แน่นอนว่าเขาไม่ใช่อัจฉริยะ
ลู่เซิ่งตระหนักถึงเื่นี้เป็อย่างดี
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ล้วนเป็ผลมาจากการฝึกร่างกายที่เขาเพิ่งได้ลองฝึกฝนไปเมื่อครู่นี้เอง
“เพียงฝึกครั้งเดียว ผลลัพธ์กลับดีกว่าการฝึกมาตลอดหนึ่งปี หรืออาจจะหลายปีเสียอีก...ประสิทธิภาพสูงกว่าการฝึกร่างกายยี่สิบสี่กระบวนท่าที่เคยฝึกฝนมาหลายสิบเท่า หรืออาจจะร้อยเท่า!”
“ไม่สิ ไม่ใช่แค่เพราะการฝึกร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเื่ของการหายใจ...”
“ตอนที่ฝึกร่างกาย ฉันใช้การหายใจที่พิสดารโดยไม่รู้ตัว เมื่อทั้งสองสิ่งผสานรวมกัน จึงเกิดผลลัพธ์ที่น่าสะพรึงกลัวขึ้น...”
ในพริบตา ลู่เซิ่งหวนนึกถึงภาพที่เคยเห็นในความทรงจำของซอมบี้ชุดหมี
[วิธีการหายใจ วิชาฝึกร่างกายที่ฉันสอนพวกนายไป ไม่ว่าจะกินข้าว เข้านอน หรือเข้าห้องน้ำจงฝึกมันซะ!]
“วิธีการหายใจที่พิสดาร วิชาฝึกร่างกายที่แปลกประหลาด...”
ลู่เซิ่งไม่รู้ว่าวิธีการหายใจและวิชาฝึกร่างกายที่ซอมบี้ชุดหมีฝึกฝนก่อนตายนั้นคืออะไร แต่เขามั่นใจได้อย่างหนึ่ง
วิชาการฝึกฝนทั้งสองนี้ สูงส่งกว่าการฝึกร่างกายฉบับปรับปรุงแก้ไขครั้งสิบสามที่สหพันธ์ศิลปะการต่อสู้อ้างว่าปรมาจารย์ร่วมกันสร้างขึ้นมากมายนัก
มากมายเสียยิ่งกว่า
“ที่แท้ขุมทรัพย์ที่แท้จริงในความฝันก็คือสิ่งนี้เอง...”
ลู่เซิ่งกำหมัดแน่น แววตาเปล่งประกายเจิดจ้า
ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาก็คือ ไม่ว่าการฝึกฝนหรือทักษะที่เขาได้รับในความฝันจะซับซ้อนเพียงใด ด้วยความทรงจำของนักสู้ก่อนตายที่ช่วยเสริมพลัง เขาจึงสามารถนำมาใช้อย่างราบรื่นโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ
นี่เป็การประหยัดเวลาและพลังงานของลู่เซิ่งไปได้อย่างมาก เป็ทางลัดสู่สรวง์อย่างแท้จริง
หลังจากพักผ่อนได้ครู่หนึ่ง ลู่เซิ่งก็เดินออกจากห้องเพื่อหาอาหารมาเติมพลัง
โชคดีที่ในตู้เย็นยังมีขนมปังและผลไม้เหลืออยู่บ้าง
ลู่เซิ่งเขมือบทุกอย่างราวกับหิวโหยมานาน ก่อนจะยัดทุกสิ่งลงท้องเพื่อประทังความหิว
จากนั้นก็กลับเข้าห้องไปฝึกวิชาฝึกร่างกายอันลึกลับที่ประกอบไปด้วยสองร้อยหกสิบแปดท่าอย่างต่อเนื่อง
ลู่เซิ่งฝึกวิชาฝึกร่างกายชุดนี้ถึงสี่รอบ ความรู้สึกที่ได้ััถึงการเติบโตของความแข็งแกร่งของตนเองอย่างชัดเจน ทำให้เขาแทบจะหลงใหลไปกับมัน
เมื่อฝึกจนถึงที่สุด ร่างกายของลู่เซิ่งอ่อนล้าจนแม้แต่จะขยับนิ้วก้อยยังรู้สึกยากลำบาก
เขาถึงกับเกิดภาพลวงตา
ราวกับร่างกายของเขาคล้ายฟองน้ำที่ถูกบิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำแห้งเหือด นอนแผ่หราอยู่บนเสื่อโยคะอย่างหมดสภาพ
ความง่วงงุนที่มาช้าเริ่มถาโถมเข้าสู่สมองของลู่เซิ่งในที่สุด
ลู่เซิ่งผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็ตื่นขึ้นมาในความฝันอีกครั้ง
เมื่อมองไปยังท้องฟ้าสีหม่นเทาอันคุ้นเคยที่กดดันอยู่เหนือศีรษะ ลู่เซิ่งรู้สึกเบิกบานใจเป็ครั้งแรก
บนที่ราบรกร้างอันไกลโพ้น มองเห็นซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในหมอกสีเทาอย่างรางๆ
ลู่เซิ่งยิ้มกว้าง บนใบหน้าปรากฏสีหน้าราวกับหมาป่าหื่นกระหายที่ได้พบเจอกับสาวงามวัยแรกแย้ม แล้วพุ่งเข้าใส่ซอมบี้เ่าั้อย่างดุร้าย...
...
