ลำแสงสีแดงที่ใกล้ที่สุดนำหยางฉินเทียนมายังลานที่เต็มไปด้วยหินผู้บ่มเพาะกว่าสิบคนกำลังกะเทาะก้อนหินเพื่อหาแผ่นหยกแดงแม้หยางฉินเทียนจะมาถึงเป็นคนสุดท้าย แต่ด้วยทักษะ “สถานะ”ทำให้เขาเจอป้ายหยกแดงเป็นคนแรก! ปัญหาก็คือเขาจะเอามันไปอย่างไรไม่ให้คนอื่นรู้?
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วพยายามเดินออกไปจากลานหินอย่างช้า ๆ เพื่อให้ดูไม่ผิดสังเกต
“ช้าก่อน!”ผู้บ่มเพาะคนหนึ่งวางก้อนหินของตนแล้วรีบขึ้นมาขวางหยางฉินเทียน “ส่งหินก้อนนั้นมา!”
พริบตาเดียวผู้บ่มเพาะทั้งหมดในบริเวณนั้นก็ทิ้งหินของตนแล้วมายืนล้อมหยางฉินเทียนเขามองไปรอบ ๆ เห็นทีว่าไม่น่าจะฝ่าไปได้ เพราะคนพวกนี้ส่วนใหญ่มีกำลังภายในระดับปฐมธาตุขั้นสามมีส่วนน้อยที่จะอยู่ในระดับปฐมธาตุขั้นสองแต่ถึงจำนวนจะน้อยกว่านี้ก็ยังฝ่าไปยากอยู่ดี เมื่อพิจารณาแล้วว่าไม่มีทางหนีเขาจึงโยนหินก้อนนั้นให้ไป
“นี่มันก้อนหินธรรมดา!!”ผู้บ่มเพาะที่รับหินพูดอย่างโมโห
“ข้าไม่เคยบอกว่ามันเป็นแผ่นหยกแดง ก็พวกเจ้าอยากได้ก้อนหินที่ข้าถือมาข้าก็ให้ และควรจะเป็นข้าต่างหากที่ต้องถามพวกเจ้าว่าจะเอาก้อนหินไปทำไม?”
“เจ้าจะเอาก้อนหินไปทำไม พูด!” ผู้บ่มเพาะอีกคนตะคอกใส่หยางฉินเทียนแม้พวกเขาจะรู้ว่าแผ่นหยกแดงไม่สามารถซ่อนในแหวนมิติได้ แต่อาการของหยางฉินเทียนดูมีพิรุธ
“ข้าเอาไว้ขว้างหัวหมา!”เขาตอบด้วยน้ำเสียงกวนตีน
“นี่เจ้า!”ผู้ถามถึงกับเดือดดาลเมื่อได้ยินคำตอบ
“พอเถอะ” ผู้บ่มเพาะอีกคนเข้ามาห้ามปรามไว้“อย่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเลย พวกเรายังไม่รู้เลยว่าแผ่นหยกแดงอยู่ในบริเวณจริงหรือไม่เพราะพวกเราเห็นแค่ทิศทาง หากมัวแต่เถียงกันคนอื่นจะเอาไปกินเสียก่อนแยกย้ายกันไปหาต่อเถอะ”
ส่วนใหญ่เห็นกับความคิดนี้การต่อปากต่อคำไม่ได้ประโยชน์อะไร โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ทุกวินาทีมีค่ามากและพวกเขาไม่ควรเสียไปแม้แต่วินาทีเดียวแม้คู่วิวาทของหยางฉินเทียนจะหัวร้อนเมื่อโดนลูบคม แต่ก็ยอมถอยกลับไปในที่สุด
หยางฉินเทียนหยิบหินขึ้นมาสองก้อนก่อนจะเดินย่องออกมาจากตรงนั้นแต่ก็ไม่วายมีคนมาขวางอีกรอบ
“หยุดนะ!”คู่กรณีเมื่อกี้จับตาเขาอยู่ตลอด เมื่อเขาทำท่าจะหนีไปกับก้อนหินสองก้อนผู้เฝ้ามองจึงรีบมาสกัด “ส่งหินสองก้อนนั้นมาเดี๋ยวนี้!”
“เฮ้!” หยางฉินเทียนชักจะเหลืออด“ข้าบอกว่าเก็บก้อนหินไปขว้างหัวหมา ก้อนหินตรงนี้ก็มีเยอะแยะ เจ้าจะหวงไปทำไมกันหรือหมาทุกตัวเป็นญาติของเจ้าจึงไม่ให้ข้าเอาไป”
“นี่เจ้า! วอนหาที่ตายซะแล้ว!!”
เพี้ยะ!!
“เจ้าหุบปากได้แล้ว”ชายคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่มตบปากลูกน้องที่กำลังหัวร้อนแล้วยืนมือมาทางหยางฉินเทียน “เพื่อไม่ให้เสียเวลากับทุกฝ่าย ส่งหินนั่นมา”
“ในเมื่อเจ้าอยากได้ ข้าก็จะให้”
หยางฉินเทียนโยนหินทั้งสองก้อนให้ชายผู้นั้น เมื่อเขากะเทาะก้อนหินออกมาก็พบว่าก้อนหนึ่งเป็นหินเปล่าอีกก้อนหนึ่งมีเปลือกหอยอยู่ข้างใน เห็นเช่นนั้นก็ส่ายศีรษะแล้วเดินจากไป
“พวกเจ้าสนใจหินขว้างหัวหมาอีกมั้ย”
หยางฉินเทียนยืนขึ้นถามหลังจากหยิบหินขึ้นมาสามก้อนแต่คราวนี้ไม่มีใครสนใจ พวกเขามองว่าหยางฉินเทียนเป็นคนบ้าหรือพยายามที่มาป่วนเพื่อถ่วงเวลาให้ช้าลงไปเท่านั้น หินที่ยึดมาได้ทั้งสองรอบก็แค่หินทั่วไปไม่ได้พิเศษขืนไปยึดก้อนหินที่หยางฉินเทียนหยิบทุกรอบมีหวังคงได้เป็นบ้าตามเป็นแน่!
เมื่อไม่มีใครขัดขวางเขาจึงเดินออกมาจากบริเวณนั้นพร้อมกับหินสามก้อน แต่หารู้ไม่ว่าในรอบนี้มีหินก้อนหนึ่งที่มีแผ่นหยกแดงอยู่ข้างใน!เห็นไหมล่ะว่าหยางฉินเทียนก็ฉลาด ใครที่เมนต์ว่าเขาโง่ถึงเวลากลับไปโลกมนุษย์ได้จะฟ้องหมิ่นประมาทให้หมดเลย คอยดูสิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!