Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 48 รูปแบบการปลูกผักวิเศษที่สมบูรณ์

    รูปแบบการปลูกผักวิเศษที่สมบูรณ์

     

                พลังใหม่ที่ได้รับมาในครั้งนี้ทำให้กัสค้นพบความสามารถของตัวเองเพิ่มเติมอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อนผลลัพธ์ที่น่าตกใจนี้ทำให้กัสตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างมากจนแทบจะอยากฝึกฝนให้หนักเพื่อศึกษาพลังของตัวเองให้ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้

                ทว่าเขาก็ทำได้ไม่เต็มที่นักเพราะเขายังไม่สามารถควบคุมวิชาใหม่ได้ดีพอเลยไม่สามารถจัดการกับไขมันที่สะสมจนมากเกินไปนี้ได้

                แต่ถึงจะฝึกฝนได้ไม่มากเท่าไหร่เพราะขาดเป้าหมายและข้อจำกัดด้านความหิวโหยแต่กัสก็ค้นพบว่าพลังใหม่ของเขานี้สร้างความหิวโหยให้กับตัวเขาน้อยกว่าพลังรูปแบบเดิมมากทีเดียว

                เมื่อรู้แบบนั้นกัสก็ตื่นเต้นขึ้นมาเพราะถ้ามันใช้พลังน้อยกว่าเช่นนี้ก็แปลว่าเขาสามารถใช้มันได้มากกว่าเดิมโดยไม่จำเป็นต้องกินอาหารให้มากขึ้นอย่างที่เคย

                คิดแล้วแผนการปลูกผักวิเศษครั้งใหม่ก็ถูกสร้างขึ้นรวมกับข้อเรียกร้องบางอย่างที่มีอยู่ในปัจจุบันยิ่งทำให้กัสรู้สึกว่าจำต้องทำมากขึ้นไปอีก

                ‘อีก 2 วันผู้รักษาก็จะมาถึงรวมไปถึงข้ารับใช้คนใหม่ด้วย..’

                สำหรับข้ารับใช้คนใหม่นั้นกัสยังไม่คิดอะไรมากเพราะไม่ว่าจะพูดยังไงเธอก็มาในฐานะของข้ารับใช้ไม่ใช่แขกของเขา ทำให้กัสไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวต้อนรับให้มากเกินไป

                ทว่าผู้รักษานั้นมันอีกเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะผู้รักษาในครั้งนี้ดูเหมือนจะมาพร้อมกับอาจารย์ของเธอซึ่งเป็นผู้รักษาระดับ5 ดาวที่เทียบเท่ากับปรมาจารย์ผู้รักษาทำให้กัสไม่อาจเสียมารยาทได้

                ทว่าขีดจำกัดของเขาก็ยังมีอยู่DP ของเขาไม่มีมากพอที่จะสร้างที่พักใหม่ได้

                คิดถึงตรงจุดนี้แล้วกัสก็ตัดสินใจปลูกผักวิเศษในเช้าของวันใหม่พร้อมกับการแจ้งเตือนทุกคนเล็กน้อยโดยเฉพาะน้องสาวคนเล็กของเขา

                “เสร็จงานแล้วให้รีบมาช่วยข้าวันนี้ข้าต้องปลูกผักวิเศษเยอะกว่าทุกที..ส่วนพวกเจ้า ถ้ายังไงก็เตรียมตัวเอาไว้สักหน่อยก็แล้วกันหากข้าไม่ไหวจริงๆ ข้าจะเรียก”

                “ค่ะ ท่านพี่”

                “ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านกัส”

                เด็กสาวทั้งสี่ขานรับอย่างสงบจากนั้นก็แยกย้ายกันออกไปทำหน้าที่ของตัวเองตามเดิมส่วนตัวกัสนั้นเขาก็ตรงไปยังแปลงผักในทันที

                พื้นที่เฉพาะที่ใช้ในการปลูกผักวิเศษนั้นถูกดูแลอย่างดีมาตลอดทำให้เขาสามารถทำการปลูกผักวิเศษได้ตลอดเวลา

