แพทย์หญิงข้ามเวลาไปเป็นชายาท่านอ๋องหน้านิ่ง (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 34 ตัดสินความผิด

            เสียนอ๋อง เสียนกุ้ยเฟย ฉินผิน โหราจารย์เถียนอู้ และหยินอินนั่งถูกพาตัวมานั่งคุกเข่าอยู่กลางลานกว้างติดกับประตูพระราชวังฝั่งตะวันตก

            “เถียนอู้ เราจะให้โอกาสเจ้าสารภาพความผิด เจ้าอยากพูดอะไรหรือไม่” ฝ่าบาทตรัสถาม

            “กระหม่อมไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ที่ผ่านมากระหม่อมทำความดีเพื่อแคว้นมาโดยตลอด อีกทั้งคำทำนายของกระหม่อมยังช่วยให้คนนับแสนรอดชีวิตมาได้ แม้กระหม่อมจะต้องสละความสุขส่วนตัวด้วยการถือศีลและรักษาพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิตก็ตาม แต่จากข่าวลือที่ไม่มีที่มาที่ไปเหล่านั้นทำให้กระหม่อมได้รับความไม่เป็นธรรม ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาคืนความเป็นธรรมให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ” โหราจารย์เถียนอู้กล่าวออกมาด้วยเสียงที่ดังและมั่นคงยิ่ง เพราะเขายังเชื่อว่าไม่มีผู้ใดทราบเรื่องของเขากับหวันหวั่น และไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้จริงแล้วหยินอินคือบุตรสาวของเขา ทั้งเขายังเชื่อว่าที่ฉินจื่อฉิงกับซูหยุนหรานเก็บตัวอย่างเลือดไปจากเขานั้นก็เพื่อจะนำเลือดของเขาไปหยดพิสูจน์ แต่ตลอดหลายปีมานี้เขากับบุตรสาวกินยาสมุนไพรที่จะทำให้เลือดของพวกเขาไม่อาจรวมกับเลือดของผู้ใดได้ ต่อให้ต้องหยดเลือดพิสูจน์อีกกี่ร้อยครั้ง ผลที่ออกมาก็ยังเป็นเช่นเดิมคือเขากับบุตรสาวไม่มีความสัมพันธ์เป็นบิดาและบุตรกันอย่างแน่นอน

            “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา” ฝ่าบาทตรัสขึ้น

            ลิ่วกงกงเอากระดาษแผ่นหนึ่งไปกางต่อหน้าโหราจารย์เถียนอู้ “ผลตรวจออกมาว่าเจ้ากับแม่นางหยินอินเป็นบิดาและบุตรร่วมสายเลือด ท่านโหราจารย์...ท่านจะยอมรับเรื่องนี้หรือไม่”

            “เป็น...เป็นไปไม่ได้ ผลการตรวจเช่นนี้ไม่มีทางเป็นไปได้” โหราจารย์เถียนอู้พูดอย่างไม่เชื่อ “ข้าดื่มสมุนไพรชนิดพิเศษมาหลายปี ผลเลือดของข้ากับนางต้องไม่เป็นแบบนี้ ผลตรวจนี้มีปัญหา เป็นฝีมือของฉิงจื่อฉิงกับซูหยุนหรานที่ต้องการใส่ร้ายข้าเป็นแน่”

            “หลักฐานชัดเจนขนาดนี้แล้วเจ้ายังปฏิเสธอีกรึ”

            “ผลตรวจนี้เชื่อถือไม่ได้ กระหม่อมต้องการหยดเลือดพิสูจน์ต่อหน้าพระพักตร์อีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” เถียนอู้ตะโกนขึ้นอย่างไม่ยอมรับ

            “ท่านโหราจารย์คิดว่ายาสมุนไพรที่ท่านดื่มอยู่เป็นประจำจะทำให้เลือดของท่านกลายเป็นเลือดพิเศษใช่หรือไม่เจ้าคะ” ซูหยุนหรานยิ้มให้กับเถียนอู้ “ข้าทดสอบเลือดของท่านกับแม่นางหยินอินอย่างละเอียดแล้วพบว่ายาสมุนไพรที่ท่านกับแม่นางหยินอินดื่มทุกวันเป็นเพียงสมุนไพรบำรุงเลือดทั่วไปเท่านั้นเจ้าค่ะ”

            “เป็นไปไม่ได้!” โหราจารย์เถียนอู้มองซูหยุนหรานน “เจ้าใช้อุบายอะไรกับเลือดของข้า!”

