ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 73 กายสัประยุทธ์ตรวนวิญญาณ

            ตูม!!!

            พลานุภาพปราณซัดโหมเย็นยะเยือกเบ่งบานบนสังเวียน คนทั้งลานหน้าเปลี่ยนสีชายเสื้อของเหรินชงมีโซ่เหล็กอีกสองเส้นวูบวาบออกมาอีกครั้ง

            โซ่เหล็กสี่เส้นบุกโจมตีฉู่เหินอย่างรวดเร็วและรุนแรง

            ฟิ้วๆ

            โซ่เหล็กสี่เส้นดั่งงูเหลือมมีชีวิต ล่องลอยร่ายรำเปลี่ยนเป็นพันหมื่นรูปแบบ

            เหรินชงขยับมือเร็วไว ควบคุมมันได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งนัก

            เขาบงการให้ตรวนเหล็กอันหยาบกระด้างทั้งสี่ล้อมฉู่เหินไว้ตรงกลางจากทั้งซ้ายขวาและหน้าหลังบุกซ้ำบุกซ้อน ทรงพลังและฉับไวชวนตาลายอย่างที่สุด

            ฉู่เหินถูกปิดล้อมจากโซ่เหล็กทั้งสี่เส้น แต่เขากลับดูสุขุมนุ่มลึกไม่แตกตื่นเลยแม้แต่น้อย

            พลังสายเลือดกายโกลาหลพันรอบหอกพิชิตมาร ประหนึ่งไฟนรกโลกันตร์เริงรำเร่าร้อน

            ฟ้าว!

            พลันนั้น เสียงผ่าสลาตันรีบร้อนดังขึ้น โซ่เหล็กทางขวากรีดร้อง

            ฉู่เหินดวงตาเย็นเฉียบ หอกพิชิตมารกวาดเข้ารับการโจมตี

            ปึ้ง!

            พลังอันแกร่งกล้าชนกันกระหน่ำเกิดเป็นคลื่นหยวนแท้แตกกระสานซ่านเซ็น

            ยามโซ่ถอยร่นไปนั้น โซ่เส้นที่สองก็ปรี่มาจากทางซ้าย ฉู่เหินไล่ตามอย่างรวดเร็วเอนกายชูฝ่ามือขึ้นมา แรงฝ่ามือสั่นคลอนกระแสปราณในอากาศทั่วสารทิศอุบัติขึ้น

            “ฝ่ามือน้ำตกทลายภูผา!”

            ตูม ปึ้ง

            พลังหยวนแท้อันป่าเถื่อนเบ็ดเสร็จแปรเป็นคลื่นกระแทกกว้างใหญ่ถล่มจู่โจมโซ่เหล็กนั้นเข้าอย่างจัง เศษหินปลิวว่อน เศษดินคละคลุ้ง แรงกระแทกที่บ้าคลั่งไม่เพียงสะเทือนโซ่เหล็กให้กระเด็นออกไปเท่านั้นแม้แต่อิฐหินบนสังเวียนยังแตกออกเป็นรอยร้าวลึกสิบกว่ารอย

            กระนั้น ฉู่เหินยังไม่ทันได้โล่งใจดีโซ่เหล็กอีกสองสายก็ทุบลงมาจากบนอากาศเหนือหัว

            คลื่นปราณถี่เร็วส่งเสียงหนักหน่วงผิดธรรมชาติตรวนเหล็กสองเส้นครองพลังมหาศาล

            ฉู่เหินไม่ได้อยู่ยืนรับเท้าย่างก้าวเป็นมังกรจรเจ็ดดาวเหนือหลบลี้หนีออกด้านข้างในทันที

            โครม!

