“กำลังยุ่งอยู่หรือหรานเอ๋อ ยายว่าพักนี้เ้าดูจะทำงานหนักไปหน่อยไหม หาเวลาพักผ่อนเสียบ้าง ประเดี๋ยวจะล้มป่วยเอา” ท่านยายเหอเดินเข้ามาหาหลานสาวที่ห้องทำงาน เมื่อเห็นหลานสาวกำลังนั่งเขียนงานอยู่ด้วยท่าทางจริงจังก็รู้สึกเป็ห่วง
“ข้ากำลังเขียนแผนการฝึกคนงานประจำโรงน้ำชาอยู่เ้าค่ะท่านยาย รอให้คนจากเมืองหลวงเดินทางมาถึงก็จะเริ่มฝึกงานให้พวกเขาได้เลย ส่วนกระดาษกองนี้เป็สูตรชาผลไม้และขนมที่ตั้งใจว่าจะทำออกขายในวันเปิดร้าน เขียนให้ละเอียดไว้สักหน่อยก็จะช่วยให้คนทำงานได้ง่ายขึ้นเ้าค่ะ”
ความจริงแล้วกู้เสี่ยวหรานมีความสุขกับงานนี้มาก นางชอบงานบริการและชื่นชอบการทำอาหารอยู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นที่ในที่สุดก็จะได้เริ่มทำงานที่ตัวเองรักอีกครั้งเสียที
“เ้าคงชอบงานนี้มากล่ะสินะ”
“ในภพที่แล้วข้าก็ทำงานด้านนี้อยู่แล้วเ้าค่ะท่านยาย ร้านอาหารของข้าได้รับความนิยมมากเลยนะเ้าคะ แต่มีอยู่่หนึ่งที่เกิดโรคระบาดไปทั่วโลก ร้านอาหารของข้าจึงต้องปิดไปก่อนชั่วคราว ข้าก็เลยทำได้แค่อาหารดิลิเวอรีส่งตามบ้าน อาศัยว่าข้าสามารถตกแต่งอาหารออกมาได้น่ากิน ก็เลยมีคนจ้างให้ไปออกแบบอาหารให้กับร้านอาหารอื่นด้วย ข้าก็เลยได้งานเป็ฟู้ดสไตลิสต์ขึ้นมาอีกงานหนึ่งเ้าค่ะ” กู้เสี่ยวหรานพูดไปด้วย แต่มือก็ยังไม่หยุดเขียน
“เชฟ ดิลิเวอรี ฟู้ดสไตลิสต์ ยายไม่เห็นเข้าใจอะไรเลยสักอย่าง” ท่านยายเหอลูบผมหลานสาว “ฟังจากที่เ้าเล่ามาแสดงว่าประเทศของเราคงมีการพัฒนาไปมากเลยล่ะสินะ ยายดีใจจริงๆ ที่ในยุคของเ้าไม่ต้องมาอดอยากเหมือนในยุคของยาย”
กู้เสี่ยวหรานวางพู่กันลงก่อนจะหันไปกอดเอวท่านยายเหอเอาไว้ “หลังจากยุคของท่านยาย ประเทศของเราก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ เ้าค่ะ จนตอนนี้ประเทศของเราก็ก้าวขึ้นมาเป็อันดับต้นๆ ของโลกแล้ว”
“ผู้คนคงไม่อดอยากเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม”
“คนรวยคนจนก็ยังมีเหมือนกันในทุกยุคทุกสมัยเ้าค่ะ เพียงแต่พวกเขาก็ไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิ์ในการซื้อสินค้าต่างๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ขอแค่มีเงินพวกเขาก็สามารถซื้อทุกอย่างได้ตามที่้า อยากจะกินอาหารมากมายเท่าไหร่ก็สามารถทำได้”
“ดีจริงๆ ได้ยินอย่างนี้แล้วยายก็สบายใจขึ้นมาก”
“ว่าแต่ท่านยายมาหาข้าทำไมหรือเ้าคะ”
ท่านยายเหอมองหน้าหลานสาวเหมือนกับว่ากำลังตัดสินใจเื่สำคัญ “ยายมีเื่หนึ่งที่อยากจะบอกกับเ้า”
“ท่านยาย...” กู้เสี่ยวหรานขมวดคิ้ว
“ยายรู้ว่าสิ่งที่เ้ากำลังทำอยู่ตอนนี้ก็เพื่อความอยู่รอดของสกุลเหอและสกุลกู้ เพราะเ้าไม่อยากให้ครอบครัวของเราต้องประสบปัญหาเหมือนครั้งที่ท่านทวดของเ้าเคยเจอมาใช่ไหม”