            “ท่านไม่เชื่อผลการทดสอบของข้าจึงอยากหยดเลือดพิสูจน์ใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” ซูหยุนหรานเรียกให้คนยกถ้วยน้ำเปล่าเข้ามา ‘เถียนอู้นะเถียนอู้ กลอุบายของเจ้าหรือจะสู้ข้าที่ทะลุมิติมาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ในเมื่อเจ้ามีสิ่งที่จะทำให้เลือดของเจ้ากับลูกสาวต่อต้านกัน ข้าก็มีสารเคมีที่จะทำให้เลือดของพวกเจ้าผสมกันได้’

            ฉินจื่อฉิงเดินไปกรีดปลายนิ้วของเถียนอู้และหยินอินก่อนจะหยดเลือดของพวกเขาลงในถ้วยบรรจุน้ำเปล่า โดยมีลิ่วกงกงคนสนิทของฝ่าบาทยืนดูผลอยู่ตรงนั้นด้วย เมื่อเลือดของทั้งคู่หยดลงไป เลือดของพวกเขาก็ไหลรวมกันในทันที ลิ่วกงกงนำผลการหยดเลือดพิสูจน์ไปให้ฝ่าบาททอดพระเนตร

            “เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่” ฝ่าบาทตรัสถาม

            เถียนอู้นั่งทรุดลงกับพื้น “ข้าเสียเงินไปมากมายเพียงเพื่อให้ได้สมุนไพรบำรุงเลือดมาเท่านั้นรึ นับว่าสูญเปล่าโดยแท้”

            “เถียนอู้ ในเมื่อเจ้ากับหยินอินเป็นพ่อลูกกันจริง เช่นนั้นเราขอเดาต่อว่าภรรยาของเจ้าคงเป็นสตรีบูชายัญผู้นั้นกระมัง” ฝ่าบาทถาม แม้ในใจจะภาวนาว่าไม่อยากให้การคาดเดาของตนเป็นเรื่องจริง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของอดีตฮ่องเต้ด้วย

            “ไม่...ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ ภรรยาของกระหม่อมเป็นผู้อื่น” เถียนอู้ยังไม่ยอมรับ โทษหลอกลวงเบื้องสูงถึงขั้นประหารก็จริง แต่เขายังใช้ความดีความชอบลดโทษประหารลงมาได้ แต่หากสถานะที่แท้จริงของหวันหวั่นถูกเปิดเผย โทษประหารเก้าชั่วโคตรที่ฝ่าบาทเคยคาดโทษไว้คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว

            “ยังจะปากแข็งอีกหรือ! ได้...ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับ เช่นนั้นเราก็จะทำให้เจ้ายอมรับ” ฝ่าบาทตะโกนขึ้น “องครักษ์! จับหยินอินถอดเสื้อผ้าออกให้หมดแล้วโบยจนกว่าเถียนอู้จะยอมพูดความจริง”

            “ฝ่าบาททรงทำเช่นนั้นไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ” เถียนอู้ตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ 

            ฝ่าบาทไม่ทรงตรัสสิ่งใด องครักษ์จึงตรงเข้าไปจับตัวหยินอิน 

            “ฝ่าบาทเพคะ! หม่อมฉันยอมพูดแล้วเพคะ! หยินอินตะโกนขึ้น หากนางถูกถอดเสื้อผ้าต่อหน้าทุกคนแล้วนางจะมีหน้าไปพบผู้ใดได้อีก อีกทั้งหากนางถูกโบย นางก็อาจจะตายตั้งแต่ยังโบยไม่เสร็จด้วยซ้ำ ไม่สู้ยอมพูดความจริง บางทีฝ่าบาทอาจละเว้นชีวิตให้นางก็เป็นได้

            “อินเอ๋อ!” เถียนอู้ตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ “หากยังอยากมีชีวิตอยู่เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหลเป็นอันขาด”

            แต่หยินอินไม่สนใจบิดา นางหันไปมองฝ่าบาท “หม่อมฉันเป็นบุตรสาวของโหราจารย์เถียนอู้กับสตรีบูชายัญผู้นั้นจริงเพคะ”

