เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    ตอนที่ 35 นักปรุงยาชั้นสูง

    ตอนที่ 35 นักปรุงยาชั้นสูง

     

    ตู้มมมมม!!

     

    เสียงระเบิดดังไปทั่วห้องทดสอบพร้อมกับควันสีขาวเต็มไปหมดแต่มันไม่ใช้ควันไหม้แต่อย่างใดเพราะมันทั้งหอมและทำให้รู้สดชื่นเมื่อได้สูดดมกลิ่นจากควันเข้าไปและเสียงระเบิดที่ดังเมื่อครู่ก็คือเสียงระเบิดจากเตาปรุงยาของเจิ้งฟู่นั้นเอง.....


    "กะ กะเกิดอะไรขึ้น!!!"


    "กลิ่นหอมของยานี้มันอะไรกันทำไมมันถึงได้หอมขนาดนี้นะ"


    "และยังมีไอ้แสงสว่างสีเหลืองเมื่อกี่อีก มันแสงอะไรกันนะ?"


    คนอื่นๆต่างไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นคนที่รู้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเหล่ยเทียนหลู่ที่อยู่ข้างๆเขา ขงฉางที่เฝ้าจับตามองอยู่ กลุ่มผู้ทดสอบบางคนที่อยู่ใกล้และก็สามชายชราผู้อาวุโส......


    ชายชรา1: กลิ่นหอมนี่มันอะไรกัน?ไหนจะแสงเมื่อกี่อีก


    ชายชรา2: ใช้ๆ เจ้าเด็กนั้นทำอะไรกันเขาทำสำเร็จหรือว่าล้มเหลวกันนะ?


    หมิงหว่าง:เขาทำสำเร็จแน่นอนดูจากกลิ่นหอมที่ลอยมากับควันแล้วดูท่ายาที่เขาทำนั้นน่าจะเป็นยาระดับสามนะ!!


    ยาระดับสาม!!?


    เมื่อควันสีขาวหายไปภาพที่ปรากฏก็คือเจิ้งฟู่ที่ยืนถือเม็ดยาสีเหลืองไว้ในมือของเขาออร่าที่ปล่อยออกมาจากเม็ดยานั้นอัดเต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างเพียงแค่มองก็เกิดอาการน้ำลายไหลโดยไม่รู้ตัวแล้ว..........

     

     

    "นั้นเขาปรุงยาอะไรกันทำไมมันถึงได้มีกลิ่นหอมและก็อัดแน่นไปด้วยพลังแบบนี้?"


    เม็ดยาที่อยู่ในมือของเขานั้นทำให้คนอื่นๆอดไม่ได้ที่จะหันมามองด้วยความตกใจและอยากรู้อยากเห็นแม้แต่เหล่ยเทียนหลู่เองก็อยากรู้ว่ามันคือยาอะไรเพราะเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อนส่วนสองผู้อาวุโสเมื่อได้ยินแบบนี้พวกมันก็ทำได้แต่เพียงยิ้มแห้งๆเท่านั้นพวกมันเองถึงจะเป็นระดับผู้อาวุโสของสมาคมแต่พวกมันก็ไม่เคยได้สัมผัสยาระดับสามมากนัก.....


    มีเพียงผู้อำนวยกาสมาคมปรุงยา หัวหน้าสมาคมและหมิงหว่างเท่านั้นที่ได้ปรุงยาระดับสามนี้อยู่บ่อยๆและก็มีระดับสี่บ้างเล็กน้อยพวกเขาจึงรู้ได้ทันทีเมื่อเม็ดยาปรุงเสร็จ....


    "ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะสามารถปรุงยาระดับสามออกมาได้แถมวัตถุดิบที่เขาใช้นั้นก็ยังเป็นเพียงของที่หาได้ง่ายๆอีกด้วยข้าอยากรู้นักว่าเขาปรุงยาอะไรออกมา" หมิงหว่างกล่าวขึ้นด้วยท่าทางสนอกสนใจและเมื่อพูดจบมันส่งสัญญาณให้ขงฉางนำเม็ดยาที่เจิ้งฟู่มาตรวจสอบทันที.....


