ปริศนาดาววิมุตติ เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด

    เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด 1.24. ห่อผ้าสีจีวรพระ

            แฮ็มกะแป็งพยายามข่มใจ นึกถึงคำของอาจารย์วิชชาที่ว่าผีไม่มีจริงในโลกนี้ พอทำใจได้หน่อยก็ค่อยคลายความระแวงหวาดกลัวลงไป เขาเกิดใจกล้าขึ้นมา จึงพาตัวเดินเรื่อยเปื่อยเข้ามาที่ชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ โบราณคดีและศาสนาที่อยู่ด้านใน 

     

     

            เขาเดินหยิบหนังสือเล่มโน้นทีเล่มนี้ทีขึ้นมาเปิดดูไปเรื่อย ๆ เมื่อยิ่งดูก็ยิ่งเพลิน หนังสือที่ห้องสมุดโรงเรียนมีเยอะมาก ปกติแฮ็มกะแป็งก็ชอบเข้ามาอ่านหนังสือในห้องนี้อยู่แล้ว แต่ทำไมวันนี้กลับรู้สึกปอด ๆ อย่างไรไม่รู้ สงสัยวันหยุดไม่ได้เปิดแอร์มั้ง? 

     


            แล้วอยู่ ๆ ความใจกล้าเมื่อสักครู่ก็หายแวบไปเฉย ๆ ตอนที่เขาพลิกอ่านหนังสือไปก็คิดไปว่าทำไมใจเต้นตึ้กตั้ก แฮ็มกะแป็งพยายามคิดหาเหตุผล พอหาเหตุผลไม่ได้ยิ่งปอด  

     


            เมื่อเดินเจอหนังสือเก่า ๆ บางเล่มมีกลิ่นอับกลิ่นรา ยิ่งพาลให้อยากปิดหนังสือแล้วเดินออกจากสถานที่แห่งนี้ไป แต่เนื่องจากต้องรอบุ๋นค้นหาข้อมูล เขานึกถึงโครงการหุ่นยนต์เซลสุริยะของบุ๋น ก็ยิ่งอยากให้บุ๋นสำเร็จโครงการเร็ว ๆ  ก็จำใจเดินเปิดหนังสือรอไปเรื่อย ๆ 

     


            แต่พอเขาเปิดดูหนังสือเก่า ๆ บางเล่ม เขาก็เริ่มมีความสนใจในเนื้อหาที่น่าติดตาม ดังนั้น เมื่อใจใส่ไปที่เรื่องอื่นที่น่าสนใจกว่า ก็ลืมความกลัวไปชั่วขณะ 

     


            แฮ็มกะแป็งไล่ดูหนังสือเก่าบนชั้นนั้นไปอีกเรื่อย ๆ สุดท้ายสายตาก็มาหยุดอยู่ที่ห่อผ้าห่อหนึ่ง ซึ่งวางอยู่บนชั้นหนังสือด้านในสุด ห่อผ้านั้นมีสีน้ำตาลแดงเก่าๆ คล้ายจีวรพระสมัยโบราณ ที่เขาเรียกว่าสีกรัก แฮ็มกะแป็ง จ้องมองห่อผ้านี้ด้วยความสนใจ ไม่เคยสังเกตว่ามีห่อผ้าแบบนี้บนชั้นหนังสือในห้องสมุดเลย

     


            แฮ็มกะแป็งค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบห่อผ้าสีกรักนั้นออกมาจากชั้นหนังสือ เขาบรรจงถือห่อผ้านั้นออกอย่างระมัดระวัง แล้วเอามาวางไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือตัวหนึ่งที่ใกล้กับชั้นหนังสือนั้น

     


            เขาแกะผ้าสีน้ำตาลเข้มนั้นออกอย่างระมัดระวัง มีกลิ่นหอมประหลาดลอยออกมา ผ้าที่ห่อไว้หนาและมีน้ำหนัก สิ่งที่ห่อหุ้มอยู่ข้างในถูกห่อไว้ถึงสามชั้น  และดูเหมือนห่อผ้านี้จะมีใครเปิดออกดูแล้ว

     


            สิ่งที่ห่อหุ้มอยู่ข้างในผ้าคล้ายจีวรพระสีกรักเก่า ๆ นี้ คือสมุดข่อยโบราณเล่มหนึ่ง ขนาดกว้างสักครึ่งฟุต ยาวสักหนึ่งฟุตไม้บรรทัด จับดูแล้วหนา ๆ ดูท่าจะเป็นสมุดที่มีข้อความไม่น้อย แฮ็มกะแป็งค่อย ๆ เปิดสมุดข่อยนั้นออกมาอ่าน

     


            และทันใดนั้นเอง แฮ็มกะแป็งก็เห็นเงาดำเคลื่อนไหวผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว

     


            แฮ็มกะแป็งละสายตาจากสมุดข่อยโบราณเล่มนั้นทันที ด้วยความตกใจ ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง 

            “ใครน่ะ?”

