“คนร้ายอยู่นี่ขอรับ” โม่เอินกับพลเงาโยนคนร้ายเข้ามาในโถงตัดสินคดีความ
หรงซิ่วได้ยินทุกอย่างเพียงแค่เขาขยับตัวไม่ได้ หลังจากถูกโยนเข้ามาจึงสามารถขยับตัวได้
“พวกเ้าคือคนร้ายตามที่กูเหนียงผู้นี้กล่าวถึงใช่หรือไม่”
“ใต้เท้าอย่าได้ฟังคำใส่ร้ายจากปากผู้หญิงแพศยา ข้าเคยปฏิเสธการแต่งงานกับนาง นางจึงแค้นเคืองแต่งเื่มาใส่ร้ายข้า”
ลูกน้องทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่หัวหน้ากล่าวจนคอแทบหัก
“พวกเ้ามันเป็เดรัจฉาน กล้าทำมิกล้ายอมรับ แล้วแผลบนศีรษะข้ากับสามีสุนัขตัวใดมันเป็คนทำ”
ฉางซื่อด่ากราด นางโมโหจนแทบกระอักเื
“ใต้เท้าโปรดให้ความเป็ธรรมแก่ข้าด้วย ไอ้เดรัจฉานผู้นี้มันเคยให้แม่สื่อมาสู่ขอบุตรสาวข้า แต่พวกข้าไม่ยินยอมมันจึงตามรังควานครอบครัวพวกเราเรื่อยมา ไม่คิดว่าเมื่อวานมันจะเหิมเกริมถึงขั้นจะฆ่าพวกเราให้ตาย บุตรสาวข้าเกือบถูกมันข่มเหงหากมิได้คนในหมู่บ้านผ่านมาช่วยเอาไว้ ป่านนี้ลูกสาวข้า……….ฮือๆ” ฉางซื่อร่ำไห้
“พวกเ้า้าอันใด เหตุใดถึงใส่ความข้าเช่นนี้” หรงซิ่วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ แววตาไม่มีอาการตื่นตระหนก
“เพ้ย! ข้าน่ะหรือจะใส่ความเดรัจฉานเช่นเ้า เพียงรอยเท้าเ้าปรากฏอยู่ที่ใดข้ายังไม่อยากอย่างกรายไปทางนั้น ข้าจะไป้าอันใดจากคนเลวอย่างเ้า” ฉางซื่อโมโหหนักจนปวดหัว
“พวกเ้าบอกว่ามีคนไปช่วยไว้ได้ทันการณ์ ไหนล่ะคนที่ช่วยพวกเ้า” ใต้เท้าหยางมองหาพยาน
“ข้าเ้าค่ะ ข้าคือพยาน” จ้าวลู่ชิงยกมือขึ้น
“เบิกตัวกูเหนียงผู้นั้นเข้ามา”
“ขอรับ”
จ้าวลู่ชิงเดินผ่านไม้กั้นของเ้าหน้าที่เข้ามาในศาลาว่าการ นางคุกเข่าคารวะนายอำเภอที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ตัดสินคดีความ
“ข้าน้อยจ้าวลู่ชิง พยานที่พบเห็นเหตุการณ์คารวะใต้เท้า”
ใต้เท้าหยางขมวดคิ้วก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมเช่นเดิม ดรุณีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือหมอที่ช่วยรักษาบิดาเขามิใช่หรือ
“เ้าจงเล่าเหตุการณ์ที่พบเห็นให้ข้าฟังบัดเดี๋ยวนี้”
“เมื่อวานข้าน้อยกับน้องสาวและพี่ชายกำลังเดินทางกลับจากอำเภอ ระหว่างที่รถม้ากำลังวิ่งผ่านถนนเส้นทางมุ่งสู่หมู่บ้านซานเป่ย เห็นเกวียนพลิกคว่ำอยู่ข้างทาง วัวยืนเล็มหญ้าอยู่ใกล้กัน แต่ไม่เห็นผู้เป็เ้าของ พอรถวิ่งเข้าไปใกล้จึงจำได้ว่าเกวียนวัวเป็ของคนในหมู่บ้านจึงลงไปดู