    "น้องเจิ้งฟู่ท่านผู้อาวุโสต้องการให้ข้ามารับยาที่เจ้าปรุงเสร็จไปตรวจสอบนะ" ขงฉางเมื่อมาถึงก็พูดตามที่หมิงหว่างสั่งมาในทันที....


    "ได้เลยขอรับพี่ขงฉาง" เจิ้งฟู่ยื่นยาในมือขอเขาให้กับขงฉางไปตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่รอเพราะว่าเขาทำเตาปรุงยาแตกดังนั้นเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้ถึงแม้ว่าจะเหลือเตาปรุงยาอีกมากก็ตามแต่ที่จริงแล้วเพราะเขากลัวถูกว่าเรื่องที่เขาทำเตาแตกต่างหากเลยไม่กล้าไปใช้(ใครมันจะไปกล้าใช้ต่อวะทำแตกไปอันหนึ่งแล้ว).....


    หลังจากที่ขงฉางได้เม็ดยามาแล้วเขาก็ถือเม็ดยาด้วยความระมัดระวังขงฉากไม่รู้เม็ดยาในมือของมันนั้นคือยาอะไรแต่ที่รู้ๆคือมันต้องเป็นยาที่ไม่ธรรมดาแน่.....


    "นี่ขอรับท่านผู้อาวุโสหมิงหว่าง!!"


    "ดีมาก เจ้าออกไปได้แล้ว!!"


    ขอรับ!!


    เมื่อได้เม็ดยามาแล้วหมิงหวางก็สั่งให้ขงฉางออกมาทันทีทำเอาขงฉางที่เดินออกมานั้นใบหน้าเศร้าเลยเพราะมันเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเม็ดยาสีเหลืองเมื่อครู่นั้นคือยาอะไร.....


    ชายชรา1: ท่านหมิงหว่างยาเม็ดนี้คือยาอะไรกัน?


    "ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันแต่กลิ่นอายแบบนี้ต้องเป็นยาระดับสามแน่นอน"


    ชายชรา2: ยาระดับสามอย่างนั้นเรอะ ถ้าเกิดเป็นอย่างที่ท่านว่าจริงไม่เท่ากับว่าเด็กคนนี้มีระดับพอๆกับเราเชียวเรอะ?


    "ข้าเองก็อยากจะพูดเช่นนั้นแต่ดูแล้วเขาน่าจะมีระดับสูงกว่าพวกเราอีกเพียงแต่เขายังอายุน้อยเอยู่เท่านั้นหากว่าเขาได้ฝึกต่ออีกสักสิบปีข้าว่าเขาคงจะเป็นนักปรุงยาที่มีชื่อเสียงโด่งดังแน่นอน"


    ชายชรา1: แล้วเราจะเอายังไงกับการทดสอบของเขาดีสำหรับการผ่านด่านทดสอบนี้เพียงแค่ผู้เข้าทดสอบปรุงยาระดับหนึ่งสิบเม็ดหรือยาระดับสองสองเม็ดไม่ก็ระดับหนึ่งห้าเม็ดและสองอีกหนึ่งเม็ดก็จะผ่านการทดสอบนี้......


    ชายชรา2: เขาสามารถปรุงยาระดับสามได้นี้มันเกินกว่าที่จะเป็นนักปรุงยาระดับต้นหรือกลางแล้วแต่มันยังคงเหลือด่านสุดท้ายอยู่ท่านว่าเราควรจะให้เขาทดสอบอีกไหม?


    "ในเรื่องนี้ข้าเองก็คิดหนักเหมือนกันถ้าเราให้เขาผ่านเลยมันจะเกิดเรื่องวุ้นวายได้เพราะยาที่เขาทำมันคือยาระดับสามถ้าใครรู้เข้ามันจะไม่เป็นผลดีต่อเขาในอนาคตแต่ถ้าจะไม่ให้เขาผ่านเราอาจจะเสียอัจฉริยะน้อยผู้นี้ไปก็ได้"


    ชายชรา1: ถ้างั้นเราจะทำยังไงดีถ้าเราไม่ให้เขาผ่านการทดสอบนี้เขาอาจจะหมดกำลังใจและไม่อยากเป็นนักปรุงยาอีกก็ได้นะ


