Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 137

            ที่เซี่ยเจิงตีลงไปครั้งนี้แน่นอนว่าเป็นเพราะมือเขาอยู่ไม่สุขแต่นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีความคิดอยากแต๊ะอั๋งแฝงอยู่ด้วย

     

            ชวีเสี่ยวปอหน้าหนาชินชาไปเป็นที่เรียบร้อยอีกทั้งการถูกเซี่ยเจิงตีก้นเช่นนี้เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรเพราะถึงยังไงเรื่องแบบนั้นเขากับเซี่ยเจิงก็แทบจะทำมาหมดแล้วเพียงแค่รู้สึกว่าสภาพของตัวเองที่กำลังใส่กางเกงอยู่แค่ครึ่งเดียวนี้มันดูแปลกๆยังไงชอบกล ขณะนั้นชวีเสี่ยวปอจึงหันหน้าไปมาเล็กน้อย พลางยื่นขาไปทางเซี่ยเจิง :

     

           “ช่วยฉันดึงหน่อย”

     

            เซี่ยเจิงช่วยเขาดึงกางเกงลงมาอย่างเชื่อฟัง

     

            เมื่อชวีเสี่ยวปอเห็นเซี่ยเจิงดึงเสร็จแล้วข้างหนึ่งจึงยื่นข้อเท้าอีกข้างไปให้เขาโดยอัตโนมัติทันใดนั้นก็รู้สึกราวกับว่าเขาสองคนรู้จักกันมานานหลายปีเพราะการกระทำของเซี่ยเจิงชำนาญจนดูเหมือนว่าเคยทำมาแล้วหลายพันหลายร้อยครั้งอย่างไรอย่างนั้น

     

            ชวีเสี่ยวปอมองไปมองมาก็อดไม่ได้ที่จะก้มตัวลงไปใกล้กับเซี่ยเจิงจูบลงไปบนปลายจมูกของเขาหนึ่งที

     

            เซี่ยเจิงผงะไปทันที ก่อนที่จะมองไปรอบๆราวกับเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้แบบมีเงื่อนไข

     

            ส่วนชวีเสี่ยวปอก็หัวเราะขึ้นมาเสียงดังอยู่พักหนึ่งหลังจากหัวเราะจนพอใจแล้วจึงเอ่ยขึ้นมาว่า : “ตอนนี้นายคิดได้แล้วเหรอว่านี่เราอยู่ข้างนอกเมื่อกี้ตอนที่ตีก้นฉันทำไมไม่คิดฮะ นี่มันห้องลองเสื้อผ้า ไม่มีกล้องวงจรปิดหรอก”

     

            เซี่ยเจิงสัมผัสไปบนที่ที่ชวีเสี่ยวปอประทับจูบลงไป พร้อมทั้งพูดอย่างเขินอายว่า : “นายอย่าตะโกนสิ”

     

            ชวีเสี่ยวปอหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง

     

            เซี่ยเจิงบอกพนักงานขายให้เปลี่ยนเป็นไซซ์ที่ใหญ่กว่านี้อีกเบอร์หนึ่งครั้งนี้ชวีเสี่ยวปอใส่ได้พอดีเป๊ะหลังจากเดินออกมาชวีเสี่ยวปอก็ยื่นกางเกงไปให้พนักงานขาย : “ใส่ถุงให้หน่อยครับ ผมเอาสองตัว”

     

            พนักงานขาย : “ไซซ์เดียวกันสองตัวเลยไหมคะ? ”

     

            ชวีเสี่ยวปอเหลือบมองเซี่ยเจิง : “ให้นายตัวหนึ่ง”

     

            พนักงานขายเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม : “ได้เลยค่ะ” แล้วจึงหันหลังออกไปหากางเกงให้เขาทั้งคู่

     

            เซี่ยเจิงส่ายหน้าไปมา “ฉันไม่ขาดกางเกงนะ”

     

