“ ไม่ได้การแล้วทุกทีมรีบถอยออกมาเร็ว” หัวหน้าทีมเอ่ยอย่างตกใจ
แต่ช้าไปแล้วทุกทีมที่เข้าไปถูกฆ่าตายไปจนหมด สิ้น
หัวหน้าทีมที่มองกล้องที่หมวกของลูกน้องต่างก็ไม่เห็นศัตรู หรือคน ฆ่าแม้แต่น้อย มีเพียงเงาดำๆพุ่งผ่านไป ทุกๆ คนก็ตายเกลี้ยง
“ บัดซบนี่มันตัวอะไรวะเนี่ย”
หัวหน้ากับลูกน้องอีกสี่คน ต่างก็มองหน้ากัน แล้วพยักหน้า โยนระเบิดใส่จอมอนิเตอร์เพื่อทำลายหลักฐานแต่ลูกระเบิดกลับย้อนเข้ามา พุ่งใส่หัวหน้านักฆ่า
ตูม !!!
ระเบิดฉีกร่างของหัวหน้าและลูกน้องตายกับเรียบไม่มีเหลือ
อัสนีปรากฏกายขึ้นพร้อมกับยมทูตผู้พิทักษ์ทั้งสาม
อัสนีสำรวจจิตของหัวหน้านักฆ่าก็พบว่า
มันเป็นหัวหน้านักฆ่าจากเทวาลัยทมิฬซึ่งมันเป็นเพียง หัวหน้านักฆ่าระดับห้าร้อยล้านซึ่งการจ้างงานนักฆ่าเทวาลัยทมิฬนนั้น สามารถเลือกนักฆ่าได้สามระดับ
นั่นคือ ระดับที่ 3คือ นักฆ่าห้าร้อยล้าน ระดับที่สอง คือ นักฆ่าระดับ 1 พันล้าน ระดับที่ 1 นักฆ่าระดับห้าพันล้าน
“ พวกแกมันเกินไปแล้วที่ผ่านมาฉันเล่นตามกฏ แต่พวกแกกับนอกกฏมาตลอด ครั้งนี้ จะให้พวกแกชดใช้โทษทัณฑ์ที่พวกแกได้ก่อขึ้น”
ณ โรงพักเขตพระนคร
ภายในห้องผู้กำกับกำลังดูแลพันเอกสนธิ ราวกับแขกผู้มีเกียรติ ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งทำผิดกฏหมาย คือร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน
“ ผู้พันได้โปรดรอสักครู่นะครับ ผมต้องทำตามหน้าที่เท่านั้นรอให้ร้อยเวรลงบันทึกประจำวันเสร็จ ก็กลับบ้านได้เลยผมจะให้ร้อยเวรที่ทำเรื่องสู่ศาล รับรองไม่ทำให้ผู้พันต้องลำบากอย่างแน่นอน” ผู้กำกับสั่งให้ลูกน้องนำบรั่นดีมาให้พันเอกสนธิดื่มฆ่าเวลา
“แล้วเรื่องข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ล่ะ ผมต้องรับรู้ด้วยไหม”
“ อ๋อ ไม่ต้องครับผมให้เจ้าทศพลยอมรับผิดแต่เพียงคนเดียว คนอื่นๆ ก็แค่ถูกว่าจ้างให้มาขนของเพราะนึกว่า เจ้าทศพลเป็นเจ้าของเท่านั้น”
“ขอบคุณผู้กำกับมากที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผม”
“ โอ้ ไม่ต้องเกรงใจผมเติบโตทางราชการมาได้ทุกวันนี้ ก็ได้ท่านนายพลเป็นผู้สนับสนุนเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไม่เป็นไรเลยครับ”