     


            ห้องสมุดยามนี้ที่ไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ เงียบสงัดไร้เสียงใด ๆ พอแฮ็มกะแป็งตะโกนขึ้นมา อาเธอร์และบุ๋นก็สะดุ้งเฮือก อาเธอร์ร้องลั่นขึ้นมาด้วยความตกใจ

     


            “อะไรวะ แฮ็มกะแป็ง?” บุ๋นถามอย่างรวดเร็ว และเดินเข้ามาหาแฮ็มกะแป็งด้านในห้องสมุด

     


            “กูเห็นเงาอะไรวิ่งผ่านหน้าไปเมื่อตะกี้” แฮ็มกะแป็งบอกบุ๋น

     


            อาเธอร์ร้องเสียงหลงเดินตามบุ๋นเข้ามาหาแฮ็มกะแป็ง อารามตกใจ ก็เลยโถมเข้ากอดบุ๋นที่ยืนอยู่ใกล้ตัว “กลั...ววว”

     


            “เงาอะไรของมึงวะ?” บุ๋นก็ขวัญเสียเหมือนกัน บรรยากาศแบบนี้ จะอย่างไรเสียก็ชวนให้ใจหวั่นๆ อยู่ดี

     


            มีเสียงเดินจากด้านในห้องสมุด ค่อยๆ ย่องออกมาจากที่ซ่อนในหลืบผ้าม่าน หัวเราะกันคิกคัก ที่แท้เป็นกลุ่มเด็กผู้หญิงสี่ห้าคนที่วิ่งเล่นกันที่สนามหญ้าเมื่อตอนเช้า พวกเด็กโผล่หน้าออกมาทีละคน มีแจมมี่โผล่ออกมาคนแรก ตามด้วยเพื่อนแจมมี่และ เด็กเล็กกว่าอีกสองคน

     


            แก็งค์สามเพื่อนต่างถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นพวกเด็กนักเรียน ค่อยคลายความหวาดกลัวออกไปได้ 

     

            “พวกน้องมาทำอะไรกันตรงนี้น่ะ?” แฮ็มกะแป็งถามเสียงดุ เพราะรู้สึกเคืองที่พวกเด็กทำให้ตกใจเสียขวัญ

     


            “เล่นซ่อนหากันค่ะ ฮิฮิ ฮ่ะฮ่ะ” เจ้าตัวเล็กคนหนึ่งตอบ ใบหน้าซ่อนยิ้มทะเล้น แสดงความขบขัน เพราะเห็นพวกพี่ ๆ ม.6 ตกใจจนร้องลั่น

     


            บุ๋นทำตาเขียว วางตัวเป็นพี่ใหญ่สั่งสอนน้อง ๆ “อาจารย์ไม่ให้เล่นกันในห้องสมุดนะ ห้องสมุดเขาเอาไว้อ่านหนังสือ จะเล่นกันให้ไปเล่นกันที่สนามข้างล่างโน่น” 

     


            “คือว่า ตอนนี้สนามแดดร้อนค่ะ เลยขึ้นมาเล่นข้างบน”  แจมมี่น่าจะเป็นตัวหัวโจก ตอบคำถามแทนเพื่อน ๆ

     


            “ใช่... ห้ามมม..เล่นน..ในห้องสะ..หมุดด” อาเธอร์ก็ดุให้ด้วย

     


            พอถูกรุ่นพี่ดุ  พวกเด็ก ๆ ก็หน้าจ๋อยพากันเดินออกไปทางประตู แฮ็มกะแป็งค่อยคลายความหวาดกลัวลงไปได้เยอะ เพราะพบสาเหตุของเงาลึกลับที่เคลื่อนไหวในห้องสมุดได้แล้ว นึกตลกตัวเองที่กลัวจนร้องตะโกนออกมา 

     


            บางทีความกลัวก็มาพร้อมกับการที่เราไม่รู้ความจริง พอค้นพบความจริงแล้วก็หมดความกลัว ดูอย่างเด็กนักเรียนใหม่กลุ่มนี้สิ เมื่อไม่รู้ข่าวลือเรื่องผีหอคอยห้องสมุด ก็ไม่มีความหวาดกลัว พากันมาเล่นซ่อนหากันอย่างสนุกสนาน