สายลมบนสันขอบของหุบเหวอสูรซ่อนเร้น (镇妖深渊) พัดหวีดหวิว พาเอากลิ่นอายสดชื่นทว่าเย็นเยียบของป่าสนโบราณและไอหมอกจางๆ จากเบื้องล่างลอยมากระทบ เจี้ยนหลิน (剑林) ยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าผา ดวงตาจับจ้องไปยังทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของหุบเขาเร้นเมฆา (隐云谷) ที่ทอดยาวสลับซับซ้อนราวกับภาพวาดขนาดยักษ์ ยอดเขาสีเขียวครามทะมึนหลายลูกซ้อนทับกันภายใต้ท้องฟ้าสีครามกระจ่าง แสงแดดยามสายทาบทาลงมาขับเน้นความโอฬารของธรรมชาติ แม้จะงดงามจับใจ แต่ก็แฝงเร้นไว้ด้วยอันตรายที่พวกเขาเพิ่งจะประจันหน้าและหลุดพ้นมาได้อย่างเส้นยาแดงผ่าแปดศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵) นั่งพิงต้นสนโบราณต้นหนึ่งซึ่งหยั่งรากลึกลงในแผ่นศิลาอย่างมั่นคง ใบหน้าของนางยังคงมีร่องรอยความซีดขาวอยู่บ้าง แต่ลมหายใจกลับสม่ำเสมอและแววตาเริ่มทอประกายแห่งชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง นางกอด "ไข่แห่งวายุบรรพกาล" (太古风暴之卵) สีฟ้าอ่อนประดุจน้ำทะเลลึกไว้แนบอกด้วยความระมัดระวัง ไอพลังงานธาตุลมอันบริสุทธิ์และเย็นสบายที่แผ่ออกมาจากไข่ใบนั้น ดูจะช่วยเสริมการฟื้นคืนพลังปราณของนางอยู่ไม่น้อยร่องรอยการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านพ้น ทั้งซากของอสูรแมงมุมศิลา (岩晶蛛魔) และเศษเสี้ยวอาวุธของหน่วยเงาอสูรโลหิต (血魔影卫) ต่างถูกกระแสลมและพลังงานตามธรรมชาติของสถานที่แห่งนี้กลืนกลืนไปอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันหนักอึ้งและบทเรียนล้ำค่าที่สลักลึกในใจของทั้งสอง "ขาวน้อย" (小白) ซึ่งบัดนี้ดูมีชีวิตชีวาและกระปรี้กระเปร่าขึ้นหลังจากได้พักผ่อนและดูดซับพลังงานจากสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ มันเกาะอยู่บนไหล่ซ้ายของเจี้ยนหลินอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีดำขลับกลมโตของมันจับจ้องไปยังทิศทางหนึ่งทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออย่างมีความหมาย สลับกับการชำเลืองมองเจี้ยนหลินเป็นระยะ"พวกเราควรจะหาทางออกจากหุบเขาเร้นเมฆาแห่งนี้โดยเร็วที่สุด" เยว่ชิงหลิงกล่าวขึ้นเป็นคนแรก ทำลายความเงียบสงบที่โรยตัวอยู่ครู่หนึ่ง น้ำเสียงของนางยังคงแฝงความอ่อนล้าอยู่บ้าง แต่ก็เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ที่นี่อันตรายเกินไปสำหรับพวกเราในตอนนี้ ข้าจำเป็นต้องหาสถานที่ที่มั่นคงกว่านี้เพื่อดูแลไข่ใบนี้ และ...ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องรีบกลับไปรายงานเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อาวุโสในสำนักได้รับทราบ ทั้งเรื่องของสุสานกระบี่ และการปรากฏตัวของคนจากสำนักอัคคีเมฆาโลหิต"เจี้ยนหลินพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช้าๆ ในใจของเขาก็คิดเช่นเดียวกัน การผจญภัยในหุบเขาเร้นเมฆาแห่งนี้ยาวนานเกินไปแล้ว แม้จะได้รับวาสนาและการตื่นรู้มากมายจนพลังของเขาก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ (凝气境大圆满) ได้สำเร็จ แต่ความเสี่ยงก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นทวีคูณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีศัตรูที่คาดไม่ถึงเช่นสำนักอัคคีเมฆาโลหิต (血云火宗) เข้ามาเกี่ยวข้อง การกลับไปยังสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์ (云清剑宗) คือทางเลือกที่รอบคอบและสมเหตุสมผลที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน‘ที่สำนักฯ อย่างน้อยก็มีอาจารย์ซ่งที่พอจะให้คำปรึกษาได้ และบางทีในหอตำราอาจจะมีเงื่อนงำเกี่ยวกับ "อู๋หมิง" (无名) หรือความรู้สึกถึง "พลังงานลึกลับ" บางอย่างที่ข้าสัมผัสได้ว่ามันสถิตอยู่ภายในกายข้า และคอยชี้นำหรือตอบสนองในยามคับขันอยู่เป็นระยะๆ นี้มากขึ้น’ เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในกายและความเข้าใจที่ผุดขึ้นมาอย่างประหลาดหลายครั้งหลายครา แม้พลังในยามนี้จะช่วยให้เขาเอาชนะศัตรูที่เหนือกว่าได้บ้าง แต่เส้นทางสู่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงยังอีกยาวไกล การเปิดเผยพลังทั้งหมดโดยไม่จำเป็น ย่อมไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างเขาต้องการ"ข้าเห็นด้วย ศิษย์พี่หญิง" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ "แต่เส้นทางออกจากที่นี่ย่อมไม่ง่ายดายนัก พวกเราต้องระมัดระวังให้มาก"เยว่ชิงหลิงเหลือบมองไปยังทิศทางที่ "ขาวน้อย" กำลังจับจ้องอยู่ "บางที...