            “อินเอ๋อ...เหตุใดเจ้าถึงโง่เขลาเช่นนี้” เถียนอู้หมดอาลัย

            “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันบอกความจริงไปแล้ว ขอฝ่าบาทละเว้นชีวิตหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ” หยินอินถามอย่างมีความหวัง นางรู้ว่ามารดาเป็นสตรีบูชายัญ แต่นางกลับไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วมารดาของตนเป็นถึงพระสนมของอดีตฮ่องเต้

            “เจ้าพูดว่าอะไรนะ! เจ้าไม่ใช่บุตรนอกสมรสของเถียนอู้กับหญิงชาวบ้านยากจน แต่เจ้าเป็นบุตรที่เกิดจากสตรีของอดีตฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ?” เสียนกุ้ยเฟยแทบจะหาเสียงของตนเองไม่เจอ 

            “สตรีของอดีตฮ่องเต้คืออะไรหรือเจ้าคะ มารดาของหม่อมฉันเป็นเพียงหญิงชาวบ้านที่มีเวลาตกฟากตรงตามคุณลักษณะของสตรีบูชายัญเท่านั้น” หยินอินยังไม่เข้าใจสถานการณ์ 

            “แม่นางหยินคงยังไม่เข้าใจ ความหมายของเสียนกุ้ยเฟยคือบิดาของเจ้าลักลอบมีสัมพันธ์กับพระสนมของอดีตฮ่องเต้จนให้กำเนิดเจ้าออกมาอย่างไรเล่า” รุ่ยอ๋องพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เสียนอ๋องด้วยความสะใจ “พี่สามช่างเลือกพระชายาได้ดีจริงๆ”

            เสียนอ๋องแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้างแล้วในเวลานี้ เขาให้คนไปสืบประวัติของเถียนอู้มาอย่างดีแต่กลับสืบไม่พบว่าแท้จริงแล้วชู้รักของเถียนอู้จะเป็นถึงพระสนมของอดีตฮ่องเต้ เขาหันไปมองฉินจื่อฉิงอย่างเคียดแค้น “ฉินจื่อฉิง! ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเจ้าใช่หรือไม่ เจ้ารู้อยู่แล้วว่าเถียนอู้ลอบมีสัมพันธ์กับพระสนมของอดีตฮ่องเต้จนให้กำเนิดหยินอินออกมา เจ้าไม่ขัดขวางเพราะเจ้าอยากให้ข้าแต่งกับนาง เมื่อความจริงปรากฏ ข้าก็จะถูกประหารไปพร้อมกับนางด้วย เหตุใดเจ้าถึงได้โหดร้ายเช่นนี้ เจ้าไม่เห็นแก่สายเลือดเดียวกันที่ไหลอยู่ในตัวของเจ้าบ้างหรือ”

            “ข้ากับเจ้าไม่ได้เกิดมาจากสายเลือดเดียวกัน” ฉินจื่อฉิงจ้องเสียนอ๋อง “ส่วนเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะความโลภของเจ้าเอง”

            “เจ้าสาม...เจ้าบอกเรามาว่าเจ้ากับเถียนอู้ร่วมมือกันเพื่อจะทำอะไรกันแน่ แล้วเรื่องชะตาเฟิ่งหวงอะไรนั่นอีก คงไม่ใช่ว่าเจ้าสร้างเรื่องโกหกทั้งหมดขึ้นมาเพราะเจ้าอยากชิงบัลลังก์ไปจากเราหรอกนะ” ฝ่าบาทถาม แม้คำตอบพอจะคาดเดาได้อยู่แล้ว แต่พระองค์ก็ยังอยากฟังความจริงจากปากของบุตรชาย

            “ชิงบัลลังก์? ชิงบัลลังก์อะไรพ่ะย่ะค่ะ บัลลังก์มังกรแห่งนั้นมันเป็นของลูกอยู่แล้ว” เสียนอ๋องชี้ไปที่เก้าอี้มังกรของฝ่าบาท “หากเสด็จพ่อไม่เอาแต่ยืดเวลาแต่งตั้งรัชทายาทออกไป ลูกก็คงไม่ต้องลงมือทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะเสด็จพ่อ ได้ยินหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ทั้งหมดเป็นความผิดของท่าน”

