จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

ตอนที่ 205 แปลงข้าว

ตอนที่ 205 


แปลงข้าว 


รูปลักษณ์ของนายน้อยหลิงที่เปลี่ยนไปมันทำให้ทุกผู้รู้สึกตื่นตระหนก พวกเขาไม่รู้ถึงวิธีการรักษาโรคของนายน้อยหลิงเลยไม่มีผู้ใดได้รับรู้ว่ามันจะออกมาเป็นเช่นนี้ 


หลิงเฉินเองที่ยืนมองเหล่าคนด้านหน้าที่กำลังตื่นตระหนกกับร่างกายที่เปลี่ยนไปของเขาอย่างงุนงงอยู่นั้นก็ละความสนใจกับเหล่าผู้คนด้านหน้าแล้วหันไปสนทนากับหวังเซียนข้างกาย 


“ แล้วท่านจะพาข้าไปที่ใดต่อ ” 


หวังเซียนไม่รีรอกับการเดินนำนายน้อยหลิงไปโดยหลิงเฉินก็เดินตามไปอย่างติดๆพร้อมกับเยี่ยหวน ตอนนี้สายตามากมายจับจ้องร่างของนายน้อยหลิงอย่างไม่ละสายตาจนร่างนั้นเดินจากไปไกลจนหลุดระยะการมองเห็น 


ทางเดินลากยาวไปไกลมุ่งสู่ที่ดินอีกผืนนึงที่หลิงเฉินซื้อเอาไว้แล้วบอกให้หวังเซียนจัดการต่อหลังจากที่เขาเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บ 


เมื่อไปถึงมันทำให้หลิงเฉินประหลาดใจจนเขาต้องหยุดเท้าทั้งสองข้างของตนเองลง ตอนนี้ที่ดินผืนใหม่ที่เขานั้นซื้อมาเบื้องหน้ามันเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทันทีจากเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อนที่เขาจากไป 


ตอนนี้มีทางเดินน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกขุดเอาไว้เพื่อส่งผ่านน้ำจากสระของเจ้าปลามังกร 7 สีที่มีน้ำที่มีพลังวิญญาณไหลเวียนอยู่มาที่ที่ดินผืนนี้แล้ว ไม่เพียงแค่นี้หน้าดินเองก็ถูกขุดและเริ่มหว่านเมล็ดข้าวลงไปจนตอนนี้มีต้นอ่อนขึ้นมาให้เห็นอยู่มากมาย


หลิงเฉินเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าตอนนี้แปลงข้าวที่เขาบอกให้ทำมันจะสามารถเสร็จได้รวดเร็วขนาดนี้ ถ้าแปลงข้าวพวกนี้ถูกหล่อเลี้ยงด้วยน้ำแห่งพลังวิญญาณของเจ้าปลามังกร 7 สีพวกมันต้องเติบโตได้อย่างรวดเร็วอย่างแน่นอน ตอนนี้เป็นเวลาประมาณปลายเดือนเขาคาดการณ์ไว้ว่าสงครามระหว่างสองแคว้นมันจะต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวถึงหนึ่งปี นั่นก็คือสงครามจะเกิดขึ้นในประมาณต้นเดือนสามของปีหน้า 


ถ้าเป็นตอนนี้การที่เขาสามารถปลูกข้าวและกักตุนเสบียงเอาไว้ให้เพียงพอกับการช่วยเหลือชาวแคว้นหมิงได้อย่างแน่นอน 


“ ท่านทำได้เยี่ยงไร... ” หลิงเฉินหันไปถามกับหวังเซียน


หวังเซียนส่ายหน้าไปมาเพื่อตอบปฏิเสธก่อนจะเอ่ยด้วยคำพูด “ ข้าไม่ได้ทำขอรับนายน้อยหลิง ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเหล่าชาวบ้านและศิษย์ของสำนักยาเทวะที่พวกเขาช่วยกันทำจนสามารถให้มันสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ”


หลิงเฉินพยักหน้าขึ้นลงด้วยความพึงพอใจ 


หลังจากที่สนทนากับท่านหวังเซียนจบหลิงเฉินหันไปหาสหายของตนเองที่กำลังยืนทอดสายตามองทุ่งข้าวขนาดใหญ่อยู่ 