                ถุงใส่เมล็ดผักวิเศษถูกนำออกมาจากกระเป๋ามิติในทันทีจากนั้นก็ขุดหลุมถึง 3 หลุมด้วยกัน ตามมาด้วยเมล็ดของกะหล่ำปลีหยกขาว 3 เมล็ดจากนั้นจึงกลบฝังแล้วรดน้ำ

                อึดใจเดียวเท่านั้นแมลง3ตัวก็ปรากฏขึ้นในสายตาของกัสและพริบตาต่อจากนั้นกรงเล็บสีดำสามข้างก็ปรากฏขึ้นและบินออกไปราวกับสายฟ้า

                พริบตาเดียวเท่านั้นแมลงทั้งสามตัวก็ถูกฆ่าด้วยเล็บที่แหลมคมราวกับใบมีดหนึ่งนั้นโดนตัดขาดเป็นชิ้นๆ อีกหนึ่งโดนแทงทะลุและตัวสุดท้ายถูกฟันขาดเป็นสองส่วน

                กัสมองดูซากแมลงที่ตกลงบนพื้นเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วเมื่อหันไปเห็นแมลงที่ถูกสับจนเป็นชิ้นจากกรงเล็บข้างหนึ่ง

                ‘แบบนี้ไม่ดีเลยแฮะ..มันเก็บกวาดลำบาก’

                คิดแล้วกัสก็สั่งการออกไปให้กรงเล็บของเขาเก็บซากแมลงกลับมาทว่าคำสั่งของกัสกลับกลายเป็นปัญหา เมื่อกรงเล็บที่ตรงเข้าไปคว้าเข้าที่ซากแมลงนั้นได้ทำให้ซากแมลงถูกหั่นจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

                “น..นี่มัน อย่าบอกนะว่า”

                กัสหน้าเครียดขึ้นมาเล็กน้อยจากนั้นหันไปออกคำสั่งกับกรงเล็บอีกข้างหนึ่งและส่งมันบินออกไปคว้าแมลงที่ถูกแทงจนทะลุ

                อึดใจนั้นผลลัพธ์แบบเดิมก็เกิดขึ้นกรงเล็บที่คว้าเข้าไปนั้นแทนที่จะหยิบจับซากแมลงขึ้นมาได้มันกลับตัดแมลงตัวนั้นเป็นชิ้นๆ

                ผลลัพธ์นี้ทำเอากัสนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อพบว่าพลังใหม่ของเขานี้มีพลังในการทำลายล้างที่มากเกินกว่าจะควบคุมได้

                คิดแล้วกัสก็ถอนหายใจอีกรอบจากนั้นสร้างหัวสิงโตสีดำออกมาสามหัวและส่งมันไปเก็บเศษซากแมลงแทน

                ไม่ถึงอึดใจเศษซากแมลงทั้งหมดก็ถูกเก็บกลับไปและใส่ลงในถังใบใหญ่ได้อย่างไม่มีปัญหาทำให้กัสต้องหันไปมองกรงเล็บสีดำที่ลอยอยู่รอบตัวอีกครั้ง

                ‘ดูเหมือนว่ามันจะมีทั้งข้อดีและข้อเสียสินะ’

                คิดแล้วกัสก็ลูบท้องเบาๆเพราะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ปรากฏขึ้นในท้องของเขาที่แม้จะมีไม่มากแต่มันก็สร้างความรู้สึกแปลกๆให้กับเขาอยู่บ้างเนื่องจากสิ่งที่อยู่ภายในนั้นไม่ได้มีแค่ซากแมลงแต่มีแม้กระทั่งดินด้วย

                กัสไม่มีปัญหาอะไรนักกับการกินดินลงไปเพราะมันไม่มีพิษแต่ถ้าต้องกินเข้าไปมากๆ เข้าก็ดูจะไม่ดีต่อร่างกายเท่าไหร่

                โดยเฉพาะซากแมลงที่เขาไม่รู้ว่ามันมีพิษมีภัยต่อร่างกายของเขาหรือไม่หากกินเข้าไปมากเกินไป

