เสิ่นจวินเซี่ยวรู้สึกว่าตนเองฝันไปยาวนาน
เขาตื่นและลืมตา มองผ้ามุ้งสีกรมท่า้าแล้วหลับตาลงอีกครั้งเป็เวลานาน เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความโกรธแค้น เสียใจ หวาดหวั่นทั้งหมดพลันมลายหายไป ั์ตาหงส์คู่นั้นนิ่งเรียบกระจ่างใส
เขาขยับแล้วพบว่ามีบางอย่างดึงชายแขนเสื้อเอาไว้ ทนความเ็ปที่แล่นขึ้นมาจากด้านหลังศีรษะแล้วหันหน้าไป เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้ากลมและงามราวแกะสลักขึ้นมาจากหยก ตาของนางปิดอยู่ ปากเล็กจิ้มลิ้มยื่นออกมาเล็กน้อย ผิวชมพูอ่อนๆ ทั้งตัวทำให้คนที่เห็นรู้สึกหัวใจอ่อนยวบยาบ
ซิ่วอิ๋งหรือ เหตุใดนางถึงมานอนอยู่ข้างเตียง แถมยังกำแขนเสื้อเขาเอาไว้ด้วย
เสิ่นจวินเซี่ยวยิ้มมองดูใบหน้าตอนนอนของนางอย่างขบขันเล็กน้อย อารมณ์ของเขาสงบผิดปกติ เด็กหญิงตัวน้อยช่างน่ารักน่าเอ็นดูชวนให้คนชอบ เขายิ้มพราว ระหว่างนั้นไม่รู้ว่าคิดอะไร รอยยิ้มตรงริมฝีปากหุบลงอย่างรวดเร็ว ท่าทางดูเ็าอย่างปิดบังไว้ไม่ได้ จับมือเล็กของนางไว้เงียบๆ
ส่วนสาวใช้ที่เฝ้าอยู่ในห้อง ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ขยับตัวนางจึงไม่รู้ว่าเขาฟื้นแล้ว พอสาวใช้ตาคมคนหนึ่งเห็นเข้า ทั้งใทั้งดีใจ “นายท่านสามฟื้นแล้ว!”
เื่นี้ทำให้ด้านนอกเอะอะ ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเองก็รีบมา ผมเผ้ายังไม่ทันจัดแจงดี
“ลูกสาม!” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเห็นลูกชายคนเล็กของนางนั่งพิงหมอนอยู่ ก็ร้องออกมา ดวงตาของนางแดงก่ำ
นางก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว เจอเก้าอี้ยาวที่อยู่ด้านหน้าเตียงวางขวางอยู่ นางจึงจำต้องหยุด เสิ่นจวินเซี่ยวยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยนนุ่มนวล ั์ตาของนางฉายแววประหลาดใจเมื่อเหลือบไปเห็นซิ่วอิ๋ง เมื่อเห็นว่านางยังคงหลับสนิท จึงพูดกับสาวใช้ว่า “ยกเก้าอี้ยาวออกไปเถอะ” พูดไปก็คลุมผ้าห่มให้เด็กน้อยไป
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นในที่สุดก็สามารถเข้าไปใกล้ลูกชายของนางได้ เดินไปนั่งที่ขอบเตียง จ้องมองเขาอย่างละเอียด ใบหน้าเห็นได้ว่ายังไม่มีเืฝาด ดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังดีที่คนฟื้นขึ้นมาแล้ว
“ลูกสาม รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม รีบไปตามหมอมาเร็ว!” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นหันกลับไปสั่งการอีก สาวใช้ที่อยู่ด้านหน้าตอบกลับมาว่ามีคนไปตามหมอมาแล้ว นางถอนหายใจแรงๆ “เ้าทำแม่ใแทบตาย ภายหน้าอย่าให้เกิดเื่เช่นนี้อีก!”
