรงสนับสนุนจากเยี่ยนเจาเจาด้วยวิธีการบางอย่างแน่นอน

            เรื่องทำนองนี้ หากฮ่องเต้หญิงและองค์หญิงยังมีชีวิตอยู่ ย่อมไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นแน่ดังนั้นฮ่องเต้หญิงกับองค์หญิงอาจประสบหายนะแบบเดียวกัน

            แม้แต่เยี่ยนเหิงก็อาจตรอมใจจากการจากไปของภรรยาส่วนตนน่าจะติดพันเรื่องสกุลกู้จนปลีกตัวไปไม่ได้ จึงเหลือเพียงแม่นางน้อยเจาเจาต้องทนทุกข์ทรมานบนโลกอย่างเดียวดาย

            แล้วเหลียงอินใช้อุบายใดกัน?

            สำหรับบุรุษไร้อำนาจบารมี การจะหลอกใช้เด็กสาวกำลังอมทุกข์และโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งวิธีการใดที่ง่ายที่สุด?

            ไม่มีอะไรง่ายไปกว่าการแสร้งรัก ใช้คำพูดหอมหวานไร้ความจริงใจทำให้ผู้คนสับสนมึนงงจนสุดท้ายก็ยอมลงเรือโจรของเขาอย่างเต็มใจ

            มิเช่นนั้นด้วยอำนาจที่เยี่ยนเจาเจาครอบครองในขณะนั้น องค์ชายฐานะอย่างเหลียงอินต่อให้พลิกใต้หล้าก็ไม่มีทางนั่งบนบัลลังก์ได้

            แม่นางน้อยของเขาเลือกคนผิดหลังจากที่สนับสนุนเหลียงอินขึ้นครองบัลลังก์ก็โดนเหลียงอินหักหลังบั่นศีรษะ

            หนานหมิงเหอยิ้มหยัน

            ในสายตาของหนานหมิงเหอ คนที่ใช้ได้เพียงวิธีการต่ำช้ามาหลอกสาวน้อย ไม่คู่ควรกับการเป็นบุรุษเลยด้วยซ้ำ

            เขานึกถึงช่วงเวลาที่เยี่ยนเจาเจาพึ่งกลับมา

            นางหวาดระแวงไปหมด พึ่งพาท่านพ่อท่านแม่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเช่นเดียวกันกับที่เกาะติดเขา ราวกับนางไม่ได้รู้สึกถึงความรักที่ผู้อื่นมอบให้มานานแสนนานอยู่ข้างกายเขาเลยสุขใจเป็นพิเศษและไม่อยากแยกจาก

            นี่คือบาปที่เหลียงอินสร้าง

            สักวันหนานหมิงเหอจะให้เขาชดใช้ด้วยหยาดโลหิต

            ในบางแง่มุม หนานหมิงเหอก็คล้ายคลึงกับเยี่ยนเจาเจาอย่างน่าเหลือเชื่อเยี่ยนเจาเจาดื้อดึง ระแวงคนแปลหน้า เขาเองก็เช่นกัน

            เจาเจาหวังพึ่งเขา ดังนั้นหนานหมิงเหอจะดีต่อเยี่ยนเจาเจาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

            เยี่ยนเจาเจาที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้งไม่หลับหูหลับตาเหมือนแต่ก่อนแล้วกลับกันเมื่อได้รับเครื่องรางและถุงหอมจากเขา ก็ส่งกำไลลูกปัดหยกมาตอบแทน ทั้งยังโกรธเกรี้ยวเพราะเรือนของเขาโดนพังจนเละเทะและรู้ว่าเขาชอบทานรสหวาน จึงใส่น้ำผึ้งลงในน้ำขิงของเขาด้วย