ทันใดนั้น ร้อยเวร ก็นำเอกสารบันทึกถ้อยคำมาให้พันเอกสนธิเซ็น
“ เรียบร้อย เชิญท่านกลับบ้านได้เลย”
พันเอกสนธิตอนนี้ถึงกับยิ้มมั่นใจ เพราะเขาทราบมาว่าตอนนี้นักฆ่าเทวาลัยทมิฬลงมือกับครอบครัวอัสนีแล้วเหลือเพียงอัสนีคนเดียวกลับไปครั้งนี้เขาจะนำกำลังบุกไปฆ่า อัสนีด้วยมือของเขาเองเลย แต่ก่อนจะออกจากห้องผู้กำกับดวงตาของเขาก็พลันเปลี่ยนเป็นสีขาว ร่างกายแข็งทื่อ หันมาจ้องหน้า ผู้กำกับ กับร้อยเวร
“ ผู้พันเป็นอะไรครับ”
“พวกแกมันชั่วช้าจริง หลักฐานก็บอกแล้ว ว่าฉันเป็นคนสั่งการเด็กอย่างมันจะไปกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง พวกแกก็โง่ ปล่อยฉันไปแล้วคิดว่าเรื่องมันจะจบหรือไง ป่านนี้พวกไอ้อัสนีมันคงแจ้งไปที่กองปราบแล้ว ท่านรองผบ. มนต์ชัยเป็นพ่อตาของมัน พวกแกไม่รอดแน่ๆ มาเข้ามาจับฉันซะ”
พันเอกสนธิยื่นมือออกไปเพื่อให้จับกุม แต่ผู้กำกับก็ส่ายหัว ไม่กล้าจับ เพราะเกรงบารมีของ นายพลพร้อมพงษ์
“ไม่จับอย่างนั้นรึ”
พันเอกสนธิเอ่ยจบก็พุ่งเข้าไปต่อยหน้าของผู้กำกับ จนหงายท้องตึง ร้อยเวรเข้ามาจับแขนผู้พันสนธิออกมาจากการค่อมร่างผู้กำกับ แต่ก็ถูกต่อยใส่หน้าจนดั้งจมูกหัก เลือดไหลออกมา
ร้อยเวรที่ยังหนุ่มถึงกับเลือดขึ้นหน้าจิกหัวของผู้พันสนธิแล้วต่อยหน้าใส่รัวรัว
จนใบหน้าของพันเอกสนธิเต็มไปด้วยเลือดแต่มันก็ยังไม่สงบ อ้าปากพุ่งเข้าไปกัดหูของร้อยเวรจนขาด แล้วพันเอกสนธิยังกลืนลงคอไปอีก
“ บ้า บ้าไปแล้วยกมือขึ้นไม่งั้นผมยิง”
ร้อยเวรตั้งท่ายิงแต่ผู้กำกับรีบเข้ามาขวางหน้าเอาไว้
“ วางปืน แกอยากตายก็ตายไปคนเดียวจะลากฉันตายไปด้วยหรือไง เขาเป็นลูกท่านนายพลพร้อมพงษ์นะเว้ย”
“แต่ เขาทำร้ายเจ้าหน้าที่นะครับ”
“ แล้วไงแค่นี้ไม่เห็นตายเลย แต่แกฆ่าเขา แกตายแน่ๆ”
พูดไม่ทันขาดคำนายพันสนธิก็โผล่พรวดเข้ามากัดหูของ ผู้กำกับจนขาดเช่นกัน
อ๊ากกกกกก !!! เสียงร้องของผู้กำกับดังลั่นสน.ไม่พอผู้พันสนธิ ยังเตะผ่าหมากเข้าใส่ ผู้กำกับ ที่เงียบเสียงทันที จุกมองฟ้าตาเหลือก พยายามจะหันหลังมาหาพันเอกสนธิที่ตอนนี้บ้าคลั่งไปแล้วยกรูปปั้นเจ้าพ่อกวนอูขนาดใหญ่ จะทุ่มใส่หัวของผู้กำกับ แต่ไม่ทันได้ทุ่มผู้กำกับก็ชักปืนสั้นข้างเอว กระหน่ำยิงใส่ หน้าอกของพันเอกสนธิทันที
ปัง ปัง ปัง ปัง ปังปัง ปัง !!!