ขณะที่ข้ากำลังจะลงจากรถก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือพวกข้าจึงช่วยกันตามหาที่มาของเสียง ระหว่างที่ตามหาข้าเห็นรอยเืจึงวิ่งตามไปอีกทาง ส่วนพี่ชายก็วิ่งตามเสียงไป ผู้ใดจะคิดว่ารอยเืจะบ่งชี้ไปทางบริเวณหน้าผา
พวกข้าตามไปถึงหน้าผาจึงเห็นคนร้ายสองคนนี้กำลังจะทิ้งร่างของสามีภรรยาที่สลบลงหน้าผา หากพวกข้าไม่เข้าไปช่วยเหลือไว้ได้ทันการณ์ป่านนี้สองชีวิตคนถูกฆ่าอย่างโเี้”
“เ้าโกหก! เ้าใส่ร้ายข้า ข้าไม่ได้ทำอย่างที่เ้าว่า” หนึ่งในคนร้ายตวาดเสียงดังแต่จ้าวลู่ชิงหาเกรงกลัวไม่
“ข้าน่ะหรือโกหก ไยข้าต้องใส่ร้ายเ้าด้วยเล่า พวกเรามิเคยพบหน้าหรือบาดหมางกันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ”
“แล้วพยานที่เข้าไปช่วยกูเหนียงนางนี้ล่ะ” ใต้เท้าหยางถามหาพยาน
“ข้าเป็พยานขอรับ” โม่เอินเดินเข้ามาคุกเข่าด้านหน้าใต้เท้าหยาง
“เ้าจงเล่ามาว่าเหตุการณ์วันนั้นเป็เช่นใด”
“ตามที่น้องสาวของข้าบอกขอรับ ตอนที่ข้าแยกทางกับน้องสาววิ่งตามเสียงร้องขอความช่วยเหลือไป เห็นคนผู้นี้กำลังตบใบหน้าของสตรี และกำลังจะข่มเหงแต่ข้าเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน” ชี้นิ้วไปยังคนร้าย
จ้าวลู่ชิงเพิ่งเคยได้ยินโม่เอินพูดประโยคยาวขนาดนี้เป็ครั้งแรก
“ข้าก็อยู่ในเหตุการณ์เ้าค่ะ” ซูเซียงส่งเสียงอยู่ด้านนอก
“ใต้เท้า ข้าน้อยจ้าวอี้ หัวหน้าหมู่บ้านซานเป่ย เมื่อวานข้าเห็นสองสามีภรรยาสกุลเจียง ถูกหามกลับหมู่บ้านด้วยสภาพอ่อนแรงไม่รู้สึกตัว บริเวณศีรษะมีเืไหล” จ้าวอี้รีบรายงานเพื่อเป็ประจักษ์พยานช่วยอีกแรง
“พวกเ้าเห็นว่าพวกข้าอ่อนแอ จึงคิดรวมหัวกันรังแกกันใช่หรือไม่” หรงซิ่วเอ่ยเสียงเยียบเย็น
“ไอ้สารเลว ทำเลวแต่มิกล้ายอมรับ ถูกสั่งสอนมาเช่นใดไฉนถึงได้เลวร้ายเช่นนี้”
“ไอ้เดรัจฉาน หมู่บ้านในตำบลหลงซีต่างรู้ชื่อเสียงเลวทรามของเ้าเป็อย่างดี”
“เ้าคิดว่าตนเองมีพี่ชายเป็ถึงผู้ช่วยนายอำเภอแล้วพวกข้าจะเกรงกลัวหรืออย่างไร”
เสียงก่นด่าออกมาจากกลุ่มผู้คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตู คนพวกนี้คือหญิงครองเรือนที่ปากคอเราะร้ายของหมู่บ้านซานเป่ย แต่มิใช่คนที่ด่ากราดมั่วซั่ว ทุกคนต่างร่วมมือกันเพื่อจัดการเดรัจฉานที่จะเป็ภัยกับสตรีในหมู่บ้าน
