"ป่าหมื่นอสูร..เป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในอาณาจักรเซเฟีย!! ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งขั้นก่อเกิดวิญญาณก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปแม้แต่ชายขอบนอกสุดของป่าด้วยซ้ำ" ชินพูดขึ้นพร้อมถอนหายใจเชนเองก็ถอนหายใจเช่นเดียวกัน ตอนนี้ชินบอกเขามาสามในสี่วิธีแล้ว แต่ละวิธีมันช่าง...ยากเย็นราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์"ผมขอพูดตรงๆ นะครับ สำหรับคุณเชนในตอนนี้วิธีนี้ตัดทิ้งไปได้เลย อย่าบ้าบิ่นเอาชีวิตไปเสี่ยงเด็ดขาด" ชินพูดอย่างเป็นห่วง "เพราะของที่ทางสังกัดเทพโอสถให้หามันไม่ได้อยู่แค่ขอบนอกของป่าหรอกครับ แต่มันอยู่ลึกเข้าไปในป่าหมื่นอสูรจนบางครั้งของที่หาถึงกับอยู่ในรังของอสูรเลยด้วยซ้ำ! ""แน่นอนครับ..ผมไม่บ้าบิ่นจนเอาชีวิตไปทิ้งแบบนั้นเด็ดขาด" เชนตอบรับพร้อมพยักหน้า"ส่วนวิธีสุดท้าย.." ชินพูดค้างไว้พร้อมยกน้ำขึ้นจิบ เหมือนจะชั่งใจว่าจะพูดดีหรือไม่เชนหันมาให้ความสนใจในวิธีสุดท้ายที่ชินจะพูด ชินเมื่อเห็นเช่นนั้นก็วางแก้วน้ำในมือลง"วิธีสุดท้ายคือ...คุณเชนต้องขึ้นเป็นนักล่าRank Aให้ได้ครับ" ชินบอกวิธีสุดท้าย"นักล่าRank A.." เชนพูดทวนช้าๆ พร้อมยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างหมดแรงนักล่า..Rank Aในอาณาจักรเซเฟียมีประชากรอยู่หลายพันล้านชีวิต ผู้ที่เป็นนักล่ามีนับหลายร้อยล้านคน แต่จากสถิติที่ทางสมาพันธ์นักล่าเปิดเผยออกมา นักล่าRank Aในปัจจุบันมีไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ! หนึ่งร้อยในหลายร้อยล้าน! คนที่สติยังดีและพอจะคำนวณตัวเลขได้คงเข้าใจถึงความยากของมันได้เป็นอย่างดี!"เมื่อเข้าสู่Rank A ทางสมาพันธ์มีหนึ่งในสวัสดิการสำหรับพวกเขาเหล่านั้น นั่นคือสามารถร้องขอให้ทางสังกัดเทพโอสถรักษาตนหรือใครก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ โควตาการใช้คือสามปีจะได้รับสิทธิ์หนึ่งครั้ง ส่วนค่าใช้จ่ายทางสมาพันธ์จะเป็นผู้รับผิดชอบให้ทั้งหมด" ชินพูดวิธีสุดท้ายวิธีนี้ถ้าเทียบกับสามวิธีก่อนหน้า สามวิธีก่อนถือว่ากลายเป็นเรื่องปกติไปเลยทีเดียว!เส้นสาย..คนระดับนั้นจะไม่มีเส้นสายได้อย่างไร?เงินเก้าร้อยล้านคลีด..อาจจะดูเยอะ แต่สำหรับนักล่าRank Aไม่ได้ถือว่ามากมายขนาดนั้นป่าหมื่นอสูร..ถ้าไม่ได้ถึงกับต้องเข้าไปลึกถึงเขตราชันอสูรพวกเขาก็พอจะทำได้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงวิธีที่สี่ถือว่า..ยากเย็นอย่างที่สุด! ยากราวกับให้ปีนขึ้นสวรรค์ด้วยมือเปล่า!"วิธีนี้สำหรับคุณเชนในตอนนี้ก็.." ชินพูดพร้อมมองเชนอย่างสงสาร"ผมเข้าใจครับ..