8 นัดทะลุกลางอกรูปปั้นกวนอูที่ถือ หลุดมือกระแทกใส่หัวผู้พันสนธิจนหัวแบะ
ตายคาที่ผู้กำกับถึงกับคุกเข่าอ่อนแรงลง
“ ท่านครับ ท่านทำแบบนี้ไม่กลัวท่านนายพลเอาเรื่องหรือครับ””
“ หากไม่ยิงกูก็ตายแทนมันน่ะซิ ไอ้บ้าเอ้ย แล้วนี่จะอธิบายกับ ท่านนายพลยังไงวะเนี่ย”
ร่างเงาของยมทูตลอยออกมาจากร่างของพันเอกสนธิ ที่แท้เป็นคำสั่งตายของอัสนีที่สั่งฆ่า คนชั่วช้าอย่างพันเอกสนธิ
ในเวลานี้นายพลพร้อมพงษ์ กำลังนั่งฟังด้วยความโกรธ ถึงกับคว้าแก้วเหล้าบรั่นดีเขวี้ยงออกไปที่ประตู แก้วแตกกระจาย
พลโทราชิตรีบเอ่ยออกมาว่า
“พวกมันถูกฆ่าตายหมดแบบนี้พวกเราสามารถจ้างนักฆ่าระดับสอง นักฆ่า ห้าพันล้าน ด้วยราคา 1000 ล้านเท่านั้น”
“ อะไรนะ หนึ่งพันล้านแค่หมอธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเนี่ยนะ”
พลโทราชิตถึงกับนิ่งเงียบ ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก จนกระทั่งมีเสียงมือถือดังขึ้นมาจากหมอสันทัดที่พอฟังแล้ว ถึงกับช็อค
“ พ่อ พ่อครับพี่สามเกิดคลั่งอะไรขึ้นมาไม่ทราบ กัดหูร้อยเวรและผู้กำกับ จนขาดแล้วกลืนลงท้องไปและยังจะทุ่มรูปปั้นหินเจ้าพ่อกวนอู ใส่ผู้กำกับอีกเลยถูกยิงตายคาโรงพักไปแล้วครับ”
“ อะไรนะนี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย”
นายพลพร้อมพงษ์เวลานี้แทบจะเป็นบ้าไปแล้ว เวลานี้ลูกชายตายไปแล้วสามคน เหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้น ศพของนายพันสนธิยังนอนอยู่ที่ห้องเย็นที่โรงพยาบาล มีนายพลพร้อมพงษ์ พลโทราชิต หมอสันทัด หมอรินและ มีชายหนุ่มรูปร่างหล่อเหลาวัยไม่เกินสามสิบปี แต่งกายด้วยชุดสูทสีขาว เดินมาที่ศพแล้วใช้มือสัมผัสที่หัวของพันเอกสนธิ แล้วหลับตาสักพักก็ลืมตาตื่นขึ้น
“เขาถูกวิญญาณเข้าสิง ทำให้ทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้”
“ วิญญาณ ที่ไหนกันครับ”
พลเอกพร้อมพงษ์เอ่ยเสียงเครียด
“คนที่สามารถเรียกใช้วิภูตญญาณระดับนี้ได้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดา ผมขอแนะนำอย่าไปยุ่งกับเขา มนุษย์อย่างพวกคุณ ทำอะไรเขาไม่ได้อย่างแน่นอน”
“ ท่านครับมีทางที่จะช่วยแก้แค้นให้พวกเราหรือเปล่าครับท่าน”
นายพลพร้อมพงษ์เอ่ยวาจาขอร้องชายหนุ่มแต่งชุดสูทขาวแต่เขากลับไม่สนใจ มองหน้าหมอรินแวบเดียว แล้วเอ่ยว่า
“ ผมเตือนแล้วว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับคนคนนี้ เขาไม่ใช่มนุษย์ทั่วไป”
ชายหนุ่มเอ่ยจบก็เดินออกจากห้องเก็บศพไป
“ มันก็คนเหมือนกัน ทำไมเราถึงไปยุ่งกับมันไม่ได้”นายพลพร้อมพงษ์เอ่ยออกมาอย่างสงสัย
“ พ่อแค่นักบวชคนเดียวจะไปเชื่ออะไรมันหนักหนา”
“ แกไม่รู้อะไรนี่คือ ท่านกาเบรียล ฉันได้เชิญท่านมาจากวิหารเซนต์ปีเตอร์ในอนาคตท่านจะเป็นผู้นำวิหารคนต่อไป ท่านมีสาวกนับล้านๆ คน ท่านมาครั้งนี้เพราะว่าท่านมาเยือนประเทศของเราพอดี และฉันให้การต้อนรับท่าน จึงเมตตามาที่นี่ให้”
