ยิ่งหวงเยี่ยได้รับฟังมากเท่าไหร่ หัวใจของเขาก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นทุกขณะ ราวกับมีค้อนเหล็กกระแทกจากภายในอกของตนเอง
คำกล่าวถึงคณบดีหวูเหยียนจีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าธรรมดา หากคือชื่อที่ถูกจารึกไว้ในตำนานของนักล่ามังกรระดับสูงของมนุษยชาติ เป็นบุคคลที่ยืนอยู่เหนือยอดคลื่นแห่งยุคสมัย เป็นเสาหลักของอารยธรรมที่ยืนหยัดต้านทานการรุกรานของเผ่าพันธุ์มังกรอย่างมั่นคง
นักล่ามังกรระดับแปด แค่เอ่ยถึงระดับขั้นนี้ก็เพียงพอให้นักล่ามังกรทั่วไปต้องก้มศีรษะด้วยความเคารพ
เพราะมันคือดินแดนที่ห่างไกลเกินเอื้อมสำหรับคนส่วนใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น คณบดีผู้นั้นยังเป็นผู้ปลุกเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาขึ้นมาได้สำเร็จ
อาณาเขตป่าอมตะของเขาถูกเล่าขานว่าครอบคลุมรัศมีขนาดใหญ่ เพียงก้าวเข้าสู่เขตแดนก็เหมือนถูกกลืนเข้าไปในทะเลต้นไม้ที่ไร้จุดสิ้นสุด รากไม้แผ่ซ่านราวเส้นเลือดแห่งโลก เถาวัลย์เคลื่อนไหวดุจอสรพิษ และทุกใบไม้ล้วนซ่อนคมเขี้ยวแห่งการสังหาร
ว่ากันว่านักล่ามังกรที่สามารถปลุกเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาได้ถือเป็นสายที่หายากอยู่แล้ว แต่ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่การสร้างชื่อของตนเองได้นั้นยิ่งน้อยยิ่งกว่าไข่มุกกลางทะเลทราย คณบดีหวูเหยียนจีจึงถูกจัดอยู่ในลำดับต้นๆของทั้งอารยธรรมเผ่าพันธุ์มนุษย์
ชื่อเสียงที่เลื่องลือไปทั่วทุกเมืองจึงไม่ได้เกินจริงไปเลยซักนิด โดยเฉพาะเมื่อเขาสามารถรังสรรค์วิชาการต่อสู้ธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิขึ้นมาด้วยตนเอง ยิ่งทำให้สถานะของเขาแข็งแกร่งราวรากแก้วที่หยั่งลึกลงในผืนพิภพ
หวงเยี่ยยืนนิ่ง ฟังทุกถ้อยคำด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ผสมปนเปกันอยู่ภายใน
ทั้งความตื่นเต้น ความทะเยอทะยาน และแรงกดดันที่ค่อยๆแทรกซึมเข้ามาอย่างช้าๆ
พ่อบ้านซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักจับสังเกตสีหน้าของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน มุมปากของชายชราขยับเป็นรอยยิ้มบาง
“ท่านหวงเยี่ย.. ต่อให้ท่านจะปลุกเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาอันดับหนึ่งอย่างราชันย์พงไพรพิฆาตดาราขึ้นมาได้”
“ทว่าท่านหวูเหยียนจีก็จะไม่ให้อภิสิทธิ์ใดๆแก่ท่านทั้งสิ้น!”
“เพราะตัวของท่านจะต้องฝึกฝนหุ่นจิตพฤกษาโบราณขั้นแรกให้ได้สำเร็จ มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ท่านแสดงพรสวรรค์ และได้กลายมาเป็นศิษย์ของท่านหวูเหยียนจีอย่างเป็นทางการ เพราะงั้นแล้ว…”
ประโยคสุดท้ายขาดห้วงไปเล็กน้อย ขณะเดียวกันภายในมือของพ่อบ้านได้ปรากฏสมุดเล่มหนึ่ง
ปกหนังสีเขียวเข้มประทับตราลวดลายเถาวัลย์สลักอย่างประณีต กลิ่นอายพลังบางเบาแผ่ออกมาจากกระดาษราวกับมีชีวิต
หวงเยี่ยมิได้ลังเล เขาพยักหน้ารับด้วยแววตาแน่วแน่ ก่อนยื่นมือไปรับสมุดสำเนาวิชาการต่อสู้ธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดินั้นมาถือไว้
ความหนักของมันไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักกายภาพ หากคือความหมายที่บรรจุอยู่ภายใน
เมื่อปลายนิ้วสัมผัสหน้ากระดาษแรก คลื่นความรู้สึกบางอย่างพลันแล่นผ่านจิตสำนึก
เขาเริ่มเปิดอ่านอย่างตั้งใจ ตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกสีเข้มเรียงร้อยเป็นระเบียบ แต่เนื้อหาภายในกลับซับซ้อนเกินกว่าจะมองผ่านเพียงผิวเผิน รูปแบบพลังที่บรรยายถึงนั้น เป็นการก่อร่างพฤกษาให้มีจิต มีโครงสร้าง มีแก่นกลางแห่งสำนึก
“นะ.. นี่มัน..”
