ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 1 ตอนที่ 25 ภัยร้ายในเงามืด 1/2

    ช่วงเวลาก่อนที่อูหลินเฟิงจะตกลงไปยังเทือกเอาหมื่นอสูร ณ รอยต่อของเทือกเขาหมื่นอสูรเขตสองและสาม

    มีชายสามคนกำลังมองไปยังเทือกเขาหมื่นอสูรเขตที่สอง ชายสามคนเป็นชายร่างผอม ชายร่างเล็ก และชายร่างใหญ่โตที่แบกโลงศพสองโลงอยู่บนหลัง ทั้งสามคนแต่งกายชุดแบบเดียวกันเป็นชุดที่แดงเข้มแทบทั้งชุดที่หน้าอกมีสัญลักษณ์ของดวงจันทร์สีแดงเลือดสลักเอาไว้

    "เจ้าคิดว่าพวกมันจะสามารถสร้างความวุ่นวายได้มากเพียงใด"ชายรูปร่างผอมถามสหายอีกสองคน มองไปยังโลงศพที่พวกมันนำมาด้วย

    "ตัวทดลองพวกนี้...นายท่านบอกว่าเป็นตัวทดลองที่ผิดพลาด มีสติปัญญาระดับต่ำ แต่ว่ามีกำลังรบสูง มีความกระหายเลือดต้องการกินสิ่งมีชีวิตอื่นตลอดเวลา ระดับความแข็งแกร่งของพวกมัน ตอนนี้พอๆ กับระดับห้าขั้นต้นแต่ยิ่งมันกินมากเท่าไหร่ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น"ชายรูปร่างเตี้ยที่เป็นเหมือนหัวหน้ากลุ่มบอก

    "หวังว่า…พวกมันจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง"ชายร่างใหญ่กล่าว เขาอยากเห็นพวกผู้เยาว์ของทวีปนี้ทรมานและตายกันไปให้หมด

    "แล้วคนจากตระกูลพันธมิตรของเราละ"ชายร่างผอมถาม หากเจ้าปล่อยเจ้านี้ออกไปแล้วเกิดโจมตีไม่เลือก ไปโดนผู้เยาว์จากตระกูลพันธมิตรเข้า ตระกูลนั้นอาจทรยศได้ภายหลัง

    "แม้เจ้านี้จะไม่มีสติปัญญามากนัก แต่ยังรับคำสั่งง่ายๆได้ นายท่านได้ฝั่งชุดความคิดบางอย่างไว้ในตัวมันแล้ว มันจะไม่โจมตีใส่คนที่มีกลิ่นอายเหมือนเรา"ชายร่างเตี้ยตอบ จากนั้นก็ปลดโซ่ที่ปิดผนึกโล่งศพเอาไว้

    ร่างที่ออกมาจากโรงนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีรูปร่างของมนุษย์ แต่ว่ามันกลับไร้ผิวหนังสามารถของเห็นกล้ามเนื้อและเส้นเลือด ได้อย่างชัดเจน ดวงตาโตสีแดงก่ำที่ลูกตาที่เบิกโพลงราวกับดวงตาจะถลนออกมา มีปากที่ใหญ่กว่าครึ่งใบหน้าและฟันที่แหลมคม นิ้วมือมีความแหลมคมราวกับกรงเล็บของสัตว์ร้าย

    เมื่อชายร่างใหญ่และชายร่างผอมได้เห็นรูปร่างจริงๆ ของมันก็ถึงกับทำหน้าขยะแขยงทันที

    ชายร่างเตี้ยได้นำหยกมายาออกมาฉายภาพของบุคคลสิบสามคนออกมาให้มันดู "จงจำบุคคลเหล่านี้เอาไว้ หากพบเจอสังหารทันที"

    "สังหาร สังหาร กิน กิน"เสียงที่ราวเด็กออกมาจากร่างที่ใหญ่โตของอสุรกายประหลาดทั้งสอง

    "ใช่ สังหารและกิน พวกเจ้ามีหน้าที่เพียงเท่านี้ จงไปซะ ฆ่าให้หมด"เมื่ออสุรกายประหลาดได้รับคำสั่งก็พุ่งตัวแยกย้ายออกไปทันที