           “นายขาด” ชวีเสี่ยวปอเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งขยับเข้ามาใกล้ พลางถูแขนของเขาไปมาอย่างออดอ้อน“ขาด...ตัวที่เหมือนกับฉัน” ชวีเสี่ยวปอไม่ได้พูดออกเสียงคำบางคำออกมาแต่เซี่ยเจิงมองรูปปากของเขาก็เข้าใจขึ้นมาในทันที

     

            ชุดคู่

     

            หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินช็อปปิงกันต่อชวีเสี่ยวปอยังใช้เหตุผลนั้นเพื่อซื้อเสื้อฮู้ดและหมวกแก๊ปที่เหมือนกันมาอีกอย่างละสองชิ้นในตอนนั้นเองเขาถึงรู้สึกพอใจขึ้นมาแล้วทั้งสองคนแวะซื้อเครื่องดื่มก่อนที่จะมานั่งคุยกันบนม้านั่งยาวในโซนพักผ่อน

     

            เซี่ยเจิงดูดโค้กเข้าไปอึกใหญ่แต่ก็เย็นจนทำให้เขารู้สึกเสียวฟันจึงอดไม่ได้ที่จะทำเสียงซี๊ดออกมา

     

            ส่วนชวีเสี่ยวปอกำลังคุ้ยของที่อยู่ในถุงไปมามองดูเสื้อสองตัวที่รูปแบบเหมือนกันทุกอย่าง ไม่ได้สนใจเขาแต่เมื่อได้ยินเสียงเช่นนั้นก็คิดว่าเซี่ยเจิงคงจะไม่พอใจกับเรื่องนี้เขาจึงดึงหมวกออกมาเอื้อมไปสวมไว้บนศีรษะให้เซี่ยเจิงจากนั้นก็หยิบอีกใบขึ้นมาสวมให้ตัวเอง

     

           “ดูดีมาก”ชวีเสี่ยวปอมองดูเซี่ยเจิงอย่างละเอียด “ฉันดูดีไหม? ”

     

           “อืม” เซี่ยเจิงพยักหน้า

     

           “แน่นอนอยู่แล้ว”ชวีเสี่ยวปอรู้สึกท้อใจแล้ว จึงพูดออกไปเสียงอ่อนเสียงหวานว่า : “ฉันเห็นคนอื่นเขาคบกัน เขาก็ใส่ชุดคู่กันทั้งนั้นเลยไม่ใช่เหรอ? ”

     

            เซี่ยเจิงไม่สามารถรับมือกับเขาได้เลยแต่เขากลับชอบท่าทางยิ้มโอ้อวดแบบนี้ของชวีเสี่ยวปอมากทีเดียวจากนั้นก็ทำได้เพียงเอ่ยขึ้นมาว่า : “นายนี่เก่งเรื่องทำสิ่งที่พิเศษจริงๆ เลยนะ”

     

            ทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงนั้นพักใหญ่เมื่อใกล้ถึงเวลาพวกเขาจึงขึ้นลิฟต์ไปยังโรงภาพยนตร์ที่อยู่ชั้นบน

     

            เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แม้ว่าจะเป็นรอบดึกแต่ผู้คนที่มาดูภาพยนตร์ก็ไม่ได้น้อยลงไปเลยเซี่ยเจิงไปซื้อป๊อปคอร์นมาถังหนึ่งก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินไปยังจุดตรวจตั๋วและเข้าโรงภาพยนตร์ไปในที่สุด

     

           “ที่นั่งของพวกเราอยู่ตรงไหนเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอเดินไปข้างหน้าพร้อมกับป๊อปคอร์นในมือพลางถามขึ้น

     

            เซี่ยเจิงหรี่ตาลงมองไปบนตั๋วภาพยนตร์ “เดินไปข้างหน้าอีกแถวที่สิบหก ที่นั่งสิบสองกับสิบสาม”

     

            ที่นี่เป็นโรงภาพยนตร์ขนาดกลางที่นั่งที่เซี่ยเจิงเลือกถือว่าค่อนมาทางด้านหลังอยู่พอสมควรทันทีที่นั่งลงชวีเสี่ยวปอก็มองไปรอบๆ แล้วจึงสะกิดเซี่ยเจิงไปเล็กน้อยพลางถามขึ้นว่า : “คงจะไม่มีคนนั่งข้างๆพวกเราหรอกเนอะ”

     

    .................................