“ลู่เซิ่ง ไปเล่นเน็ตกันไหม ขาดนายคนเดียวก็ครบห้าคนแล้ว”
ทันทีที่เสียงระฆังหมดคาบเรียนดังขึ้น หลิวฉี่ิก็รีบวิ่งมาทักทายลู่เซิ่งอย่างรวดเร็ว
ลู่เซิ่งส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ไป”
“จะกลับไปนอนต่ออีกแล้วเหรอ? ่นี้นายไม่ได้ฝันร้ายแล้วนี่?”
หลิวฉี่ิไม่อาจเข้าใจได้
ลู่เซิ่งกล่าวอย่างเฉยเมย “ไม่ได้ไปนอน แต่ไปฝึกเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย”
“ชิ!”
บนใบหน้าของหลิวฉี่ิปรากฏสีหน้าเหยียดหยาม
“พวกเราสนิทกันขนาดนี้แล้ว นายยังจะมาแสดงละครต่อหน้าฉันอีก”
ลู่เซิ่งี้เีจะอธิบายให้เขาฟัง
คนอย่างหลิวฉี่ิไม่มีทางเข้าใจได้เลยว่า การฝึกร่างกายนั้นสนุกมากแค่ไหน
ความรู้สึกที่ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่อาจเทียบได้กับเกมคอมพิวเตอร์
“ช่างนายเถอะ ตามใจ”
เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งมีท่าทีหนักแน่น หลิวฉี่ิก็ไม่เซ้าซี้อีกต่อไป
“ยังไงนายก็แค่เห่อแป๊บเดียว...”
จากความเข้าใจที่เขามีต่อลู่เซิ่ง อีกไม่กี่วัน ความกระตือรือร้นในตัวลู่เซิ่งก็จะหมดไป
ถึงตอนนั้น พวกเขาก็ยังคงเป็คู่หูนักดาบในร้านอินเทอร์เน็ต ปีศาจแห่งหุบเขาที่แม้แต่ผีก็ยังกลัวอยู่ดีไม่ใช่หรือ?
...
“ได้เวลาไปทดสอบที่โรงศิลปะการต่อสู้อีกครั้งแล้ว...”
ระหว่างทางกลับบ้าน ลู่เซิ่งเดินไปพลางคิดในใจอย่างเงียบๆ
นับจากวันที่เขาไปทดสอบที่โรงศิลปะการต่อสู้หงชวนครั้งล่าสุดก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว
ใน่เวลาเจ็ดวันนั้น ลู่เซิ่งหมกมุ่นอยู่กับการฝึกราวกับคนติดยา
ทันทีที่กลับถึงบ้านหลังจากเลิกเรียน เขาจะรีบกลับเข้าห้องไปฝึกวิชาฝึกร่างกายสองสามรอบให้หายอยาก กินอาหารเย็นเสร็จก็ฝึกอีกสองสามชุด จากนั้นก็ขึ้นเตียงนอนตอนสี่ทุ่มตรง ล่าสังหารซอมบี้และดูดซับความทรงจำในความฝัน
หากไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมที่จะบอกกับโรงเรียนและครอบครัว เขาก็อยากจะโดดเรียนและฝึกฝนอยู่ที่บ้านทุกวันไปแล้ว
“ผมมาเช่าเครื่องมือเพื่อทำการทดสอบ”
ยังคงเป็โรงศิลปะการต่อสู้หงชวน ลู่เซิ่งมาถึงห้องทดสอบอย่างคุ้นเคย
เริ่มจากการเจาะเืเพื่อทดสอบค่าพลังชีวิตก่อน
ลู่เซิ่งมองแสงสีฟ้าของเครื่องทดสอบที่ส่องผ่านเืของตนอย่างแ่เบา
เขาตั้งตารอผลการทดสอบในปัจจุบันของตนอย่างใจจดใจจ่อ
ด้วยความพยายามในการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตลอดหนึ่งสัปดาห์ ภายใต้การเสริมพลังสองชั้นของวิชาการฝึกร่างกายลึกลับและทักษะการหายใจ เขาจะสามารถบรรลุความสูงส่งระดับใดได้อีก
“ติ๊ง”
“ค่าพลังชีวิต 1.324”
“!”
ลู่เซิ่งกำหมัดแน่น แววตาเปี่ยมไปด้วยแสงแห่งความยินดี
เป็ผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผลและเหนือความคาดหมาย
เมื่อเทียบกับการทดสอบครั้งก่อน ค่าพลังชีวิตกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 0.36 เกือบ 0.4
คนอื่นกินยาบำรุงทุกวันยังขึ้นได้ไม่เร็วเท่าเขา!
“ทดสอบพลังการต่อสู้ต่อเลย!”
ลู่เซิ่งเดินไปยังเครื่องมือวัดพลังการต่อสู้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วชกออกไป
เมื่อเทียบกับการทดสอบครั้งก่อน ความเร็วในการชกของลู่เซิ่งในตอนนี้เร็วขึ้น การเคลื่อนไหวก็เรียบง่ายและคล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น
นี่เป็ผลมาจากการดูดซับทักษะการต่อสู้จำนวนมากใน่เวลานี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็ประสบการณ์และทักษะเกี่ยวกับการต่อสู้มือเปล่า
วิธีการชกที่ลู่เซิ่งแสดงออกมาในขณะนี้ ไม่ด้อยไปกว่าปรมาจารย์มวยที่คร่ำหวอดในวงการมวยมาสิบยี่สิบปี
“ปัง”
เสียงทึบดังขึ้น ตัวเลขปรากฏขึ้นบนเครื่องวัดพลังต่อสู้