            โซ่เหล็กเรืองแสงสีทองสว่างฟาดลงบนพื้นสังเวียนอย่างหนักหน่วงเศษหินกระเด็นกระดอนไปทั่ว ไม่ต่างจากฝูงแมงเม่าที่ตื่นตกใจ

            พลังหยวนแท้สะเปะสะปะไร้ระเบียบถ่ายเทออกตามชอบใจทั้งสังเวียนปั่นป่วนรวนเร

            ผู้คนบนอัฒจันทร์ตกใจเป็นอย่างมาก

            การสัประยุทธ์เบื้องหน้าเรียกได้ว่าน่าดูชมอย่างยิ่งยวด มองไปแล้วราวกับเหรินชงบงการอสรพิษร้ายสี่ตัวให้ล้อมสังหารฉู่เหินอย่างไรอย่างนั้นมาตรแม้นตกอยู่ในวงล้อม แต่ฉู่เหินกลับไม่ก้าวเดินสะเปะสะปะป้องกันได้พลิ้วไวดุจสายน้ำ ไม่มีช่องโหว่หรือโอกาสให้ได้เผด็จศึกเลย

            “ฮึ ข้าล่ะอยากจะเห็นนักว่าแกจะทนไปได้สักกี่น้ำ”

            จิตสังหารในดวงตาของเหรินชงเข้มข้นขึ้นอีกเปลวปราณแกร่งกล้าโหมกระหน่ำสุดขีดระเบิดออกมา

            ชั่ววินาทีนั้น โซ่เหล็กสี่เส้นที่ถูกควบคุมเปล่งแสงเจิดจรัส ยามพวกมันถูกปกคลุมด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ทองอร่ามช่างดูราวเหล็กเทพสี่สายความเร็วในการบุกเพิ่มขึ้นเท่าตัวในพริบตา พละกำลังเองก็ทวีคูณขึ้นด้วย

            “ศิษย์พี่เหรินชงจะเอาจริงแล้ว”

            “กายสัประยุทธ์ตรวนวิญญาณแปรเปลี่ยนได้พันหมื่นรูปแบบ ไม่นึกเลยว่าศิษย์พี่เหรินชงอายุยังน้อยแต่ควบคุมตรวนเหล็กสี่เส้นนี้ได้ว่ากันว่าอัจฉริยะที่แกร่งที่สุดของตระกูลเหรินสามารถควบคุมโซ่เหล็กแปดเส้นในเวลาเดียวกันได้หากถูก ‘ตรวนตรึงวิญญาณ’ ขังไว้เมื่อใดแทบจะไม่มีหนทางป้องกันได้เลย”

            “ถูกต้องแล้ว อีกไม่นานฉู่เหินต้องถูกขังจนตายเป็นแน่”

            ...

            พลังที่เหรินชงแสดงออกมาดลให้ผู้คนนับไม่ถ้วนในที่นี้ยอมใจศิโรราบ

            โซ่เหล็กสี่เส้นรวดเร็วรุนแรงหาใดปานมันบุกทะลวงไล่ล่าฉู่เหินจากทั่วทิศทางไม่หยุดยั้งแรงกดดันของฉู่เหินมากมายขึ้นทุกที ชั่วเวลาที่ทุกคนคิดว่าฉู่เหินต้องพ่ายศึกนี้แน่เรื่องไม่คาดฝันก็พลันอุบัติ ฉู่เหินเริ่มเคลื่อนไหวฉับไวผิดธรรมดา

            ฟิ้ว!

            โซ่เหล็กสองเส้นพุ่งเข้าหา ฉู่เหินเบนกายหลบพ้น อีกสองเส้นตามเข้ามาฉู่เหินชูหอกพิชิตมารขึ้นปลดปล่อยแสงหอกตีมันให้ถอยไป

            ทั้งรุกทั้งรับราวกับไม่กดดันเลยแม้แต่น้อย!