    "อสุรกายแค่สองตัว...หากมีความแข็งแกร่งเท่านักสู้ระดับห้า จะทำภารกิจนี้ได้งั้นหรือ "ชายร่างผอมถาม เพราะว่าผู้เยาว์ทั้งหลายก็มีระดับห้าหลายร้อยคนแล้ว

    "แล้วถ้าข้าบอกว่า เจ้าพวกนี้เกิดมาเพียงหนึ่งเดือนเจ้าจะเชื่อหรือไม่"ชายร่างเตี้ยตอบ

    "หนึ่งเดือน!! เจ้าจะบอกว่าเพียงหนึ่งเดือนก็มีความแข็งแกร่งเท่าระดับห้าขั้นต้นแล้วงั้นหรือ"

    "ใช่...สิ่งมีชีวิตประหลาดพวกนี้..เกิดจากการทดลองของนายท่าน ตั้งแต่มันเกิด หากมันได้กินสิ่งมีชีวิตมันจะดูดกลืนทั้งโลหิต ลมปราณ จิต และวิญญาณของสิ่งมีชีวิตนั้นจนสิ้น เพียงหนึ่งเดือนในสถานที่ที่ถูกจำกัดการกิน ก็สามารถมีพลังของนักสู้ระดับห้าขั้นต้นได้แล้ว แต่ครั้งนี้เราปล่อยมันในเทือกเขาหมื่นอสูรมันจะมีพลังถึงเท่าไรกัน มาดูกันเถอะ ตระกูลโอวหยาง ข้ามอบของขวัญให้เจ้าแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"ชายร่างเตี้ยหัวเราะด้วยความสะใจ หากงานนี้มีผู้เข้าร่วมประลองล้มตายเป็นจำนวนมาก หากตระกูลโอวหยางไม่อาจหาคำตอบแก่ตระกูลที่บุตรหลานโดนสังหารได้ ตระกูลโอวหยางก็ต้องแบกรับความเคียดแค้นนั้นไว้เอง เขารอวันที่ตระกูลโอวหยางจะพังพินาศไม่ไหวแล้ว

    ……….

    ปัจจุบัน ด้านจงหมิ่น

    จงหมิ่นตอนนี้นั่งขัดสมาธิโคจรลมปราณปรับสมดุล การเปิดขั้นไตรลักษณ์ทำให้ระดับลมปราณของจงหมิ่นหลังจากได้รับการรักษานั้นพุ่งสูงถึงระดับหกขั้นต้น กลายเป็นหนึ่งในสองคนที่มีระดับลมปราณมากที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้

    กวนซ่างซีเมื่อเห็นทุกอย่างจบแล้วจึงกลับเข้ามารวมที่กลุ่ม

    "เจ้าสินะ เจ้าของศรสายลม"ไป๋หลันฮวาที่เห็นผู้มาใหม่สะพายคันธนูไว้ด้านหลังจึงถามออกมา กวนซ่างซีที่เห็นไป๋หลันฮวากับเซี่ยชิงเอ๋อร์ จึงยกมือประสานกันเคารพอีกฝ่าย

    "ใช่...ศรของข้าเอง ข้ากวนซ่างซี"

    "สกุลกวน….มิน่าศรวายุถึงมีพลังรุนแรงนัก"ไป๋หลันฮวาชม หากอีกฝ่ายมีระดับลมปราณเท่านาง เกาะคลื่นเสียงของนางคงไม่อาจป้องกันไว้ได้แน่นอน

    "ขอบคุณที่ชม พวกท่านไม่เดินทางต่องั้นหรือ"กวนซ่างซีถาม เพราะการต่อสู้ทุกอย่างจบลงไปแล้วแต่คนทั้งคู่กลับยังไม่ไปไหน

    "หากพวกข้าฟื้นฟูลมปราณได้มากพอแล้ว ก็จะออกเดินทางทันที"เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าว จากนั้นได้หันไปหาเสวี่ยหานเอ๋อร์ ที่ตื่นขึ้นมาแล้ว เซี่ยชิงเอ๋อร์รีบเดินตรงไปหาเสวี่ยหานเอ๋อร์ทันที

    "เจ้านะ ชื่ออะไรงั้นหรือ"เซี่ยชิงเอ๋อร์ถาม

    "ขะ ข้าหรือเจ้าคะ ข้าชื่อเสวี่ยหานเอ๋อร์เจ้าค่ะ"