ใต้เท้าหยางมุ่นคิ้วเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าเป็น้องชายของผู้ช่วยตน ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อเขามารับตำแหน่งใหม่ที่อำเภอชิงเหอ ผู้ช่วยคนนี้เคยทำงานรับใช้นายอำเภอคนเก่าอยู่ก่อนแล้ว เรียกได้ว่าเป็ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นเป็อย่างมาก
“พวกเ้าสามคนมีข้อแก้ตัวหรือไม่”
“พวกข้าไม่ได้ทำ คนพวกนี้ใส่ร้ายผู้อื่นเพื่อความสนุก” หรงซิ่วไม่ยี่หระ หากไม่ยอมรับใครจะทำอันใดตนได้
“มีผู้ร้องทุกข์พร้อมด้วยพยานเ้ายังคิดปฏิเสธอยู่อีก” ใต้เท้าหยางกรุ่นโกรธส่งสายตาดุดันไปทางคนร้ายทั้งสาม
หรงซิ่วกำลังจะโต้เถียงเห็นพี่ชายยืนส่งสายดุให้อยู่บริเวณด้านหลังบัลลังก์จึงเงียบปาก
“พวกเ้าจะยอมรับผิดหรือไม่” เสียงเคาะไม้ลงบนบัลลังก์ะเืไปทั้งศาลาว่าการ
"ข้าแค่ชอบพอนาง แต่นางกลับไม่รับไมตรีที่ข้ายื่นให้ วันนั้นข้าเพียงเกิดความคิดชั่ววูบ ้าทำให้ข้าวสารกลายเป็ข้าวสุกแต่มิคิดว่าจะถูกเข้าใจผิด” ปั้นแต่งเื่ให้ได้รับโทษสถานเบาที่สุด หลังจากเห็นสายตาเยียบเย็นของพี่ชาย
“เพ้ย!”
“เ้าบอกว่าหลังจากข่มเหงแล้วจะฆ่าข้าทิ้ง” เจียงเหมยโมโหจนถุยนำลายใส่หน้าหรงซิ่ว
“เ้าดูสภาพข้าสิ ถูกมัดมือมัดเท้า ใบหน้าปูดบวม ใครกันแน่ที่คิดจะฆ่าพวกข้า” แค้นนี้เขาจดจำได้ดี นอนมาในรถพวกมันใช้เท้ากระทืบร่างของเขาจนระบมไปทั้งตัว
“ใช่! ใต้เท้าท่านดูพวกข้าสิขอรับ สภาพน่าเวทนาเพียงใด”
“แล้วข้ากับสามีล่ะ ถูกพวกเ้าใช้ไม้ฟาดศีรษะจนสลบ แถมยังคิดจะทิ้งพวกข้าลงเหวอีก” ฉางซื่อมิยินยอมให้พวกมันรอดตัว
“พวกข้าไม่ได้คิดจะฆ่าพวกเ้าเสียหน่อย ใต้เท้าพวกข้าผิดไปแล้วโปรดให้อภัยพวกข้าด้วยเถิด พวกข้าน่าจะถูกผีเข้า”
“เหลวไหล ทำชั่วแต่โทษผีสาง” หน้าไม่อายเกินไปแล้ว ใต้เท้า
หยางแทบอยากลุกจากบัลลังก์ไปตบหน้าบุรุษขี้ขลาด
“พวกเขาเพียงาเ็ศีรษะ แต่พวกข้าาเ็ทั้งตัว ใบหน้าก็ปูดบวม ใต้เท้าโปรดให้ความเป็ธรรมแก่ข้าด้วย ข้ายอมรับผิด” หรงซิ่ว โขกศีรษะลงกับพื้นจนเืออก
“ในเมื่อพวกเ้ายอมรับผิดก็ดี” ใต้เท้าหยางพิจารณา ผู้ถูกทำร้ายยังไม่ตาย บุตรสาวก็ยังมิถูกข่มเหงหากลงโทษถึงตายตำแหน่งที่นั่งอยู่ต้องสั่นคลอนโทษฐานทำเกินกว่าเหตุ
“พวกเ้าสามคนกล้ากระทำการอุกอาจ ทำร้ายคนสกุลเจียงจนได้รับาเ็ โบยคนละสามสิบไม้ จำคุกห้าเดือน” ไม้เคาะกับบัลลังก์หลังกล่าวคำตัดสินออกมา
