ตอนที่ 160 เป้าหมายสุดท้ายแสนลำบาก
ณ ป้อมเป้าหมายที่ 5หลังจากที่ผมสามารถทำลายป้อมหมายเลข 1 อย่างที่ได้วางแผนเอาไว้ได้สำเร็จ ป้อมหมายเลข 2,3,4 ก็สามารถทำลายแบบที่คิดเอาไว้ โดยสามารถจัดการได้ในเวลาติดต่อกัน แบบที่พวกมันไม่ได้ตั้งตัว จนสามารถมาถึงป้อมเป้าหมายสุดท้ายได้แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปที่ป้อมด้านหน้าของผมตอนนี้รู้สึกว่าเหมือนพวกมันจะสามารถตั้งตัวได้กันแล้ว เพราะมีพวกทหารเต็มกำแพง และด้านนอกกำแพง แถมรอบป้อมก็โดนป้องกันด้วยบาเรียตัวปัญหาอย่างเวทย์บาเรียสีม่วงอีกเฮ้อ~ในตอนแรกก็กะจะว่ารีบจบ แต่คงไม่ได้แล้วสิ!ในป้อมที่ด้านหน้าของผมตอนนี้ไม่ได้มีเพียงบาเรียเวทย์ป้องกันเท่านั้น แต่มันยังมีพวกทหารที่มีพลังขั้นสูงนับร้อยคน และขั้นสูงสุดช่วงต้นอีกหนึ่งคนอยู่ในนั่น แต่ถ้าดูจากพลังเวทย์ที่เป็นธาตุดินแล้วก็ไมน่าจะใช่นิวครอนหรอกและคนที่มีพลังอีกคนแบบนี้ก็มีเพียงคนเดียวนอกจากนิวครอนในประเทศนี้ซึ่งก็คือมันก็คือ รองแม่ทัพอะตอม! ส่วนชื่อของมันก็ตรงตามตำแหน่งเลย เพราะมันมีอำนาจในกองทัพลงมาจากนิวครอน และตามที่ผมได้ข้อมูลมา พวกมันสองคนนี่แหละที่วางแผนยึดประเทศจากราชวงศ์ และแบ่งอำนาจปกครองกันสองคนถึงแม้ว่าพลังมันจะน้อยกว่านิวครอนแต่จะประมาทมันก็ไม่ได้ ถ้ายังไงตอนนี้ก็ต้องเริ่มกวาดล้างพวกทหารที่อยู่นอกป้อมก่อนแล้วกัน ถ้าขืนยังปล่อยเอาไว้มันอาจจะเป็นปัญหาระหว่างสู้ได้เมื่อคิดได้ผมก็เริ่มทำตามสิ่งที่ได้คิดเอาไว้ทันที โดยเริ่มใช้เวทย์แต่ละชนิดโจมตีใส่พวกทหารที่อยู่รอบป้อมที่พวกมันไม่ได้อยู่ในเวทย์บาเรียสีม่วง โดยตัวผมบินอยู่กลางอากาศและปล่อยเวทย์ลงไปใส่พวกมันเป็นจุดๆ แบบโจมตีวงกว้างจนเวลาผ่านไปสักพักพวกทหารจากประมาณ 1,000 คน ก็เหลือประมาณ 200 – 300 คน ถือว่าเป็นการโจมตีที่คุ้มค่าอยู่เหมือนกันแต่ถ้าโจมตีแบบเมื่อกี้อีกมันไม่คุ้มแล้วละ เพราะมันกระจายกันอยู่ถ้าใช้เวทย์วงกว้างมันจะเปลืองพลังเวทย์แบบไม่จำเป็นเกินไป ด้วยเหตุผลนี้ตอนนี้ผมก็เลยเปลี่ยนวิธีจัดการใหม่‘เวทย์ดาบแสง’เมื่อเริ่มเปลี่ยนเวทย์และใช้มันที่ด้านหน้าด้านหลัง และรอบตัวของผมก็มีเวทย์แสงก่อตัวขึ้นเป็นรูปดาบหลายร้อยเล่ม เต็มบริเวณท้องฟ้าที่ผมกำลังลอยอยู่ ขนาดของพวกมันก็ประมาณดาบปกติทั่วไป จากนั้นดาบแต่ละเล่มก็เริ่มล็อคเป้าไปที่พวกทหารด้านล่างที่ยังมีชีวิตอยู่ใบหน้าของพวกทหารตอนนี้แค่เห็นก็รู้ได้เลยว่าพวกมันกำลังกลัวอยู่ขนาดไหน แต่บางคนก็เริ่มใช้เวทย์กำแพงดินขนาดเล็กขึ้นมาป้องกันตัวเองบ้างแล้ว แตกต่างจากบางคนที่ยืนนิ่งยอมรับชะตาของตัวเองว่าต้องโดนอะไรซึ่งก็แน่นอนถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะแสดงท่าทางยอมแพ้ออกมาแล้วก็ตามทางผมก็ไม่มีความคิดที่จะไว้ชีวิตพวกมันหรอก เพราะอย่างที่ได้บอกไปก่อนที่จะเดินทางมาโจมตี เป้าหมายในการโจมตีของผมมันแน่นอนอยู่แล้วว่ามาโจมตีเพราะอะไร ไม่มีเวลามาแสดงความสงสารต่อพวกมันแบบนี้หรอก หึหึ!