“ นี่เยี่ยหวนข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้าและสำนักยาเทวะสักหน่อย ” หลิงเฉินพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่จริงจัง ตอนนี้เขามีเรื่องที่จะขอร้องสำนักยาเทวะอยู่เกี่ยวกับเรื่องสงครามที่เกิดขึ้น 


ตอนนี้สิ่งที่ทางกองทัพขาดอยู่ก็คือยาเม็ดที่ใช้ควบคู่กับการขัดเกลาพลังวิญญาณของเหล่าทหาร ตอนนี้พืชสมุนไพรทั้งหมดที่เขาจัดเตรียมมันก็พร้อมที่จะหลอมยาขึ้นมาแล้วขาดอยู่แต่เพียงผู้ที่ทำหน้าที่หลอมยา 


ครั้งนี้เมื่อเหล่าศิษย์ของสำนักยาเทวะมาอยู่ที่แห่งนี้เขาก็อยากจะรบกวนให้พวกเขาช่วยหลอมยาเม็ดวิญญาณจำนวนมากออกมาให้สักหน่อย แต่หลิงเฉินเองก็คิดเอาไว้ในใจแล้วว่าจะเจรจาเช่นใดให้อีกฝ่ายยอมช่วยเหลือ


ยาเม็ดวิญญาณที่เขาตั้งใจจะขายให้กับกองทัพของแคว้นหมิง หลิงเฉินตั้งราคาไว้ที่ 1 เม็ดในราคา 50 ตำลึง แต่หลิงเฉินจะแบ่งออกมาเม็ดละ10 ตําลึงเพื่อมอบให้กับสำนักยาเทวะเป็นค่าจ้างการหลอมยาเม็ดวิญญาณ


“ เรื่องใดกัน??? ” เยี่ยหวนหันไปถามกับสหาย 


“ ข้าอยากจะให้พวกเจ้าช่วยข้าหลอมยาเม็ดวิญญาณจำนวนมากขึ้นมาเพื่อส่งมอบให้แก่กองทัพเม็ดละ 50 ตำลึง โดยข้าจะแบ่งส่วนแบ่งให้เป็นต่อเม็ด เม็ดละ10 ตำลึง ” หลิงเฉินเอ่ยถึงจุดประสงค์ของตนเองออกมายังไม่ปกปิด


แต่ก็ไม่ใช่ว่าการเจรจาครั้งนี้จะไม่มีโอกาสผิดพลาด หลิงเฉินคิดว่ามันมีโอกาสจะล้มเหลวมากกว่ามีโอกาสสำเร็จซะอีก เหตุผลมันเพราะว่าสำนักยาเทวะสามารถขายยาเม็ดวิญญาณในตลาดประมูลส่วนกลางได้ถึงเม็ดละ 200 ตำลึง การที่หลิงเฉินส่งให้กับกองทัพเม็ดละ 50 ตำลึงเช่นนี้มันก็เท่ากับขัดผลประโยชน์ของสำนักยาเทวะ


แต่หลิงเฉินเองก็ต้องลองดูเขาคิดว่าเยี่ยหวนจะเข้าใจเพราะว่ายามนี้มันเป็นยามที่แคว้นกำลังจะเกิดสงคราม เขานั้นยอมขายยาเม็ดวิญญาณด้วยราคาเพียงแค่นี้ก็เพราะว่าอยากให้กำลังรบของทหารแคว้นหมิงเพิ่มขึ้น 


เยี่ยหวนสงบนิ่งพลางแสดงท่าทางครุ่นคิดออกมาเขาเองก็รู้จุดประสงค์ของสหายตนเองดี ยาเม็ดวิญญาณที่ใช้ในการควบคู่กับการขัดเกลาพลังวิญญาณถ้าหลิงเฉินอยากจะขายเพื่อตัดราคาการค้าจริงๆขายเพียงแค่เม็ดละ 100 ตำลึงภายในตลาดมันก็น่าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแล้วและยังได้กำไรมากกว่าอีก


แต่การที่หลิงเฉินยอมขายให้กับกองทัพในราคา 50 ตำลึงมันย่อมแปลว่าเขานั้นต้องการให้กองทัพแคว้นหมิงมีกำลังรบมากขึ้น เยี่ยหวนได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับสงครามที่จะเกิดขึ้นจากเจ้าเมืองโม่ในขณะที่อาศัยอยู่ที่จวนโม่มาบ้าง 