           ฟังดูสินี่มันหมายความว่ายังไงกัน

     

            สีหน้าของเซี่ยเจิงยังคงนิ่งเรียบ ทั้งยังพูดพึมพำขึ้นมาว่า : “น่าจะไม่มีหรอกมั้ง ตอนฉันซื้อตั๋วเหมือนว่าจะไม่มีนะ”

     

           “อะไรคือเหมือนว่าฮะ”ชวีเสี่ยวปอรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนี้สักเท่าไหร่

     

           “นายคิดให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ”ในโรงภาพยนตร์ร้อนมาก ในขณะที่พูดเซี่ยเจิงจึงถอดเสื้อคลุมออกมาวางพาดไว้บนตักแล้วจึงพูดเสียงเบาขึ้นมาว่า : “ถึงตรงนี้จะมืด แต่ในกล้องวงจรปิดมันเห็นหมดนะ”

     

           “บ้า”

     

            ถูกมองออกอีกแล้ว

     

            ก็ดูหนังอะ

     

            ดูหนังกับแฟนด้วย

     

            ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าในช่วงเวลาเช่นนี้ถ้าหากไม่ทำอะไรสักหน่อยก็คงจะเสียดายน่าดูเลย...เพราะแค่ดูภาพยนตร์เพียงอย่างเดียวมีความเป็นไปได้ว่าการหลั่งฮอร์โมนบางอย่างของเขาผิดปกติไป

     

     

            ผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีที่นั่งตรงด้านหน้าและด้านหลังของพวกเขาก็มีคนเข้ามานั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้านหลังเป็นคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ส่วนด้านหน้าเป็นครอบครัวสามคนสามีและภรรยาพาเด็กชายอายุประมาณสามสี่ขวบมาด้วย

     

            ขณะนั้นชวีเสี่ยวปอรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีพร้อมทั้งขยับเข้ากระซิบข้างๆ ใบหูของเซี่ยเจิงว่า : “จบเห่แน่”

     

           “มีอะไรเหรอ? ” เซี่ยเจิงหยิบป๊อปคอร์นใส่ปากเขาไปหนึ่งชิ้น

     

            ชวีเสี่ยวปอเคี้ยวๆ แล้วกลืนมันลงไป จากนั้นก็ยังคงกระซิบพูดต่อไปว่า : “ฉันน่ะ เป็นคนมีสัมผัสพิเศษ ถ้าตอนดูหนังแล้วมีเด็กนะงั้นเด็กนั่นก็ต้องเป็น...”

     

            ในขณะที่ชวีเสี่ยวปอกำลังพูดอยู่ ไฟในโรงภาพยนตร์ก็ดับลงจากนั้นเด็กชายที่อยู่ด้านหน้าก็ลุกขึ้นมาทันที ทั้งยังกรีดร้องออกมาเสียงดังสนั่น

     

           “เด็กผี” สุดท้ายชวีเสี่ยวปอก็กัดฟันพูดสองคำนั้นออกมาแล้ว

     

           “ฉันเชื่อแล้ว” เซี่ยเจิงถอนหายใจ

     

            พ่อและแม่ของเด็กชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าไม่ได้มีท่าทีอะไรเลยแม้แต่น้อยเพียงแค่ดึงเด็กคนนั้นให้มานั่งลง

     

     

            ภาพยนตร์ใกล้จะเริ่มฉายแล้ว

     

            ชวีเสี่ยวปอและเซี่ยเจิงเองก็หยุดพูดคุยกันไปโดยอัตโนมัติ

     