ูเาจำลองนั้นจะว่าสูงก็ไม่สูง จะว่าต่ำก็ไม่ต่ำ ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นรู้สึกว่าครั้งนี้นับว่าพระพุทธองค์คุ้มครองบุตรชายของนางแล้ว
เสิ่นจวินเซี่ยวยิ้มและพยักหน้า มองมารดาด้วยอารมณ์สลับซับซ้อน แต่ก็ยังดูมีความสุข เขาเคยเป็คนเก็บตัวและสงบเสงี่ยม ทั้งตัวแผ่กลิ่นไอเ็า แต่เวลาที่เขาดีใจหางตาหงส์เรียวยาวจะยกสูง
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นรู้จักบุตรชายดีที่สุด แน่นอนว่าย่อมเห็นถึงจุดนี้ ในใจมีความสุข แต่ก็ยังไต่ถามอย่างเป็กังวลว่าเขารู้สึกอย่างไร ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่
เสิ่นจวินเซี่ยวยิ้มบางแล้วตอบคำถามทีละข้อ เพื่อให้หญิงชราหายกังวล ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นสีหน้ายิ้มแย้มเบิกบานขึ้นตามคาด คนกลายเป็มีชีวิตชีวา เห็นลูกชายดูมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อย แต่เขายังลูบหลังของหลานสาวคนโตเบาๆ กล่อมนางที่ตอนนี้เริ่มดิ้นขยุกขยิก ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “เ้านอนพักอีกหน่อย ส่วนยัยหนูอิ๋งก็ปล่อยให้สาวใช้ดูแลเถอะ”
“ไม่เป็ไรขอรับ” เสิ่นจวินเซี่ยวยิ้มแล้วตอบเรียบๆ “นางตัวเล็กนิดเดียว ไม่เกะกะลูกหรอก ลูกจะรอหมอมาก่อนแล้วค่อยพัก” จะได้ไม่ต้องปลุกให้ตื่นอีก
“งั้นข้าจะกลับมาใหม่ในภายหลัง” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นรักบุตรชายคนเล็กคนนี้มาก ไม่ว่าอะไรก็ตามใจ
เสิ่นจวินเซี่ยวยิ้มรอจนหญิงชรากลับไปแล้ว สีหน้ากลายเป็เรียบเฉยยิ่ง
ดูเหมือนว่านี่จะเป็ปีที่เขาอายุสิบสี่
เพียงแต่เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ไม่ใช่ควรโดนลงโทษให้คุกเข่าที่หอบรรพชนรึ นางมาอยู่ข้างกายเขาได้อย่างไร แต่ก็ดี ไม่ได้รับความลำบากก็ดีแล้ว
นางได้รับความทุกข์ทรมานมามากเกินพอแล้วจริงๆ
เสิ่นจวินเซี่ยวแค่นหัวเราะเมื่อคิดถึงเื่เ่าั้ สีหน้าเคร่งขรึม สาวใช้ที่มองอยู่ไกลๆ รู้สึกหวาดหวั่นอย่างไร้สาเหตุ หลังจากที่นายท่านสามฟื้นขึ้นมาก็ทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้ยิ่งกว่าแต่ก่อนมาก
หมอเข้ามาตรวจ และพบว่าด้านหลังศีรษะของเสิ่นจวินเซี่ยวยังบวมอยู่ ถามคำถามจำนวนหนึ่งก่อนจะบอกว่าไม่เป็อะไรแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมอบถุงแดงใบใหญ่ให้เขาถุงหนึ่ง ส่งคนออกไปส่งท่านหมอ ตนเองไปดูพวกสาวใช้ต้มยาด้วยตนเอง ท่านหมอบอกเพียงแค่รับยาไม่กี่ครั้ง รอจนหายบวมก็หยุดยาได้
ซิ่งอิ๋งเวลานี้ยังคงนอนหลับสนิท ห่มผ้าห่มของเสิ่นจวินเซี่ยวจนกลายเป็เขาลูกย่อมๆ เมื่อถึงเวลาที่เขาดื่มยา นางยังละเมอทำเสียงพึมพำอยู่ในปาก