                ในขณะที่คิดอยู่นั้นแมลงชุดใหม่ก็มาถึงในที่สุดครั้งนี้กัสตัดสินใจไม่ใช้กรงเล็บแต่ใช้หัวสิงโตสีดำแทนเพราะเขาต้องการซากแมลงชุดนี้มาทำปุ๋ยให้กับผักวิเศษทั้งสามต้น

                ผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบที่น่าพึงพอใจตามมาด้วยแมลงที่เพิ่มขึ้นเป็น 9 ตัวก่อนจะจบลงด้วยการถูกกรงเล็บสีดำแทงทะลุตัวจนตายในเวลาเพียงอึดใจเดียว

                “ยอดเยี่ยม..ถึงมันจะใช้งานได้จำกัดแต่ประสิทธิภาพในการฆ่าก็ดีเยี่ยมจริงๆ”

                กัสยิ้มกว้างออกมาด้วยความพอใจจากนั้นสลายหัวสิงโตทิ้งไปสองหัวและปล่อยให้หัวสิงโตที่เหลือทำการเก็บซากไปใส่ถังทีละตัวๆส่วนกรงเล็บนั้นกัสทำการเรียกมันกลับไปเพื่อรอให้แมลงชุดใหม่ปรากฏตัว

                แรกเริ่มนั้นยังติดขัดอยู่บ้างเพราะเขายังไม่ชินกับการเรียกและสลายพลังสองรูปแบบพร้อมกัน

                แต่หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่ชั่วโมงกัสก็ชำนาญมากยิ่งขึ้นเขาเรียกออกมาพร้อมกันได้ทั้งสองรูปแบบและสลายมันได้ด้วยเช่นกัน

                ความรุนแรงของการต่อสู้เพิ่มสูงขึ้นไม่มีหยุดจากจำนวนแมลงที่เพิ่มขึ้นทุกขณะจาก 9 ตัวกลายเป็น 15 ตัว จากนั้นกลายเป็น 21 แล้ว 27 ซึ่งเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นจนทำให้กัสรับมือได้ลำบากขึ้นทุกที

                ทว่าสีหน้าของกัสนั้นไม่ได้มีความเครียดแฝงอยู่เลยหากแต่มีเพียงความตื่นเต้นยินดีและความสนุกสนานอย่างเต็มเปี่ยม

                ทั้งนี้ก็เป็นเพราะเขากำลังสนุกกับการใช้พลังใหม่ฆ่าพวกแมลงยิ่งฆ่ากัสก็ยิ่งชำนาญ จากตอนแรกที่ใช้ได้เพียงการโจมตีระยะประชิดด้วยการส่งกรงเล็บออกไปโจมตีโดยตรง

                ตอนนี้กัสชำนาญขึ้นถึงขนาดที่สามารถส่งลำแสงสีดำจากกรงเล็บออกไปแทนแล้ว

                ไม่ว่าจะเป็นการฟันการแทง หรือตะปบ ก็ชำนาญมากขึ้น

                ทว่าผลเสียมันก็เกิดขึ้นมาเช่นเดียวกันเนื่องจากความชำนาญที่ยังไม่มากพอทำให้ผักบางต้นถูกตัดขาดไปด้วยพื้นที่โดยรอบเองก็เกิดความเสียหายขึ้นมาด้วยเช่นกัน

                แต่กัสก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นักเพราะถ้าเทียบกับผลที่ได้จากการใช้งานแล้วมันคุ้มค่ากว่ามากไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยปริมาณมหาศาล หรือความชำนาญที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ

                พอผ่านไปได้3 ชั่วโมงเศษน้องสาวคนเล็กก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทีที่เร่งรีบอย่างมากก่อนจะหยุดนิ่งไปเมื่อเห็นพี่ชายฆ่าแมลงอย่างสนุกสนานราวกับเด็กตัวน้อยๆ

                ภาพนี้ทำให้น้องสาวคนเล็กนิ่งอึ้งไปก่อนจะเดินเข้าไปหากัสทีละก้าวๆจนหยุดอยู่ที่ข้างตัวของกัส

                “พี่กัส..แล้วหนูต้องช่วยอะไรอะ..”