    ชายชรา2: ถ้าเป็นแบบนั้นก็แย่นะสิ ถึงแม้ว่าเด็กที่ชื่อเหล่ยเทียนหลู่นั้นจะมีพรสวรรค์ก็จริงแต่ก็เทียบไม่ได้กับเด็กคนนี้เลยยังไงสมาคมของเราก็ต้องการเขา


    ทั้งสามต่างก็คิดหนักกับเรื่องนี้เพราะถ้าให้เจิ้งฟู่ผ่านทุกคนก็จะสงสัยได้ว่าทำไมเขาถึงผ่านเพียงแค่ยาเม็ดเดียวแต่ถ้าจะบอกถึงระดับยาที่เขาปรุงได้มันก็จะไม่เป็นผลดีอีกเช่นกัน.......


    "เอาอย่างนี้เป็นไงพวกเราให้เขาผ่านการทดสอบนี้และบอกเหตุผลว่าเขานั้นได้ปรุงยาระดับสองขั้นสูงได้สำเร็จและตัวยานี้เทียบได้กับยาระดับสองสองเม็ดเลยถือว่าสอบผ่านพวกท่านคิดว่าเป็นยังไง?" หมิงหว่างถามขึ้นเมื่อคิดหาทางออกได้.......


    อือ!!


    ตกลงตามนั้น!!


    ชายชราทั้งสองต่างก็เห็นด้วยกับความคิดเห็นของหมิงหว่างเรื่องการสอบผ่านของเจิ้งฟู่ดังนั้นหมิงหว่างจึงได้สั่งให้ขงฉางไปบอกกับเจิ้งฟู่เกี่ยวกับการทดสอบของเขาว่าเขาผ่านแล้ว.....


    "น้องเจิ้งฟู่ข้าได้รับคำสั่งจากผู้อาวุโสให้มาบอกกับเจ้าว่าเจ้าผ่านการทดสอบในรอบนี้แล้วแต่ทางสมาคมของเราขอเก็บเม็ดยาของเจ้าไว้ก่อนเพราะยังไม่รู้สรรพคุณของมันในตอนนี้ดังนั้น......"



    "เช่นนั้นหรอกหรอ? ถ้างั้นข้าก็ผ่านแล้วสินะแต่ตอนนี้ท่านอาจารย์ของข้าคงรอข้านาแล้วข้าคงต้องขอตัวก่อนข้าคงไม่อาจที่จะทดสอบในด่านต่อไปได้แล้ว"


    ขงฉางยังไม่ทันได้พูดจบเจิ้งฟู่ก็ได้รีบพูดแทรกขึ้นมาทันทีเพราะเขาเข้าร่วมทดสอบกว่าสองชั่วยามแล้วซึ่งมาเป็นเวลาที่นานพอควรเลยซึ่งเขาต้องรีบออกไปเพราะซื่อวู้รออยู่ข้างนอกดังนั้นเจิ้งฟู่จึงตัดสินใจที่จะยังไม่ทดสอบด่านต่อตอนนี้ถึงแม้มันจะน่าเสียดายก็ตาม......


    ณ ด้านนอกสมาคมปรุงยา.....


    ซื่อวู้รอเขาอยู่ที่ด้านนอกอยู่นานแต่เจิ้งฟู่ก็ยังไม่ออกมาเขาจึงเกิดความกังวลเล็กน้อยแต่มันก็ยังดีที่เขาอยู่ในสมาคมปรุงยาเพราะในนั้นไม่มีใครทำอะไรเขาแน่นอนมันจึงได้สั่งให้คนเฝ้าไว้ที่ทางเข้าเพื่อเจิ้งฟู่จะออกมาส่วนตัวมันนั้นก็ไปที่ร้านขายตันสมุนไพรเพื่อซื้อต้นลิ้นหมาตามที่ตั้งใจไว้......