เสิ่นจวินเซี่ยวหัวเราะแล้วก้มศีรษะลงฟัง ฟังไม่ออกว่านางพูดอะไร เห็นแต่เพียงนางขมวดคิ้ว ท่าทางกระสับกระส่าย
ฝันร้ายหรือ
เขานอนอยู่ข้างๆ เอื้อมมือลูบหลังนางเบาๆ นางขยับ เสิ่นจวินเซี่ยวคิดว่านางจะนอนต่อ ใครจะไปรู้ว่าดวงตาดอกท้อสวยคู่นั้นกลับเปิดขึ้น
ระหว่างสลึมสลือ ภาพในครรลองสายตาสว่างขึ้น และยิ่งสว่างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นเขา…. “อาสาม!” เนินเขาที่อยู่ในผ้าห่มลุกขึ้นนั่งกะทันหัน เคลื่อนไหวเร็วมาก จนเกือบจะหงายหลังตกลงไป
เสิ่นจวินเซี่ยวประคองไหล่ของนางข้างหนึ่ง “ระวังหน่อย”
ซิ่วอิ๋งมองความว่างเปล่าด้านหลัง พบว่าตนเองแท้จริงแล้วอยู่บนเตียง
ร่างเล็กๆ ของนางเด้งขึ้นอีกครั้ง เคลื่อนไหวเร็วจนเสิ่นจวินเซี่ยวยังไม่ทันได้ตั้งตัว คีบรองเท้าคู่สวยแล้วะโลงจากเตียง
เสิ่นจวินเซี่ยวหัวเราะแล้วลุกขึ้นนั่ง เสื้อไหมบนร่างของเขาเลื่อนลง เผยให้เห็นเสื้อตัวในสีขาวของเขา เสื้อด้านหน้าเปิดออกเล็กน้อย เด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปี เริ่มมีลูกกระเดือก ทั้งยังสามารถเห็นถึงกระดูกไหปลาร้าที่ผอมบางของเขา...ให้ความรู้สึกถึงความงามที่ผสานด้วยความเกียจคร้าน
ซิ่วอิ๋งมองอย่างโง่งม ใบหน้าเริ่มแดง รีบก้มหน้าลงแล้วใช้มือบิดชายเสื้อด้านล่าง
ไม่เหมาะสมอย่าไปดู ไม่เหมาะสมอย่าไปดู นางจ้องมองร่างกายของอาสามได้อย่างไร!
เด็กหญิงตัวน้อยยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าเตียง ก้มหัวลงเหมือนกับกำลังกระดากอายด้วยจริงๆ เสิ่นจวินเซี่ยวยิ้มให้นาง ทันใดนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ
สาวใช้นำเสื้อเข้ามาให้ซิ่วอิ๋งสวม ซิ่วอิ๋งยืดแขนอวบอ้วนของนาง ได้ยินเสียงหัวเราะแล้วยิ่งไม่กล้าเงยหน้า ไม่ใช่ว่าอาสามเห็นท่าทางสูญเสียการควบคุมของตัวเองไปแล้วหรือ
ความจริงแล้วเสิ่นจวินเซี่ยวเพียงแค่คิดว่าหลานสาวตัวน้อยน่าแกล้งดี
อายุเพิ่งจะเท่าไหร่เอง พอพบว่านอนอยู่ข้างเขาก็ใจนเป็แบบนี้ เมื่อก่อนนางมิใช่ชอบกระโจนเข้าหาตัวเขาเป็ที่สุด เวลาซุกซนยังกอดคอเขาไว้ไม่ยอมปล่อยมือรึ
พวกสาวใช้เร่งสวมเสื้อให้ซิ่วอิ๋ง ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองนายท่านสามเสิ่นที่กำลังหัวเราะ พวกนางล้วนทราบดีว่า มีเพียงแค่เวลาที่คุณหนูใหญ่อยู่ด้วย นายท่านสามเสิ่นถึงจะอารมณ์ดีให้เห็น แต่คนผู้นี้เปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็ว ไม่มีใครกล้าขยับ กลัวว่าจะยั่วโมโหให้เขาไม่พอใจ
“หลับพอแล้วหรือ ได้ยินว่าเมื่อวานเ้าอดหลับอดนอนทั้งคืน” เสิ่นจวินเซี่ยวชี้ไปที่ข้างเตียง
ซิ่วอิ๋งเม้มปากแน่น ค่อยๆ นั่งลง้า “อาสามช่วยข้าไว้ นี่เป็สิ่งที่ข้าควรทำทั้งนั้น ท่าน...ยังเจ็บอยู่หรือไม่”
“เจ็บซิ” เสิ่นจวินเซี่ยวพูด
อ๊า ยังเจ็บ ซิ่วอิ๋งมองเขาตาโต ตกตะลึงเสียจนไม่รู้จะตอบสนองอย่างไรดี นางต้องทำเหมือนกับเมื่อก่อนหรือไม่ บอกอาสามว่าฟู่วฟู่ว! ไม่ได้ อ่อนหัดเกินไปแล้ว นางในตอนนี้พูดไม่ได้
งั้นนางจะถามทำไมกันล่ะ
เด็กผู้หญิงใบหน้าเล็กกลม ั์ตาดอกท้อของนางเองก็กลมมน มองดูเขาอย่างโง่งม ท่าทางราวกับไม่รู้จะพูดอย่างไรดี มองแล้วช่างน่าขบขันเหลือเกิน แต่น่าเสียดายที่นางเป็คนน่ารัก จึงทำให้คนรู้สึกเอ็นดูแทน
เสิ่นจวินเซี่ยวยิ้มริมฝีปากโค้งขึ้น อยากจะหัวเราะอีก เขาไม่ได้หัวเราะมานานแล้ว ได้เห็นยัยหนูนี่อีกครั้ง นางทำให้เขาหัวเราะได้ตลอดเวลา เขาชอบหลานสาวตัวน้อยที่น่ารักและไร้เดียงสาคนนี้จริงๆ
เหมือนกับว่าหลังจากที่เขารู้ความ ในโลกของเขาก็มีเพียงนางเท่านั้นที่บริสุทธิ์ ทำให้เขาอยากจะปกป้องนาง ให้นางใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลตลอดไป ดังนั้นตอนเห็นนางตกจากูเาจำลอง เขาจึงะโลงไปโดยไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย
“เอาละ อาสามไม่เจ็บแล้ว” ยัยหนูนี่ไม่พูด เขาทำได้เพียงแค่ไกล่เกลี่ย
ซิ่วอิ๋งฟังแล้วยิ่งงุนงง สถานการณ์เช่นนี้ ควรเป็นางที่ปลอบอาสามถึงจะถูก ทำไมถึงตรงกันข้ามล่ะ
เสิ่นจวินเซี่ยวไม่ได้สนใจอีกว่านางคิดอะไร เพียงสั่งสาวใช้ตั้งสำรับอาหารเช้า นางนอนจนเลยเวลาอาหารเช้ามาแล้ว
สาวใช้ภายในห้องกุลีกุจอเข้ามา ซิ่งอิ๋งอยากบอกว่าไม่ต้อง นางจะกลับไปหาท่านแม่ แต่เห็นอาสามพิงหัวเตียงมองนางแบบนั้น เหมือนว่ามีความสุขมาก นางจึงวางความคิดนั้นลง ปล่อยให้สาวใช้พาไปนั่งบนเตียงเตาที่อยู่ตรงหน้าอย่างว่าง่าย หลังจากนั้นชายหนุ่มก็นั่งมองเด็กน้อยกิน
ฮะเก๋ากุ้ง[1] ซาลาเปาไส้หมู ข้าวต้มลูกเดือยพุทรา ขนมแป้งซานจา[2] ผักดองนานาชนิด ล้วนแต่เป็อาหารที่นางชอบ
ด้านนอกมีเสียงเอะอะดังขึ้น เป็นายท่านใหญ่กับนายท่านรอง ยังมีฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นที่ไปแล้ววกกลับมาใหม่
“น้องสาม เ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง” นายท่านใหญ่เสิ่นก้าวเข้ามา ไม่เห็นตัวแต่ได้ยินเสียง น้ำเสียงเต็มไปด้วยพลัง
ซิ่วอิ๋งทำได้เพียงปล่อยให้สาวใช้พยุงนางลงจากเตียงเตา ทำความเคารพพวกผู้ใหญ่ที่เข้ามา
เสิ่นจวินเซี่ยวยิ้มมองคนที่มาเยือน สายตาค่อนข้างเ็า ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/7012340b7983053f1267ffdb04fe563d
[1] ฮะเก๋า หรือ เกี๊ยวกุ้ง เป็อาหารว่างประเภทติ่มซำของจีน
[2] ซานจา เป็ผลไม้ประเภทเบอร์รี่ชนิดหนึ่ง ใช้ในด้านการแพทย์จีน ช่วยในการย่อยไขมัน