            เพราะเหตุนี้เอง คราวนั้นเยี่ยนเจาเจาถึงวางทิฐิและความหยิ่งทระนงตลอดสองช่วงชีวิตที่ผ่านมาลงมาหาเขาที่เรือน แม้ฝนตกกระหน่ำราวฟ้าจะถล่ม นางยังปีนต้นไม้ ปีนข้ามกำแพงเข้ามาเอ่ยถามอย่างหวาดระแวงแฝงความเจ็บปวดว่าเหตุใด

            นางมิอาจทำใจ มิอาจละทิ้ง มิอาจปล่อยวาง ทั้งยังไม่ยินยอม

            เลยดื่มสุราพิษแก้กระหาย เทแกงหยุดน้ำเดือด [1]ทำทุกวิถีทางเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ มิอาจระงับความโกรธได้เช่นเดียวกันกับเขา

            เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่นางเจ็บไข้เลยต้องมีคนอยู่ข้างกายด้วยเกรงว่าตนป่วยจนสติพร่ามัวแล้ว จะแยกแยะอดีตชาติกับปัจจุบันไม่ออกหลายครั้งจึงทำได้เพียงเกาะยึดเขาที่อยู่ข้างกายเพียงคนเดียวเพราะกลัวเขาทอดทิ้งนางไปเหมือนกัน

            และเป็นเช่นนี้อีก นางถึงพยายามเพิ่มคุณค่าให้กับตนเองหลังจากตั้งสติได้

            นางมีศัตรูมากมายนับไม่ถ้วนบางทีนางคงไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดทั้งองค์หญิงและฮ่องเต้หญิงล้วนประสบเหตุไม่คาดฝันนางจึงระแวดระวังเรื่องของซ่งฝูจินและเยี่ยนฟางอู๋

            ดังนั้นตอนนางป่วยเป็นไข้ทรพิษอาการสาหัส นางจึงใกล้ชิดกับหนานหมิงเหออย่างไม่เคยเป็นมาก่อนนางได้รู้ความลับของเขาก็เลยอยากจะแลกเปลี่ยนความลับของตนกับเขาด้วยเช่นกัน

            เพียงแต่เวลานั้นเขารู้สึกว่าตนมิอาจเก็บความลับได้ดี จึงปฏิเสธนางไป กระทั่งปัจจุบันเขาก็ยังรู้สึกว่าตนไม่มีความสามารถพอที่จะเก็บงำความลับเหลวไหลไม่น่าเชื่อถือสำหรับคนอื่นอยู่ดี

            นางมิอาจบอกเรื่องเหล่านี้กับใครได้ จำต้องเก็บมันไว้ในใจตน ฝืนเติบโตขึ้นดิ้นรนให้ตนกลายเป็นคนที่สามารถปกป้องทุกคนได้

            นี่คือเจาเจาของเขาจริงๆ

            ความโชคดีเพียงอย่างเดียวของเขา คือเขาเป็นคนพบเจาเจาที่ชอกช้ำกลับชาติมาเกิดพร้อมแผลเป็นทั่วร่างไม่ใช่คนอื่น เป็นเขาที่ได้ปกป้องดูแลนางอีกครั้งไม่ให้ความเสียใจจากชาติก่อนเกิดขึ้นอีก

            ชาตินี้เหลียงอินอย่าได้คิดว่าจะชิงคนไปได้เลย เขาจะปกป้องเยี่ยนเจาเจาอย่างแน่นหนาไม่ว่าใครก็ห้ามแย่งชิง

            สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลัง ดูเหมือนหยวนอีย่วนจะไม่ได้พูดโกหก

            เมื่อเขากลับไปเมืองเซียงเฉิงได้อีกครั้ง ต้องเป็นตอนที่เขาจัดการสกุลกู้เรียบร้อยแล้วแน่นอน

            ด้วยนิสัยของเขา หากรู้ว่าเยี่ยนเจาเจาโชคร้ายจากไปด้วยเหตุผลเช่นนี้เขาคงเต็มใจลากฮ่องเต้คนใหม่ลงมาฝังไปพร้อมกันกับนางหรือกระทั่งลากต้าซีให้พินาศไปพร้อมกัน