จากนั้นดาบแสงด้านหลังของผมก็พุ่งลงไปยังพื้นด้านล่างแบบพร้อมกันตามคำสั่ง สำหรับพวกทหารด้านล่างพวกมันคงเห็นเหมือนกับเม็ดฝนขนาดเล็กกำลังพุ่งลงไปเลยละ ซึ่งต่อให้เป็นสุดยอดทหารขนาดไหนก็ไม่สามารถหลบ หรือปัดพวกมันได้หรอกจำนวนตั้งขนาดนั้น ต่อให้เป็นผมเองก็ไม่ไหวเหมือนกันในร่างที่เกินขีดจำกัดของมนุษย์ ซึ่งก็ไม่ต้องไปพูดถึงพวกทหารด้านล่างกันเลยระหว่างนั้นขืมมมม…..ก็ได้มีกำแพงดินโผ่ลออกมาจากจุดที่พวกทหารกำลังอยู่ มันปรากฏออกมาและทำให้ตัวของมันกลายเป็นโดมขนาดใหญ่ป้องกันพวกทหารจากดาบแสงของผมทันทีปัก!ปัก!!ปัก!!!เมื่อดาบแสงของผมปะทะเข้ากับโดมเวทย์ดินขนาดใหญ่ ผลก็ออกมาตามที่คิดเอาไว้ ดาบของผมไม่สามารถทะลุเข้าไปได้ ทำได้เพียงสร้างรอยแตกร้าวให้กับโดมขนาดใหญ่เท่านั้น ชิ! ถ้ารู้ว่ามันจะยื้นมือเข้ามาช่วยแบบนี้ใช้พลังเต็มไปทีสะก็ดีตัวเวทย์ดินที่อยู่ด้านหน้าของผมตอนนี้ก็เป็นของ อะตอม! ที่กำลังเดินออกมาจากป้อมอยู่ด้วยท่าทางมั่นใจพร้อมกับใบหน้าจริงจังมองมาทางผม ไม่คิดเลยว่ามันจะเอาชีวิตมาเสี่ยงเพราะช่วยทหารแบบนี้ ตอนแรกคิดว่าโลกนี้ไม่มีทหารแบบนี้สะแล้ว หึหึ! ถึงจะรู้สึกหัวเสียกับสิ่งที่มันทำเมื่อกี้แต่แบบนี้ก็น่าสนุกขึ้นมาแล้วละจากนั้นไม่นานอะตอมมันก็หยุดอยู่ที่ด้านล่างของผม“หอคอยดิน”แล้วมันก็เริ่มใช้เวทย์ จากนั้นพื้นดินด้านล่างที่มันกำลังยืนอยู่ก็ลอยขึ้นมาหาผมจนได้ระดับความสูงประมาณที่ผมกำลังบินอยู่โห่ว!ไม่คิดเลยว่ามันจะมีวิธีเอาเวทย์ดินมาใช้แบบนี้ด้วย เหอะๆตัวของเวทย์หอคอยดินที่มันเริ่มใช้ทำความเร็วจากพื้นมายังจุดที่ผมลอยอยู่ประมาณ 500 เมตร ได้ภายในเวลาไม่กี่วิเพราะงั้นมันถือว่าเร็วมากที่มันพุ่งขึ้นมาแบบนี้ เท่านี่ผมก็ได้เวทย์ใหม่เวลาเจอคู่ต่อสู้บนฟ้าแล้วถ้าไม่อยากใช้เวทย์ลมในการลอยตัว หรือร่างจำแรงอสูรในการเข้าสู้เมื่ออยู่ในความสูงเดียวกับผม“ท่านกำลังทำอะไรอยู่องค์ชาย ถึงได้เข้ามาโจมตีประเทศของพวกเราแบบนี้”อะตอมมันก็เริ่มถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ พร้อมกับดวงตามองข้ามาทางผมแบบไม่พอใจ… ไม่สิ! ดวงตาแบบนั้นไม่ใช่ไม่พอใจหรอก เพราะผมเคยเจอมาเยอะแววตาแบบนั้นเป็นแววตาของทหารที่กำลังพยามอดทนอยู่ต่างหากถ้าให้เดาละก็ตอนนี้มันก็คงกำลังอดทนไม่โจมตีผมอยู่แน่ หึหึ!“เจ้าถามอะไรออกมา กำลังทำอะไร! ทำไมมาโจมตี! เหอะ! ข้าคิดว่าเจ้าเองก็น่าจะรู้เหตุผลดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง ว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนทำอะไรกับแม่และน้องสาวของข้า คิดว่าข้าจะปล่อยเอาไว้หรือไง!!!”