เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 59

    “ไหวไหมครับปอน..” ไอซ์กล่าวถาม ในขณะที่ออกจากลิฟต์มาแล้ว“ขอโทษนะคะไอซ์ ปอนมีความหลังไม่ค่อยดีเท่าไร..” ปังปอนกล่าวพร้อมกับก้มหน้าลง หน้าของเธอแดงอย่างเห็นได้ชัด ไอซ์ที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเป็นห่วงเข้าไปใหญ่ เขาคิดว่าบางทีปังปอนอาจจะไม่สบายใจจนไข้ขึ้น อาจจะกล่าวได้ว่าเขาฉลาดในทุกๆเรื่อง ยกเว้นเรื่องของความรัก“ดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ ปอนขึ้นไปพักผ่อนก่อนดีไหมครับ เดี๋ยวไอซ์จัดการเรื่องอาหารเอง” ไอซ์กล่าวอย่างเป็นห่วง“ไม่เป็นไรค่ะไอซ์ ปอนไหวจริงๆ..” ปังปอนรีบกล่าวปฏิเสธทันที ไอซ์ที่ได้ยินก็พยักหน้าให้พร้อมกับรอยยิ้มที่มันสื่อได้เลยว่าเขาเป็นกำลังใจให้กับเธอ ทั้งสองเดินออกไปรับอาหารที่พนักงานส่งอาหารหน้าตึกโรงพยาบาลทันที แน่นอนว่าเขาก็ให้ทิปกับพนักงานไปเล็กน้อย เพราะเขาน่าจะรอนานมากเลยทีเดียว แต่ทว่าพวกเขาก็ต้องรออาหารจากอีก 3 ร้านที่กำลังเดินทางมาส่ง ไม่นานพนักงานคนสุดท้ายก็มาส่งให้กับพวกเขา ไอซ์ถือเยอะกว่าปังปอน แน่นอนว่าเขาให้เหตุผลว่าเขาเป็นผู้ชายจะให้ผู้หญิงตัวน้อยๆถือเยอะได้ยังไง ดังนั้นปังปอนจึงได้ถือแค่กล่องโดนัทเจ้าดังเพียงหนึ่งกล่องเท่านั้น จากนั้นพวกเขาก็เดินกลับไปยังห้อง VVIP ชั้น 18 เพื่อรับประทานอาหารทันที เมื่อมาถึงปังปอนกับแป้งที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จก็ช่วยกันจัดแต่งอาหารลงจาน ภายในห้อง VVIP นี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายเกือบจะทุกอย่าง แป้งถูกใจมากจนไม่อยากจะกลับไปอยู่ที่บ้านอีกเลย กัญญาก็คิดเช่นเดียวกับลูกสาว บางทีเธอควรป่วยต่ออีกสักหน่อย“จริงสิ น้องไอซ์ พี่สงสัยมานานแล้ว.. ไม่รู้ว่าจะเสียมารยาทไหม แต่พี่อยากรู้ว่าเราทำงานอะไรอย่างนั้นเหรอ ถึงได้มีเงินเยอะขนาดนี้”แป้งถามกับไอซ์ เพราะดูเหมือนว่าน้องชายคนนี้จะสนใจในตัวของน้องสาวเธอ อย่างน้อยก็ต้องตรวจสอบกันสักหน่อย อาชีพการงานที่ทำให้เขาเป็นถึงผู้ถือหุ้นของโรงพยาบาลตามคำเล่าของแม่ได้ บางทีเขาอาจจะมีธุรกิจที่ไม่ขาวสะอาดมากนัก“ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าในดันเจี้ยนน่ะครับ เป็นตัวกลางกระจายสินค้าของฮันเตอร์หลายคน.. นอกจากนี้ผมยังเป็นเอเจนซี่ของคุณเทียนหลงด้วยครับ..” ไอซ์ตอบกับแป้ง และนั่นมันทำให้ปังปอนถึงกับสะดุ้งขึ้นมาเมื่อได้ยินชื่อคุณเทียนหลง ไอซ์หันไปมองปังปอนเช่นกัน เขามองดูว่าปังปอนจะจำเขาได้หรือเปล่า ส่วนแป้งก็หันไปมองน้องสาวเช่นกัน เธอรู้ดีว่าน้องสาวมีความทรงจำดีๆกับคุณเทียนหลง และยิ่งรู้ว่าไอซ์เป็นคนสนิทของคุณเทียนหลง ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะเสียอาการ ‘เขา..