            ความรับผิดชอบและความหมายของสกุลกู้ในใจเขาสำคัญน้อยกว่าเยี่ยนเจาเจามาก

            สำหรับเจาเจาซึ่งเป็นแสงสว่างหนึ่งเดียวในชีวิตเขา แม้จะตายไปแล้วเขาก็ไม่มีทางปล่อยมือ

            ดังนั้นหนานหมิงเหอจึงกระตุกมุมปากก่อนเอ่ยถามหยวนอีย่วนเป็นครั้งแรกในบทสนทนานี้“ข้าเก็บป้ายวิญญาณนางไว้ข้างกายใช่หรือไม่”

            นี่มิใช่ประโยคคำถาม

            หนานหมิงเหอมองสร้อยลูกปัดหยกบนข้อมือตนที่ไม่รู้ว่าร้อยขึ้นใหม่ตั้งแต่เมื่อไรอย่างขบคิดนัยน์ตาแฝงความแน่ใจเจือจาง

            เขาไม่เพียงเดาถูก แต่ยังมั่นใจ ไร้ความลังเล

            ทำให้หยวนอีย่วนตกตะลึงยิ่งขึ้น

            ทันใดนั้นบนใบหน้านางพลันว่างเปล่าไร้อารมณ์ แต่แล้วก็เริ่มเปลี่ยนเป็นหลงใหลยิ่งกว่าเดิม

            บางทีอาจเป็นเพราะนางตระหนักว่าหนานหมิงเหอฉลาดหลักแหลมมากกว่าที่นางคิดหรือเป็นเพราะนางคิดว่าหนานหมิงเหอในชีวิตนี้ยอมฟังคำพูดของนางน้ำเสียงจึงตื่นเต้นยินดี “ซื่อจื่อ ข้ายินดีติดตามท่านสุดหัวใจ”

            นางเอ่ยข้อห้ามหนึ่งของหนานหมิงเหออย่างหักห้ามใจไม่อยู่

            หนานหมิงเหอไม่เอ่ยคำใด

            เขาหยิบถ้วยชา “หลงหยิ่น” ขึ้นมา และแน่นอนว่าเขามองเห็นแสงแห่งความหวังเอ่อล้นบนใบหน้าของหยวนอีย่วน

            เขายกมุมปากเหยียดยิ้ม จากนั้นคลายมือของตนออกตรงหน้าหยวนอีย่วน

            ชาหลงหยิ่นที่ผลาญเรี่ยวแรงทั้งหมดที่หยวนอีย่วนมีในวันนี้กว่าจะได้มาหนึ่งถ้วยถูกหนานหมิงเหอโยนลงกับพื้นอย่างไร้ปรานี ละทิ้งราวกับของไร้ค่า

            เศษกระเบื้องเคลือบแตกเป็นเสี่ยงๆ น้ำชากลิ่นหอมสาดกระจายเต็มพื้นหนานหมิงเหอสะบัดแขนเสื้อสีขาวเรียบ ไม่เปรอะเปื้อนแม้แต่น้อย

            สีหน้าของหยวนอีย่วนแข็งทื่อ นางมองหนานหมิงเหออย่างไม่เชื่อสายตาตนเองฉับพลันก็กรีดร้อง “มีสิทธิ์อะไร! เยี่ยนเจาเจา นางมีสิทธิ์อะไร!”