ครั้งนี้หลิงเฉินตั้งใจจะทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมแม้ว่าจะมีผลกำไรอยู่บ้างแต่มันก็สามารถมองข้ามได้เมื่อนำเหตุผลอื่นๆเข้ามาผนวกเข้าหากัน 


“ ข้าตกลง ” เยี่ยหวนหันมาตอบรับข้อเสนอของสหายหลังจากที่ไต่ตรองครุ่นคิดเป็นอย่างดีแล้ว


คำตอบรับของเยี่ยหวนทำให้หลิงเฉินยกยิ้มที่มุมปากข้างขวาเล็กน้อย แต่หวังเซียนที่ยืนอยู่ข้างกายของเขากับแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก กำลังตกใจที่ท่านเยี่ยหวนที่เป็นเจ้าสำนักของสำนักยาเทวะเหตุใดถึงยอมตกลงช่วยนายน้อยของเขาทั้งที่รู้ว่ามันจะเป็นผลเสียกับสำนักยาเทวะ


ที่หวังเซียนตื่นตระหนกและประหลาดใจกับคำตอบมันก็เพราะว่าเขานั้นคิดในแง่มุมของการทำการค้าไม่ใช่ความคิดเดียวกับที่หลิงเฉินและเยี่ยหวนคิด 


“ ขอบใจนะเยี่ยหวนที่ยอมช่วยข้า ” หลิงเฉินเอ่ยขอบคุณสหายของตนเองไปจากใจจริง 


“ ไม่หรอกๆ ข้าเพียงแค่อยากจะลองหลอมยาโดยการใช้สมุนไพรแห่งการรักษาด้วยเท่านั้น ” เยี่ยหวนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ยามที่เดินเข้ามาภายในคฤหาสน์แห่งนี้เขาเห็นภายในแปลงสมุนไพรมันมีสมุนไพรแห่งการรักษาที่เป็นสมุนไพรหายากถูกเอาไว้อยู่


นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลิงเฉินนำมันมาล่อตาล่อใจของเยี่ยหวน ในฐานะผู้ที่คลั่งไคล้ในด้านการหลอมยาและวิถีการรักษาเช่นเยี่ยหวนในฐานะที่เป็นสหายกันมาอย่างยาวนานหลิงเฉินรู้ดีว่าเขาต้องอยากลองใช้สมุนไพรแห่งการรักษาเพื่อหลอมยาดูสักครั้งอย่างแน่นอน


เมื่อก่อนเยี่ยหวนเคยบอกกับเขาอยู่ครั้งหนึ่งในอดีตว่าอยากจะลองใช้สมุนไพรแห่งการรักษาหลอมยาเม็ดหลายชนิดขึ้นมา 


หลิงเฉินพยักหน้าขึ้นลงด้วยความพึงพอใจ 


“ ครั้งนี้ข้าต้องรบกวนเจ้าแล้วเยี่ยหวน ” 


หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินดูแปลงที่ดินต่ออีกสักพัก โดยมีหวังเซียนเป็นผู้เดินนำหน้าและอธิบายส่วนต่างๆที่เกิดขึ้นภายในแปลงที่ดินแห่งนี้ให้หลิงเฉินเข้าใจได้ในครั้งเดียว 


หลังจากที่เสร็จจากตรงนั้นหลิงเฉินก็กลับเข้าไปที่คฤหาสน์ของตนเองเพื่อไปทักทายกับครอบครัวของเขาที่ไม่ได้เจอกันมานาน ก่อนหน้าที่หลิงเฉินจะเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์สามีเยี่ยก็ได้เข้ามาบอกกับทุกคนเอาไว้ก่อนแล้วว่าบัดนี้นายน้อยหลิงมีหน้าตาและรูปร่างที่เปลี่ยนไป 


แต่เมื่อได้มาพบเจอกับตัวจริงๆของหลิงเฉินใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกไม่ต่างจากผู้อื่นที่เห็นนายน้อยหลิงในครั้งแรก ตอนนี้ลู่หนิงน้อยก็พาหวาดกลัวจนมองเขาเป็นคนแปลกหน้าผิดจากลู่หมิงที่เป็นพี่ชายเขานั้นมองเห็นยามแรกก็รู้ได้ทันทีว่าบุรุษผู้แปลกหน้าผู้นี้คือพี่ใหญ่ของเขา