    กลับมาที่ภายในห้องโถงทดสอบผู้คนหลายคนที่ทดสอบได้ทยอยวางมือลงจากการปรุงยาแล้วส่วนใหญ่จะไม่ผ่านการทดสอบนี้คนที่ผ่านมีน้อยถึงสองในสิบส่วนและหนึ่งในนั้นก็คือเหล่ยเทียนหลู่เขาสามารถปรุงยาระดับสองได้สองเม็ดสำเร็จตามที่ได้กำหนดไว้ส่วนเจิ้งฟู่ยังคงต้องรออยู่เพราะขงฉากได้รับคำสั่งมาให้เจิ้งฟู่รอก่อน.....


    แต่เจิ้งฟู่ไม่มีเวลามากแล้วเพราะเขาต้องรีบออกไปจึงได้พยายามพูดหาทางกลับส่วนขงฉางมันพยายามที่จะห้ามตัวเจิ้งฟู่ไว้ตามคำสั่งของผู้อาวุโสแต่เจิ้งฟู่นั้นรู้ดีว่าเหตุผลที่พวกเขาพยายามจะดึงตัวเขาไว้นั้นเพราะเหตุใดมันก็เพราะยาที่เขาพึ่งจะปรุงได้นั้นเอง....


    "ท่านพี่ขงฉางอย่าได้ห้ามข้าเลย ข้าไม่อาจจะอยู่ต่อได้แล้วไม่เช่นนั้นท่านลุงของข้าคงโกรธมากแน่"


    แต่ว่า.......


    "ถ้างั้นข้าขอเวลาเจ้าสักเดียว ข้าขอไปบอกกับท่านผู้อาวุโสก่อ....."


    ไม่จำเป็น!!


    ทันใดนั้นเองหมิงหว่างก็เดินมาพอดีและตามมาด้วยชายชราอีกสองคนพวกเขาตรงมาที่เจิ้งฟู่ในทันทีและภาพเหตุการณ์นี้ก็ทำเอาคนที่อยู่รอบๆถึงกับตกใจเพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าชายชราทั้งสามคนนี้คือใคร.....


    "นั้นสามผู้อาวุโสแห่งสมาคมปรุงยานิ!!"


    "ทำไมพวกเขาถึงเดินไปหาเด็กคนนั้นกันหรือว่าจะเป็นเพราะยาเม็ดนั้น?"


    หมิงหว่างไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่มองไปรอบๆเท่านั้นจากนั้นเสียงที่พูดคุยกันอยู่ก็เงียบลง.....


    ชายชรา1: เอาละการทดสอบในวันนี้จบลงแล้วพวกเจ้ากลับไปได้แล้วยกเว้นเจ้า....เจ้าหนู


    เมื่อได้ยินแบบนี้ทุกคนต่างก็ออกจากห้องโถงไปเหลือทิ้งไว้เพียงแต่เจิ้งฟู่และขงฉางรวมกับสามชายชราเท่านั้นที่ยังอยู่ส่วนคนที่สามารถสอบผ่านได้ต่างก็กลับบ้านด้วยความดีใจเพราะพวกเขาได้เป็นนักปรุงยาระดับต้นแล้วการได้เป็นนักปรุงยาพวกเขาจะสามารถได้รับการว่าจ้างในราคาสูงจากตระกูลต่างๆ.....


    แต่ก็ยังมีคนที่เดินคอตกกลับไปด้วยความล้มเหลวเช่นกันพวกเขาต่างมองไปที่คนที่ผ่านการทดสอบอย่างอิจฉา......


    เหล่ยเทียนหลู่เองก็เช่นกันเขาได้รับการดูแลพิเศษจากทางสมาคมและรอเข้ารับการทดสอบในวันพรุ่งนี้ต่อเพื่อเลื่อนเป็นนักปรุงยาชั้นกลางก่อนที่เขาจะออกไปเขามองมายังเจิ้งฟู่เป็นครั้งสุดท้ายด้วยความชื่นชม.....


    "แล้วพบกันใหม่น้องเจิ้งฟู่"เสียงของเหล่ยเทียนหลู่ดังขึ้นแต่เมื่อสิ้นสุดเสียงตัวมันก็หายไปด้วยพร้อมกับคนที่เหลือตอนนี้ในห้องโถงนั้นเหลือเพียงแต่พวกเขาแล้ว.....