    "เจ้าสนใจเข้าร่วมสำนักสิบกระบี่หรือไม่"เซี่ยชิงเอ๋อร์บอกความต้องการของนางทันที หากสามารถทำให้อีกฝ่ายเข้าร่วมสำนักได้จะเป็นผลดีต่อสำนักมากมายนัก

    'ว่าแล้วเชียว' กวนซ่างซีเองก็เห็นเหตุการณ์ที่เสวี่ยหานเอ๋อร์ช่วยชีวิตจงหมิ่นเช่นกัน เซี่ยชิงเอ๋อร์คิดจะดึงอีกฝ้ายเข้าสำนักของตนแน่

    "คะ คือว่าข้า.."เรื่องการเข้าร่วมสำนัก นางคิดแค่ว่าจะเข้าร่วมตระกูลกับสหายสักคนในกลุ่ม แต่ตอนนี้เซี่ยชิงเอ๋อร์ศิษย์สายตรงของปราชญ์กระบี่ที่ควบตำแหน่งหัวหน้าศิษย์สายตรงของสำนักสิบกระบี่หนึ่งในสิบยอดสำนักได้เชื้อเชิญนางด้วยตนเอง

    "ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าต้องการเข้าร่วมกับตระกูลของสหายข้าเจ้าคะ"เสวี่ยหานเอ๋อร์ตอบ

    "ข้าอยากให้เจ้าคิดดีๆ ปราณของเจ้าเป็นที่หมายปองของคนทั้งทวีป เจ้าจะต้องหาสำนักที่ปกป้องเจ้าได้ ตระกูลของสหายในกลุ่มเจ้าเป็นเพียงตระกูลระดับกลางเท่านั้น...หากโดนขุมกำลังระดับสูงมากดดันตระกูลของสหายเจ้าจะปกป้องเจ้าได้งั้นหรือ แต่ว่าหากเป็นสำนักสิบกระบี่ของข้าทำได้แน่นอน"เซี่ยชิงเอ๋อร์พยายามหว่านล้อมต่อไป

    "คุณหนูเซี่ย ได้โปรดอย่ากดดันสหายข้า"จงหมิ่นที่ปรับลมปราณเสร็จแล้วลืมตาลุกขึ้นมา เดินมายังจุดที่เซี่ยชิงเอ๋อร์ยืนอยู่เอาตัวบังร่างของเสวี่ยหานเอ๋อร์ที่ทำอะไรไม่ถูก

    เซี่ยชิงเอ๋อร์มองไปยังจงหมิ่น "ข้อเสนอนี้มีให้กับเจ้าเช่นกัน" ผู้มีปราณจตุรธาตุเหตุใดสำนักจะไม่รับ ยิ่งหากได้ทั้งสองไปพร้อมกันยิ่งดีเข้าไปใหญ่ หากได้ทั้งสองร่วมสำนักพร้อมกัน ในอนาคตสำนักสิบกระบี่เพียงสำนักเดียว ก็จะยิ่งใหญ่ว่าสี่มหาตระกูลรวมกันแล้ว

    "เช่นนั้นพวกข้าขอเวลาปรึกษากับสหายอีกคนก่อนได้หรือไม่"จงหมิ่นกล่าวถ่วงเวลา เพราะดูแล้วไม่ว่าจะปฏิเสธอย่างไรเซี่ยชิงเอ๋อร์คงดึงดันไม่ยอมแพ้ในการชวนเข้าร่วมสำนักแน่นอน

    "ชายที่กระโดดลงไปในหุบเหวหมื่นศพงั้นหรือ" เพราะนางสังเกตแล้วเหมือนชายคนนั้นจะเป็นหัวหน้ากลุ่มทั้งๆ ที่ระดับลมปราณน้อยที่สุด

    "ใช่"

    "เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าเขามีชีวิตอยู่"เพราะนางรู้ว่าอีกฝ่ายกระโดดลงไปในเหวหมื่นศพ

    "เขากระโดดลงไปเองใช่หรือไม่"ลงหมิ่นหันไปถามลี่เจียง

    "ใช่ สหายอู กระโดดลงไปเอง ใช่มั้ยกังปี้"ลี่เจียงยืนยัน โดนอาศัยกังปี้มาช่วยยืนยันอีกที