            เสียงกรีดร้องของสตรีทำให้หนานหมิงเหอแทบทนไม่ไหว เขาหยัดตัวลุกขึ้นในพลันปัดอาภรณ์ของตน แล้วแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา

            “เพราะนางคือเยี่ยนเจาเจา”

            หนานหมิงเหอผลักประตูเปิดออก แล้วเดินจากไป

            ไม่รู้ว่าเยี่ยนเจาเจามาตั้งแต่เมื่อไร ดวงตานางเบิกกว้าง กะพริบตาสองทีราวกับตกตะลึงกับคำพูดนี้ของเขา

            หนานหมิงเหออดฉีกยิ้มไม่ได้ เขายื่นมือออกไปจูงเจาเจา เจาเจาก็กุมมือตอบเดิมตามเขาออกไปข้างนอกอย่างว่าง่าย

            ตั้งแต่ต้นจนจบ นางไม่ได้เหลือบมองหยวนอีย่วนที่ทรุดลงกับพื้นสีหน้าเต็มไปด้วยความเกลียดชังให้เสียสายตาแม้แต่น้อย นัยน์ตาปรากฏเพียงหนานหมิงเหอที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น

            ด้วยเหตุนี้หนานหมิงเหอจึงพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่

            เพราะนางคือเยี่ยนเจาเจา เยี่ยนเจาเจาที่ใต้หล้ามีเพียงหนึ่งเดียวไม่มีใครแทนที่ได้

            ไม่ว่านางจะกระทำสิ่งใด ขอเพียงนางอยู่ก็จะเป็นแสงจันทร์กับจุดแต้มสีชาด [2]ของเขาเสมอ

            หนานหมิงเหอดูอารมณ์ดียิ่งนัก

            เยี่ยนเจาเจายู่ปาก ก่อนเอ่ยถาม “เมื่อครู่พี่ชายคุยอะไรกับนางหรือเจ้าคะ?”

            สุดท้ายเยี่ยนเจาเจาก็เลือกที่จะไม่ไปฟังว่าหยวนอีย่วนบอกอะไรกับหนานหมิงเหอตอนแรกนางคิดจะไปฟังสักหน่อยแต่พอหนานหมิงเหอจูงนางไปหน้าห้องข้างที่หยวนอีย่วนเลือก นางก็รู้สึกเบื่อหน่าย

            พี่ชายรองพานางมาที่ห้องข้างนี้ แสดงว่าหนานหมิงเหอเชื่อใจตน

            และนางก็ควรเชื่อใจหนานหมิงเหอ ดังที่หนานหมิงเหอรักและเชื่อใจนางเหมือนกัน

            ยิ่งไปกว่านั้น หยวนอีย่วนจะพูดอะไรได้?

            ไม่ว่าความลับยิ่งใหญ่ระดับชาติหรือเรื่องเล็กขี้ปะติ๋วก็ไม่เกี่ยวข้องกับเยี่ยนเจาเจาทั้งนั้น

            อย่างไรเสีย มุมกำแพงที่เจาะเข้ามาได้ก็ไม่นับว่าดีนัก

            ดังนั้นเยี่ยนเจาเจาจึงให้หนานหมิงเหอไปคนเดียวส่วนตนเองเรียกสาวใช้ว่านอนสอนง่ายสองคนไปเป็นสหายตกปลาที่สวนชั้นล่างได้ยินเสียงกรีดร้องของหยวนอีย่วนถึงโยนเบ็ดตกปลาทิ้ง วิ่งขึ้นมาดู

            แต่ดูท่าหยวนอีย่วนจะเจาะเจอแผ่นเหล็กเข้าเสียแล้ว

            นางขึ้นมาก็ได้ยินหนานหมิงเหอเอ่ยชื่อตัวเอง บอกว่าเพราะตนคือเยี่ยนเจาเจา

            ในอดีตเยี่ยนเจาเจาไม่เคยรู้สึกว่าสามคำนี้ไพเราะนักแต่พอเอ่ยออกมาจากปลายลิ้นของเขาช้าๆ ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเปี่ยมความอ่อนเยาว์ของเขาก็แตกต่างไปจากตอนคนอื่นเรียกชื่อนางอย่างสิ้นเชิง

            เยี่ยนเจาเจากลั้นยิ้มบนใบหน้าไม่อยู่ ลักยิ้มแต่งแต้มบนแก้มแต่ละข้างแลดูน่ารัก

            พี่ชายรองเป็นพี่ชายรองคนเดียวของนาง หมาแมวหน้าไหนก็อย่าริอ่านจะคิด

            พลันหยวนอีย่วนกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่ง “เยี่ยน...”