ผมรู้แล้วว่าทำไมคุณชินถึงบอกว่าวิธีที่สองมีความเป็นไปได้มากที่สุด" เชนยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากในห้องเกิดความเงียบขึ้นปกคลุมอยู่เกือบสิบนาที"แล้วคุณเชน..จะทำยังไงต่อครับ" ชินพูดทำลายความเงียบเชนหันไปยิ้มให้แต่ไม่ได้ตอบอะไรใบหน้าของเขาอาจกำลังยิ้ม แต่ภายในรอยยิ้มนั้นกลับ.......ท้องฟ้าด้านนอกมืดแล้ว เมื่อดวงอาทิตย์ลับหาย ความมืดและเหล่าดวงดาวก็ปรากฏขึ้นแทนที่เชนตอนนี้กำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่างในห้องผู้ป่วยของมิ้นท์ เหม่อมองขึ้นไปยังเหล่าดวงดาวบนฟากฟ้าในแบบที่เขาชอบทำในห้องตอนนี้เหลือเพียงเขาและมิ้นท์สองคนเท่านั้น หลังจากพูดคุยกับชินอีกเล็กน้อย ชินก็ขอตัวกลับเพราะยังมีธุระที่ต้องไปทำ ส่วนเชนหลังจากเดินไปส่งก็กลับมานั่งอยู่ในห้องผู้ป่วยพร้อมครุ่นคิดอะไรบางอย่างมีประโยคหนึ่งที่เขากับชินพูดกันก่อนจะลากัน เป็นประโยคที่สะกิดใจเขาเป็นอย่างมาก"คุณมิ้นท์ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ใช่ไหมครับ? ""ใช่ครับ""งั้นก็น่าแปลก..""อะไรแปลกเหรอครับ? ""ถ้าแค่เกิดอุบัติเหตุ การเป็นเจ้าหญิงนิทราสามารถยอมรับได้นะครับ แต่นี่กลับป่วยเป็นอะไรบางอย่างที่ถึงกับวิชาค้นดาราขั้นสองไม่สามารถตรวจพบได้ ผมว่ามัน..แปลกมากๆ ""..."เชนครุ่นคิดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมานั่นสิ..เป็นแค่อาการที่เกิดจากการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ธรรมดา แต่วิชาค้นดาราที่ถือเป็นสุดยอดวิชาทางการแพทย์กลับไม่สามารถตรวจพบได้ นี่มัน..หรือว่า..การที่ไม่อาจหาร่างของพ่อกับแม่พบ และการที่มิ้นท์เป็นเช่นนี้มันจะไม่ใช่...อุบัติเหตุเมื่อความคิดนี้แวบขึ้นมาในหัว เชนก็สะบัดหัวไล่ความคิดนี้ทิ้งไปในทันที"ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องนั้น แถมก็ไม่ใช่ว่าจะจริงตามที่เราคิด" เชนก้มหน้าลงมาจากท้องฟ้าพร้อมพูดเขาถอยห่างออกจากหน้าต่าง เดินไปนั่งลงยังเก้าอี้ข้างเตียงซึ่งมีมิ้นท์ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่เชนจ้องมองไปยังน้องสาวจอมซนที่เติบโตมาพร้อมกับเขา รอยยิ้มน่ารักที่คอยส่งให้เขาเสมอในวันวาน..เขายังจำได้ติดตา"ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษามิ้นท์" เชนพูดเบาๆ ราวกับรำพันกับตัวเอง"มิ้นท์..น้องก็ได้ยินสี่วิธีที่คุณชินพูดวันนี้ใช่ไหม ยากจังเลยเนอะ.." เชนพูดเบาๆ พร้อมมองไปยังมิ้นท์ เขาพูดไปราวกับมิ้นท์ในตอนนี้ไม่ได้นอนสลบไสลแต่กำลังรับฟังเขาอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบในห้องผู้ป่วย อยู่ๆ ก็มีลมจากไหนไม่ทราบได้พัดมาโดนตาของเขา จนเขาต้อง...กะพริบตาเมื่อเขาลืมตาขึ้น...มิ้นท์ที่ควรจะนอนหลับอยู่บนเตียง ตอนนี้เธอกลับกำลังนั่งอยู่บนเตียงใช้มือเรียวเล็กทั้งสองเท้าคางจ้องมองมายังเขาและรับฟังในสิ่งที่เขาพูด..."