ตูม!!!
พลานุภาพปราณซัดโหมเย็นยะเยือกเบ่งบานบนสังเวียน คนทั้งลานหน้าเปลี่ยนสีชายเสื้อของเหรินชงมีโซ่เหล็กอีกสองเส้นวูบวาบออกมาอีกครั้ง
โซ่เหล็กสี่เส้นบุกโจมตีฉู่เหินอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ฟิ้วๆ
โซ่เหล็กสี่เส้นดั่งงูเหลือมมีชีวิต ล่องลอยร่ายรำเปลี่ยนเป็นพันหมื่นรูปแบบ
เหรินชงขยับมือเร็วไว ควบคุมมันได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งนัก
เขาบงการให้ตรวนเหล็กอันหยาบกระด้างทั้งสี่ล้อมฉู่เหินไว้ตรงกลางจากทั้งซ้ายขวาและหน้าหลังบุกซ้ำบุกซ้อน ทรงพลังและฉับไวชวนตาลายอย่างที่สุด
ฉู่เหินถูกปิดล้อมจากโซ่เหล็กทั้งสี่เส้น แต่เขากลับดูสุขุมนุ่มลึกไม่แตกตื่นเลยแม้แต่น้อย
พลังสายเลือดกายโกลาหลพันรอบหอกพิชิตมาร ประหนึ่งไฟนรกโลกันตร์เริงรำเร่าร้อน
ฟ้าว!
พลันนั้น เสียงผ่าสลาตันรีบร้อนดังขึ้น โซ่เหล็กทางขวากรีดร้อง
ฉู่เหินดวงตาเย็นเฉียบ หอกพิชิตมารกวาดเข้ารับการโจมตี
ปึ้ง!
พลังอันแกร่งกล้าชนกันกระหน่ำเกิดเป็นคลื่นหยวนแท้แตกกระสานซ่านเซ็น
ยามโซ่ถอยร่นไปนั้น โซ่เส้นที่สองก็ปรี่มาจากทางซ้าย ฉู่เหินไล่ตามอย่างรวดเร็วเอนกายชูฝ่ามือขึ้นมา แรงฝ่ามือสั่นคลอนกระแสปราณในอากาศทั่วสารทิศอุบัติขึ้น
“ฝ่ามือน้ำตกทลายภูผา!”
ตูม ปึ้ง
พลังหยวนแท้อันป่าเถื่อนเบ็ดเสร็จแปรเป็นคลื่นกระแทกกว้างใหญ่ถล่มจู่โจมโซ่เหล็กนั้นเข้าอย่างจัง เศษหินปลิวว่อน เศษดินคละคลุ้ง แรงกระแทกที่บ้าคลั่งไม่เพียงสะเทือนโซ่เหล็กให้กระเด็นออกไปเท่านั้นแม้แต่อิฐหินบนสังเวียนยังแตกออกเป็นรอยร้าวลึกสิบกว่ารอย
กระนั้น ฉู่เหินยังไม่ทันได้โล่งใจดีโซ่เหล็กอีกสองสายก็ทุบลงมาจากบนอากาศเหนือหัว
คลื่นปราณถี่เร็วส่งเสียงหนักหน่วงผิดธรรมชาติตรวนเหล็กสองเส้นครองพลังมหาศาล
ฉู่เหินไม่ได้อยู่ยืนรับเท้าย่างก้าวเป็นมังกรจรเจ็ดดาวเหนือหลบลี้หนีออกด้านข้างในทันที
โครม!