                ผ่านไปแล้วกว่าสิบนาที น้องสาวคนเล็กก็ยังไม่ได้ขยับไปไหนสักก้าวเดียวเธอหันกลับไปมองพี่ชายที่ฆ่าแมลงอย่างเมามันจนไม่ทันสังเกตเห็นเธอด้วยซ้ำจากนั้นก็นั่งรอ รอจนกระทั่งหายเหนื่อยก็ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง

                ริมฝีปากของเด็กสาวเม้มเข้าหากันแน่นหัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างช้าๆ ก่อนจะทำปากจู๋ด้วยท่าทีที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

                “พี่กัส!! ไหนบอกให้รีบมาช่วยไงแล้วทำไมไม่ให้หนูทำอะไรบ้างอะ!!”

                เสียงร้องตะโกนนี้ทำเอากัสถึงกับสะดุ้งน้อยๆ เขาหันกลับมามองน้องสาวคนเล็กด้วยความตกใจราวกับเห็นผีก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาพูดแบบนั้นออกไปจริงๆ

                “เออ..ตอนนี้ยังไม่ต้องก็ได้ ข้ายังรับมือไหว..”

                พอจำได้ว่าตัวเขาพูดอะไรออกไปบ้างเมื่อเช้านี้กัสก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยเพราะว่าเขาประเมินตัวเองพลาดไปหน่อยเพราะไม่คิดว่ายิ่งเขาฆ่าแมลงไปมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งชำนาญจนแทบไม่รู้สึกว่าการรับมือกับแมลงพวกนี้ลำบากกินแรงอะไรเลย

                พอน้องสาวคนเล็กได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายจากนั้นเธอก็นำเอากล่องข้าวออกมาแล้วตัดสินใจกินมันเสียเลยโดยไม่เรียกพี่ชายของเธอสักคำเดียว

                กัสที่ลงมืออย่างเมามันนั้นลืมน้องสาวของเขาไปอีกแล้วเขาสู้อย่างสนุกสนานและตื่นเต้นความรู้สึกสมใจของการได้ฆ่านั้นทำให้เขาเดือดพล่านไปหมดทั้งตัว

                แม้ว่าสิ่งที่ฆ่าไปจะเป็นเพียงแมลงที่ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้แต่กัสก็ยังสนุกด้วยความรู้สึกเหมือนได้เล่นเกมยิงเป้าในสมัยก่อน

                แต่หลังจากฆ่าไปได้5 ชั่วโมงเศษกัสก็เริ่มหิวจนท้องร้องออกมาเสียงดัง

                อึดใจนั้นเสียงหัวเราะที่สดใสก็ดังมาจากด้านข้างทำให้กัสรู้สึกถึงการคงอยู่ของน้องสาวคนเล็กอีกครั้ง

                “หนูไม่ได้เห็นพี่สนุกแบบนี้มานานแล้ว มันสนุกมากเลยหรอ”

                “อ่า..ใช่ สนุกมากเลย มันทำให้ข้านึกถึงเกมยิงเป้าสมัยที่พวกเราเล่นกันตอนเด็กๆเลย”

                เกมยิงเป้าเป็นเกมชนิดหนึ่งจากเกมหลายร้อยชนิดในมิติโลกวิญญาณซึ่งเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ชนิดหนึ่งที่มีเพียงตระกูลอันดูวเดธเท่านั้นที่สามารถใช้ได้

                อุปกรณ์ตัวนี้สามารถสร้างโลกจำลองที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาได้และปล่อยให้จิตสำนึกของเราเข้าไปภายในโดยอาศัยร่างจำลองที่สร้างขึ้นมาจากข้อมูลของตัวเองในการเคลื่อนไหว

                การละเล่นนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากทว่าบทเรียนที่แฝงมากับมันนั้นก็ทำให้บางครั้งความสนุกสนานที่ได้รับก็ไม่มากเท่ากับความรู้สึกเครียดซึ่งทำให้กัสรู้สึกว่ามันไม่สนุกอย่างที่ควร