“นั่นก็เป็เหตุผลหนึ่งเ้าค่ะ ดังนั้นข้าถึงอยากสนับสนุนพี่เฟยเทียนให้ขึ้นไปนั่งอยู่บนตำแหน่งนั้นอย่างมั่นคง และไม่ว่าภารกิจใดก็ตาม ทุนคือสิ่งสำคัญที่สุด หากเรามีทุนมากพอไม่ว่าเราคิดที่จะทำอะไร เราก็สามารถทำได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องรอ อีกอย่างข้ารู้ดีว่าท่านตาคงไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวกับเื่ราวในราชสำนักมากนัก เพราะฉะนั้นพวกเราจึงควรเปลี่ยนทิศทางมาเน้นเื่การค้าแทนจะดีกว่าเ้าค่ะ”
“แต่ตระกูลของท่านตาหรือแม้แต่ท่านปู่ของเ้าต่างก็เป็ตระกูลบัณฑิต หรือแม้แต่ยายเองที่มาจากอีกภพหนึ่งก็ไม่มีความสามารถทางด้านนี้เลย ยายแค่ใช้ชีวิตอยู่กับการทำไร่ทำนาไปวันๆ เท่านั้น หากจะให้เ้ารับผิดชอบเื่พวกนี้คนเดียวเ้าจะทำไหวหรือ หรานเอ๋อ...ยายรู้ว่าในภพที่แล้วเ้าคงมีอายุและประสบการณ์ไม่น้อยแล้ว แต่ในภพนี้เ้าเป็เพียงเด็กสาวอายุแค่สิบสามปีเท่านั้น ยายไม่ได้ดูถูกความสามารถของเ้า แต่ยายก็อดที่จะเป็ห่วงเ้าไม่ได้”
“ท่านยายไม่ต้องเป็ห่วงเื่นั้นเลยเ้าค่ะ ท่านไม่รู้อะไร นอกจากพี่หยวนแล้ว คนอื่นต่างก็ไม่ชอบงานด้านวิชาการกันทั้งนั้น ดูอย่างท่านน้าสิเ้าคะ พอท่านตาบอกว่าไม่อนุญาตให้ลูกหลานเข้าสอบเพื่อรับราชการ ท่านน้าดีใจจนออกไปท่องเที่ยวกับคาราวานสินค้า จนป่านนี้เขายังไม่กลับมาเยี่ยมท่านตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่หรือ” กู้เสี่ยวหรานยิ้มเมื่อคิดถึงน้าชาย ความจริงแล้วั้แ่นางข้ามภพมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามปี นางยังไม่เคยเจอหน้าน้าชายเลยสักครั้ง จะเห็นแค่จดหมายที่น้าชายส่งมาหาท่านตาท่านยาย ซึ่งก็นานๆ ครั้งถึงจะได้รับจดหมายจากน้าชายสักฉบับ
ท่านยายเหอนึกถึงลูกชายคนเล็กแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ “เ้าอย่าเพิ่งไปคิดถึงน้าชายเ้าสำราญของเ้าเลย เอาไว้เขากลับมาบ้านเมื่อไหร่ยายจะจัดการเขาสักที”
เหอจื่ออัน : เ้าลูกชาย ทำไมพ่อรู้สึกหนาวๆ ที่หลังยังไงชอบกล
เหอลู่เสียน : เป็เพราะเราเดินทางมาใกล้ถึงบ้านท่านปู่ท่านย่าแล้วหรือไม่ขอรับ ท่านพ่อก็เลยหนาวเพราะคิดถึงบ้าน
ท่านยายเหอ : รีบกลับบ้านนะเ้าลูกชาย ไม้เรียวกำลังรอเ้าอยู่
“ที่ท่านยายมาหาข้าเพราะเป็ห่วงข้าเื่นี้เองหรือเ้าคะ” กู้เสี่ยวหรานยิ้ม “ท่านยายไม่ต้องเป็ห่วงหรอกเ้าค่ะ ข้ารับรองว่าจะไม่ทำให้ตัวเองเหนื่อยเกินไป”
“ในเมื่อเ้าเต็มใจที่จะทำเพื่อครอบครัวของเรา” ท่านยายเหอปลดกำไลหยกสีขาวในมือออกแล้วสวมให้หลานสาว “ยายก็ขอยกมรดกชิ้นนี้ให้เ้าเลยก็แล้วกัน กำไลหยกชิ้นนี้เป็มรดกของท่านยายทวดที่มอบให้ยาย”
“สิ่งนี้คือมิติที่ท่านยายพูดถึงใช่ไหมเ้าคะ!”
