ตอนที่ 42 ภารกิจพิเศษระดับ A
......................................................................................................................
หนึ่งเดือนต่อมา
ภายในกระโจมหลังใหญ่ที่สุดในค่ายพักแรมของสำนักพยัคฆ์มังกรอันเป็นที่พักของหัวหน้าค่ายหม่าจิ้งเทียนเขากำลังนอนพักผ่อนพร้อมกับนอนครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆ
หม่าจิ้งเทียนเป็นผู้อาวุโสของสำนักพยัคฆ์มังกรที่โด่งดัง ด้วยพลังชั้นปราณสวรรค์ ระดับ 3ของเขานั้นนับว่าอยู่ในจุดสูงสุดของผู้ฝึกฝนพลังของสำนักพยัคฆ์มังกรแล้ว แม้เจ้าเมืองเสินหยางเองก็ต้องให้เกียรติเขาสักสามส่วนเสมอ
หม่าจิ้งเทียนเข้ามาอาศัยอยู่ในดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้เมื่อ5 ปีก่อนพร้อมกับรับภารกิจควบคุมการทดสอบของเหล่าสาวกฝึกหัดและสาวกภายนอกที่ต้องการเลื่อนระดับตำแหน่งในสำนัก
ที่สำคัญที่สุดคือภารกิจลับ!
ภารกิจตามหาปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักไม่ว่าจะเป็นหรือตายต้องตามหาให้ได้ และพาผู้ก่อตั้งสำนักกลับไปยังสำนักพยัคฆ์มังกรให้ได้หากว่าผู้ก่อตั้งสำนักเสียชีวิตเขาต้องนำร่างของผู้ก่อตั้งกลับไปบรรจุในสุสานบรรพชนให้ได้
สุดท้ายคือการตามหาวงแหวนที่ท่านผู้ก่อตั้งนำติดตัวมาด้วยเมื่อ 800 ปีก่อนซึ่งผู้ก่อตั้งสำนักได้นำติดตัวมาด้วยในดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้เพราะข้างในได้เก็บรวมรวมบรรดาคัมภีร์ชั้นสูงตำรับตำราต่างๆที่สำคัญต่อสำนักพยัคฆ์มังกรอย่างมาก
ในปัจจุบันนั้นหลังจากที่ผู้ก่อตั้งสำนักพยัคฆ์มังกรนำคัมภีร์ลับชั้นปฐพีและชั้นสวรรค์ส่วนมากติดตัวมาด้วยในการสำรวจดันเจี้ยนนั่นผลก็คือในหอคัมภีร์ของสำนักพยัคฆ์มังกรเหลือเพียงคัมภีร์ชั้นปฐพีบางส่วนเท่านั้นส่วนคัมภีร์ชั้นสวรรค์นั้นก็หลงเหลือเพียงไม่กี่เล่มและล้วนเป็นคัมภีร์ที่ไม่ใช่คัมภีร์ทักษะการต่อสู้
ซึ่งการหายไปของผู้ก่อตั้งนั้นส่งผลให้สำนักพยัคฆ์มังกรจากที่เคยอยู่อันดับหนึ่งของเมืองเสินหยางก็ร่วงลงมาอยู่อันดับที่11 ในช่วงเวลาเพียง 800ปีเพราะขาดทักษะการต่อสู้ชั้นสูงนั่นเอง
“เฮ้อ! ข้าเดินทางเข้ามาในดันเจี้ยนแห่งนี้นานกว่า5 ปีแล้ว แต่กลับไม่สามารถค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับผู้ก่อตั้งฯได้เลยแม้แต่น้อย....ข้าควรทำอย่างไรดี”หม่าจิ้งเทียนนอนครุ่นคิดในใจด้วยความวิตกและรูสึกเสียใจที่ตนเองไร้ความสามารถไม่อาจทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ
“เรียน..ท่านหัวหน้าค่ายหม่า”สาวกภายนอกที่ดูแลความปรอดภัยนอกกระโจมส่งเสียงเรีกหม่าจิ้งเทียนที่กำลังนอนอยู่
“มีเรื่องอะไร”หม่าจิ้งเทียนตะโกนถามออกมาจากกระโจม
“มีเหตุการณ์ผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับเหล่าสาวกฝึกหัดที่เข้ารับการทดสอบเลื่อนตำแหน่ง”สาวกภายนอกที่ดูแลความปรอดภัยนอกกระโจมแจ้งข่าว
“เหตุการณ์ผิดปกติอะไรอีกหรือพวกนั้นต้องการเข้ามาในค่ายพักแรมแห่งนี้จนต้องแต่งเรื่องราวหลอกลวงเหมือนเจ้าเด็กบัดซบที่ชื่อจ้าวอี้เทียนคนนั้น”หม่าจิ้งเทียนพูดพร้อมกับคิดถึงเหตุการณ์หนึ่งเดืนก่อนที่จ้าวอี้เทียนกลับเข้ามาในค่ายพักแล้วแต่งเรื่องฝูงสัตว์อสูรปล้นมันยังทำให้เขาโมโหไม่หาย ถ้าไม่ติดที่เขาเกรงว่าผู้คนจะดูหมิ่นว่าเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กเขาจะสั่งลงโทษเจ้าเด็กบัดซบนั่นฐานะที่กล้าแต่งเรื่องหลอกลวง
“น่า...จะเป็นเรื่องเดียวกันครับท่านหัวหน้าค่ายหม่า”สาวกภายนอกที่อยู่ด้านนอกกระโจมกล่าว
“อืม! สิ่งที่เจ้าเด็กนั่นพูดเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นรึ”หม่าจิ้งเทียนพึมพำด้วยความไม่แน่ใจ ก่อนจะตะโกนสั่งการว่า“เรียกผู้อาวุโสทุกท่านมาที่กระโจมประชุม เดี๋ยวข้าจะตามไป”
“รับทราบ”สาวกภายนอกที่อยู่ด้านนอกกระโจมรับคำเบาๆก่อนจะรีบเดินจากไปเพื่อแจ้งผู้อาวุโสคนอื่นๆตามคำสั่ง
......................................................................................................................
ภายในกระโจมประชุม
เหล่าผู้อาวุโสของสำนักจำนวนสี่คนกำลังนั่งพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากเรื่องราวที่พวกเขาได้รับฟังมามันเป็นเรื่องราวแปลกๆเกี่ยวกับฝูงสัตว์อสูรรุมทำร้ายและปล้นสมบัติต่างๆของมนุษย์
เรื่องเพ้อฝันแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร!
เหล่าผู้อาวุโสทุกคนต่างก็ไม่เชื่อเรื่องราวที่ได้รับฟังมาแต่มีกลุ่มสาวกฝึกหัดที่เข้ารับการทดสอบจำนวนมากกว่า 180 รายได้เริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ามายังค่ายแห่งนี้เพื่อร้องเรียนและแจ้งเรื่องราวตั้งแต่เมื่อช่วงครึ่งเดือนก่อนจนถึงวันนี้เมื่อช่วงเช้าตรู่ก็ยังคงมีคนทยอยกลับเข้าค่ายมาอย่างทุลักทุเล
ทุกคนที่เข้ามาต่างก็พูดถึงเรื่องเดียวกัน!
พวกเขาทุกคนต่างก็ถูกสัตว์อสูรจำนวนหนึ่งปล้นสมบัติไปจนหมดและสัตว์อสูรเหล่านั้นก็พากันรุมทำร้ายร่างกายพวกเขาจนบาดเจ็บสาหัสกันทุกคน!
เมื่อหม่าจิ้งเทียนมาถึงเขาก็รีบเดินไปนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งหัวหน้าค่ายส่วนผู้อาวุโสคนอื่นๆก็พากันเดินไปนั่งประจำตำแหน่งของตน
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?”หม่าจิ้งเทียนหัวหน้าค่ายส่งเสียงสบถขึ้นด้วยความไม่พอใจทันทีที่ทุกคนนั่งประจำที่เสร็จ
“แม้มันจะไม่น่าเชื่อ แต่ก็มีสาวกฝึกหัดมากกว่า80 คนที่พูดเหมือนกันศิษย์พี่หม่าท่านคิดว่าพวกเราควรทำเช่นไร”หวงเฟยหงส์ที่เป็นรองหัวหน้าค่ายกล่าวขึ้นเป็นเชิงขอความเห็นจากหม่าจิ้งเทียน
“ก่อนอื่นให้เรียกสาวกที่มาแจ้งเรื่องราวเข้ามาเพื่อสอบถามดูอีกครั้ง”ผู้อาวุโสคนที่สามนามว่าสงป้าเสนอความเห็น
“อืม! ใช่ ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าทั้งสองก็ไปนำตัวสาวกฝึกหัดที่ร้องเรียนมา”หม่าจิ้งเทียนหันไปสั่งสองสาวกภายนอกที่ยืนประจำอยู่หน้ากระโจมประชุม
“รับทราบ”สองสาวกภายนอกที่ยืนประจำอยู่หน้ากระโจมประชุมตอบรับคำสั่งก่อนที่จะเดินจากไป
เวลาผ่านไปสักครู่หนึ่งพวกเขาทั้งสองก็กลับมาพร้อมกับชายหนุ่มที่สวมใส่ชุดของสาวกฝึกหัดซึ่งขาดกะรุ่งกะริ่งใบหน้าอิดโรยคนหนึ่ง เขาคืนคนที่เดินทางมาเมื่อเช้านี้เอง
“ข้าน้อยเสี่ยวจิ้นหมิงคารวะผู้อาวุโสทุกท่าน”สาวกฝึกหัดที่เข้ามาพร้อมกับสองสาวกภายนอกรีบกล่าวคารวะผู้อาวุโสของสำนักพยัคฆ์มังกรทั้งห้าคนด้วยความเคารพ
“เจ้าคือสาวกฝึกหัดที่เข้ามาร้องเรียนเรื่องถูกฝูงสัตว์อสูรรุมทำร้ายและปล้นสมบัติใช่หรือไม่?”หม่าจิ้งเทียนสอบถาม
“ใช่”เสี่ยวจิ้นหมิงตอบ
“ดี..ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ลองเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พวกข้าฟัง จำเอาไว้ให้เล่าโดยละเอียด”หม่าจิ้งเทียนต้องการรู้ว่าเสี่ยวจิ้นหมิงนั้นพบกับเหตุการณ์เหมือนกับจ้าวอี้เทียนหรือไม่
“เรียนผู้อาวุโสทุกท่าน..เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองข้าและเพื่อนร่วมทีมจำนวน 3 คนกำลังออกล่าสัตว์อสูรนกกระจิบนรก ชั้นเริ่มต้นระดับกลางตัวหนึ่ง.........”เสี่ยวจิ้นหมิงบอกเล่าเรื่องราวของตนเองส่วนมากก็คล้ายกับเรื่องราวที่จ้าวอี้เทียนที่เคยประสบมาเพียงแต่คนละสถานที่และเป็นสัตว์อสูรคนละกลุ่มเท่านั้นเอง
“ถึงกับมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในดันเจี้ยนแห่งนี้ได้อย่างไร...แปลกจริงๆ”รองหัวหน้าค่ายหวงเฟยหงส์กล่าวด้วยความฉงนในใจมันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขนาดเขาซึ่งมีอายุกว่าหนึ่งพันปีแล้วก็ยังไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้เลยสักครั้งเดียว
จากนั้นพวกผู้อาวุโสก็สั่งให้สองสาวกนำตัวของสาวกฝึกหัดเข้ามาสอบสวนอีกกว่า 180คนผลที่ออกมาถึงกับสร้างความฉงนและตื่นตกใจแก่เหล่าอาวุโสทุกคนไอย่างมากมายเพราะมันเกือบจะเป็นเรื่องเดียวกันเพียงต่างกันที่สัตว์อสูรคนละฝูงและต่างสถานที่กระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ป่ารอบนอกเท่านั้นเอง
“ถ้าเรื่องราวเป็นแบบนี้มันก็ออกจะผิดปกติจริงๆ...ดังนั้นข้าจะใช้อำนาจของหัวหน้าค่ายกำหนดภารกิจพิเศษระดับ A สำหรับสาวกภายนอกและสาวกภายในของสำนักทุกคน กำหนดผลตอบแทนเป็นคะแนนบริจาค500 คะแนนสำหรับผู้ที่สามารถหาสาเหตุได้และถ้าใครสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ จะได้รับ2,000 คะแนน สำหรับสาวกฝึกหัดที่อยู่ในดันเจี้ยนนี้ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ทุกคนแม้แต่สาวกที่ถูกปรับสอบตกก็มีสิทธิ์เข้าร่วมภารกิจนี้เช่นกัน แน่นอนถ้าสาวกฝึกหัดคนใดสามารถหาข่าวสารเกี่ยวกับสาเหตุของเรื่องราวนี้ได้หรือจบภารกิจนี้ได้จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นสาวกภายนอกทันทีโดยไม่ต้องส่งมอบแก่นพลังสัตว์อสูรก็ได้รวมทั้งยังสามารถได้รับคะแนนเช่นกัน”หม่าจิ้งเทียนกล่าวก่อนจะมองดูเหล่าอาวุโสอีกสี่คนที่เหลือ
“ข้าเห็นด้วย”เหล่าผู้อาวุโสทั้งสี่ต่างก็พากันกล่าวพร้อมกัน
“ดี!ถ้าอย่างนั้นข้ามอบหมายให้รองหัวหน้าค่ายกลับไปยังอาคารภารกิจเพื่อแจ้งเรื่องนี้แก่ศิษย์สาวกที่อยู่ในสำนักพร้อมทั้งแจ้งให้ผู้อาวุโสซือคงรู้จะได้จัดเตรียมเรื่องป้ายหยกสำหรับเข้า-ออกดันเจี้ยนให้กับเหล่าสาวกที่ต้องการเข้ามาทำภารกิจ”หม่าจิ้งเทียนพูดกับหวงเฟยหงส์
“ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อน”ผู้อาวุโสหวงเฟยหงส์กล่าวก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินทางออกจากดันเจี้ยนทันที
จากนั้นเหล่าผู้อาวุโสก็พุดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปสักพักก็แยกย้ายกันกลับไปยังกระโจมประจำตัวเพื่อพักผ่อนและฝึกปรือพลังปราณของตน
.................................................................................................................
หุบเขาเขี้ยววายุ
ฟงอวิ๋นนั่งขัดสมาธิบนอาสนะฝึกตนอยู่ในกระท่อมที่เขาสร้างขึ้นชั่วคราวในมือของเขาเป็นมีดสั้นปีกวายุอัสนี ชั้นสวรรค์ ระดับสูงสุด จำนวน 108 เล่มและคัมภีร์ทักษะตัวเบาวิญญาณภูตมายาชั้นสวรรค์กับคัมภีร์ทักษะมีดบินทะลวงมิติ ชั้นสวรรค์เขาได้รับมีดสั้นและคัมภีร์ทักษะเหล่านี้จากวงแหวนของผู้ก่อตั้งสำนักพยัคฆ์มังกรกงซุนเหลียง
มีดสั้นปีกวายุอัสนี สร้างขึ้นมาจากเหล็กไหลพันปีใบมีดบางราวปีกจักจั่น ตัวมีดสั้นสีดำสนิทคมมีดสามารถเจาะเกราะระดับสวรรค์ได้อย่างง่ายดายมีดสั้นปีกวายุอัสนีถูกสร้างมาเพื่อลอบสังหารโดยเฉพาะมีดสั้นทั้งหมดถูกฝังเอาไว้ด้วยไข่มุกธาตุสายฟ้าเล่มละ 5 เม็ด เมื่อโจมตีศัตรูสำเร็จมันจะปลดปล่อยพลังสายฟ้าขนาด50,000 โวลต์ออกมาซ๊อตเป้าหมายแบบอัตโนมัติ ถ้าเป็นผู้เล่นและผู้ฝึกตน(NPC) ชั้นปราณสวรรค์จะติดสถานะอัมพาตทันที 1 ชั่วโมงและมีโอกาส 40 เปอร์เซ็นต์ที่จะตายทันที ผู้เล่นและผู้ฝึกตน(NPC)ชั้นปราณปฐพี จะติดสถานะอัมพาต 2 ชั่วโมงและมีโอกาส 60เปอร์เซ็นต์ที่จะตายทันที ส่วนผู้เล่นและผู้ฝึกตน(NPC)ชั้นปราณเริ่มต้นจะติดสถานะอัมพาต 4 ชั่วโมงและมีโอกาส 80 เปอร์เซ็นต์ที่จะตายทันที สำหรับผู้เล่นและผู้ฝึกตน(NPC)ชั้นรวบรวมปราณจะตายทันที
ทักษะตัวเบาวิญญาณภูตมายา เคล็ดทักษะสำหรับการเคลื่อนไหวร่างกายผู้ฝึกฝนทักษะนี้จะสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วกว่าคนอื่นๆ 10 เท่าตัวจะเบาราวปุยนุ่น เคลื่อนไหวดั่งวิญญาณไร้ร่องรอยไม่สามารถแยกได้ระหว่างเท็จและจริง ยามเมื่อเร่งเร้าทักษะอย่างเต็มสปีดจะปรากฏร่างมายานับร้อยนับพันร่างข้อสำคัญทักษะตัวเบาวิญญาณภูตมายานี้ยามเมื่อฝึกฝนจนสำเร็จชั้นสูงสุดสามารถลบล้างกลิ่นอายของตนเองได้100 เปอร์เซ็นต์เหมาะสำหรับนักฆ่าอาชีพที่ชอบแอบซุ่มโจมตี แม้ผู้เล่นและผู้ฝึกตน(NPC)ชั้นปราณสวรรค์ก็ยังไม่สามารถไล่ตามได้ทัน
ทักษะมีดบินทะลวงมิติ เป็นทักษะสายควบคุมผสมกับกฎหมายกาลมิติและอวกาศทักษะมีดนี้สามารถพุ่งฝ่าห้วงมิติและเปิดช่องว่างมิติ ย่นระยะจากไกลให้เป็นใกล้มีดสามารถเดินทางผ่านพันไมล์ได้ในพริบตาโจมตีศัตรูโดยไม่ได้ตั้งตัวและยากต่อการป้องกันผู้ฝึกฝนทักษะนี้จนคล่องสามารถควบคุมให้มีดสั้นเดินทางผ่านช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ทุกทิศทางรวมทั้งสามารถบังคับมีดสั้นให้หักเลี้ยวและโค้งงอได้ตามใจต้องการ
ข้อสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกปรือทักษะมีดบินทะลวงมิติต้องดูดกลืนพลังกาลอวกาศจากก้อนศิลาอวกาศเสียก่อนจึงจะฝึกฝนได้ โดย
- ดูดกลืนพลังจากก้อนศิลาอวกาศ 100 ก้อนสามารถสำเร็จชั้นที่ 1สามารถเปิดช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ในระยะ 10 เมตรรอบตัว
- ดูดกลืนพลังจากก้อนศิลาอวกาศ 1,000 ก้อนสามารถสำเร็จชั้นที่2 สามารถเปิดช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ในระยะ 20 เมตรรอบตัว
- ดูดกลืนพลังจากก้อนศิลาอวกาศ 10,000ก้อนสามารถสำเร็จชั้นที่ 3 สามารถเปิดช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ในระยะ 60เมตรรอบตัว
- ดูดกลืนพลังจากก้อนศิลาอวกาศ 100,000ก้อนสามารถสำเร็จชั้นที่ 4 สามารถเปิดช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ในระยะ 80เมตรรอบตัว
- ดูดกลืนพลังจากก้อนศิลาอวกาศ 1,000,000ก้อนสามารถสำเร็จชั้นที่ 5 สามารถเปิดช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ในระยะ 100เมตรรอบตัว
- ดูดกลืนพลังจากก้อนศิลาอวกาศ 10,000,000ก้อนสามารถสำเร็จชั้นที่ 6 สามารถเปิดช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ในระยะ 200เมตรรอบตัว
- ดูดกลืนพลังจากก้อนศิลาอวกาศ 100,000,000ก้อนสามารถสำเร็จชั้นที่ 7 สามารถเปิดช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ในระยะ 300เมตรรอบตัว
- ดูดกลืนพลังจากก้อนศิลาอวกาศ 1,000,000,000ก้อนสามารถสำเร็จชั้นที่ 8 สามารถเปิดช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ในระยะ 400เมตรรอบตัว
- ดูดกลืนพลังจากก้อนศิลาอวกาศ 10,000,000,000ก้อนสามารถสำเร็จชั้นที่ 9 สามารถเปิดช่องว่างมิติโจมตีศัตรูได้ในระยะ 500เมตรรอบตัว
“แล้วก้อนศิลาอวกาศนี่มันอะไรอีกฟะเนี่ย!”ฟงอวิ๋นถือคัมภีร์ทักษะมีดบินทะลวงมิติดวงตาของเขาว่างเปล่า เขาขบคิดไม่ออกจริงๆว่าเจ้าก้อนศิลาอวกาศมันคืออะไรไม่มีรูปภาพ ไม่มีข้อมูลแล้วเขาจะฝึกฝนยังไง