“ใต้เท้าโปรดเมตตาข้าด้วย” หรงซิ่วหมดเรี่ยวแรง โบยสามสิบไม้หลังจะไม่หักเลยหรือ แล้วยังต้องถูกขังในคุกอีก
“ลงโทษด้วยการโบยเพียงสามสิบไม้ จำคุกเพียงห้าเดือน ถ้าเกิดว่าเดรัจฉานตนนี้มันกลับมาแก้แค้นจะทำอย่างไร ต้องลงโทษหนักกว่านี้” สตรีในหมู่บ้านซานเป่ยไม่ยินยอมจึงกล่าวคัดค้าน
“ใช่ พวกเราขอคัดค้านการตัดสิน ต้องลงโทษให้หนัก” ความวุ่นวายหน้าศาลาว่าการเกิดขึ้น
“พวกเ้าหยุดประเดี๋ยวนี้” เ้าหน้าที่หน้าประตูตวาดชาวบ้าน
“ข้าไม่หยุด ในเมื่อคำตัดสินไม่ยุติธรรม พวกข้าต้องคัดค้าน” สตรีอ้วนท้วมหน้าตาดุร้ายเท้าสะเอวคัดค้านคำตัดสิน
“ใช่ คำตัดสินไม่ยุติธรรม”
“หากพวกเ้าไม่หยุด คุกของศาลาว่าการคงต้องให้พวกเ้าเข้าไปพักผ่อน” เ้าหน้าที่ข่มขู่
“ท่านจะจับพวกเราในข้อหาอันใด พวกเรามิได้ทำผิดสักหน่อย คนทำผิดอยู่นู้น ทำไมไม่ลงโทษให้หนัก”
“ข้อหาก่อความวุ่นวาย”
ชาวบ้านจากหมู่บ้านซานเป่ยเงียบปากทันใด ชาวเมืองในอำเภอชิงเหอมุงดูเหตุการณ์อยู่ถึงกลับหลุดขำ
ใต้เท้าหยางปราดเหงื่อ เขาตัดสินคดีความด้วยความยุติธรรมสุดแล้ว ในเมื่อไม่มีผู้ใดเสียชีวิต ถ้าจะสั่งให้โบยจนตายก็เป็การตัดสินที่โเี้เกินไป ถูกรายงานเบื้องบนขึ้นมาศีรษะคงหลุดจากบ่า โบยสามสิบไม้หากคนอ่อนแอหน่อยคงไม่มีชีวิตรอด แต่หากเป็คนแข็งแรงก็อาจไม่ถึงแก่ชีวิต
“พวกเ้ามิต้องกังวล ถ้าเกิดว่าคนพวกนี้ยังก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง ตามกฎหมายต้องถูกปะาชีวิต” จ้องไปยังคนร้ายทั้งสาม
จ้าวลู่ชิงเหลือบตามองบุรุษที่ยืนอยู่แถวด้านหลังบัลลังก์เล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา “ใต้เท้า ถ้าหากว่ามีคนร้องทุกข์เพิ่มพวกเขาจะต้องรับโทษเพิ่มหรือไม่เ้าคะ”
บุรุษคนนั้นคงเป็ผู้ช่วยนายอำเภอสินะ ใบหน้านิ่งสงบแต่กลิ่นอายช่างดุร้าย
“ใช่ หากมีคนร้องทุกข์เพิ่ม การลงโทษก็ต้องเพิ่มขึ้น”
จ้าวลู่ชิงใบหน้าเคร่งขรึม “ข้าน้อยขอตัวสักครู่นะเ้าคะ” ลุกขึ้นแล้วก้าวย่างออกไปหน้าประตู
นางออกมารอพลเงาที่ให้ไปเชิญผู้ที่ถูกเดรัจฉานอย่างหลงซิ่วทำร้ายจนกลายเป็คนพิการั้แ่รุ่งสาง พลเงาะโลงจากรถม้าที่ยังจอดไม่สนิท
“คุณหนูคนพวกนั้นมิยอมมาขอรับ ข้าเกลี่ยกล่อมอย่างไรก็ไม่ยอม”
จ้าวลู่ชิงปิดเปลือกตากลับเข้าไปในศาลาว่าการ
“ไม่มีผู้ร้องทุกข์เพิ่มเ้าค่ะ”
ใต้เท้าหยางถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีผู้ร้องทุกข์เพิ่ม “เอาตัวไปลงโทษ”