ไม่ใช่คุณเทียนหลงอย่างนั้นเหรอ..’ ปังปอนกล่าวกับตัวเองในภวังค์ความคิด ทั้งๆที่เธอมั่นใจระดับหนึ่งเลยว่าไอซ์คือคุณเทียนหลงที่เธอตามหา แต่คำตอบของไอซ์ที่ไม่มีทีท่าจะลังเล มันทำให้เธอไขว้เขว รูปลักษณ์ กลิ่น สัมผัส คำพูดมันเหมือนกันถึงเสียงจะไม่เหมือนกันก็ตาม ของอย่างนั้นแต่งเติมกันได้ เธอมองไปที่ไอซ์ชัดๆก่อนจะเอ่ยขึ้นมา“ไอซ์เป็นตัวแทนของคุณเทียนหลงเหรอคะ คือว่า..คุณเทียนหลงเคยช่วยชีวิตปอนเอาไว้ ตอนที่ดันเจี้ยนเวฟน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าไอซ์พอจะช่วยติดต่อกับคุณเทียนหลงได้ไหม ปอนอยากจะขอบคุณที่ช่วยปอนเอาไว้” ปังปอนเอ่ยกล่าวเพื่อลองเชิงกับไอซ์ และเพื่อดึงความมั่นใจของตัวเองกลับมา“เอ๊ะ!! มีเรื่องอย่างนั้นด้วยเหรอครับเนี้ย.. ตอนดันเจี้ยนเวฟไอซ์ต้องไปจัดการอะไรบางอย่างก็เลยไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วนเรื่องที่ปอนขอมา ไอซ์จะลองสอบถามกับคุณเทียนหลงให้นะครับ เขาค่อนข้างซีเรียสเรื่องความเป็นส่วนตัวเอามากๆ..” ไอซ์แสร้งทำเป็นตกใจเหมือนเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก ก่อนจะแสดงความช่วยเหลือตามสูตรความเนียน“ขอบคุณไอซ์มากนะคะที่เป็นธุระให้ปอน” ปังปอนหรี่ตามองเล็กน้อย คำพูดของไอซ์ดูเป็นธรรมชาติมาก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอมั่นใจว่าไอซ์คือคุณเทียนหลง คนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ แน่นอนว่ามันทำให้เธอค่อนข้างผิดหวัง เพราะว่าเธอเข้าใจผิดไปเองเรื่องของเขา“ไม่ลำบากอะไรเลยครับ เอาไว้ไอซ์ติดต่อกับคุณเทียนหลงอีกครั้งจะเอ่ยถามให้นะครับ..” ไอซ์กล่าวตอบ ทั้งสามก็ไม่ได้ติดใจอะไรนั่งทานอาหาร และพูดคุยกันต่อ กัญญาที่ห่างจากโทรศัพท์ไปนาน ยังมีซีรีย์รักๆใคร่ๆอีกหลายเรื่องที่เธอนั้นพลาดไปในช่วงที่ผ่านมา เธอจึงคิดเข้าไปดูรีวิวซีรีย์ใหม่ๆในกลุ่มแฟนคลับ“นี่มันเรื่องอะไร ทำไมฉันไม่เคยเห็นพวกเขาโปรโมทมาก่อน..” กัญญามองไปที่รูปภาพของชายหญิงคู่หนึ่ง มันเป็นภาพที่กำลังถูกแชร์ไปในโซเชียลอย่างรวดเร็ว ในโลกออนไลน์ต่างก็กำลังรอลุ้นกับคู่นี้ นักสืบพันธ์ทิพย์ก็ต่างเร่งกันตามหาชาย บุคคลที่เป็นปริศนา ‘..ฉันคิดว่าเขาเป็นผู้บริหารของห้าง NPC นะ เพราะเท่าที่รู้ว่าในเครือห้างจะมีประตูซึ่งเป็นทางเข้าเฉพาะผู้บริหารใหญ่ๆ และพวกบุคคลดังๆ..’ คอมเมนต์แรกก็ทำให้กัญญามึนงง และเริ่มอ่านคอมเมนต์ถัดไป เพื่อติดตามเรื่องราวที่มันเกิดขึ้น‘พวกเขาเหมาะสมกันมากจริงๆ ดูดวงตาคู่นั้นของคุณหลินฟางฟางสิ.. อ๊ายยย เก็บศพฉันด้วยนะทุกคน’ คอมเมนต์ต่อมาที่กัญญาอ่านก็รู้ชื่อของผู้หญิงแล้ว และดวงตาภายในรูปถ่ายนั้น มันก็ทำให้เธอเขินอายขึ้นมาคนเดียว สองสาวที่เห็นแม่กำลังบิดตัวไปบิดตัวมาก็ชินแล้ว แต่มันไม่ใช่สำหรับไอซ์ที่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ‘ฉันเห็นด้วยกับคอมเมนต์แรก เพื่อนของฉันทำงานที่นั่น แต่มันแปลกมากที่เพื่อนของฉันไม่เคยพบกับผู้บริหารคนนี้ มันเป็นเรื่องที่แปลกมาก เขาไม่น่าจะใช่คนดัง ไม่อย่างนั้นเราต้องรู้ข้อมูลอะไรมากกว่านี้แล้ว..’