    "เจี๊ยก เจี๊ยก"กังปี้ตอบรับ

    "ที่ข้าแน่ใจว่าเขายังไม่ตาย หนึ่ง สหายข้าไม่ใช่คนโง่ หากเขากระโดดลงไปเอง เขาต้องมั่นใจว่าตนเองจะรอด สองกังปี้ไม่แสดงอาการอะไร สัตว์อสูรที่มีพันธสัญญา หากเจ้านายของมันตายไปมันจะได้รับอิสระทันที แต่ว่ากังปี้ยังสงบนิ่งทั้งๆ ที่เวลาผ่านมานานแล้ว สหายข้าต้องมีชีวิตอยู่แน่ๆ"จงหมิ่นกล่าว

    "ได้ งั้นนี้รับนี้ไป"เซี่ยชิงเอ๋อร์โยนหยกสื่อสารให้กับจงหมิ่น นางเห็นว่าตอนนี้ไม่อาจโน้มน้าวทั้งสองได้ไว้ ค่อยรอโน้มน้าวนักฝึกสัตว์คนนั้นแล้วกัน

    "ไว้ข้าจะติดต่อมาใหม่" จากนั้นเซี่ยชิงเอ๋อร์และไป๋หลันฮวาก็เดินจากไป

    "ยินดีด้วยคุณชายจง...ที่รอดชีวิตและเลื่อนระดับได้"กวนซ่างซีเดินเข้ามากล่าวคำยินดี

    "ยินดีด้วยพี่จงหมิ่น"อูหมินจิงกล่าว

    "ยินดีด้วยสหายจง/ยินดีด้วยสหาย"ทั้งถงต้าเหวยและลี่เจียงได้กล่าวแสดงความยินดีเช่นกัน

    "ยะ ยิน.."เสวี่ยหานเอ๋อร์ที่กำลังจะแสดงความยินดีกับกลับโดนจงหมิ่นยกมือห้ามไว้

    "ข้าต้องขอบคุณต่างหาก...หากไม่มีเจ้าข้าคงไม่อาจมีชีวิตรอดได้แล้วขอบคุณจริงๆ"จงหมิ่นยกมือคารวะแก่เสวี่ยหานเอ๋อร์

    "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ายินดี"เสวี่ยหานเอ๋อร์ยกยิ้มอย่างดีใจ ในที่สุดนางก็มีพลังที่จะสามารถช่วยเหลือคนที่เรียกนางว่าสหายและคนที่ให้การยอมรับนางได้แล้ว

    "จากนี้จะทำอย่างไรต่อ"ลี่เจียงกล่าว ตอนนี้สมาชิกเหลือเพียงหกคน กำลังรบสำคัญหายไปสองคน ยิ่งคนที่หายไปเห็นหัวหน้ากลุ่มแล้วด้วย

    "ออกล่าสัตว์อสูร ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่กว่าอูหลินเฟิงและคุณหนูกู่จะกลับมา"จงหมิ่นเสนอ

    "ตอนนี้สหายจงบรรลุระดับหกขั้นต้น เราอาจสามารถล่าสัตว์ได้จำนวนมากในเวลาอันสั้นได้ งั้นพวกเราเดินเดินทางกันเถอะ"กวนซ่างซีกล่าว

    "เจี๊ยก เจี๊ยก" กังปี้เรียกคนทั้งหมด จากนั้นชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง

    "จะให้เราไปทางนั้นงั้นหรือ"ลี่เจียงถาม

    กวนซ่างซีที่อูหลินเฟิงได้มอบยันต์สำหรับมองผ่านดวงตาของสัตว์อสูรได้ใช้ยันต์แปะที่ตาซ้ายเพ่งสมาธิมองดูผ่านสายตาของฮุยฮุย

    "ใกล้ๆ มีสัตว์อสูรระดับหกขั้นต้นอยู่หนึ่งตัว แต่ไม่ห่วงเจ้านี้ไม่ใช่สายเลือดพิเศษ"กวนซ่างซีบอกสิ่งที่ตัวเองเห็น

    "เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ...ข้า อยากลองพลังใหม่ของข้า"จงหมิ่นกล่าว จากนั้นกวนซ่างซีก็เดินนำคนทั้งหมดไปหาสัตว์อสูรดังกล่าว

    ………

    สองชั่วโมงต่อมา อีกด้านหนึ่งของเทือกเขาหมื่นอสูร ณ เขตใกล้กับรอยต่อของเขตที่สองและสาม

    "เราเข้ามาใกล้ เขตที่สามขนาดนี้จะไม่เป็นอะไรงั้นหรือ เยว่ฟง"เสียงของหญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล มองไปยังชายหนุ่มที่สวมชุดจอมยุทธ์สีขาวบริสุทธิ์ แต่ว่าใบหน้าของชายหนุ่มนาม เยว่ฟง กลับไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

    "เจ้าจะกลัวอะไรนักหนา ปี้หลัน เรามากับเยว่ฟงนะ อีกอย่างเราไม่ได้จะเข้าไปเขตที่สามสักหน่อย แค่จะออกล่าสัตว์อสูรแถวนี้เพราะอสูรระดับห้าขั้นสูง และ ระดับหกขั้นต้นมีจำนวนมาก"เสียงของชายอีกคนดังมาจากข้างหลังของปี้หลัน

    "เงียบน่า ซุยฟง ก็ข้ากลัวนี่..หากมีสัตว์อสูรระดับเจ็ดหลุดออกมาจากเขตที่สามละ"ปี้หลันกล่าว

    ชายหนุ่มนามเยว่ฟง หรือชายที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดภายในงานล่าอสูรครั้งนี้ ไม่ได้สนใจการทะเลาะกันของสองสมาชิก หันไปหาสมาชิกอีกคนที่เป็นนักฝึกสัตว์ กลุ่มของเยว่ฟงมีสมาชิกเพียงแค่สี่คนแต่ว่า ชายที่ชื่อซุยฟง หานปิง และ หญิงสาวนาม ปี้หลัน ทั้งสามต่างมีลมปราณระดับห้าขั้นสูง แม้ไม่อาจเทียบได้กับเซี่ยชิงเอ๋อร์และไป๋หลันฮวาที่ระดับเท่ากัน แต่ว่าก็ถือว่าแข็งแกร่งกว่าคนในระดับเดียวกัน เป็นอัจฉริยะที่มีฝีมือ

    "เป็นยังไงบ้าง หานปิง เจอสัตว์อสูรแถวนี้บ้างหรือไม่"เยว่ฟงถามชายนามหานปิง

    "แปลกมาก...ในระยะห้ากิโลเมตร ข้าไม่เจอสัตว์อสูรเลยแม้แต่ตัวเดียว"หานปิงกล่าว เขาที่มองผ่านตาของสัตว์อสูรวิหคของตัวเองไม่เห็นการเคลื่นไหวหรือสัญญาณของสิ่งมีชีวิตเลย

    "เป็นไปได้งั้นหรือ?" ยิ่งใกล้เขตสามเท่าไหร่สมควรที่สัตว์อสูรจะมีจำนวนมากเท่านั้น แต่นี่กลับไม่มีเลยงั้นหรือ เยว่ฟงมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจ ภายในใจเริ่มกังวลขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

    "ไม่น่าเป็นไปได้....เว้นแต่ว่ามันจะหนีออกไปจากอะไรบางอย่าง" จากนั้นหานปิงก็มองสิ่งต่างๆ จากดวงของสัตว์อสูรที่ส่งออกไป

    "ข้าเจออะไรบางอย่างแปลกๆ ทางนี้"หานปิงได้นำทางไปยังทิศที่เขาพบบางอย่างแปลกๆ

    …

    จากนั้นไม่นานคนทั้งหมดได้เดินตามหานปิง

    "นี่มันอะไรกัน!!!"เยว่ฟงมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างตกใจ ตรงหน้าเขาคือกองซากศพของสัตว์อสูรจำนวนมาก โดยที่สภาพของแต่ละตัว คือโดนดูดเลือดออกไปจนหมดทั้งตัว เป็นเพียงศพที่แห้งเท่านั้น