ท่านยายเหอพยักหน้ารับ “มรดกชิ้นนี้จะสืบทอดได้เฉพาะผู้หญิงในตระกูลของเราเท่านั้น เมื่อก่อนยายเลยลองสวมกำไลนี้ให้กับน้าชายของเ้า แต่น้าชายของเ้าบ่นว่ามันร้อนจนใส่ไม่ไหว จากนั้นยายก็ลองสวมให้ท่านแม่ของเ้า นางบอกว่าหยกชิ้นนี้ใส่แล้วเย็น แต่ตอนนั้นยายยังไม่ได้บอกความลับของหยกชิ้นนี้ให้นางฟัง สุดท้ายแม่ของเ้าก็มาด่วนจากไปเสียก่อน แล้วเ้าล่ะ ตอนนี้รู้สึกยังไง”
กู้เสี่ยวหรานลูบกำไลหยกสีขาวอย่างเบามือ “กำไลหยกชิ้นนี้ใส่แล้วเย็นมากเลยเ้าค่ะ ...”
พูดยังไม่ทันจบกู้เสี่ยวหรานก็ถูกดูดเข้าไปในมิติ นางยืนอยู่ตรงกลางห้องอาหารขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรป เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็สีขาวสะอาด ผนังทั้งสี่ด้านเป็กระจกใสมองออกไปก็เห็นแปลงดอกไม้นานาชนิดที่ปลูกไว้อย่างสวยงาม ให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปเยือนต่างประเทศ
“นี่...นี่มันภัตตาคารของสกุลโจวไม่ใช่หรือ อย่างบอกนะว่าคุณยายทวดก็คือทายาทคนเดียวของสกุลโจวที่ถูกญาติฆาตกรรมเพื่อแย่งชิงมรดกคนนั้น” กู้เสี่ยวหรานพึมพำกับตัวเอง
ภัตตาคารสกุลโจวเป็ภัตตาคารที่ก่อตั้งมาหลายสิบปี มีผู้สืบทอดมาแล้วสามรุ่น และในรุ่นที่สี่คือคุณหนูโจว เชฟอัจฉริยะซื่อดังที่เพิ่งเรียนจบจากสถาบันอาหารชั้นนำจากต่างประเทศ เมื่อคุณหนูโจวได้รับตำแหน่งเป็ผู้สืบทอดภัตตาคารต่อ เธอก็ปรับปรุงภัตตาคารเดิมให้เป็ภัตตาคารอาหารนานาชาติเพื่อรองรับลูกค้าให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เธอใช้เวลาแค่หนึ่งปีก็ทำให้ภัตตาคารกลายเป็ที่รู้จักไปทั่วโลก ถึงขนาดกับว่ามีการจัดทัวร์เพื่อมากินอาหารที่ภัตตาคารแห่งนี้โดยเฉพาะ และหนึ่งในนั้นก็คือกู้เสี่ยวหรานที่จองโต๊ะข้ามปีเพื่อให้ได้มาลองชิมอาหารของที่นี่เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่คุณหนูโจวถูกญาติฆาตกรรมเพื่อชิงมรดกภัตตาคารของสกุลโจวจึงขาดผู้ดูแลและต้องปิดตัวไปในที่สุด ตอนนั้นข่าวของเธอขึ้นหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งอยู่หลายวันทีเดียว กู้เสี่ยวหรานไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กสาวคนนั้นจะย้อนเวลากลับมาเป็ท่านยายทวดของตัวเอง
กู้เสี่ยวหรานไม่รอช้า เธอเดินเข้าไปในห้องครัวของภัตตาคารเพื่อสำรวจด้านในทันที คนเป็เชฟก็ต้องสนใจวัตถุดิบเป็ธรรมดา ในส่วนของห้องครัวทำให้กู้เสี่ยวหรานตกตะลึงเป็อย่างมาก ตอนนี้เธอไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมภัตตาคารสกุลโจวถึงได้คิดเมนูต่างๆ ออกมาได้ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละเดือน ก็เพราะเครื่องปรุง เครื่องเทศ และวัตถุดิบของที่นี่มาจากทั่วทุกมุมโลกจริงๆ สมแล้วกับที่เป็ภัตตาคารนานาชาติที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้น