‘คนนั้น.. ใช่คนที่เรียนเศรษฐศาสตร์หรือเปล่า ฉันจำชื่อเขาไม่ได้..’ คอมเมนต์นี้เข้าใกล้กับความจริงแล้ว มันทำเอากัญญารีบเลื่อนไปอ่านข้างล่างต่ออย่างรวดเร็ว‘เหมือนอยู่.. เขาเป็นเพื่อนสาขาพวกเราเอง เขาชื่อไอซ์.. มีความเป็นไปได้ เพราะว่าคุณหลินฟางฟางเพิ่งจะย้ายเข้ามาเรียนในคลาสเศรษฐศาสตร์เมื่อเช้า แล้วไอซ์คนนี้ได้รับหน้าที่แนะนำสถานที่ในมหาวิทยาลัยให้กับเธอ.. ฉันไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะหวานกันมากขนาดนี้ อ๊ายย FC ด้วยคนค้าาา’ กัญญาที่รู้ชื่อของฝ่ายชายก็ยิ้มออกมาเหมือนกับว่าเธอค้นพบธาตุใหม่ที่สามารถนับขึ้นตารางธาตุได้ เธอซูมดูผู้ชายคนนี้ดีๆอีกครั้ง และนั่นมันก็ทำให้เธอถึงกับตกใจ เพราะว่าชายคนนั้นหน้าตาเหมือนกับไอซ์ที่อยู่ตรงหน้าของเธอ ชื่อเหมือนกันอีกต่างหาก มันทำให้เธออดไม่ได้ที่จะมองสลับไปสลับมาเพื่อที่จะเปรียบเทียบ“มีอะไรติดที่หน้าผมหรือเปล่าครับคุณน้า..” ไอซ์ที่สังเกตเห็นความผิดปกติของกัญญา เขาก็เลยเอ่ยถาม ตอนนี้ยิ่งทานข้าวกันอยู่ บางทีอาจจะมีอะไรติดบนหน้าของเขาก็เป็นไปได้“ไอซ์..เมื่อตอนบ่ายเราได้ไปที่ห้าง NPC หรือเปล่า..” กัญญาอดที่จะถามออกมาไม่ได้“ใช่ครับคุณน้า ผมไปซื้อกระเช้าผลไม้ที่นั่น ..เออ ว่าแต่คุณน้ารู้ได้ยังไงครับ” ไอซ์ตอบกลับไปตรงๆ แต่เขาก็สงสัยว่ากัญญานั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขาไปที่นั่น แป้งกับปังปอนก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับประเด็นที่ทั้งสองคุยกัน กัญญาไม่พูดอะไรเธอทำได้แต่ยื่นมือถือของตัวเองให้กับไอซ์ดู“แหมม ตอนนี้เราดังใหญ่แล้วนะ.. อย่างนี้น้าต้องขอลายเซ็นเอาไว้บ้างแล้ว..” กัญญากล่าว ไอซ์ที่เห็นรูปก็เรียกได้ว่าสตั๊นท์ไปเลยทีเดียว มันเป็นรูปของเขากับหลินฟางฟางที่ทางออกของห้าง ก่อนที่เขาจะหันไปมองที่ปังปอน เพราะกลัวว่าเธอจะเข้าใจอะไรแปลกๆตามแม่ของเธอ“เออ..คือว่า เราไปพบกันที่ห้างโดยบังเอิญน่ะครับ ตอนนี้เธอกำลังสะดุดอะไรสักอย่าง ผมก็แค่เข้าไปช่วยรับตัวเธอเอาไว้ไม่ให้หกล้ม แล้วภาพมันก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็นน่ะครับ..” ไอซ์ค่อยๆอธิบายตามความจริง แน่นอนว่าเขาเลิ่กลั่กอย่างผิดสังเกต เขาเกาหัวแห้งๆแบบประมาณว่า ‘มันไม่มีอะไรมากกว่านั้นจริงๆนะครับ’ แต่ทันใดนั้นเอง ความโชคดีหรือความโชคร้ายของไอซ์ก็ไม่รู้ เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นมาขัดจังหวะพอดิบพอดี..