    "อุ๊บ อ้วก"ปี้หลันหญิงสาวคนเดียวของกลุ่มถังกลับอ้วกหลังจากเห็นภาพตรงหน้า

    "ไม่มีเหลือเลือดเลย…แม้แต่หยดเดียว"หานปิงเป็นคนเดียวที่กล้าสัมผัสกับศพเหล่านี้

    "ตัวอะไรที่จะทำแบบนี้ได้กัน"เยว่ฟงถาม แต่ว่าก็ไร้คำตอบออกจากหานปิง

    "ขะ...ข้าไม่ไหวแล้วขอออกจากตอนนี้ก่อนนะ" ปี้หลันกล่าวโดยความทนภาพตรงหน้าไม่ไหว นางไปยืนพิงต้นใหญ่ใกล้ๆ ในจังหวัดนั้นเองที่นางหันหลังเดินออกจากกลุ่ม ได้มีร่างร่างหนึ่งห้อยหัวลงมายังจุดที่นางอยู่ เมื่อนางหันไปเพราะสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหว ดวงตาของปี้หลันประสานเข้ากับดวงตาแดงก่ำ ปากที่มีฟันแหลมคมแสยะยิ้มออกมาอย่างสยอง

    "กริ๊ดดด เอิ๊ก"เสียงกรีดรองของปี้หลันดังขึ้นเรียกความสนใจจากคนที่เหลือ ทั้งสามหันไปมองพร้อมกัน ภาพที่เห็นคือ มีอสุรกายรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ไร้ผิวหนังกำลังกัดเข้าที่ใบหน้าของปี้หลัน ลำคอของอสูรส่งเสียงราวกับคนที่กำลังดื่มน้ำอย่างกระหาย ร่างของปี้หลันค่อยๆ แห้งเหี่ยวโลหิตภายในร่างกายถูกสูบออกจนหมดภายในไม่กี่วินาที

    "ปี้หลัน!!!" ซุยฟงที่เห็นดังนั้นตะโกนออกมาสุดเสียงจับดาบที่เอวฟันตรงเข้าที่คอของอสุรกาย

    ฉับ ตึก ตึก ตึก ศีรษะของอสุรกายถูกตัดออกอย่างง่ายได้ทั้งร่างของปี้หลันที่แห้งเหี่ยว หัวและตัวของอสุรกายตกลงสู้พื้นทันที

    "ปะ ปี้หลัน"ซุยฟงที่เห็นสภาพของคนรักที่เมื่อกี้ยังมีชีวิตอยู่แห้งเหี่ยวไร้โลหิตอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถยอมรับการสูญเสียได้ หันไปยังร่างของอสุรกายจับดาบฟันลงไปอย่างต่อเนื่อง

    "เจ้ากล้าสังหารปี้หลันของข้า!!!"ซุยฟงที่สติแตกฟันลงไปไม่ยอมหยุดมือ โดยที่หานปิงและเยว่ฟงไม่ได้ห้ามการกระทำนั้น

    'ไอ้เจ้านั่นมันอะไร? เข้ามาใกล้ขนาดนี้โดยที่ข้าไม่รู้ตัวเลย' เยว่ฟงคิดในใจ อสุรกายตัวนี้ผ่านสัมผัสปราณของเขาเข้ามาได้โดยไม่โดนจับได้ แต่กลับตายง่ายๆ เช่นนี้งั้นหรือ สัญชาตญาณของเขาบอกว่ามันอาจจะยังไม่จบ เมื่อจ้องมองไปยังร่างที่ควรตาย มือของมันกลับค่อยๆ เกร็งนิ้วมือ หัวที่หลุดออกไปก่อนก็ค่อยๆ ยกแสยะยิ้มให้กับเขา

    "ซุยฟง ออกมาเดียวนี้!!!"เยว่ฟงตะโกนบอกแต่ว่าช้าเกินไป

    ชึก "อ๊อค" มือที่เหมือนกรงเล็บของอสุรกายที่สมควรตายไปแล้วแทงทะลุหัวใจของซุยฟง

    "บะ...บ้าน่า..ปะ.เป็นไปได้ยังไงกัน" พูดได้เพียงเท่านั้นซุยฟงก็สิ้นใจทันที

    ร่างของอสุรกายที่ไร้หัวค่อยๆ ยืนขึ้น จากนั้นหยิบหัวที่กำลังแสยะยิ้มกลับมาวางไว้ที่คอ บริเวณคอเกิดเส้นเลือดหลายเส้นดึงคอกับหัวเข้ามาต่อกันเหมือนเดิม

    "บ้าน่า!! ไอ้ตัวบ้านี่..มันตัวบ้าอะไรกัน!!!"หานปิงตกใจกลับอสุรกายตรงหน้า ทั้งๆ ที่โดนตัดหัวไปแล้วแท้ๆ ยังลุกขึ้นมาได้อีก

     

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810