โซ่เหล็กเรืองแสงสีทองสว่างฟาดลงบนพื้นสังเวียนอย่างหนักหน่วงเศษหินกระเด็นกระดอนไปทั่ว ไม่ต่างจากฝูงแมงเม่าที่ตื่นตกใจ
พลังหยวนแท้สะเปะสะปะไร้ระเบียบถ่ายเทออกตามชอบใจทั้งสังเวียนปั่นป่วนรวนเร
ผู้คนบนอัฒจันทร์ตกใจเป็นอย่างมาก
การสัประยุทธ์เบื้องหน้าเรียกได้ว่าน่าดูชมอย่างยิ่งยวด มองไปแล้วราวกับเหรินชงบงการอสรพิษร้ายสี่ตัวให้ล้อมสังหารฉู่เหินอย่างไรอย่างนั้นมาตรแม้นตกอยู่ในวงล้อม แต่ฉู่เหินกลับไม่ก้าวเดินสะเปะสะปะป้องกันได้พลิ้วไวดุจสายน้ำ ไม่มีช่องโหว่หรือโอกาสให้ได้เผด็จศึกเลย
“ฮึ ข้าล่ะอยากจะเห็นนักว่าแกจะทนไปได้สักกี่น้ำ”
จิตสังหารในดวงตาของเหรินชงเข้มข้นขึ้นอีกเปลวปราณแกร่งกล้าโหมกระหน่ำสุดขีดระเบิดออกมา
ชั่ววินาทีนั้น โซ่เหล็กสี่เส้นที่ถูกควบคุมเปล่งแสงเจิดจรัส ยามพวกมันถูกปกคลุมด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ทองอร่ามช่างดูราวเหล็กเทพสี่สายความเร็วในการบุกเพิ่มขึ้นเท่าตัวในพริบตา พละกำลังเองก็ทวีคูณขึ้นด้วย
“ศิษย์พี่เหรินชงจะเอาจริงแล้ว”
“กายสัประยุทธ์ตรวนวิญญาณแปรเปลี่ยนได้พันหมื่นรูปแบบ ไม่นึกเลยว่าศิษย์พี่เหรินชงอายุยังน้อยแต่ควบคุมตรวนเหล็กสี่เส้นนี้ได้ว่ากันว่าอัจฉริยะที่แกร่งที่สุดของตระกูลเหรินสามารถควบคุมโซ่เหล็กแปดเส้นในเวลาเดียวกันได้หากถูก ‘ตรวนตรึงวิญญาณ’ ขังไว้เมื่อใดแทบจะไม่มีหนทางป้องกันได้เลย”
“ถูกต้องแล้ว อีกไม่นานฉู่เหินต้องถูกขังจนตายเป็นแน่”
...
พลังที่เหรินชงแสดงออกมาดลให้ผู้คนนับไม่ถ้วนในที่นี้ยอมใจศิโรราบ
โซ่เหล็กสี่เส้นรวดเร็วรุนแรงหาใดปานมันบุกทะลวงไล่ล่าฉู่เหินจากทั่วทิศทางไม่หยุดยั้งแรงกดดันของฉู่เหินมากมายขึ้นทุกที ชั่วเวลาที่ทุกคนคิดว่าฉู่เหินต้องพ่ายศึกนี้แน่เรื่องไม่คาดฝันก็พลันอุบัติ ฉู่เหินเริ่มเคลื่อนไหวฉับไวผิดธรรมดา
ฟิ้ว!
โซ่เหล็กสองเส้นพุ่งเข้าหา ฉู่เหินเบนกายหลบพ้น อีกสองเส้นตามเข้ามาฉู่เหินชูหอกพิชิตมารขึ้นปลดปล่อยแสงหอกตีมันให้ถอยไป
ทั้งรุกทั้งรับราวกับไม่กดดันเลยแม้แต่น้อย!
ทุกผู้ทุกนามต่างประหลาดใจเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าใครก็มิอาจล่วงรู้ว่าส่วนลึกของนัยน์ตาฉู่เหินนั้นเรืองแสงสีม่วงงามประหลาดอยู่ด้วย
ฉู่เหินเพิ่งปลดปล่อยพลังเนตรปีศาจอย่างลับๆ เมื่อครู่นี้เอง
เนตรปีศาจสืบเสาะให้ฉู่เหินได้เห็นทิศทางของพลังหยวนแท้ในกายเหรินชงกับตาตนเองฉู่เหินจึงตัดสินได้ว่าอีกฝ่ายจะบังคับโซ่เส้นไหนบุกเข้าหาตนบ้างจะได้เตรียมการป้องกันได้ทันการ
ตูม!
ปึ้ง!
...
โซ่เหล็กทองสี่เส้นประดุจมังกรร่ายรำเหาะเหิน ชวนลายตาและไร้ที่ติ
พลังกระแทกจู่โจมแกร่งกล้าสะท้อนบนสังเวียนประลองไม่ได้หยุดกระเบื้องหินบนพื้นแตกชั้นแล้วชั้นเล่า แหลกสลายเป็นเศษผง แสงหอกและแสงเงาตัดกันไปมา
ตรวนเหล็กเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างขั้นสูง รอยแตกเป็นร่องลึกลุกลามน่าตกใจ
ในเวลานั้น ทั้งสังเวียนตกอยู่ในวงล้อมของวายุแรงกล้าโกลาหล
ฉู่เหินเคลื่อนกายดุจผีสางในวงล้อมของโซ่เหล็กทั้งสี่ รวดเร็วผิดธรรมชาติเนตรปีศาจเรืองแสงม่วงรำไรลึกล้ำและเฉียบคม ยามเสาะหาหนทางป้องกันฉู่เหินก็เริ่มเตรียมการโต้กลับและสังหารไปด้วยอย่างเงียบๆ
เห็นการสัประยุทธ์ต่อกรที่กระจายประกายไฟบนสังเวียนแล้ว
ผู้ชมทั้งลานก็ทึ่งแล้วทึ่งอีก
ทึ่งทั้งความแข็งแกร่งของกายสัประยุทธ์ตรวนวิญญาณของราชาศิษย์ใหม่วายุจักรพรรดิเหรินชงทึ่งทั้งแสงคมสามฉื่อที่ฉู่เหินสำแดงออกมา...