            ทุกผู้ทุกนามต่างประหลาดใจเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าใครก็มิอาจล่วงรู้ว่าส่วนลึกของนัยน์ตาฉู่เหินนั้นเรืองแสงสีม่วงงามประหลาดอยู่ด้วย

            ฉู่เหินเพิ่งปลดปล่อยพลังเนตรปีศาจอย่างลับๆ เมื่อครู่นี้เอง

            เนตรปีศาจสืบเสาะให้ฉู่เหินได้เห็นทิศทางของพลังหยวนแท้ในกายเหรินชงกับตาตนเองฉู่เหินจึงตัดสินได้ว่าอีกฝ่ายจะบังคับโซ่เส้นไหนบุกเข้าหาตนบ้างจะได้เตรียมการป้องกันได้ทันการ

            ตูม!

            ปึ้ง!

            ...

            โซ่เหล็กทองสี่เส้นประดุจมังกรร่ายรำเหาะเหิน ชวนลายตาและไร้ที่ติ

            พลังกระแทกจู่โจมแกร่งกล้าสะท้อนบนสังเวียนประลองไม่ได้หยุดกระเบื้องหินบนพื้นแตกชั้นแล้วชั้นเล่า แหลกสลายเป็นเศษผง แสงหอกและแสงเงาตัดกันไปมา

            ตรวนเหล็กเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างขั้นสูง รอยแตกเป็นร่องลึกลุกลามน่าตกใจ

            ในเวลานั้น ทั้งสังเวียนตกอยู่ในวงล้อมของวายุแรงกล้าโกลาหล

            ฉู่เหินเคลื่อนกายดุจผีสางในวงล้อมของโซ่เหล็กทั้งสี่ รวดเร็วผิดธรรมชาติเนตรปีศาจเรืองแสงม่วงรำไรลึกล้ำและเฉียบคม ยามเสาะหาหนทางป้องกันฉู่เหินก็เริ่มเตรียมการโต้กลับและสังหารไปด้วยอย่างเงียบๆ

            เห็นการสัประยุทธ์ต่อกรที่กระจายประกายไฟบนสังเวียนแล้ว

            ผู้ชมทั้งลานก็ทึ่งแล้วทึ่งอีก

            ทึ่งทั้งความแข็งแกร่งของกายสัประยุทธ์ตรวนวิญญาณของราชาศิษย์ใหม่วายุจักรพรรดิเหรินชงทึ่งทั้งแสงคมสามฉื่อที่ฉู่เหินสำแดงออกมา...

            “คนผู้นี้ไปอย่างไรมาอย่างไรกันแน่? ถึงได้ครองพลังไม่ธรรมดาเช่นนี้?”หยางอวี่ไท่บนเขตอัฒจันทร์สำนักยุทธจักรพรรดิเท้าคางด้วยมือขวา ดวงตาฉายแววกังขาหลายส่วน

            ซูเสวี่ยโหรวเผยอปากตอบแผ่วเบา “ได้ยินมาว่าคนสำนักดาราสวรรค์เรียกเขา ‘ฉู่เหิน’ เขาคือศิษย์ใหม่ที่ถูกสำนักยุทธขั้นสูงสามสิบแห่งปฏิเสธ”

            “โอ๊ะ เขาเองหรือ?”

            “น่าจะไม่ผิดตัวแน่ ถูกสำนักยุทธขั้นสูงปฏิเสธตั้งมากมาย เห็นทีคงเป็นเพราะไปเหยียบตาปลาใครเข้า”

            “ไปเหยียบตาปลาใครเข้า?” หยางอวี่ไท่หรี่ตาเขามองไปยังเหรินชงที่หน้าตามีแต่จิตสังหารบนสังเวียน ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเปรย“ข้าว่าข้ารู้แล้วว่าเขาไปเหยียบตาปลาใคร”

            “ใครหรือ?” ซูเสวี่ยโหรวถาม

            หยางอวี่ไท่ยิ้มแต่ไม่ตอบเหลือบมองเย่โยวที่อัฒจันทร์สำนักวายุจักรพรรดิอย่างนึกสนุก

            ซูเสวี่ยโหรวประหลาดใจเล็กน้อย ดวงตาฉายแววตระหนักรู้หลายส่วนตามเขา

            ...