โดยลู่หมิงกล่าวเอาไว้ว่าแม้ว่าหน้าตาและรูปร่างจะเปลี่ยนแต่ความรู้สึกและบรรยากาศรอบกายที่สัมผัสได้ของพี่ใหญ่ของเขามันไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ 


อาจจะเพราะว่าในยามที่อยู่กับครอบครัวของตนเองภายในคฤหาสน์เช่นนี้หลิงเฉินมักจะแสดงบรรยากาศรอบกายแตกต่างจากตอนที่อยู่ด้านนอก ลู่หมิงเลยสัมผัสถึงความแตกต่างบรรยากาศรอบกายของเขาเท่ากับผู้อื่นไม่ได้


แต่หลังจากที่ทักทายกับทุกคนจนเสร็จตัวของหลิงเฉินและเยี่ยหวนก็ขึ้นไปที่ห้องรับแขกที่อยู่ด้านบนชั้น 2 เพื่อที่จะนั่งสนทนากันอย่างเป็นการส่วนตัว 


ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างขวางมีที่นั่งกับพื้นจัดเตรียมเอาไว้อย่างเป็นระเบียบมากมายแต่ว่าก็มีเพียงแค่หลิงเฉินและเยี่ยหวนเท่านั้นที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานและแขกภายในห้องเพื่อสนทนากัน 


แต่ก่อนจะเริ่มการสนทนาท่านป้าเยี่ยก็ได้นำขนมและน้ำชาชุดใหญ่มาต้อนรับแขกคนสำคัญของนายน้อยหลิงอย่างไม่ขาดตก ขนมและน้ำชาถาดใหญ่ถูกจัดเรียงไว้ด้านหน้าของหลิงเฉินและเยี่ยหวนอย่างงดงาม 


ตั้งแต่พบกันมาเมื่อ 1 เดือนก่อนพวกเขายังไม่เคยนั่งสนทนากันอย่างจริงจังเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวของหลิงเฉินจะได้เริ่มถามเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงห้าร้อยปีที่ตัวตนของเขาหายไปจากยุทธภพ


ทว่าเยี่ยหวนกลับเป็นผู้ที่เอ่ยถามขี้นมาก่อน “ มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเจ้าหลิงเฉิน ”


ครั้งนี้มันคือบทสนทนาของช่วงเวลาที่หลิงเฉินหายไปจากยุทธภพ 500 ปี 


เมื่อสหายของตนเองเอ่ยถามออกมาเช่นนั้นหลิงเฉินเองก็ยอมเป็นฝ่ายที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อน เขาเริ่มเล่าตั้งแต่ในตอนที่เขานั้นเริ่มขีดเขียนอักขระแก้ไขโชคชะตาของตนเองแล้วทุกอย่างมันก็ผิดพลาดจนทำให้เขามาอยู่ในร่างนี้ 


เมื่อได้ฟังไปตัวของเยี่ยหวนเองก็คิดตามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปด้วย แม้ว่าเขานั้นจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาสักเท่าไหร่แต่ก็พอจะจับใจความได้ว่าอักขระของหลิงเฉินมันผิดพลาดจนทำให้เขานั้นมาปรากฏอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้ในระยะเวลาที่ผ่านพ้นมาถึง 500 ปีเช่นนี้ 


“ เอาแหละครั้งนี้ตาของข้าถามเจ้าบ้างแล้วเยี่ยหวน เหตุใดพวกเจ้าที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ได้ถึงสามารถมีชีวิตอยู่ได้กันล่ะ ” มันเป็นคำถามที่ตัวของหลิงเฉินสงสัยมาโดยตลอดตั้งแต่เขานั้นรู้ว่าทั้งเจ้าหนูเถียนตันและผู้อื่นที่เคยอยู่ในยุคสมัยก่อนยังมีชีวิตอยู่ทั้งที่เวลานั้นมันผ่านพ้นมาถึง 500 ปีแล้ว 


“ เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหายตัวไปได้ไม่นาน... ” เยี่ยหวนออกมาด้วยใบหน้าที่เริ่มสุขุมขึ้นหลายส่วน


จบตอน 

คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน

เทพกระบี่เงาสังหาร

เทพกระบี่เงาสังหาร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
717K 554
สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
791K 1635
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.76M 3640
[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.77M 1648
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
647K 2426
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852