สหายตัวน้อยของเจ้าอาจจะพอชี้แนะเส้นทางที่ปลอดภัยให้พวกเราได้บ้างกระมัง"เจี้ยนหลินมองตามไปยัง "ขาวน้อย" เจ้าตัวเล็กส่งเสียง "คิกๆ" แผ่วเบา แล้วใช้หัวกลมๆ ของมันดุนแก้มเขาเบาๆ คล้ายจะยืนยันคำพูดของศิษย์พี่หญิง เขาลูบหัวมันอย่างอ่อนโยนเป็นการตอบรับ เจ้าตัวเล็กนี้มีสัญชาตญาณที่เฉียบคมต่อพลังงานและสถานที่พิเศษเสมอมาความสนใจของเจี้ยนหลินจึงเบนไปยัง "แหวนศิลา" (储物戒指) วงเรียบๆ ที่เขาปลดมาจากร่างไร้วิญญาณของหัวหน้าหน่วยเงาอสูรโลหิตคนนั้น มันเป็นแหวนหินสีดำทึบธรรมดา ปราศจากลวดลายหรือการตกแต่งใดๆ ที่บ่งบอกถึงความพิเศษ ทว่าเมื่อสัมผัส กลับให้ความรู้สึกถึง "ความว่างเปล่า" (虚空之感) อันแปลกประหลาดและ едваจะจับต้องได้ที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาลองส่งกระแสพลังปราณ (灵气) สายเล็กๆ ของตนเองเข้าไปในแหวนวงนั้นอย่างช้าๆทันใดนั้น! ความรู้สึกถึงพื้นที่ว่างเปล่าขนาดห้องเก็บของเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นในจิต! ‘นี่มัน...แหวนมิติในตำนาน!’ เจี้ยนหลินอุทานในใจ เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับของวิเศษเช่นนี้มาบ้าง ไม่คิดว่าจะได้มาครอบครองง่ายดายถึงเพียงนี้ เขาทดลองหยิบสมุนไพรวิญญาณ (灵草) สองสามต้นส่งเข้าไป พวกมันหายวับไปจากมือก่อนจะปรากฏในมิติว่างนั้นอย่างง่ายดาย! ‘ยอดเยี่ยม! ต่อไปนี้การเดินทางคงสะดวกขึ้นมาก ไม่ต้องแบกย่ามให้รุ่มร่ามอีกแล้ว’ ความพึงพอใจฉายชัดบนใบหน้าของเขาเยว่ชิงหลิงมองการกระทำของเขาด้วยความสนใจระคนยินดีเล็กน้อย นางเองก็มีถุงเก็บของ (储物袋) อยู่เช่นกัน แต่แหวนมิตินั้นถือว่ามีคุณค่าและสะดวกในการใช้งานมากกว่ามาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ฝึกตนที่ต้องเดินทางไกลอยู่เสมอ"ดูเหมือนว่าโชคของเรายังไม่หมดสิ้นเสียทีเดียว" เยว่ชิงหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากยิ่งบนใบหน้าเย็นชาของนาง "การมีสิ่งนี้ จะช่วยให้การเดินทางของพวกเราสะดวกขึ้นมาก"เจี้ยนหลินเพียงพยักหน้ารับ เขาไม่ได้แสดงความตื่นเต้นหรือดีใจออกมาจนเกินงาม สำหรับเขาแล้ว แหวนวงนี้เป็นเพียงเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่ง ที่จะช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ความแข็งแกร่งที่แท้จริงยังคงต้องมาจากพลังของตนเอง และการฝึกฝนอย่างไม่หยุดยั้งเมื่อจัดการสัมภาระส่วนใหญ่เข้าไปในแหวนมิติเรียบร้อยแล้ว เจี้ยนหลินรู้สึกว่าภาระบนร่างกายและจิตใจเบาลงมาก เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง มองไปยังทิศทางที่ "ขาวน้อย" ยังคงจับจ้องอยู่ไม่วางตา – เส้นทางที่ทอดลัดเลาะไปตามสันเขาสูง และป่าสนบรรพกาลสีเขียวเข้มทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดูเหมือนจะเป็นเส้นทางที่มีความหวังและ ปลอดภัยที่สุดในการนำพาพวกเขาออกจากหุบเขาเร้นเมฆาอันกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยปริศนาแห่งนี้ "เตรียมตัวให้พร้อมเถิด ศิษย์พี่หญิง" เจี้ยนหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคงกว่าเดิม "พวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว ปลายทางคือสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์"เยว่ชิงหลิงพยักหน้าอย่างแน่วแน่ แววตาของนางฉายประกายแห่งความมุ่งมั่นและความหวังอีกครั้ง "ข้าพร้อมแล้ว"เจี้ยนหลินสูดลมหายใจลึก มองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่ทอดลัดเลาะไปตามสันเขาสูงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แสงแดดยามสายสาดส่องลงมาอาบไล้ใบหน้าของเขาและศิษย์พี่หญิง แววตาของทั้งคู่ฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น ‘สำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์...พวกเรากำลังจะกลับไป!’ เขาก้าวเท้าแรกออกไป โดยมีเยว่ชิงหลิงและขาวน้อยก้าวตามอย่างไม่ลังเล
(จบตอนที่ 177)