                จะมีก็ตอนฝึกซ้อมที่เขาไม่ต้องสนใจผลคะแนนเขาถึงได้รู้สึกสนุกกับมันบ้าง

                แต่ก็น่าเสียดายที่หลังจากผ่านการฝึกฝนขั้นพื้นฐานแล้วเขาก็ไม่ได้ไปเล่นอีกเลยเพราะครอบครัวเขาไม่มีเงินมากพอที่จะซื้ออุปกรณ์ราคาแพงนั้นมาติดตั้งที่บ้านเพื่อตัวเขาและน้องๆ

                เมื่อพูดถึงเกมยิงเป้าในสมัยก่อนน้องสาวคนเล็กก็มีท่าทีสดใสร่าเริงขึ้นมาในทันทีเธอรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะลองเล่นบ้าง แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีปืนให้ใช้แถมเธอยังไม่ชำนาญเวทมนตร์ประเภทโจมตีอีกด้วยเลยไม่กล้าใช้เพราะกลัวจะทำให้แปลงผักเสียดาย

                กัสเห็นแบบนั้นก็ยิ้มขำจากนั้นดึงตัวน้องสาวมาอยู่ในอ้อมแขนแล้วกอดเธอเอาไว้หลวมๆ

                “ตอนนี้เจ้ายังเล่นไม่ได้ งั้นมาดูข้าเล่นก่อนก็แล้วกัน”

                ด้วยการกอดของกัสทำให้มุมมองของเด็กสาวมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเขาผลลัพธ์นี้อาจจะเทียบไม่ได้กับเกมยิงปืน แต่มันก็ทำให้เด็กสาวได้รับความรู้สึกร่วมเล็กๆจากการเล่นสนุกของกัส

                ภาพของกรงเล็บสีดำที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างคล่องแคล่วนั้นปรากฏขึ้นในมุมมองที่แคบลงซึ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้เป็นคนควบคุมมันเองจริงๆจนบางครั้งก็เผลอส่งเสียงออกคำสั่งไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

                กัสเองก็ยิ้มและทำตามที่น้องสาวบอกอย่างนึกสนุกจนท้ายที่สุดสองพี่น้องก็เปลี่ยนการปลูกผักวิเศษที่ยากลำบากให้กลายเป็นเกมกระชับความสัมพันธ์ของพวกเขาไปทั้งแบบนี้

                แต่หลังจากต่อสู้มานานถึง8 ชั่วโมงเต็มกัสก็เริ่มหิวโหยจนทนไม่ไหว

                น้องสาวคนเล็กก็เริ่มหยุดเล่นและสลัดตัวเองจากอ้อมกอดของพี่ชายก่อนจะวิ่งกลับไปบ้านเพื่อนำเอาอาหารมาเพิ่มให้

                “รอหน่อนะพี่กัส หนูจะรีบกลับ!!”

                น้องสาวคนเล็กส่งเสียงตะโกนออกมาแล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้กัสยิ้มน้อยๆพลางสะบัดฝ่ามือส่งคลื่นพลังสีดำออกไปบ้างเพื่อฆ่าแมลงที่หลุดลอดเข้ามาถึงตัวเขา

                ‘ยัยเด็กนี่..ตอนนี้กำลังยุ่งแท้ๆ ดันกลับไปเสียได้’

                กัสยิ้มขำๆ พลางส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจเขานั้นดีใจที่เธอเป็นห่วงและคิดที่จะหาของกินมาให้เขาแต่ก็ต้องอ่อนใจที่น้องสาวของเขาไม่รู้จักอ่านสถานการณ์เลยจริงๆ

                8ชั่วโมงผ่านไปแล้ว การใส่ปุ๋ยก็ถูกใส่ลงไปแล้วถึง 9 ครั้ง เหลืออีกไม่กี่สิบนาทีการใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้ายก็จะเริ่มต้นและการต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดก็จะมาถึง