            ถึงแม้ว่าภาพยนตร์จะเพิ่งเข้าฉายได้เพียงไม่นานแต่กระแสตอบรับกลับดีมาก อีกทั้งเรตติ้งก็ค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียวเนื่องจากเป็นเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เป็นแนวสืบสวนสอบสวนในช่วงเริ่มเรื่องสิบนาทีแรกจึงมีข้อมูลสำคัญอยู่เป็นจำนวนมากชวีเสี่ยวปอเองก็ตั้งใจดูอย่างจดจ่อ แต่ทว่าเมื่อดูถึงฉากสำคัญของเรื่องทันใดนั้นศีรษะน้อยๆ ที่อยู่ด้านหน้าก็โผล่ขึ้นมา

     

            ชวีเสี่ยวปอ : “ ? ? ?” ภาพฉากนั้นแสดงขึ้นมาและผ่านไปในทันทีแต่เขากลับไม่ได้ดู

     

            เด็กชายที่ไม่มีสำนึกต่อสถานที่ส่วนรวมเลยแม้แต่น้อยตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า : “พ่อครับผมอยากชิ้งฉ่อง”

     

            ชวีเสี่ยวปอระงับความโกรธในใจของตัวเอง รอให้พ่อของเด็กคนนั้นพาออกไป

     

            แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะได้ยินชายคนนั้นพูดขึ้นว่า : “ให้แม่ของลูกพาไปสิ”

     

            เมื่อหญิงสาวได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที : “กำลังดูตอนสำคัญอยู่เนี่ย ลูกอั้นไว้ก่อนไม่ได้เหรอ? ”

     

            ชวีเสี่ยวปอ : “......”นี่เขากำลังแนะนำให้เด็กฉี่รดกางเกงอยู่หรือไง

     

            สามีภรรยาคู่นี้เกี่ยงกันไปมาอยู่พักใหญ่เด็กชายก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นมาตลอดจนกระทั่งใกล้จะอั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้วจึงตะโกนร้องไห้ออกมาเสียงดัง “ผมจะชิ้งฉ่อง !”

     

            ขณะนั้นในโรงภาพยนตร์ก็เริ่มมีคนกระซิบกระซาบขึ้นมาอย่างไม่พอใจอีกทั้งยังค่อยๆ ทยอยกันมองมาทางนี้แล้วด้วย

     

            “นี่ !” ชวีเสี่ยวปออดรนทนไม่ไหวในที่สุด ยื่นมือออกไปตบลงบนพนักพิงของเก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้า“พี่ชาย ลูกชายของพี่อั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้วไม่ได้ยินหรือยังไง? ”

     

            ครั้งนี้เขาออกแรงตีลงไปมากอยู่พอสมควรจนทำให้ศีรษะของผู้ชายที่นั่งอยู่แถวสั่นเครือขึ้นมาครู่หนึ่ง

     

            แต่ชวีเสี่ยวปอยังควบคุมอารมณ์เอาไว้อยู่ไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่เรียกอย่างมีมารยาทว่า “พี่ชาย” ออกไปหรอก

     

           “เป็นบ้าเหรอคุณ? ” คิดไม่ถึงว่าชายคนนั้นจะโผงผางถึงขนาดนี้เขาตอบกลับชวีเสี่ยวปอมาอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด

     

           “คนที่บ้าน่าจะเป็นคุณมากกว่ามั้งครับ”เซี่ยเจิงเอ่ยขึ้น “ดูแลลูกคุณให้ดีๆ ด้วยครับ”

     

            เมื่อชวีเสี่ยวปอและเซี่ยเจิงเริ่มออกตัวเปิดประเด็น คนอื่นๆที่อยู่ในโรงภาพยนตร์ก็เริ่มเปิดปากพูดขึ้นมารุมประมาณพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกว่าไม่มีมารยาทตอนแรกชายคนนั้นก็ยังพูดต่อปากต่อคำไปสองสามประโยค แต่เมื่อหญิงสาวเห็นท่าไม่ดีเข้าจึงผลักชายคนนั้นไปหนึ่งทีให้เขารีบพาลูกชายไปเข้าห้องน้ำ

     

            คราวนี้ถึงได้สงบลงในที่สุด 

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663