“ ถ้าเช่นนั้น ผมว่าให้สมบัติส่วนตัวของ น้องสาม ทุ่มลงไป เพื่อจ้างนักฆ่าระดับสองเถอะนะครับ”
“ หากมันทำไม่สำเร็จล่ะ”
“ ไม่ต้องห่วง คราก่อนพวกมันทำไม่สำเร็จคืนเงินมัดจำมาให้เรา 250 ล้านบาท ตอนนี้แค่เราเพิ่มมัดจำ 250 ล้านบาทหากพวกมันทำไม่สำเร็จ พวกเราก็จ่ายมันแค่ 500 ล้านบาทเท่านั้น”
“ ตกลงหวังว่าครั้งนี้คงสำเร็จ ตอนนี้ไอ้อัสนีมันได้พินัยกรรมตัวจริง และยังมีคลิปต้นฉบับ ที่พวกเราเคยร่วมมือกับ แก๊งค้าอวัยวะในช่วงนั้น หากกำจัดมันได้ฉันก็ไม่ต้องเสียเวลากับ ผู้พิพากษา อัยการอีก”
“ครั้งนี้มันไม่รอดแน่ครับ พ่อ”
วันนี้อัสนีมาที่ตึกธันเดอร์โดยพาคุณหนูมินตรามาร่วมชมด้วย ซึ่งหุ่นยนต์เอไอครั้งนี้เป็นรุ่นที่สองเป็นรุ่นที่อัสนีช่วยอัพเกรดชิบเอไอ จนกลายเป็นซุปเปอร์ชิพ
หัวหน้าเจตน์เอง ก็ยังแปลกใจยิ่งนัก ไม่รู้ว่า อัสนีสามารถ อัพเกรดชิบเอไอธรรมดากลายเป็นซุปเปอร์ชิพได้อย่างไรแต่ผลที่ออกมา นอกจากการตรวจเบื้องต้นจะได้ผลแม่นยำกว่า รุ่นแรกแล้ว ยังสามารถตรวจวิเคราะห์ชิ้นเนื้อที่ผิดปกติในร่างกายได้อีกโดยไม่ต้องตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ เวลาที่ใช้ก็สั้นนิดเดียว
ซึ่งจะช่วยให้คนไข้ที่มีเป็นโรคมะเร็งเริ่มต้นสามารถรักษาหายได้ทันที ไม่เพียงแค่โรคมะเร็ง และยังมีโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย
“ นายทำเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรกัน”คุณหนูมินตราเห็นประสิทธิภาพของหุ่นยนต์ที่อัสนีผลิตขึ้นมา ก็รู้สึกอึ้งยิ่งนัก
“ ไม่ใช่แค่เครื่องตรวจสุขภาพเท่านั้นทางบริษันเรา จะเริ่มทำการวิจัย เพื่อผลิตวัคซีนรักษาโรคที่มีอยู่ในโลกนี้ให้ได้ไม่ว่าจะต้องค้นคว้าวิจัยอีกนานเท่าไรผมก็ยินดีที่จะค้นคว้าหาวัคซีนเหล่านั้นให้ได้”
“ อืม ดีจังว่าแต่เริ่มวิจัยบ้างหรือยัง”
“กำลังรับสมัครคนอยู่ ตอนนี้ห้างเก่ากำลังปรับปรุง พอตบแต่งเสร็จห้างทั้งหมดนี้จะกลายเป็นศูนย์วิจัยยารักษาโรค เพื่อค้นคว้าหาวัคซีนมาเพื่อช่วยเหล่ามวลมนุษย์ แต่ว่าในตอนนี้ผมก็คิดค้นวัคซีนป้องกันโควิทได้แล้วสามสี่สายพันธุ์”
“ อะไรนะวัคซีนป้องกันโควิดสามสี่สายพันธุ์”
“ ใช่นอกจากนี้ยังมีวัคซีนป้องกันเชื้อเอดส์วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเต้านม โรคพากิลสัน โรคทาลัสซีเมียวัคซีนเหล่านี้ ผมคิดค้นได้หมดแล้ว รอแค่เปิดศูนย์ ก็จะเริ่มทดลองกับอาสาสมัคร”
“ จริง...จริงหรือนี่” คุณหนูมินตราฟังแล้วแทบไม่เชื่อสายตาแค่วัคซีนโควิดตัวเดียว ก็สามารถทำเงินได้มหาศาลแล้วแต่นี้สามารถสร้างวัคซีนป้องกันเอดส์ และโรคมะเร็ง และอื่นๆ อีก เป็นไปได้หรือนี่มีเพียงอัสนีเท่านั้นที่รู้ดี เพราะเขามีดวงตามัจจุราชอัพเกรด ดังนั้นการสร้างวัคซีนป้องกันโรคเหล่านี้มันง่ายมากสำหรับเขา…………..