“คนผู้นี้ไปอย่างไรมาอย่างไรกันแน่? ถึงได้ครองพลังไม่ธรรมดาเช่นนี้?”หยางอวี่ไท่บนเขตอัฒจันทร์สำนักยุทธจักรพรรดิเท้าคางด้วยมือขวา ดวงตาฉายแววกังขาหลายส่วน
ซูเสวี่ยโหรวเผยอปากตอบแผ่วเบา “ได้ยินมาว่าคนสำนักดาราสวรรค์เรียกเขา ‘ฉู่เหิน’ เขาคือศิษย์ใหม่ที่ถูกสำนักยุทธขั้นสูงสามสิบแห่งปฏิเสธ”
“โอ๊ะ เขาเองหรือ?”
“น่าจะไม่ผิดตัวแน่ ถูกสำนักยุทธขั้นสูงปฏิเสธตั้งมากมาย เห็นทีคงเป็นเพราะไปเหยียบตาปลาใครเข้า”
“ไปเหยียบตาปลาใครเข้า?” หยางอวี่ไท่หรี่ตาเขามองไปยังเหรินชงที่หน้าตามีแต่จิตสังหารบนสังเวียน ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเปรย“ข้าว่าข้ารู้แล้วว่าเขาไปเหยียบตาปลาใคร”
“ใครหรือ?” ซูเสวี่ยโหรวถาม
หยางอวี่ไท่ยิ้มแต่ไม่ตอบเหลือบมองเย่โยวที่อัฒจันทร์สำนักวายุจักรพรรดิอย่างนึกสนุก
ซูเสวี่ยโหรวประหลาดใจเล็กน้อย ดวงตาฉายแววตระหนักรู้หลายส่วนตามเขา
...
พอเห็นฉู่เหินถูกเหรินชงรุกคืบติดต่อกันแต่ไร้วี่แววจะพ่ายดวงหน้าเย่โยวก็เหมือนเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็ง นางมองฉู่เหินไม่ออกขึ้นทุกที
ยามอยู่เมืองหลินเหยียน นางรู้ไส้รู้พุงฉู่เหินดียิ่งกว่าใคร
กระนั้น หลังเรื่องคืนนั้นเป็นต้นมา ฉู่เหินก็หายตัวไปสามเดือน และเมื่อเขาปรากฏตัวต่อหน้านางอีกครั้งก็ไม่ต่างจากมีหมอกหนามาบดบังทัศนวิสัยนางเลย
ทุกคราที่นางคิดว่าถึงทางตันแน่แล้ว ฉู่เหินก็เป็นอันต้องแสดงถึงสิ่งที่ไม่คาดฝันให้ได้เห็นทุกครั้งไป
แน่นอนว่า ไม่ว่าอย่างไร
เย่โยวก็เห็นฉู่เหินกับเหวยชิงฝานอยู่กันคนละชั้นอยู่ดี
...
“เจ้านี่ คมในฝักดีจริง!”เหลียงอี้หมิงส่ายหน้าอุทาน
มิน่าเล่าฉู่เหินถึงยังกล้ามาที่นี่ทั้งที่ตนก็บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้รู้แล้วหากมิใช่เพราะสมองเลอะเลือนก็ต้องเพราะเตรียมการมาดีแล้วเท่านั้น
นอกเหนือจากความตื่นตกใจ เหลียงอี้หมิงก็ตระหนักแล้วว่าตนไม่ได้มองคนผิดไป
ฉู่เหินสมควรแก่การผูกมิตรไมตรีด้วยอย่างแท้จริง
...
อวี๋เฉินอวี้ที่อัฒจันทร์สำนักมหาหัสดีอ้าปากค้างเล็กน้อยดวงตาคู่งามวูบไหวเต็มไปด้วยความพิศวงใจ
ไม่เจอกันไม่นาน ฉู่เหินก็พัฒนามาถึงขั้นนี้แล้วช่างน่าเหลือเชื่อเสียจริง
“ฮึ พวกโง่สำนักมหาหัสดีเอ๋ย ปล่อยคนดีๆ เช่นนี้หลุดมือไปแล้วมีตาหามีแววไม่โดยแท้” อวี๋เฉินอวี้ด่าพึมพำกับตนเอง
...
โครม!