            น่าเสียดายที่นางยังเอ่ยไม่ทันจบ มุมกำแพงฝั่งหนึ่งพลันปรากฏคนขึ้นสับคอหยวนอีย่วนอย่างแรงจนนางหมดสติไป

            “คุณชาย?”

            คนผู้นั้นประสานมือ เยี่ยนเจาเจาถึงจำได้ว่าเป็นหมิงอี

            ความหมายของหมิงอีคงกำลังถามหนานหมิงเหอว่าจะจัดการหยวนอีย่วนอย่างไร

            หนานหมิงเหอไม่แม้แต่หันกลับไปมอง เขาเพียงสะบัดหลังมือตนบอกเป็นนัยว่าให้หมิงอีจัดการตามสะดวก พลางหันศีรษะมาจับจ้องเยี่ยนเจาเจาตั้งท่าจะอุ้มเยี่ยนเจาเจาขึ้น แต่ตระหนักได้ว่านางโตเป็นสาวแล้ว

            แต่ไม่ว่าเยี่ยนเจาเจาจะสูงแค่ไหนก็สูงไม่เท่าเขาหนานหมิงเหอที่เริ่มเติบโตเป็นหนุ่มเลยเอื้อมแขนยาวออกไปอุ้มเยี่ยนเจาเจาไว้เหมือนแต่ก่อน ให้นางนั่งบนปลายแขน เกาะคอของตนเองเป็นท่าน่ารักในการอุ้มแม่นางน้อย

            “เจาเจาอยากจัดการนางหรือไม่?”

            หนานหมิงเหอรู้สึกว่าเยี่ยนเจาเจากำลังกอดคอเขาแล้วหันกลับไปมองหยวนอีย่วนที่หมดสติอยู่ในห้องข้าง จึงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางเบา

            เยี่ยนเจาเจาส่ายศีรษะ เอ่ยเย้ยหยัน “จัดการคนโง่เช่นนั้นไม่จำเป็นต้องไปแปดเปื้อนหรอก”

            หยวนอีย่วนช่างโง่งม นางจองห้องข้างในเหลาอาหารนี้ด้วยความใส่ใจแต่กลับไม่เอะใจสักนิดว่าทั้งร้านถูกหนานหมิงเหอเหมาไว้แล้ว หากนางรู้ตัวบางทีเยี่ยนเจาเจาคงจะมองนางสูงกว่านี้

            น่าเสียดายที่นางไม่คู่ควรแก่การยกย่อง

            แต่เยี่ยนเจาเจาเหยียดยิ้ม หรี่นัยน์ตาลง มือข้างหนึ่งลูบคอหนานหมิงเหอแผ่วเบา“แต่ข้าเจอคนที่เขลากว่านาง มิสู้ปล่อยพวกนางเล่นกันเองเล่าข้าอยากเห็นด้วยว่าพวกนางจะเล่นกันถึงขั้นไหน”

            เยี่ยนเจาเจาปรบมือพลางเอ่ยคำพูดประตูห้องด้านข้างของหนานหมิงเหอพลันเปิดออก หมิงเอ้อร์ที่อยู่ด้านในผลักสตรีเนื้อตัวสกปรกมอมแมมคนหนึ่งออกมา

            บนใบหน้านางปราศจากความเยือกเย็นและสง่างามที่เยี่ยนเจาเจาเคยเห็นเมื่อครึ่งปีก่อนร่างกายผอมกะหร่องทั้งยังสั่นระริก ดูน่าเห็นใจอยู่บ้าง

            ---------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] เทแกงหยุดน้ำเดือด หมายถึง แก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นตอได้

            [2] แสงจันทร์กับจุดแต้มสีชาด หมายถึงคนหรือสิ่งของที่อยู่ไกลเกินเอื้อมและมิอาจลืม

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367