                ทั้งที่เป็นแบบนั้นน้องสาวคนเล็กของเขาดันหนีไปหาของกินมาให้เขาเสียได้ทำให้กัสต้องรับมือเพียงลำพังจนรู้สึกว่าลำบากกินแรงอยู่บ้าง

                กรงเล็บสีดำทั้ง20 ข้างบินว่อนไปมาราวกับฝูงแมลงเพชฌฆาตที่ไล่ล่าแมลงตัวอื่นอย่างหิวกระหายหัวสิงโตสีดำอีก 5หัวเองก็วิ่งวุ่นไปมาเพื่อเก็บเศษซากของแมลงกลับไปใส่ในถังจนตอนนี้ปุ๋ยที่ได้เริ่มจะล้นออกมาบ้างแล้วทำให้กัสรู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูก

                “จริงสิ..ในเมือมันเก็บซากแมลงได้ แล้วทำไมมันจะอมปุ๋ยไปใส่ต้นผักไม่ได้กัน”

                ในขณะที่คิดกัสก็มองไปยังหัวสิงโตที่อยู่ใกล้ถังที่สุดจากนั้นออกคำสั่งผ่านความคิดหัวสิงโตที่บ้าคลั่งก็หยุดชะงักแล้วหมุนตัวกลับไปยังถังไม้ตามมาด้วยการอ้าปากดูดของเหลวสีเขียวข้นลงไปจนแก้มของมันขยายใหญ่ขึ้นราวกับลูกโป่ง

                เห็นแบบนั้นรอยยิ้มของกัสก็บูดเบี้ยวไปก่อนจะรีบหันไปมองรอบตัวเพื่อให้มั่นใจว่ายัยตัวเล็กของเขาไม่ได้อยู่ใกล้ๆก็ผ่อนลมหายใจออกมา

                “ดีนะยัยตัวเล็กไม่อยู่”

                คิดแล้วกัสก็ยิ้มฝืนๆจากนั้นก็ออกคำสั่งให้หัวสิงโตที่บวมตุ่ยบินออกไปพ้นปุ๋ยใส่แปลงผักอย่างรวดเร็ว

                ผลลัพธ์ที่ได้นี้ทำให้กัสต้องหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อประสิทธิภาพในการล่าการเก็บเกี่ยวและการใส่ปุ๋ยนั้นดีเยี่ยมจนเขาไม่อาจเก็บซ่อนความยินดีเอาไว้ได้

                เมื่อเห็นว่าวิธีนี้ใช้ได้ผลกัสก็ตัดสินใจเรียกหัวสิงโตออกมาเพิ่มในทันทีเริ่มต้นจากหัวแรกและก็เพิ่มขึ้นทีละหัวเพื่อให้ทันต่อการใช้งานจนกระทั่งเรียกออกมาอีก5 หัวรวมกับของเดิมกลายเป็น 10หัวกัสก็รู้สึกว่าการควบคุมของเขามาถึงขีดจำกัดแล้วในที่สุด

                ทว่าตอนนี้ภายในแปลงผักได้มีแสงสีเขียวปกคลุมจนดูงดงามเป็นที่สุดหัวสิงโตสีดำกับกรงเล็บสีดำราวกับผู้พิทักษ์แปลงผักจากเหล่าแมลงร้ายซึ่งต่อสู้กับการรุกรานของพวกมันอย่างเข้มแข็ง

                บางหัวก็ทำหน้าที่เก็บซากแมลงบ้างก็ทำหน้าที่ใส่ปุ๋ยจนทำให้ต้นผักทุกต้นเรืองแสงสีเขียวออกมาพร้อมกันจนทำให้แปลงผักถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่างสีเขียวและใบไม้สีเขียวมากมายที่งอกเงยออกมาด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

                ประสิทธิภาพที่น่าทึ่งนี้ทำให้น้องสาวคนเล็กที่ขนเสบียงกลับมาถึงกับยืนอึ้งอยู่นานสองนานกว่าเธอจะได้สติและรีบเอาเสบียงอาหารมาส่งถึงมือกัสได้ในที่สุด

                ทันทีที่กัสได้กินอาหารเพิ่มความหิวโหยที่ทรมานเขาอย่างมากก็บรรเทาลง พร้อมกับความสุขสำราญและความพึงพอใจที่มากล้นซึ่งประดังขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ

                ‘ถ้าได้ต่อสู้แบบนี้ทุกวันก็ไม่เลวเลยแฮะ..รอก่อนเถอะขอแค่วิชานั่นสมบูรณ์เมื่อไหร่ ความอ้วนก็ไม่ใช่ปัญหาอีกแล้ว!!’

                ดวงตาของกัสทอประกายวาววับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่และร้อนแรงเป็นที่สุดจากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปตะปบลงที่ด้านข้างตบเข้าใส่แมลงที่แอบเข้ามาจากทางใต้ดินจนขาดเป็นสองส่วนก่อนจะถูกหัวสิงโตหัวหนึ่งมาขุดขึ้นมาแล้วโยนลงไปในถังปุ๋ย

                “ยัยตัวเล็ก ว่างๆ ก็ช่วยข้าใส่พลังเวทลงถังปุ๋ยที”

                “อือ! ได้สิให้เป็นหน้าที่หนูเอง!”

                พูดจบเด็กสาวก็ยิ่งไปหาถังปุ๋ยใบใหญ่แล้วส่งพลังเวทลงไปอย่างรวดเร็วอึดใจเดียวซากแมลงที่ลอยอยู่ในถังก็เริ่มหลอมละลายจนกลายเป็นของเหลวสีเขียวข้น

                ต่อจากนั้นไม่นานหัวสิงโตหัวหนึ่งก็บินมาข้างๆเด็กสาวแล้วอ้าปากกว้างดูดเอาปุ๋ยเข้าไปในปากจนหัวบวมตุ่ย ทำเอาเด็กสาวอดไม่ได้ถึงส่งเสียงหัวเราะออกมาดังๆซึ่งทำให้กัสที่ลืมเรื่องนี้ไปแล้วต้องหน้าแดงขึ้นมาด้วยความขัดเขิน

                ‘ยัยเด็กคนนี้นะ! เมื่อไหร่เจ้าจะโตเสียที..’

                ในขณะที่บ่นน้องสาวอยู่ในใจภาพของน้องสาวคนเล็กในชีวิตที่แล้วก็ปรากฏขึ้นมาทำให้ความคิดที่อยากจะให้เด็กสาวตัวน้อยกลายเป็นผู้ใหญ่เร็วๆก็จางหายไป

                ‘บางที..ให้เด็กคนนี้เติบโตอย่างช้าๆ ก็ดีเหมือนกัน’

                คิดแล้วกัสก็ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

                ภาพของน้องสาวคนเล็กที่มีดวงตาเย็นเยือกเริ่มซ้อนทับกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่ของเด็กสาวในปัจจุบัน

                เหตุการณ์ที่เลวร้ายซึ่งเปลี่ยนเด็กสาวที่ไร้เดียงสาให้กลายเป็นผู้ใหญ่ในค่ำคืนเดียวนั้นย้อนกลับมาในความทรงจำของเขาจนทำให้จิตใจของกัสเดือดดาลขึ้นมาชั่วขณะ

                ‘ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด..พวกหนูใต้ดิน..ชีวิตนี้ข้าจะต้องฆ่าล้างพวกเจ้าให้ได้!!’

                รอยยิ้มของกัสเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยมอำมหิตชั่วขณะหนึ่งก่อนจะกลับไปเป็นปกติอีกครั้งโดยไม่มีใครสังเกตเห็นจากนั้นเขาก็หันไปให้ความสนใจกับการปลูกผักวิเศษต่อเพื่อสร้างรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุดในการต่อสู้กับพวกแมลง

                ทั้งนี้ก็เพื่อยกประสิทธิภาพของการป้องกันให้สูงขึ้นเพื่อที่เขาจะสามารถนำมันไปใช้ได้ในวันข้างหน้าและสามารถพัฒนาให้รับมือกับจำนวนแมลงที่เพิ่มมากกว่านี้ได้ในอนาคต