            “เป็นความผิดของเราอย่างนั้นหรือ?” ฝ่าบาทมองบุตรชายอย่างผิดหวัง

            “ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อเคยรับปากกับลูกไว้ว่าจะแต่งตั้งให้ลูกเป็นรัชทายาท ตอนสิบขวบก็บอกว่าลูกอายุยังน้อย สิบห้าขวบก็บอกว่าลูกไม่มีผลงาน พออายุได้ยี่สิบพระองค์ก็ไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกเพราะพระองค์หันไปชื่นชมฉินจื่อฉิงที่มีผลงานด้านการรบ จนมีการพระราชทานสมรส พระองค์ยังเลือกสตรีมากความสามารถให้เขา แต่กลับเลือกสตรีหลอกลวงให้มาเป็นชายาของลูก ตกลงแล้วคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับลูกยังเชื่อได้อยู่หรือไม่ หรือในใจพระองค์เวลานี้มีแต่ฉินจื่อฉิงพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ตั้งใจจะยกบัลลังก์ให้เขาปกครองแทนลูกแล้วใช่หรือไม่” เสียนอ๋องพูดความในใจออกไปจนหมด

            “หม่อมฉันเห็นด้วยความความคิดของเสียนเอ๋อ หากฝ่าบาทไม่เอาแต่เลื่อนการแต่งตั้งรัชทายาทออกไป เสียนเอ๋อจะหลงผิดเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ” เสียนกุ้ยเฟยชี้ไปที่ฉินจื่อฉิง “และตั้งแต่ที่พระองค์รู้ว่าข่าวลือเรื่องดาวหายนะของฉินจื่อฉิงเป็นเรื่องโกหก พระองค์ก็ให้ความสำคัญกับเขามากกว่าเดิม มิหนำซ้ำยังคิดจะเอาชื่อของเขากลับเข้ามาบันทึกในราชวงศ์อีก พระองค์ทำเช่นนี้แล้วจะให้เสียนเอ๋อของหม่อมฉันเอาความมั่นใจมาจากไหนอีกเพคะ สุดท้ายแล้วที่เสียนเอ๋อทำไปทุกอย่างก็เพราะความลำเอียงของพระองค์ เพราะหากเสียนเอ๋อของหม่อมฉันไม่ลงมือชิงบัลลังก์มาเป็นของตน พระองค์ก็คงจะมอบบัลลังก์นี้ให้ฉินจื่อฉิงไปปกครองแล้วใช่หรือไม่เพคะ”

            “ฉินจื่อฉิง! เจ้ามันเป็นดาวหายนะของทุกคนจริงๆ ตอนนั้นเจ้าทำลายชีวิตข้า มาตอนนี้ยังมาทำลายชีวิตของน้องชายอีก ทำไมเจ้าไม่ตายไปเสีย เจ้าจะมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่ทำไม” ฉินผินตะโกนขึ้นพร้อมกับชี้หน้าฉินจื่อฉิง “หากไม่มีเจ้าสักคน เรื่องร้ายทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น น่าเสียดายที่แผนการวันนี้ล้มเหลว ไม่เช่นนั้นเมื่อเสียนอ๋องขึ้นครองบัลลังก์ ข้านี่ล่ะที่จะเสนอให้สังหารเจ้าเป็นคนแรก”

            “ฉินผิน! เจ้าพูดอะไรออกมา จื่อฉิงเป็นลูกชายของเจ้านะ เจ้าถึงกับจะเอาชีวิตเขาเชียวหรือ” ฝ่าบาทตะโกนขึ้น

            “ตั้งแต่วันที่พระองค์ทรงเลือกที่จะช่วยชีวิตเขา หม่อมฉันก็ไม่เห็นว่าเขาเป็นลูกชายของหม่อมฉันแล้วเพคะ ยิ่งพระองค์ให้ความสำคัญกับเขามากเท่าไหร่ หม่อมฉันก็ยิ่งเกลียดเขามากขึ้นเท่านั้น” ฉินผินชี้ไปที่เสียนอ๋อง “เป็นหรงเสียนเสียอีกที่ทำให้หม่อมฉันสบายใจ ไม่ว่าใครจะมองว่าสิ่งที่หม่อมฉันทำไปทุกอย่างเพื่อเป็นการเอาใจเสียนกุ้ยเฟยกับหรงเสียน แต่หม่อมฉันก็ไม่สนใจ เพราะมีเพียงอยู่ใกล้เสียนกุ้ยเฟยกับหรงเสียนเท่านั้นที่จะทำให้ฝ่าบาทหันมาสนใจหม่อมฉันได้”