ศึกใหญ่บนสังเวียนเดือดพล่านได้ที่ พลังหยวนแท้ปะทะกระแทกกระทั้นตามชอบใจเสียงต่อกรของพลังอันหนักอึ้งดังไม่ขาดสาย
หอกพิชิตมารเฉียบคมไร้เทียมทานของฉู่เหินท้าทายตรวนเหล็กสี่เส้นในคราเดียว
“ฮึ หากแกมีน้ำยาแค่นี้แล้วล่ะก็ ต้องบอกให้รู้เอาไว้ว่าต่อจากนี้แกได้ถูกหามลงไปแน่”เสียงอันเย้ยหยันดังจากปากเหรินชง
ฉู่เหินตบโซ่เหล็กสองเส้นกระเด็นไปแล้วตอกกลับเยือกเย็น“แกมีสิทธิ์พูดด้วยหรือ?”
“ฮะๆ อีกไม่นานแก่ก็จะหมดเวลาได้ใจ”
คว้าง!
สิ้นเสียง โซ่เหล็กสี่เส้นก็ล้อมฉู่เหินไว้ตรงใจกลางเหรินชงบัญชาให้โซ่ปลดปล่อยแสงทองอำไพจรัสตา ทวีขนาดสูงใหญ่ขึ้นหลายสิบเมตรเคลื่อนไหววนเวียนเร็วรี่ราวติดปีก
วินาทีนั้น โซ่เหล็กก่อร่างเป็นกรงทรงกลมสูงห้าเมตรกรงเหล็กหมุนวนไม่หยุดดุจโคมหมุน ขังร่างฉู่เหินไว้ภายใน
นอกจากบริเวณใต้เท้าแล้ว สี่ทิศแปดทางล้วนถูกโซ่เหล็กปิดตายจนหมดห่อหุ้มจนกระทั่งน่านฟ้าเหนือหัวยังมีแต่โซ่เหล็กพาดผ่านเต็มไปหมด
“ดูซิว่าแกจะหนี ‘กรงขังตรวนเหล็ก’ ของข้าไปได้เช่นไร” ดวงตาเหรินชงส่อแววยิ้มมุ่งร้ายเหี้ยมเกรียม
โครมๆ!
เสียงสนั่นดั่งเกลียวคลื่น กัมปนาทฟ้าคำรณ!
พลานุภาพปราณเย็นยะเยือกหาใดต้านทานกรงขังตรวนเหล็กที่กักขังฉู่เหินหดลงอย่างรวดเร็วมองไปไกลตาจะเห็นเหมือนวังวนสีทองลดขนาดลงอย่างรวดเร็ว ลมแรงบ้าคลั่งก่อกระแสปราณทั่วจตุรทิศฝุ่นดินกระจัดกระจายทั่วสังเวียนประลองยุทธ์
“พลังปราณแกร่งกล้าอะไรเช่นนี้ ฉู่เหินจบเห่แน่แล้ว!”
“ราชาศิษย์ใหม่สำนักวายุจักรพรรรดิสมคำร่ำลือนัก”
...
เห็นกรงนักโทษตรวนเหล็กเหมือนวังน้ำวนสีทองหดเล็กลงทุกทีแล้วผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างก็คิดว่าฉู่เหินจะพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือเหรินชง
แต่ว่า ทันใดนั้นเองที่แสงคมกล้าหาใดเทียมพวยพุ่งออกมาจากกรงขังตรวนเหล็ก
กึงๆ!
แสงสีดำหลั่งไหลรวมกันที่หอกพิชิตมารจนหมดสิ้นฉู่เหินทะยานขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด ขยับแขนขว้างหอกพิชิตมารออกไปแสงหอกควบแน่นสิบกว่าสายซ้อนทับกัน พลานุภาพผ่าวาโยจู่โจมกำแพงกรงขังตรวนเหล็ก
ตูม!
พลังเทียบเท่าภูเขาถล่มชนเข้ากับกำแพงกรงเหล็กนั้นเต็มเปา พื้นสังเวียนสั่นสะเทือนเลือนลั่นไม่หยุดตามไปด้วยพลังของหอกพิชิตมารทะลวงกรงเป็นช่องโหว่ทันที
พลังหยวนแท้แตกซ่านดั่งน้ำหลากยามเขื่อนแตกฉู่เหินอาศัยพลังหอกแรงกล้าแวบวาบออกจากกรงขังตรวนเหล็กอย่างว่องไว
“อะไรกัน?”
“ไอ้เจ้านี่?”
...
ทุกผู้ทุกนามใต้สังเวียนล้วนตื่นตระหนกสุดขีดกำแพงเหล็กยังไม่อาจขวางกั้นฉู่เหินได้อย่างนั้นหรือ? ไม่ทันให้พวกเขาได้ฟื้นตื่นจาภวังค์ฉู่เหินก็โผขึ้นพร้อมหอก พุ่งปรี่เข้าหาเหรินชง
“เมื่อครู่ข้าบอกไปแล้วว่าจะฆ่าหมาอย่างแกเสีย...”
………………………………..