    "ขงฉางไปเอาของสิ่งนั้นมา" หมิงหว่างหันไปหาขงฉางก่อนจะออกปากสั่งขึ้นให้ขงฉางไปเอาของบางอย่างมา.....


    ขอรับ!!


    *ขอสิ่งนั้น?*


    ไม่นานขงฉางก็กลับมาพร้อมกล่องในมือของมันกล่องนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มากเป็นกล่องไม้ที่ประดับอย่างสวยงามเลยทีเดียว....


    "อะนี้ของเจ้า!!" หมิงหว่างรับกล่องจากขงฉางและยืนให้กับเจิ้งฟู่ทันที....


    "มันคืออะไรหรอขอรับ?" เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับทำหน้างงสงสัย.....


    ชายชรา1: เจ้าลองเปิดดูสิ.....


    ปั๊ก!!!


    เจิ้งฟู่เปิดกล่องดูทันทีและเมื่อเขาเปิดออกดูก็พบกับป้ายป้ายหนึ่งที่อยู่ภายในกล่องไม้...


    "นั้นมันป้ายรับรองการเป็นนักปรุงยาชั้นสูงนิ!!!" ขงฉางถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยเมื่อเขาได้เห็นป้ายรับรองตนที่เจิ้งฟู่ได้รับและมันเองก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่าเจิ้งฟู่นั้นมีความสามารถแต่ก็ไม่น่าจะได้เป็นนักปรุงยาชั้นสูงแบบนี้.....


    นักปรุงยาชั้นสูง!!?


    "พวกท่านจะบอกข้าว่าข้านั้นได้รับการรับรองว่าเป็นนักปรุงยาชั้นสูง?"


    "ถูกต้องแล้วด้วยความสามารถของเจ้านั้นเจ้าถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีเลยก็ว่าได้และนี้ชุดของเจ้าแต่จงอย่าได้ทะนงตนว่าตัวเองเป็นนักปรุงยาชั้นสูงแล้วละเพราะยังมีคนที่มีความสามารถอีกเยอะในโลกภายนอก" หมิงหว่างกล่าวขึ้นพร้อมกับยื่นส่งชุดสีฟ้าให้กับเจิ้งฟู่.....


    ชายชรา2: ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อเจ้าเป็นนักปรุงยาชั้นสูงแล้วเจ้ายังได้รับแหวนมิติขนาดสามผิงอีกด้วย(1ผิง= 3.3เมตร) เพื่อเอาไว้เก็บสมุนไพรและวัตถุดิบต่างๆในการปรุงยา.....


    ชายชรา1: ไม่เพียงแค่นั้นเจ้ายังได้รับเตาปรุงยาและสมุนไพรจำนวนหนึ่งอีกด้วยและมันได้ถูกเก็บไว้ในแหวนแล้ว......


    แหวนมิติ!!?


    สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้นั้นทำให้ขงฉางเกือบหัวใจวายทั้งตำแหน่งทั้งของที่เจิ้งฟู่ได้รับมานั้นต่างก็เป็นเรื่องที่มันไม่เคยคาดคิดมาก่อนทั้งนั้น......


    "ต่อไปนี้เจ้าก็คือส่วนหนึ่งของสมาคมปรุงยาของเราแล้วถ้าเจ้ามีอะไรที่ต้องการก็สามารถแวะเข้ามาที่สมาคมได้ทุกเมื่อเลยพวกเรายินดีช่วยเหลือเจ้าเสมอ" หมิงหว่างกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้ม.....


    หมับ!!


    เจิ้งฟู่รับเอาของทั้งหมดมาจากหมิงหว่างจากนั้นเขาก็สวมแหวนมิติไว้ที่นิ้วและเก็บเอาของทั้งหมดใส่ไว้ในนั้นต่อทันทีก่อนจะพูดขึ้นว่า"เรียนท่านผู้อาวุโสข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องท่านไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่ครับ?" พร้อมกับทำหน้ายิ้มๆแบบใส่ซื่อ....


    "ขอร้อง? เรื่องอะไรละ?"

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ) ที่คุณอ่าน