            “เจ้ามันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย เราบอกแล้วว่าวันนั้นเป็นเราที่ตัดสินใจ หากจะโทษเจ้าก็มาโทษที่เรา” ฝ่าบาทบอกกับฉินผิน

            “ไม่เพคะ ฝ่าบาทไม่ผิด” ฉินผินจ้องฉินจื่อฉิง “เจ้าเกิดมาเพื่อทำลายชีวิตข้าโดยแท้”

            ซูหยุนหรานเดินไปจับมือสามี “ท่านพี่”

            ฉินจื่อฉิงบีบมือภรรยาไว้อย่างอดกลั้น แม้จะเตรียมใจรับกับคำพูดของมารดาผู้ให้กำเนิดไว้แล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดโหดร้ายเหล่านั้นเขากลับยังรู้สึกเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่ดี

            ฝ่าบาทมองไปทางฉินจื่อฉิงก็ให้รู้สึกสงสารลูกชาย พระองค์ต้องรีบจบเรื่องนี้โดยเร็วเพื่อให้ลูกชายได้ออกไปจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ “เถียนอู้ โทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงและลักลอบมีสัมพันธ์กับสตรีของอดีตฮ่องเต้ ตัดสินประหารชีวิตสถานเดียว

            หยินอิน เสียนกุ้ยเฟย ฉินผิน พวกเจ้าร่วมมือกับเถียนอู้และเสียนอ๋องหลอกลวงเรา จับพวกนางไปขังในคุกหลวง ใช้ชีวิตในคุกหลวงจนกว่าจะสำนึกได้

            เสียนอ๋อง เจ้าวางแผนชิงบัลลังก์ไม่ต่างอะไรกับการก่อกบฏ โทษของเจ้าถึงขั้นประหารชีวิต แต่เป็นเพราะเราที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด หากเราทำทุกอย่างให้ชัดเจนเจ้าคงไม่เลือกเดินทางผิด เช่นนั้นโทษประหารให้ละเว้น แต่เจ้าต้องถูกเนรเทศไปชายแดน ตลอดชีวิตนี้ไม่อนุญาตให้เจ้าเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงอีก”

            เสียนอ๋องได้ยินคำตัดสินก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “เนรเทศไปชายแดน ทำเช่นนั้นลูกคงถูกคนหัวเราะเยาะเป็นแน่ เสด็จพ่อ...ในเมื่อลูกเป็นผู้แพ้ ลูกก็ขอเลือกที่จะตายอย่างสมเกียรติ”

            เสียนอ๋องพูดจบก็วิ่งไปแย่งดาบจากมือองครักษ์ก่อนจะปลิดชีพตนเอง

            “เสียนเอ๋อ!” เสียนกุ้ยเฟยร้องเสียงหลง “อย่าทิ้งแม่ไป แม่จะตามเจ้าไปเดี๋ยวนี้”

            เสียนกุ้ยเฟยวิ่งเขาหากำแพงโดยไม่ทันได้มีผู้ใดห้าม นางสิ้นใจทั้งที่ตาไม่หลับ

            หยินอินที่ไม่เคยเห็นเหตุการณ์นองเลือดถึงกับกรีดร้องอย่างเสียสติ หลังจากนั้นไม่กี่วันจึงได้รู้ว่านางได้เสียสติไปแล้วจริงๆ

            ฉินผินเมื่อถูกนำตัวไปขังในคุกหลวงก็เอาแต่พูดกับหุ่นฟางเพราะคิดว่าหุ่นฟางตัวนั้นคือฉินจื่อฉิง และทุกถ้อยคำที่พูดออกมาล้วนไม่ใช่คำพูดที่น่าฟัง เมื่อเรื่องไปถึงฝ่าบาท พระองค์ก็ประทานยาใบ้ให้นางไปหนึ่งชาม ภายในห้องขังจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

            และหลังจากนั้นไม่กี่วันเถียนอู้ก็ถูกประหาร ศพของเขาถูกทำลายก่อนจะโยนเข้าไปในป่า ตระกูลเถียนถูกเนรเทศไปชายแดนโดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าตนเองได้ทำความผิดใดไว้

    คล้ายกับเรื่องแพทย์หญิงข้ามเวลาไปเป็นชายาท่านอ๋องหน้านิ่ง (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311