“เป็นวิชาที่น่าเหลือชะมัด!”
เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างอดไม่ได้
หุ่นจิตพฤกษาโบราณ ชื่อเรียกเพียงอย่างเดียวก็เผยให้เห็นถึงความเก่าแก่และความหนักแน่นของมัน
ตามคำอธิบาย ผู้ฝึกจะต้องรวบรวมพลังธาตุพฤกษาภายในแหล่งพลังของตนเอง หล่อหลอมให้กลายเป็นแก่นพฤกษา จากนั้นจึงใช้เจตจำนงของตนเองเป็นแกนควบคุม สร้างโครงสร้างคล้ายร่างมนุษย์ขึ้นจากพลังแห่งต้นไม้
หุ่นแต่ละตนมีความแข็งแกร่งเฉพาะตัว และสามารถเพิ่มจำนวนได้ตามระดับความเข้าใจและพลังที่สั่งสม
ทว่าความยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมภาระอันหนักหน่วง
เมื่อหุ่นจิตพฤกษาโบราณถูกเรียกออกมา มันจะเชื่อมโยงกับจิตสำนึกของผู้ใช้โดยตรง เหมือนเป็นแขนขาที่สองที่สามของตนเอง ยิ่งสร้างมาก ยิ่งต้องแบ่งสมาธิในการควบคุม หากจิตไม่มั่นคงหรือพลังไม่สมดุล การสะท้อนกลับอาจทำให้ผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณอย่างรุนแรง
หวงเยี่ยอ่านอย่างละเอียด ไม่ปล่อยให้รายละเอียดใดเล็ดลอดสายตา
เขาค่อยๆทำความเข้าใจหลักการไหลเวียนของพลัง เส้นทางการหล่อหลอม และจุดเชื่อมต่อระหว่างเจตจำนงกับรูปแบบพฤกษา
ภาพในจินตนาการของเขาค่อยๆชัดเจนขึ้น เถาวัลย์พันรัดรวมตัวกันเป็นแขน ขา ลำตัว แก่นไม้หนาแน่นก่อเป็นกระดูก เปลือกแข็งเป็นเกราะป้องกัน และดวงตาที่มิใช่ดวงตา แต่คือจุดรวมของสำนึกที่ถูกถ่ายทอดจากผู้ควบคุม
“ยิ่งสร้างออกมามากก็ยิ่งต้องใช้สมาธิในการควบคุมสูง..”
เขาเอ่ยซ้ำกับตนเองเบาๆ ขณะไล่อ่านบรรทัดถัดไป
ภายในใจของหวงเยี่ยมิได้หวาดกลัวต่อความยากลำบาก ตรงกันข้าม ความท้าทายเช่นนี้กลับทำให้เลือดในกายของตนเองเดือดพล่านอย่างเงียบงัน และเข้าใจดีว่าหากสามารถฝึกฝนขั้นแรกได้สำเร็จ มันก็เท่ากับเปิดประตูบานสำคัญสู่เส้นทางที่สูงส่งยิ่งกว่าเดิม
“......................”
พ่อบ้านยืนมองอยู่ด้านข้างโดยไม่ได้เอ่ยแทรก สีหน้าเปี่ยมด้วยความสงบ รอยยิ้มบางยังคงปรากฏอยู่ที่มุมปาก
ก่อนที่ตัวของเขาจะก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อย ทิ้งระยะให้หวงเยี่ยจมดิ่งอยู่กับตำราอย่างเต็มที่
บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน เสียงลมหายใจของหวงเยี่ยสม่ำเสมอขึ้นตามจังหวะการอ่าน ดวงตาของเขาฉายประกายตั้งมั่น
พ่อบ้านหลุบตาลงเล็กน้อย คล้ายกำลังประเมินบางอย่างในใจ
ชายหนุ่มผู้นี้มีพรสวรรค์โดดเด่น เจตจำนงธาตุพฤกษาของเขาก็อยู่ในระดับราชา หากแต่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียว มันไม่อาจทำให้ก้าวขึ้นเป็นศิษย์ของคณบดีได้ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือความเข้าใจลึกซึ้งต่อแก่นแท้ของวิชา และความมั่นคงของจิตใจเมื่อเผชิญกับภาระอันหนักอึ้ง
เขาจึงมิได้เร่งเร้า มิได้กำหนดกรอบเวลาใดๆออกมา เพียงยืนรอคอยอย่างเงียบเชียบ
ภายในสายตาของพ่อบ้าน มีแววสนใจบางอย่างปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
หวงเยี่ยผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ จะสามารถฝึกฝนหุ่นจิตพฤกษาโบราณขั้นแรกเสร็จได้ภายในกี่เดือนกันแน่