ใช่ค่ะ..ยากมากๆ เลย" มิ้นท์ที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงพูดพร้อมพยักหน้าน้อยๆ"แต่ไม่ว่าจะยากขนาดไหน..พี่ก็จะทำ" เชนจ้องมองไปยังน้องสาวของตน "พ่อเคยสอนพี่ไว้ประโยคหนึ่ง โลกนี้มีแค่สองสิ่ง นั่นคือสิ่งที่เป็นไปแล้วกับสิ่งที่ยังเป็นไปไม่ได้ อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่พี่..ต้องทำให้ได้""หนูรู้ว่าพี่ทำได้แน่ๆ ก็พี่ของหนูทั้งคน" มิ้นท์ยิ้มตาหยีเชนยิ้มตามเมื่อได้เห็นรอยยิ้มน่ารักสดใสของเธอ"แต่อย่าฝืนให้มากนะ..หนูเป็นห่วง" มิ้นท์หุบยิ้มลงพร้อมพูดกับเขา "พี่น่ะชอบฝืนตัวเองอยู่เรื่อย อย่างเมื่อก่อนตอนที่ปืนไปเก็บว่าวบนต้นไม้ไง หนูก็บอกแล้วว่าสูงไปไม่ต้องเก็บ พี่ยังดื้อไม่ยอมฟังขึ้นไปเก็บจนพลาดตกลงมา ดีนะที่ขาไม่หัก..แต่หัวกลับแตก อิอิ" มิ้นท์ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเมื่อคิดไปถึงเรื่องในตอนนั้น"ฮ่าๆๆ รู้แล้วน่า" เชนหัวเราะเมื่อมิ้นท์ขุดเรื่องเมื่อก่อนขึ้นมาพูด"งั้นสัญญา? " มิ้นท์พูดพร้อมกับยื่นนิ้วก้อยเล็กๆ มาหาเขา"อีกแล้วเหรอ ทำตัวเป็นเด็กไปได้" เชนหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นมิ้นท์ยื่นนิ้วก้อยมาหาเขา"จะไม่สัญญาเหรอ" มิ้นท์ทำแก้มป่อง ท่าทางเหมือนจะงอน..แต่พี่ชายอย่างเขาจะไม่รู้ได้ไงว่ายัยตัวแสบกำลังแกล้ง"ได้เลยครับคุณน้องสาวที่เคารพรัก! พี่ชายสุดประเสริฐคนนี้ขอให้สัญญา! " เชนพูดพร้อมทำหน้าขึงขัง"ดีมาก!! " มิ้นท์พูดพร้อมยิ้มเต็มใบหน้ามาให้ แต่ไม่ได้ดึงนิ้วก้อยของเธอกลับ"จะเอาให้ได้เลยสินะ ฮ่าๆๆ " เชนหัวเราะพร้อมส่ายหัวเขายื่นนิ้วไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยเล็กนั้น มิ้นท์ใช้นิ้วก้อยเกี่ยวนิ้วก้อยเขาพร้อมโยกไปมาเบาๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสเขาเองก็ยิ้มออกมาเช่นกันในตอนนั้นเองก็มีลมจากไหนไม่ทราบได้พัดมาเข้าตาอีกครั้ง จนเขาต้อง..กะพริบตาเมื่อเขาลืมตา ในห้องก็ยังเป็นเช่นเดิม เป็นห้องผู้ป่วยที่ตอนนี้มืดมิดเพราะไม่ได้เปิดไฟในห้อง มีเพียงแสงจากดวงจันทร์นอกหน้าต่างให้แสงสว่างเพียงเท่านั้น ในห้องแห่งนี้มีเตียงผู้ป่วยและมิ้นท์..ก็นอนหลับนิ่งอยู่บนนั้นเชนนั่งอยู่ด้านข้างเตียง อยู่ในท่ายื่นมือออกไป นิ้วก้อยของเขางอเข้าราวกับกำลังเกี่ยวอะไรบางอย่าง...เชนมองมือที่ยื่นออกไปแล้วยิ้มออกมา นี่เขาถึงกับเพ้อว่ามิ้นท์ตื่นขึ้นมาคุยกับเขาเลยเหรอเนี่ยเชนไม่ได้ดึงมือกลับ เขามองไปยังนิ้วก้อยของเขาพร้อมพูดขึ้นว่า "พี่สัญญา..พี่จะช่วยเราให้ได้ ไม่ว่าทางข้างหน้าจะยากแค่ไหน ไม่ว่าใครจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ และไม่ว่าจะมีอะไรรออยู่ก็ตาม"