มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 160 ราชาอสรพิษเจ็ดดาว

            แพรขนตางามงอนกระพริบสองสามครั้งนัยย์ตาสดใสดุจน้ำค้างกลางหาวได้ลืมขึ้นและจ้องมองขึ้นเบื้องบน ตาต่อตาสบประสานกันกัน ดุจโดนสายฟ้าฟาด ทั้งสองจังงังไปชั่วขณะ สตรีงามคล้ายได้สติและสัมผัสรับรู้ถึงความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านที่ริมฝีปากพลันนึกออกถึงความรู้สึกขณะสลึมสลือ สีหน้าพลันแดงระเรื่อขึ้น เบือนหน้าหนีอย่างเอียงอายพร้อมกล่าวเบา ๆ

     

            "ขอบคุณ..ท่าน..!!"

     

            "ฟ่อ..ฟ่อ.!!"

     

            เสียงขู่คำรามของสัตว์อสูรระดับสามที่มีพลังเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธปราณจักรพรรดิ์สงครามระดับห้าขั้นสุด ดังขึ้นกระชากสติทั้งสองออกจากสถานการณ์อันกระอักกระอ่วน อสรพิษเจ็ดดาวประหลาดตัวนี้เมื่อพบเห็นผู้ที่เข้ามาตอนหลังกลับถลันหลบการโจมตีของมันไปได้อย่างรวดเร็วและยังพุ่งเข้าช่วยเหลือศรัตรูที่มีอาวุธสะกดข่มมันอยู่ในมือ จึงทำได้เพียงขู่คำรามและเลื้อยวนเป็นวงคอยกักทั้งสองไว้ภายใน

     

            กังหลงเห็นอสรพิษเจ็ดดาวประหลาดตัวนี้มิกล้าเข้าใกล้พวกตนจึงหันไปมองอาวุธในมือของสตรีงาม ยังดีที่ขณะถูกหางอันทรงพลังฟาดสตรีงามผู้นี้ยังคงยึดกุมอาวุธไว้ในมืออย่างแนบแน่นมิได้ร่วงหล่นหายไป มองเห็นอาวุธเป็นกระบี่บางเล่มหนึ่งมีความคมกริบ ด้ามกระบี่จัดทำด้วยทองคำประดับด้วยเพชรสีเขียวมรกตเม็ดหนึ่งขนาดเท่าไข่ห่านส่องแสงประกายเขียวมรกตออกมาตลอดเวลา คงจะเป็นสิ่งนี้ที่สะกดข่มเจ้าอสรพิษตัวนี้ไว้ จึงสอบถามหญิงสาวข้างกายซึ่งบัดนี้ได้ทุเลาจนเป็นปกติแล้ว หลังจากออกจากอ้อมแขนของกังหลงมายืนสงบนิ่งอยู่ 

     

           "มิทราบเป็นสิ่งใดที่สะกดข่มต่อเจ้าอสรพิษเจ็ดดาวประหลาดตัวนี้ แล้วแม่นางมาพบเจอจนต่อสู้กับมันได้อย่างไร มันเป็นถึงสัตว์อสูรระดับสามที่มีพลังเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธปราณจักรพรรดิ์สงครามระดับห้าขั้นสุด หากแม่นางมิมีสิ่งสะกดข่ม คิดว่าคงต้องได้รับอันตรายจากการโจมตีของมัน หรือแม่นางเสาะหามันเพราะเหตุใด ดูท่าทางเจ้าอสรพิษเจ็ดดาวประหลาดตัวนี้ คงมิใช่ออกมาเพ่นพ่านแถวนี้โดยบังเอิญกระมัง"

     

            สตรีกล่าวตอบด้วยความละอาย

     

            "ตามตำราโบราณของตระกูลข้าได้บอกไว้ว่า เจ้าอสรพิษเจ็ดดาวประหลาดตัวนี้ เป็นราชาของอสรพิษเจ็ดดาว เนื่องจากมันมีอายุมากกว่าเจ็ดร้อยปีจนสามารถสร้างเม็ดพลังขึ้นมาเองได้ ทุกหนึ่งร้อยปีสามารถกำเนิดศีรษะเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเศียร เมื่อใดที่มีศีรษะเพิ่มขึ้นมาครบทั้งเจ็ดแสดงว่าสัตว์อสูรตนนี้ได้มีอายุมากกว่าเจ็ดร้อยปีและเม็ดพลังที่เริ่มสะสมมาตั้งแต่หนึ่งร้อยปีก็จะสมบูรณ์ เม็ดพลังของมันจะอยู่ที่ตำแหน่งดาวที่เจ็ดด้านบนสุด มีสรรพคุณที่สามารถเพิ่มพลังให้ผู้ฝึกยุทธสามารถก้าวข้ามสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามได้โดยมิต้องผ่านทัณฑ์สวรรค์อัศนีวิบัติซึ่งอันตรายยิ่งสำหรับผู้ฝึกยุทธ ทั้งยังช่วยป้องกันพิษนานานับจากนี้จะมิมีพิษของสัตว์ชนิดใดทำอันตรายได้อีก "

            "แต่เจ้าสัตว์ชนิดนี้ยากจะพบเจอ มันจะหลบซ่อนมิยอมให้ใครพบเห็น บังเอิญตระกูลข้ามีสิ่งที่สามารถล่อลวงและสะกดข่มมันอยู่จึงสามารถใช้สิ่งนี้ล่อลวงมันออกมาได้ สิ่งนี้คือเพชรนาคีที่ประดับอยู่บนกระบี่ของข้า ข้าบังเอิญพบเห็นว่าเพขรนาคีเริ่มมีแสงกระพริบคล้ายพบเจอสิ่งใดเมื่อหนึ่งเดือนก่อน จึงได้ออกมาสำรวจยังเขตเทือกเขาแถบนี้และพบร่องรอยของสัตว์อสูรตนนี้เข้า คราแรกก็มิแน่ใจนักแต่หลังจากพบร่องรอยบนลำธารในหุบเขานี้ ซึ่งเป็นร่องรอยของอสรพิษขนาดใหญ่ที่มีมากกว่าหนึ่งศีรษะจึงได้มั่นใจว่าเพชรนาคีไม่ได้หลอกลวง"

     

            "คืนนี้สัญญาณของเพชรนาคีรุนแรงที่สุดข้าจึงได้ออกมาค้นหาและพบเจอเข้า แต่มันถึงกับเป็นสัตว์อสูรระดับสามที่มีพลังเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธปราณจักรพรรดิ์สงครามระดับห้าขั้นสุด จึงยากที่ข้าจะกำหราบมันได้ จนถูกมันพัวพันเข้าจนหมดแรงและมันคิดจะช่วงชิงเพชรนาคีไป ข้ายามที่อ่อนล้าอย่างถึงที่สุดจึงใช้วิชา จิตวิญญาณล่องลอย ส่งออกไปขอความช่วยเหลือ หากแม้นมีผู้ที่มีพลังจิตวิญญาณที่กล้าแข็งมากขึ้นไปจนถึงระดับจิตราชันย์..วิญญาณครอบครองสัมผัสพสุธา ก็จะสามารถได้ยินสิ่งที่ข้าส่งไป ผู้มีพลังจิตระดับราชันย์สามารถสะกดอสรพิษเจ็ดดาวได้ชั่วขณะหนึ่งอย่างง่ายดาย"

     

            "หากคุณชายสามารถได้ยินเสียงที่ข้าใช้วิชาจิตวิญญาณล่องลอยส่งไป เช่นนั้นพลังจิตวิญญาณของท่านก็ต้องสูงส่งยิ่ง ข้าต้องขอขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง แต่เจ้าราชาของอสรพิษเจ็ดดาวตัวนี้คงต้องปล่อยมันไป เพราะข้ามิอาจกำหราบมันได้ ช่างน่าเสียดายนัก และคิดว่ามันเองก็คงมิปล่อยเราไปอย่างง่ายดายเช่นกัน เนื่องจากมันได้พบเจอของวิเศษสุดที่จะทำให้มันสามารถยกระดับพลังปรับเปลี่ยนร่างและสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ หากมันได้กลืนกินเพชรนาคีเม็ดนี้ไป เพชรนาคีนั้นแม้สะกดข่มพิษของมันแต่หากมันได้กลืนกินก็เป็นสิ่งวิเศษสำหรับมันเช่นกัน"


            กังหลงได้ฟังเช่นนั้นก็คิดคำนึงว่าเช่นนั้นเจ้าราชาของอสรพิษเจ็ดดาวตัวนี้ก็มีสิ่งดี ๆ มากมายหากไม่นับเม็ดพลังสิ่งที่มีค่ายิ่งคือแก่นอสูรของมัน ดูท่าทางจากอายุและพลังของมันแก่นอสูรต้องเป็นแก่นอสูรสีทองที่หายากยิ่งเป็นแน่และมันมีถึงเจ็ดหัว เช่นนั้นแก่นอสูรย่อมมีถึงเจ็ดเม็ดแน่นอนเมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงหัวเราะในใจด้วยความยินดี กล่าวกับสตรีงามเบื้องหน้า

     

           "แม่นางโปรดหลบไปด้านข้างส่วนเจ้าราชาของอสรพิษเจ็ดดาวนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าข้าเพียงต้องการแก่นอสูรของมันเท่านั้นส่วนเม็ดพลังของมันขอมอบให้แม่นางเพราะแม่นางเป็นคนพบเจอเจ้าราชาของอสรพิษเจ็ดดาวตัวนี้"

     

           กล่าวจบกังหลงเรียกปีกฟ้าวายุคำรณและดาบอัคคีโลกันต์ออกมาทันที่ที่ปีกฟ้าวายุคำรณและดาบอัคคีโลกันต์ปรากฎเจ้าราชาของอสรพิษเจ็ดดาวถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่นราชาของสายฟ้าทั้งปวงและราชาของอัคคีทั้งปวงปรากฎออกมา แม้แต่ภูติเทพยังคร่ำครวญนับอะไรกับสัตว์อสูรตัวหนึ่ง มันคำราม และพยายามจะถอยหนี แต่กังหลงมิปล่อยโอกาสอันงดงามนี้ให้มันได้กระทำอันใดพุ่งทะยานเข้าไปพร้อมพลังอันเปี่ยมล้นจักระตำแหน่งสายฟ้าหมุนวนส่งสายฟ้าอันรุนแรงไปยังดาบ

     

          "ฟ่อ..ฟ่อ.!!" 

     

           "อัสนีคำรณ..!!"

     

           "บึ้ม..!!"

     

           ร่างอันมหึมาโดนพลังพลังดาบที่ผสานกับสายฟ้าฟาดจนกระเด็นบิดไปมาจนเห็นท้องอสรพิษขนาดใหญ่ขาวสลับดำบิดเป็นเกลียวอย่างเจ็บปวดโลหิตไหลเนืองนองไปทั่วกังหลงถึงกับทึ่งในความแข็งแกร่งของอสรพิษตัวนี้เพราะพลังอันรุนแรงของท่าอัสนีคำรณเพียงทำให้เกิดบาดแผลลึกประมาณสามนิ้วเท่านั้น

     

            แต่สตรีงามถึงกับตกตะลึงยิ่งกว่าที่บุรุษผู้นี้กลับมิได้ใช้พลังจิตสะกดข่มเพียงใช้การโจมตีด้านปราณยุทธน่าทึ่งในความรุนแรงและความคมของดาบยักษ์ที่บุรุษหนุ่มผู้มีพระคุณโจมตีไปเนื่องจากก่อนหน้านี้ด้วยความคมกริบของกระบี่นาคีที่นางเคยภาคภูมิใจในความคมกริบยังมิอาจสร้างรอยขีดข่วนใด ๆให้กับผิวหนังที่แข็งแกร่งยิ่งของเจ้าราชาของอสรพิษเจ็ดดาวตัวนี้ได้

     

            เจ้าราชาของอสรพิษเจ็ดดาวเมื่อได้รับบาดเจ็บจึงเกิดความคลุ้มคลั่งจนลืมเลือนความหวาดหวั่นต่อปีกฟ้าวายุคำรณและดาบอัคคีโลกันต์ไปสิ้นมันคำรามอย่างเกรี้ยวโกรธพร้อมใช้หางอันทรงพลังฟาดเข้าโจมตีมนุษย์ผู้บังอาจทำให้มันเกิดบาดแผลโลหิตเนืองนอง

     

           "ฟ่อ..ฟ่อ.!!" 

     

           "โครม..!!"

     

           "บึ้ม..!!" 

     

           กังหลงใช้ปีกฟ้าวายุคำรณห่อหุ้มกายต้านทานการฟาดอันทรงพลังพร้อมทั้งตัดสินใจใช้ท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยออกจนถึงขีดสุด เพื่อรวบรัดการต่อสู้ให้จบลงโดยเร็ว โคจรพลังจักระธาตุอัคคีผสานกับดาบอัคคีโลกันอเวจีปรากฎร่างแปดร่างพุ่งเข้าทิ่มแทงไปยังจุดตำแหน่งเจ็ดนิ้วใต้ลำคออันเป็นจุดตายของอสรพิษทั้งปวงในทั้นที

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน