บรรยากาศภายในถ้ำวิหารราตรีที่เพิ่งจะสงบลงได้เพียงชั่วครู่ กลับต้องเผชิญกับคลื่นพายุลูกใหม่ที่รุนแรงและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ทันใดนั้น อุณหภูมิรอบด้านลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนังถ้ำ ความมืดมิดที่เคยถูกแสงอรุณขับไล่กลับมากลืนกินพื้นที่อีกครั้ง พร้อมกับรังสีฆ่าฟันอันหนักหน่วงที่กดทับลงมาจนแทบจะหยุดลมหายใจของทุกคน
เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างเนิบนาบแต่แฝงไปด้วยอำนาจดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ ร่างของสตรีผู้หนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางเงามืด นางคือ "เย่เจาจวิน" ราชินีปีศาจราตรี ผู้ครองระดับพลังขั้นสูงสุด (Rank SSS) ความงดงามของนางนั้นเหนือล้ำกว่าอิสตรีใดในหล้า ทว่ากลับเป็นความงามที่อันตรายอย่างร้ายกาจ เส้นผมสีนิลยาวสยายราวกับม่านราตรี นัยน์ตาสีม่วงเข้มทอประกายเย็นชาและหยิ่งยโส เรือนร่างอรชรถูกสวมทับด้วยอาภรณ์สีดำสนิทที่ขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอันเย้ายวนใจ ในมือของนางถือ "แส้พิษอสุรา" อาวุธคู่กายที่อาบไปด้วยพิษร้ายแรงซึ่งสามารถปลิดชีพศัตรูได้ในพริบตา
"มนุษย์ชั้นต่ำและสัตว์อสูรทรยศ บังอาจล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของข้า..." น้ำเสียงของเย่เจาจวินเย็นเยียบดุจน้ำแข็งสะท้านวิญญาณ นางตวัดแส้พิษอสุราในมือเบาๆ แต่กลับสร้างคลื่นพลังทำลายล้างที่ฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่น
เฟยเฟยและเสี่ยวจู แม้จะยังไม่ฟื้นฟูพลังอย่างเต็มที่ แต่สัญชาตญาณในการปกป้องหลีเฮงกลับพุ่งสูงปรี๊ด พวกนางกระโจนออกไปเบื้องหน้าของเขาอย่างไม่คิดชีวิต เฟยเฟยกางปีกเพลิงที่ลุกโชนไปด้วยไฟบรรลัยกัลป์ พุ่งเข้าใส่ราชินีปีศาจราตรีด้วยความเร็วแสง ขณะที่เสี่ยวจูปลดปล่อยใยไหมสีเงินที่อาบไปด้วยปราณป้องกัน หวังจะพันธนาการศัตรู
ทว่า พลังของ Rank SSS นั้นห่างชั้นกันเกินไป!
เย่เจาจวินเพียงแค่แสยะยิ้มหยัน นางสะบัดแส้พิษอสุราด้วยท่วงท่าที่งดงามแต่งามหยดย้อยไปด้วยความตาย ปลายแส้ตวัดฟาดเข้าใส่ร่างของเฟยเฟยและเสี่ยวจูอย่างแม่นยำและรุนแรง พลังมหาเทพที่แฝงอยู่ในแส้กระแทกร่างของทั้งสองสาวจนลอยละลิ่ว กระอักเลือดคำโตก่อนจะร่วงหล่นลงกระแทกพื้นถ้ำอย่างแรงและสลบเหมือดไปในทันที
"เฟยเฟย! เสี่ยวจู!" หลีเฮงตะโกนเรียกชื่อพวกนางด้วยความปวดร้าว ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้น เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครเท่านี้มาก่อน
"ต่อไปก็ตาเจ้า มนุษย์โอหัง" เย่เจาจวินก้าวเดินเข้ามาหาหลีเฮงอย่างช้าๆ แส้ในมือของนางเตรียมพร้อมที่จะปลิดชีพชายหนุ่ม
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย หลีเฮงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถต่อกรกับนางด้วยกำลังเพียงอย่างเดียวได้ เขาต้องหาจุดอ่อนของนาง! เขาตั้งสมาธิและเปิดใช้ "เนตรสวรรค์" ซึ่งเป็นทักษะพิเศษจากระบบเทพแมงดา ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองอร่าม สามารถมองทะลุผ่านภาพลวงตาและวิเคราะห์โครงสร้างพลังของศัตรูได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เมื่อเนตรสวรรค์สแกนผ่านร่างของเย่เจาจวิน หลีเฮงก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เขาพบว่าที่บริเวณ "แกนพลังสะโพก" (จุดศูนย์กลางพลังสะโพก) ของราชินีปีศาจราตรี ซึ่งเป็นจุดกำเนิดและศูนย์กลางในการไหลเวียนพลังปราณทั้งหมดของนาง กลับมีรอยแผลเป็นสีดำคล้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากการอุดตันของไอพิษมารอย่างรุนแรง รอยแผลนั้นทำให้พลังของนางไม่เสถียรและสร้างความเจ็บปวดอย่างลึกล้ำทุกครั้งที่นางเคลื่อนไหว แม้นางจะซ่อนเร้นมันไว้อย่างมิดชิดเพียงใดก็ไม่อาจหลบพ้นสายตาของเขาได้
"ที่แท้ก็มีบาดแผลซ่อนอยู่นี่เอง..." หลีเฮงยิ้มกริ่ม มุมปากยกขึ้นอย่างมีเลศนัย แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัวของเขา
เย่เจาจวินตวัดแส้พิษอสุราพุ่งเข้าใส่หลีเฮงด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน แส้นั้นพุ่งตรงหมายจะรัดคอของเขา ทว่าหลีเฮงที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว กลับใช้จังหวะก้าวพริบตาหลบหลีกแส้นั้นไปได้อย่างเฉียดฉิว ปลายแส้ฟาดฟันลงบนพื้นหินจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
หลีเฮงอาศัยจังหวะที่เย่เจาจวินยังไม่ทันดึงแส้กลับ พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวนางราวกับภูตผี เขารวบรวม "ปราณธาตุไม้สีเขียวขจี" อันเข้มข้นที่สุดไว้ที่ปลายนิ้วทั้งสิบจนเกิดเป็นแสงสว่างวาบราวกับหิ่งห้อยนับร้อยตัว เขาเตรียมพร้อมที่จะบุกทะลวงจุดอ่อนของนาง ด้วยการนวดเฟ้นไปที่บั้นท้ายงอนงามซึ่งเป็นที่ตั้งของแกนพลังสะโพก เพื่อสลายไอพิษที่อุดตันและพลิกสถานการณ์การต่อสู้ครั้งนี้!
[ ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบเทพแมงดา! ]
[ ภารกิจฉุกเฉิน: สยบราชินีปีศาจราตรีด้วยสัมผัสแห่งเทพ! ]
[ แต้มสะสมคงเหลือ: 33,500 แต้ม ]
[ แต้มวิบัติสะสม: 24 แต้ม ]
[ คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายมีระดับพลัง Rank SSS โปรดใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด การนวดสลายพิษที่แกนพลังสะโพกต้องใช้ความแม่นยำและจังหวะที่ลึกล้ำ หากพลาดพลั้ง อาจเป็นท่านที่ถูกสูบพลังจนแห้งเหือด! ขอให้โชคดี เทพแมงดาแห่งยุค! ]
รังสีฆ่าฟันของเย่เจาจวินนั้นหนักหน่วงและเย็นเยียบราวกับสายลมจากขุมนรก มันแผ่ซ่านออกมากดทับจิตวิญญาณของผู้ที่อยู่เบื้องหน้าจนแทบจะขาดใจ ทว่าหลีเฮงกลับยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคง นัยน์ตาของเขาที่เปล่งประกายสีทองอร่ามจากเนตรสวรรค์ จ้องมองทะลุผ่านความงดงามอันจอมปลอมและพลังที่น่าเกรงขามของราชินีปีศาจราตรี ไปยังจุดอ่อนที่ถูกซ่อนเร้นไว้อย่างมิดชิด นั่นคือ "แกนพลังสะโพก" ซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นสีดำคล้ำที่เกิดจากการกัดกร่อนของไอพิษมาร
การเคลื่อนไหวของหลีเฮงนั้นรวดเร็วและพลิ้วไหวราวกับสายลม เขาอาศัยจังหวะที่เย่เจาจวินยังไม่ทันตั้งตัว พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวนางด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ ปลายนิ้วทั้งสิบที่อัดแน่นไปด้วย "ปราณธาตุไม้สีเขียวขจี" อันบริสุทธิ์ เตรียมพร้อมที่จะทะลวงเข้าสู่จุดศูนย์กลางพลังสะโพกของนาง สัมผัสแห่งการเยียวยาและการทำลายล้างที่ผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อตัดสินชะตากรรมของการต่อสู้ครั้งนี้
เย่เจาจวินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่คาดคิดมาก่อนว่ามนุษย์ต่ำต้อยผู้หนึ่งจะสามารถล่วงรู้ถึงจุดอ่อนที่นางปิดบังมาเนิ่นนาน และยิ่งไปกว่านั้น เขายังกล้าที่จะพุ่งเป้าโจมตีมาที่จุดนั้นโดยตรง! แส้พิษอสุราในมือของนางสั่นสะท้าน นางพยายามจะตวัดมันเพื่อสกัดกั้นการจู่โจมของหลีเฮง ทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว
ปลายนิ้วของหลีเฮงสัมผัสลงบนบั้นท้ายงอนงามของราชินีปีศาจราตรีอย่างแม่นยำ กระแสปราณธาตุไม้สีเขียวมรกตพุ่งทะลวงเข้าสู่แกนพลังสะโพกของนางราวกับคลื่นยักษ์ที่ซัดกระหน่ำฝั่ง มันปะทะเข้ากับไอพิษมารที่อุดตันอยู่อย่างจัง เกิดเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างพลังแห่งการเยียวยาและพลังแห่งความมืด เย่เจาจวินกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ พลัง Rank SSS ที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้กลับถูกปั่นป่วนจนเสียสมดุล
"อ๊าก! เจ้ามนุษย์บัดซบ! เจ้าทำอะไรกับร่างกายของข้า!" ราชินีปีศาจราตรีตวาดลั่น ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้น
หลีเฮงไม่ตอบคำถามของนาง เขายังคงรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่การนวดเฟ้นและส่งผ่านปราณธาตุไม้เข้าสู่แกนพลังสะโพกของนางอย่างต่อเนื่อง การนวดของเขานั้นผสมผสานทั้งความหนักหน่วงในการกระแทกทำลายไอพิษ และความอ่อนโยนในการซ่อมแซมเส้นลมปราณที่เสียหาย มันเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและอันตรายอย่างยิ่ง หากเขาพลาดพลั้งแม้แต่วินาทีเดียว พลังมารที่ตีกลับอาจจะสูบกินพลังชีวิตของเขาจนหมดสิ้น
เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายขึ้นตามหน้าผากของหลีเฮง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันแน่นและเพิ่มความเข้มข้นของปราณธาตุไม้ขึ้นไปอีกขั้น กระแสปราณสีเขียวขจีทวีความสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน มันแผดเผาและชำระล้างไอพิษมารสีดำที่ฝังรากลึกอยู่ในแกนพลังสะโพกของเย่เจาจวินจนมลายหายไปทีละน้อย รอยแผลเป็นสีดำคล้ำเริ่มจางลง และถูกแทนที่ด้วยรังสีแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์
กระบวนการสลายพิษและฟื้นฟูแกนพลังสะโพกดำเนินไปอย่างดุเดือดและยาวนาน ภายในถ้ำวิหารราตรีที่เคยมืดมิด บัดนี้กลับสว่างไสวไปด้วยแสงสีทองและสีเขียวมรกตที่ปะทะกัน การดิ้นรนขัดขืนของเย่เจาจวินค่อยๆ อ่อนแรงลง ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินจิตวิญญาณของนางถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและผ่อนคลายที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต สัมผัสจากปลายนิ้วของหลีเฮงที่เคยมองว่าเป็นภัยคุกคาม บัดนี้กลับกลายเป็นสัมผัสแห่งการไถ่บาปที่ปลดปล่อยนางจากห้วงแห่งความทรมาน
ในที่สุด ไอพิษมารที่เกาะกุมแกนพลังสะโพกมาเนิ่นนานก็ถูกชำระล้างจนหมดสิ้น เย่เจาจวินทรุดตัวลงบนพื้นถ้ำอย่างหมดเรี่ยวแรง ร่างกายของนางชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ทว่าความรู้สึกปวดร้าวที่เคยมีกลับมลายหายไปจนสิ้น นางหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาสีม่วงเข้มจ้องมองไปยังหลีเฮงด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปกันไป ทั้งโกรธแค้น ตกตะลึง และ... ขอบคุณ?
หลีเฮงเองก็อยู่ในสภาพที่บอบช้ำไม่แพ้กัน การใช้ปราณธาตุไม้รักษาพิษมารระดับ SSS ทำให้เขาต้องสูญเสียพลังไปมหาศาล เขาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหินอย่างหมดสภาพ แต่รอยยิ้มกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เมื่อเขารู้ว่าเขาทำสำเร็จแล้ว! การเผชิญหน้ากับราชินีปีศาจราตรีจบลงด้วยชัยชนะที่เหนือความคาดหมาย และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่ในดินแดนเร้นลับแห่งนี้!
เย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีผู้หยิ่งยโส บัดนี้นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นถ้ำอย่างหมดสภาพ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและอับอาย นางไม่คาดคิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาเป็นหนี้บุญคุณมนุษย์ผู้หนึ่ง แถมยังเป็นมนุษย์ที่นางเคยมองว่าเป็นเพียงมดปลวกที่ไร้ค่าอีกต่างหาก
นางชำเลืองมองหลีเฮงที่กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ไม่ไกลด้วยสายตาที่ซับซ้อน รอยแผลเป็นสีดำคล้ำที่แกนพลังสะโพกของนางหายไปแล้วจริงๆ ความเจ็บปวดที่ทนทุกข์ทรมานมานานนับร้อยปีมลายหายไปราวกับโกหก พลัง Rank SSS ของนางก็กลับมาเสถียรและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ทั้งหมดนี้เป็นเพราะสัมผัสอันแปลกประหลาดจากปลายนิ้วของเขา
"เจ้า... เจ้าทำแบบนี้ทำไม?" เย่เจาจวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความเย็นชา แต่แฝงไปด้วยความอยากรู้ "ทำไมถึงไม่ฆ่าข้าตอนที่ข้าอ่อนแอที่สุด?"
หลีเฮงหันมามองนางด้วยรอยยิ้มบางๆ "ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเข่นฆ่าใคร ข้ามาเพื่อแสวงหาความร่วมมือต่างหาก และข้าก็เห็นว่าเจ้ากำลังเจ็บปวด ข้าจึงช่วยรักษาให้ ก็แค่นั้นเอง"
เย่เจาจวินแค่นเสียงหึ "อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย มนุษย์อย่างพวกเจ้ามีแต่ความละโมบและมักมาก เจ้าคงหวังจะใช้ประโยชน์จากพลังของข้าสิไม่ว่า!"
"ก็อาจจะใช่..." หลีเฮงตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังเจตนาของตนเอง "ข้าต้องการพลังของเจ้าเพื่อปกป้องคนที่ข้ารัก และข้าก็เชื่อว่าเจ้าเองก็ต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่งเช่นกัน เราต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน"
เย่เจาจวินนิ่งเงียบไป นางไม่สามารถปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้ ศัตรูในหุบเขาเร้นลับแห่งนี้มีมากมายและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ การต่อสู้เพียงลำพังอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดอีกต่อไป และผู้ชายตรงหน้านี้... แม้จะดูอ่อนแอในสายตาของนาง แต่เขากลับมีความสามารถที่น่าทึ่ง และจิตใจที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญอย่างที่นางไม่เคยพบเห็นมาก่อน
"ก็ได้... ข้าจะยอมร่วมมือกับเจ้าชั่วคราว..." เย่เจาจวินเอ่ยออกมาในที่สุด น้ำเสียงของนางยังคงความหยิ่งยโส แต่ก็มีความประนีประนอมแฝงอยู่ "แต่จำไว้ให้ดี หากเจ้ากล้าทรยศข้า ข้าจะส่งเจ้าลงนรกด้วยมือของข้าเอง!"
หลีเฮงยิ้มกว้าง เขาเดินเข้าไปหานางและยื่นมือออกไป "ตกลง... ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ ราชินีปีศาจราตรี"
เย่เจาจวินมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าด้วยความรู้สึกลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือออกไปจับมือของเขา สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงจากมือของเขาทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาดในใจอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา... ความรู้สึกที่เรียกว่า... ความไว้วางใจ?
และนี่คือจุดเริ่มต้นของพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดในหุบเขาเร้นลับ การรวมตัวกันของเทพแมงดาผู้ครอบครองระบบสุดโกง ปักษาสาวผู้มีพลังเพลิงทำลายล้าง สาวน้อยแมงมุมผู้มีใยไหมพิฆาต และราชินีปีศาจราตรีผู้ทรงพลัง ตำนานบทใหม่กำลังจะถูกจารึกขึ้นด้วยมือของพวกเขา!