ป่าสนธยาเป็เขตแดนต้องห้ามแห่งหนึ่งจากสามแห่งของเทือกเขาวาตะด้านหนึ่งของป่าจะมีหน้าผาสูงชัน เบื้องล่างคือหุบเหวลึกมีนามว่าหุบเหวอเวจี เนื่องจากชั้นอากาศที่กางกั้นเต็มไปด้วยหมอกพิษร้ายแรงสีแดงโลหิตแลคล้ายขุมนรกโลกันตร์ อีกด้านของป่าเป็ป่าดึกดำบรรพ์ที่ก่อเกิดมาั้แ่ก่อนแยกหวงไห่เป็สิบสมุทรปันพิภพเป็หกแดน เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและสัตว์เวทมากมายแม้แต่ต้นไม้ในป่าแห่งนี้ก็ไม่น่าไว้ใจ ยุงตัวเล็กสามารถปลิดชีวิตของผู้ฝึกตนระดับรากยุทธ์ขั้นสูงได้เพียงแค่การกัด๑ ครั้ง
แม้ทุกย่างก้าวในป่าแห่งนี้มีกับดักปลิดชีพซ่อนอยู่
หากสองนายบ่าวก็ยังเลือกฝ่าหมอกโลหิตเข้ามาอย่างเด็ดเดี่ยว
ชายชุดดำทั้งสามเร่งฝีเท้าด้วยกำลังปราณทั้งหมดที่มีก่อนเข้าม่านหมอกสีแดงสุดสะพรึงก็เกร็งพลังปราณกลั้นหายใจ
แต่เพียงฝ่าหมอกโลหิตเข้ามาเพียง๑ ก้าว ก็ได้ยินเสียงตัดอากาศแหวกพุ่งตรงมาที่พวกมัน หลายครั้งติดต่อกัน
ฉึบ !!
หนึ่งในสามที่กำลังไล่กวดอย่างเต็มกำลังรู้สึกได้ถึงคมมีดที่แฉลบผ่านต้นแขนขวาของมันแต่มันกลับไม่คิดว่าาแเพียงเล็กน้อยจะสามารถทำให้ฝีเท้าของมันชะงักงันในทันทีสองลมหายใจถัดมาแขนขาอ่อนแรง จนมันที่กำลังเคลื่อนไหวร่างอย่างเร็วต้องสะดุดกลางอากาศร่างไถลไปด้านหน้าอย่างไม่รู้ตัว
จังหวะที่มันเสียหลักก็ทำให้ลืมกลั้นหายใจเอาไว้หมอกโลหิตจึงแทรกซึมเข้าภายในร่างราวกับภูตผี มันวิ่งแล่นไปมาราวกับเด็กน้อย
หากพริบตาเดียว หมอกพิษก็กัดกร่อนอวัยวะภายในของชายชุดดำผู้นั้นจนแหลกเหลว
“อ๊าก” มันกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานดุจสัตว์ถูกทุบหัวแม้แต่แรงจะดิ้นทุรนทุรายระบายความเ็ปก็ไม่มีเหลือ
ิัของมันแห้งกร้านลงรวดเร็วราวซากไม้ดวงตาถลนโปนปูดราวปีศาจร้าย กายเนื้อไม่อาจดำรงลมหายใจถูกกระชากออกและจบชีวิตลงโดยที่มันไม่รู้สาเหตุเลยแม้แต่น้อย
สองบุรุษที่เหลือเห็นสภาพของเพื่อนร่วมทางก็ต้องตระหนกรีบเร่งเท้าออกจากหมอกโลหิตให้เร็วเท่าที่จะเร็วได้ เมื่อฝ่าออกจากหมอกโลหิตก็หันกลับไปมองทางเดิมเห็นร่างของชายชุดดำผู้มีกระบี่เหล็กกล้าเป็อาวุธประจำกายยามนี้ร่างของมันได้ซูบแห้งเป็แผ่นหนังโสโครกมีโลหิตชโลมเป็ธารน่าสยองพองขนเป็ที่สุด
ย่าห์ !!
หากเสียงของสตรีชุดเหลืองที่กำลังควบบังคับม้าก็เรียกสติพวกมันกลับมาเสียก่อนสองร่างจึงเร่งเร้าพลังปราณพุ่งปราดติดตามครั้งใหม่
ในใจพวกมันบังเกิดความสับสนขณะไล่ล่าทั้งที่พวกนางฝ่าหมอกโลหิตมาก่อนพวกมันและทิ้งระยะห่างกว่าสองร้อยจั้งแต่เหตุใดตอนที่พวกมันหลุดพ้นจากหมอกพิษ ถึงยังเห็นพวกนางเพิ่งควบม้าหนีไปหรือความจริงแล้วต้นเหตุที่ทำให้ชายชุดดำอีกคนของกลุ่มพลาดท่าจนถูกหมอกพิษจู่โจมเกิดจากพวกนาง
หากเป็เช่นที่คิดจริง พวกมันก็คงต้องตระหนักถึงพิษสงของสองนายบ่าวคู่นี้ให้มากกว่าเดิม
ทางด้านซูเฉี่ยนที่บังคับม้าด้วยความเร็วเต็มอัตราเลือกจะเลี่ยงเส้นทางเข้าป่าทึบ แต่ใช้เส้นทางราบที่พอมีแนวเขตให้เห็นอยู่ลิบ ๆแต่เมื่ออาชาวิ่งมาจนสุดทางกลับพบว่าแนวเขตนั้นไม่มีอยู่จริงจุดที่พวกนางหยุดม้าคือสุดแผ่นดินฝั่งขุนเขา
มันเป็หน้าผากว้างใหญ่ที่ติดกับหุบเหวลึกหลายร้อยจั้งริมผามีสนโบราณขนาดมหึมาแผ่กิ่งก้านสาขามอบร่มเงาใต้ต้นสนมีหินก้อนใหญ่วางเรียงรายกันเกือบสิบก้อน
“ฮ่า ๆ”บุรุษผู้ไล่ล่าส่งเสียงหัวร่อเยาะเย้ย ในที่สุดพวกมันก็ติดตามมาได้ทันมิหนำซ้ำทางหนีของสตรีทั้งสองก็หมดสิ้นลงแล้วเพราะอีกฝั่งคือหุบเหวอันตรายแต่เพื่อตัดไฟเสียั้แ่ต้นลม ปลายดาบใบหลิวก็ตวัดชี้ตรงไปข้างหน้าซูเฉี่ยนคว้าคอเสื้อของเด็กน้อยร่างบอบบางแล้วเหินกายขึ้นก่อนที่คมปราณจะทะลุผ่านอาชาอย่างโเี้ ร่างของมันถูกผ่าเป็สองซีกและล้มแบะโชกชุ่มโลหิตหัวใจของมันยังเต้นตุบ ๆ อย่างไม่รู้ตัวว่าความตายได้พรากชีวิตมันไปเสียแล้ว
ร่างเงาชุดเหลืองพลิกหมุนกลางอากาศมือซ้ายอุ้มร่างเ้านายน้อยขณะที่หอกยุทธ์แผ่พุ่งปราณสังหาร กำแพงคลี่นสีดำสาดซัดประหนึ่งคลื่นน้ำทะเลปลายทางของปราณสังหารคือสองบุรุษร่างผอมสูงผู้อำพรางกาย
พวกมันมิคาดว่าหญิงวัยกลางคนผู้นี้จะพลิกกระบวนรับมือพวกมันได้ว่องไวทั้งยังหันกลับมาโจมตีกลับอย่างคล่องแคล่ว
อาวุธในมือยกขึ้นต้านปราณคลื่นซัดโหมหากมีดบินบางเฉียบที่ยังเหลืออยู่ของฝูอวี้ฉยงก็ลอยพุ่งซ่อนไปกับปราณคุกคามของผู้เป็แม่นม...
ฉึบ !!
ผู้หนึ่งถูกคมมีดดื่มโลหิตอย่างไม่รู้ตัวหากจังหวะนั้นดาบใบหลิวของเขาก็ซัดปราณตอบโต้ทันควัน
ชิ้ง !!
อีกผู้หนึ่งกลับสังเกตเห็นและฟาดดาบหกห่วงเข้าสกัดจนเกิดประกายไฟแลบขึ้น
ปราณจากดาบใบหลิวกระแทกเข้าไหล่ขวาของซูเฉี่ยนนางร่อนกายลงบนก้อนหินใหญ่ใต้ต้นสนอย่างเสียจังหวะยังดีที่วางร่างของคุณหนูลงบนก้อนหินได้ก่อนที่นางจะเซถลาไปชนหินอีกก้อนแม้มีรอยถลอกจนเืซิบที่ข้อศอกทั้งสองแต่นางก็กัดฟันยืดกายขึ้นยืนหอกอาวุธยังคงกำไว้แ่า
“เ้ายอมจำนนเสียโดยดี ทางหนีของพวกเ้าหมดลงแล้ว”
“ชาติสุนัข ต่อให้พวกข้าไร้ทางหนีก็ไม่ใช่เื่ของเ้า”ซูเฉี่ยนตวาดเสียงดังกึกก้อง หอกในมือหมุนควงดุจกังหันนางขับปราณผลักดันซัดหอกเข้าเปิดฉากโจมตี เ้าของดาบหกห่วงแสยะยิ้มอย่างไม่กลัวเกรงมันเงื้อดาบขึ้นรับแล้วะโปราดเข้าประจัญหน้าอย่างผู้เหนือกว่า
เงาร่างของทั้งสองเคลื่อนไหวประมือกันอย่างโรมรันหักหาญขณะที่บุรุษชุดดำอีกคนที่ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นไม่ได้สิ้นกำลังไปเช่นหลายคนที่ถูกโจมตีด้วยมีดบินของฝูอวี้ฉยงเมื่อมันยังทรงตัวอยู่ได้ก็ย่อมเตือนให้เ้าของมีดบินรับรู้ถึงความผิดปกติบางทีมีดบินที่นางใช้โจมตีมันอาจทาพิษไว้ไม่ทั่ว ส่วนที่บาดมันผู้นี้จนเป็แผลอาจไม่ได้ถูกทาพิษไว้หรือว่าทาแต่ก็น้อยเกินไป
จากที่นางลอบสังเกตชายผู้นี้กำลังเดินปราณในร่างเพื่อขับพิษออกหากปล่อยให้เขาทำสำเร็จสถานการณ์ของแม่นมซูคงตึงมือขึ้นมาก
คิดได้ดังนั้นั์ตากลมสีนิลก็เผยความเด็ดขาดนางสอดมืออันอ่อนนุ่มเข้าไปในอกเสื้อที่มีห่อมีดซ่อนไว้เมื่อััก็พบว่ามีดบินเหลือเพียง๕ เล่มเท่านั้น
การลงมือสังหารใครสักคนหนึ่งมิใช่เื่ยากเย็นอันใดแล้วสำหรับเด็กน้อยที่ต้องพานพบกับความเป็ความตายมากหลายครั้งหลายหนเช่นนางยิ่งครั้งนี้พวกมันเป็ฝ่ายคิดเอาชีวิตนางก่อน นางจึงไม่เกี่ยงว่ามือของนางจะต้องเปื้อนโลหิตจากการปลิดชีวิตคนอื่นอีกสักกี่คน
มีดบินสองเล่มซัดออกไปด้วยกำลังข้อมือที่หนักหน่วงดุจกำลังของผู้ใหญ่พวกมันคงไม่คาดคิดหรอกว่าเด็กน้อยที่พวกมันมองเป็เพียงเหยื่ออ่อนแอไร้ทางสู้จะเป็ผู้เปิดฉากสังหารขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว
ฉึบ !!
มีดบินพุ่งผ่านลูกกระเดือกทะลุออกไปทางด้านหลังร่างบุรุษที่กำลังรวบรวมพลังขับพิษกร่อนปราณในกายตัดเส้นเืที่คอจนร่างนั้นแหงนหงายไปทางหลังเมื่อศีรษะตกลงไปก็เปิดเส้นเืที่ถูกตัดให้พุ่งฉีดโลหิตออกมาท่วมทะลัก
ชายที่กำลังประมือกับซูเฉี่ยนถึงกับชะงักไป เมื่อเหลือบมองเห็นชายชุดดำอีกคนถูกสังหารในท่านั่งคุกเข่ากลางลำคอก็มีโลหิตพวยพุ่งดุจตาน้ำ ซูเฉี่ยนใช้จังหวะที่มันเหลือบมอง จู่โจมหักหาญนางซัดหอกเข้าทิ่มแทงจนสามารถเรียกโลหิตจากหน้าอกของมันเป็แผลยาว
ยิ้มเย็นแย้มขึ้นที่มุมปากของเ้าของเหล็กดำระดับหวงขั้นกลางแผลอาจไม่สามารถทำอันตรายอันใดแก่มันผู้นี้ แต่พิษกร่อนปราณที่คุณหนูทาไว้ที่ปลายหอกไหนเลยจะปล่อยให้มันคงกำลังต่อสู้กลับ
“นังแพศยาเ้าทำอันใดแก่ข้า”
“จะมีอันใดพวกนางใช้เล่ห์กลปลิดชีพพวกเ้าไปเกือบสิบคนยังอ่านกลลวงของพวกนางไม่ออกช่างน่าบัดซบนัก” เสียงตอบดังขึ้นจากด้านหลัง เงาร่างสูงในชุดดำะโขึ้นจากหลังม้าแล้วพุ่งกายขึ้นกลางอากาศมาหยุดลงใกล้ๆ ชายชุดดำที่พลาดท่าให้แม่นมซู
นายบ่าวลอบสบตากันร่ำร้องขึ้นในใจว่าตัวยุ่งยากปรากฏขึ้นอีกตัวแล้ว
และดูจากปราณกดดันที่มันผู้มาใหม่แผ่ออกมาแสดงว่ามันมีฝีมือเหนือกว่าชุดดำคนอื่น ๆ และน่าจะมีฝีมือสูงสุดในกลุ่มมือสังหาร
“เพียงระดับปฐีขั้น๑ ยังสังหารพวกเ้าที่มีขั้น ๒ ขั้น ๓ ได้เกือบสิบคนดูท่าพวกข้าคงดูแคลนเ้าเกินไป” สุ้มเสียงแหบเล็กดังขึ้นเพียงขยับกายก็เผยปราณขั้น ๔ ออกมา
ซูเฉี่ยนจ้องมองด้วยความวิตกนางกำชับหอกดำในมือไว้แ่าปราณก็ผนึกเข้าสู่ฝ่ามือทั้งสองข้างเตรียมพร้อมรับอย่างไม่คิดถอยเวลานี้หนทางหนีของพวกนางหมดสิ้นลงมีแต่ต้องสู้ตายเท่านั้น
นางเสือกกายไปเบื้องหน้าซัดทุ่มหอกแหลมเข้าใส่ชายผู้มาใหม่ แต่มันผู้นั้นได้เตรียมระวังภัยไว้ก่อนแล้ว ยามเมื่อนางจู่โจมจึงเบี่ยงกายหลบ
กระบี่ยาวใบแคบฟาดปราณสังหารตรงมาที่ซูเฉี่ยนอย่างฉับไวนางยกหอกขึ้นต้านรับหมุนควงเป็วงกลม บังเกิดเป็โล่ปราการวงกลมสีดำมีไอวิเศษสีเหลืองเจือจางด้านนอกยามปราณสังหารเข้ามาประชิดก็เกิดประกายสองสีต้านทานกันอย่างหักโหม
บุรุษชุดดำขั้น ๔ ยกมือข้างซ้ายของมันขึ้นควบกลั่นปราณเป็ลูกพลังวงกลมเท่ากำปั้นแล้วชกแหวกอากาศไปตรงหน้า ลูกพลังซัดเข้าสู่โล่ทมิฬจนผู้ควบคุมถึงกับถอยปราดกลับหลังไปหลายก้าวโล่พลังสูญสลายและเป็จังหวะเดียวกับที่มันผู้นั้น ชกหมัดพลังติดต่อกันมาอีกชุดใหญ่
ซูเฉี่ยนที่เสียท่าไม่อาจหลบเลี่ยงได้แต่ถูกพลังหมัดปราณของมันผู้นั้นโจมตีเข้ากลางอกซ้ายและอกขวา ร่างของนางถูกแรงชนประทะจนล้มลงกับพื้นแล้วไถลไปอย่างหนักหน่วง
“อั่ก” นางถึงกับสำลักโลหิตออกมาอย่างมากทันทีที่หลังกระแทกเข้ากับก้อนหินก้อนใหญ่ที่คุณหนูนั่งอยู่
“แม่นม” ฝูอวี้ฉยงร่ำร้องสุดเสียงนางใช้สองมือเท้ากับหินแล้วถดกายลงมาใกล้บ่าวคนสนิท ใจรู้สึกราวกับถูกคมมีดกรีดคว้าน
“คุณหนู ...บ่าว อั่ก” ซูเฉี่ยนร้องเรียกนายของตนอย่างยากลำบากเพียงเปิดปากได้ไม่กี่คำก็สำลักโลหิตออกมาอีกคำใหญ่ มันเปรอะชุดสีขาวอมฟ้าที่ผู้เป็นายสวมใส่ให้เลอะเทอะไปยิ่งกว่าเก่าก่อนหน้าพวกนางขึ้นม้าที่เปรอะโลหิตของสารถีก็เปื้อนเืจน่ล่างถูกย้อมแดง
“เ้าอดทนหน่อย”
“บ่าว...บ่าวคงไม่อาจอยู่คอยรับใช้คุณหนูได้อีก”ลมหายใจของแม่นมขาดเป็่ ๆ น้ำเสียงยิ่งพูดยิ่งเบา ยิ่งพูดยิ่งเ็ปหัวใจจนน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม ได้แต่สงสารที่สุดท้ายนางก็ไม่อาจพาคุณหนูหนีรอดจากภัยพานในวันนี้
“ซูเฉี่ยน...”ฝูอวี้ฉยงเรียกชื่อของแม่นมอย่างแ่เบา
“คุณหนูของ...บ...บ่าว” มือที่เคยโอบอุ้มดูแลเ้านายน้อยมาั้แ่เยาว์วัยเอื้อมขึ้นมาหมายจะแตะััใบหน้าที่น่ารักจิ้มลิ้ม หากเพียงปลายนิ้วของแม่นมแตะปลายคางของอีกฝ่ายกำลังในร่างก็คล้ายถูกตัดขาด มือข้างนั้นตกลงอย่างรวดเร็ว
ฝูอวี้ฉยงวางมืออันอ่อนนุ่มบนหน้าผากของอีกคนคล้ายประโลมปลอบให้หายโศกเศร้าเด็กน้อยรับรู้ได้ถึงร่างที่สั่นไหวของคนที่นางโอบกดไว้ ฝ่ามือนุ่มนวลขยับเนิบนาบคล้ายปลอบขวัญทารกน้อย ขณะเดียวกันน้ำตาก็ไหลออกจากดวงตากลมนิลคู่นี้
อั่ก ๆ
โลหิตในอกของซูเฉี่ยนทะลักออกมาติดต่อกันถึงสองครั้งเพราแรงหมัดปราณทำลายอวัยวะภายในของนางอย่างหักหาญ จนนางไม่อาจฝืนยื้อลมหายใจของตนเองได้ต่อ
คอของแม่นมพับตกลงซบกับหัวไหล่ของคนข้างกายห้วงสุดท้ายของชีวิตของบ่าวผู้จงรักภักดีและซื่อสัตย์ได้จบลงในอ้อมกอดของนายน้อยที่นางรักใคร่ยิ่งกว่าชีวิต
น้ำตาไหลออกมาจากสองตาอย่างไม่อาจห้ามคลับคล้ายว่าชีวิตของนางถูกกำหนดให้พบแต่ความสูญเสียหรือแท้จริงแล้ว นางมีความสูญเสียเป็ด่านเคราะห์กรรม
บิดาผู้องอาจจากไปก่อนนางลืมตาดูโลกมารดาผู้เก่งกาจสิ้นลมก่อนนางรู้ความ
คู่หมั้นที่แสนดีถูกลอบสังหารเสียชีวิตทั้งครอบครัว
แต่ทั้งสามล้วนเป็ความสูญเสียที่นางไม่ได้พบเห็นกับสองตาตนเองต่างจากวันนี้ ...
แม่นมซูเลี้ยงดูนางมาั้แ่นางจำความได้บ่าวผู้นี้ภักดีและรักใคร่นางด้วยชีวิต แม้นางไร้ศักดิ์ไร้ฐานะในสายตาญาติมิตรฝั่งบิดาแต่แม่นมซูก็ยังวางนางไว้ในฐานะเ้านายผู้สูงส่ง
บัดนี้อ้อมกอดของนางได้กลายเป็ที่สถิตสุดท้ายของลมหายใจของบ่าวผู้ภักดีมีหรือที่ผู้เป็เ้าของอ้อมกอดจะสามารถระงับความโศกศัลย์ในใจได้
หากข้าจะกลายเป็ปีศาจไร้หัวใจก็เพราะชะตาแสนบัดซบ
เส้นทางสายนี้นางไม่ได้เลือกเป็์ที่บีบคั้น
***********************************
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะหวังว่าคงจะสนุกกับเื่ราวการผจญภัยของเสี่ยวฉยงของเรา
่นี้เป็ซีเคว้นใหญ่ของชีวิตที่ทำให้เสี่ยวฉยงก้าวสู่ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่ว่าอยากจะใจร้ายกับเสี่ยวฉยงแต่ชะตาชีวิตของนางจำต้องผ่านการสูญเสียเพื่อกลายเป็เหล็กกล้า
ZHMX