            พอเห็นฉู่เหินถูกเหรินชงรุกคืบติดต่อกันแต่ไร้วี่แววจะพ่ายดวงหน้าเย่โยวก็เหมือนเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็ง นางมองฉู่เหินไม่ออกขึ้นทุกที

            ยามอยู่เมืองหลินเหยียน นางรู้ไส้รู้พุงฉู่เหินดียิ่งกว่าใคร

            กระนั้น หลังเรื่องคืนนั้นเป็นต้นมา ฉู่เหินก็หายตัวไปสามเดือน และเมื่อเขาปรากฏตัวต่อหน้านางอีกครั้งก็ไม่ต่างจากมีหมอกหนามาบดบังทัศนวิสัยนางเลย

            ทุกคราที่นางคิดว่าถึงทางตันแน่แล้ว ฉู่เหินก็เป็นอันต้องแสดงถึงสิ่งที่ไม่คาดฝันให้ได้เห็นทุกครั้งไป

            แน่นอนว่า ไม่ว่าอย่างไร

            เย่โยวก็เห็นฉู่เหินกับเหวยชิงฝานอยู่กันคนละชั้นอยู่ดี

            ...

            “เจ้านี่ คมในฝักดีจริง!”เหลียงอี้หมิงส่ายหน้าอุทาน

            มิน่าเล่าฉู่เหินถึงยังกล้ามาที่นี่ทั้งที่ตนก็บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้รู้แล้วหากมิใช่เพราะสมองเลอะเลือนก็ต้องเพราะเตรียมการมาดีแล้วเท่านั้น

            นอกเหนือจากความตื่นตกใจ เหลียงอี้หมิงก็ตระหนักแล้วว่าตนไม่ได้มองคนผิดไป

            ฉู่เหินสมควรแก่การผูกมิตรไมตรีด้วยอย่างแท้จริง

            ...

            อวี๋เฉินอวี้ที่อัฒจันทร์สำนักมหาหัสดีอ้าปากค้างเล็กน้อยดวงตาคู่งามวูบไหวเต็มไปด้วยความพิศวงใจ

            ไม่เจอกันไม่นาน ฉู่เหินก็พัฒนามาถึงขั้นนี้แล้วช่างน่าเหลือเชื่อเสียจริง

            “ฮึ พวกโง่สำนักมหาหัสดีเอ๋ย ปล่อยคนดีๆ เช่นนี้หลุดมือไปแล้วมีตาหามีแววไม่โดยแท้” อวี๋เฉินอวี้ด่าพึมพำกับตนเอง

            ...

            โครม!

            ศึกใหญ่บนสังเวียนเดือดพล่านได้ที่ พลังหยวนแท้ปะทะกระแทกกระทั้นตามชอบใจเสียงต่อกรของพลังอันหนักอึ้งดังไม่ขาดสาย

            หอกพิชิตมารเฉียบคมไร้เทียมทานของฉู่เหินท้าทายตรวนเหล็กสี่เส้นในคราเดียว

            “ฮึ หากแกมีน้ำยาแค่นี้แล้วล่ะก็ ต้องบอกให้รู้เอาไว้ว่าต่อจากนี้แกได้ถูกหามลงไปแน่”เสียงอันเย้ยหยันดังจากปากเหรินชง

            ฉู่เหินตบโซ่เหล็กสองเส้นกระเด็นไปแล้วตอกกลับเยือกเย็น“แกมีสิทธิ์พูดด้วยหรือ?”

            “ฮะๆ อีกไม่นานแก่ก็จะหมดเวลาได้ใจ”

            คว้าง!

            สิ้นเสียง โซ่เหล็กสี่เส้นก็ล้อมฉู่เหินไว้ตรงใจกลางเหรินชงบัญชาให้โซ่ปลดปล่อยแสงทองอำไพจรัสตา ทวีขนาดสูงใหญ่ขึ้นหลายสิบเมตรเคลื่อนไหววนเวียนเร็วรี่ราวติดปีก

            วินาทีนั้น โซ่เหล็กก่อร่างเป็นกรงทรงกลมสูงห้าเมตรกรงเหล็กหมุนวนไม่หยุดดุจโคมหมุน ขังร่างฉู่เหินไว้ภายใน

            นอกจากบริเวณใต้เท้าแล้ว สี่ทิศแปดทางล้วนถูกโซ่เหล็กปิดตายจนหมดห่อหุ้มจนกระทั่งน่านฟ้าเหนือหัวยังมีแต่โซ่เหล็กพาดผ่านเต็มไปหมด

            “ดูซิว่าแกจะหนี ‘กรงขังตรวนเหล็ก’ ของข้าไปได้เช่นไร” ดวงตาเหรินชงส่อแววยิ้มมุ่งร้ายเหี้ยมเกรียม

            โครมๆ!

            เสียงสนั่นดั่งเกลียวคลื่น กัมปนาทฟ้าคำรณ!

            พลานุภาพปราณเย็นยะเยือกหาใดต้านทานกรงขังตรวนเหล็กที่กักขังฉู่เหินหดลงอย่างรวดเร็วมองไปไกลตาจะเห็นเหมือนวังวนสีทองลดขนาดลงอย่างรวดเร็ว ลมแรงบ้าคลั่งก่อกระแสปราณทั่วจตุรทิศฝุ่นดินกระจัดกระจายทั่วสังเวียนประลองยุทธ์

            “พลังปราณแกร่งกล้าอะไรเช่นนี้ ฉู่เหินจบเห่แน่แล้ว!”

            “ราชาศิษย์ใหม่สำนักวายุจักรพรรรดิสมคำร่ำลือนัก”

            ...

            เห็นกรงนักโทษตรวนเหล็กเหมือนวังน้ำวนสีทองหดเล็กลงทุกทีแล้วผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างก็คิดว่าฉู่เหินจะพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือเหรินชง

            แต่ว่า ทันใดนั้นเองที่แสงคมกล้าหาใดเทียมพวยพุ่งออกมาจากกรงขังตรวนเหล็ก

            กึงๆ!

            แสงสีดำหลั่งไหลรวมกันที่หอกพิชิตมารจนหมดสิ้นฉู่เหินทะยานขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด ขยับแขนขว้างหอกพิชิตมารออกไปแสงหอกควบแน่นสิบกว่าสายซ้อนทับกัน พลานุภาพผ่าวาโยจู่โจมกำแพงกรงขังตรวนเหล็ก

            ตูม!

            พลังเทียบเท่าภูเขาถล่มชนเข้ากับกำแพงกรงเหล็กนั้นเต็มเปา พื้นสังเวียนสั่นสะเทือนเลือนลั่นไม่หยุดตามไปด้วยพลังของหอกพิชิตมารทะลวงกรงเป็นช่องโหว่ทันที

            พลังหยวนแท้แตกซ่านดั่งน้ำหลากยามเขื่อนแตกฉู่เหินอาศัยพลังหอกแรงกล้าแวบวาบออกจากกรงขังตรวนเหล็กอย่างว่องไว

            “อะไรกัน?”

            “ไอ้เจ้านี่?”

            ...

            ทุกผู้ทุกนามใต้สังเวียนล้วนตื่นตระหนกสุดขีดกำแพงเหล็กยังไม่อาจขวางกั้นฉู่เหินได้อย่างนั้นหรือ? ไม่ทันให้พวกเขาได้ฟื้นตื่นจาภวังค์ฉู่เหินก็โผขึ้นพร้อมหอก พุ่งปรี่เข้าหาเหรินชง

            “เมื่อครู่ข้าบอกไปแล้วว่าจะฆ่าหมาอย่างแกเสีย...”

     

             ………………………………..

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน