ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ!

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 50 อุปกรณ์ประกายแสง! แหวนภูตพราย! ทะลวงสู่ระดับ 50!

            [แหวนภูตพราย]

            [ระดับ: ประกายแสง]

            [ระดับที่ต้องการ: ระดับ 50]

            [คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง +100; ความคล่องตัว +100;อัตราคริติคอล +20%]

            [คุณสมบัติเสริม: สภาวะภูตพราย... เมื่อโจมตีเป้าหมายเดิมอย่างต่อเนื่องการโจมตีแต่ละครั้งจะสะสมความเร็วโจมตีเพิ่มขึ้น 5% เป็นเวลา15 วินาที สะสมได้สูงสุดสิบห้าชั้น!]

            [คำอธิบาย: แหวนของนักรบเผ่าภูตพรายอันลึกลับบรรจุไว้ด้วยพลังแห่งเงาพรายไร้ผู้ต้านเมื่อโจมตีเป้าหมายเดิมอย่างต่อเนื่องจะแสดงสภาวะภูตพรายอันน่าหวาดกลัวออกมา]

            มันคือแหวนขั้นประกายแสงจริงๆด้วย!

            นี่คืออุปกรณ์ที่มีระดับสูงกว่าอุปกรณ์ทองคำขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง!

            นอกจากจะบวกคุณสมบัติพื้นฐานถึงสามอย่างแล้วยังมีคุณสมบัติเสริมพิเศษอย่างสภาวะภูตพรายติดมาด้วยเซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดีเป็นสองเท่าหากจะบอกว่าสร้อยคอจันทร์เสี้ยวเมื่อครู่นี้ถูกสร้างมาเพื่ออาชีพจอมเวทโดยเฉพาะเช่นนั้นแหวนภูตพรายวงนี้ก็คือสิ่งที่สร้างมาเพื่อนักรบสายความแข็งแกร่งและคล่องตัวอย่างเซียวเยี่ยโดยเฉพาะเช่นกัน!

            การโจมตีเป้าหมายเดิมซ้ำๆแล้วสามารถเพิ่มความเร็วโจมตีได้อย่างต่อเนื่องช่างเป็นอาวุธวิเศษสำหรับการดวลตัวต่อตัวกับบอสขั้นสูงเสียจริง!

            มันช่างเข้ากับรูปแบบการต่อสู้แบบฉายเดี่ยวของเซียวเยี่ยในตอนนี้ได้อย่างไร้ที่ติ

            อุปกรณ์ประกายแสงนั้นทรงพลังสมคำร่ำลือ!

            ด้วยเหตุนี้เมื่อรวมกับกระบี่ราชันพระราชทานที่เขาหยิบมาจากกล่องสมบัติในโถงหลักของสุสานแม่ทัพโหลวหลันเซียวเยี่ยก็รวบรวมอุปกรณ์ระดับ 50 ได้เกือบครึ่งเซตแล้ว!

            ขอเพียงระดับของเซียวเยี่ยไปถึงระดับ50พลังต่อสู้ของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดดชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

            ค่าประสบการณ์จากการสังหารปลิดชีพแม่ทัพซากศพโหลวหลันที่แย่งชิงมาจากมือของสมาคมจอมราชันและสมาคมอินทรีดำทำให้ระดับของเซียวเยี่ยพุ่งพรวดขึ้นมาถึงระดับ 38 ทันทีระยะห่างจากระดับ 50 จึงดูไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

            เป้าหมายต่อไปก็คือการรีบเลื่อนระดับให้ถึง50โดยเร็วที่สุด!

            ในเมื่อตั้งเป้าหมายไว้ที่การเก็บค่าประสบการณ์พื้นที่เก็บค่าประสบการณ์ระดับต่ำรอบๆ เมืองซ่างจิงย่อมไม่เพียงพออีกต่อไป

            สิ่งที่เซียวเยี่ยต้องการในตอนนี้คือเขตพื้นที่เก็บค่าประสบการณ์ระดับ30ขึ้นไป และจะดีที่สุดหากมีมอนสเตอร์ระดับสูงหรือบอสปรากฏตัวซึ่งพื้นที่ระดับสูงเหล่านี้ล้วนตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองซ่างจิงทั้งสิ้น

            และตอนนี้เซียวเยี่ยก็ไร้พันธะผูกพันใดๆจึงจะถือโอกาสนี้ออกจากเมืองซ่างจิงเพื่อหลบเลี่ยงความวุ่นวายไปในตัวด้วย

            เขาจึงตัดสินใจไม่กลับเข้าเมืองซ่างจิงแต่ถ่ายภาพคุณสมบัติของอุปกรณ์สองชิ้นอย่างคทาเวทโหลวหลันโบราณและสร้อยคอจันทร์เสี้ยวแล้วส่งขึ้นไปบนระบบซื้อขายออนไลน์ผ่านอุปกรณ์สื่อสาร จากนั้นก็หาซื้อเสบียงอาหารยา และเต็นท์สำหรับค้างแรมให้เพียงพอจากพ่อค้าเร่หน้าเมืองก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังเขตเก็บค่าประสบการณ์ระดับสูงที่อยู่ห่างไกลทันที

            ห้าวันหลังจากนี้เซียวเยี่ยตั้งใจจะปักหลักกินนอนอยู่ในเขตเก็บค่าประสบการณ์จนกว่าจะถึงระดับ 50ถือเสียว่าเป็นการออกมาเข้าค่ายพักแรมก็แล้วกัน

            ..........

            ซึ่งเขาไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าการออกจากเมืองของเขาไปครั้งนี้กลับทำให้ใครคนหนึ่งในเมืองซ่างจิงต้องตกที่นั่งลำบาก

            คนผู้นั้นคือเนี่ยเสี่ยวอวี่ผู้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ถูกทางกองทัพส่งมาเดิมทีเธอได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ออกแบบหอคอยแห่งการทดสอบในรุ่นนี้

            แต่เธอกลับมีความกล้าบ้าบิ่นนึกสนุกนำลูกมังกรนิลกาฬที่ทางกองทัพเพิ่งจับมาได้ไปใส่ไว้ในชั้นลับของหอคอยแห่งการทดสอบเพื่อเป็นบอสลับโดยไม่คาดคิดเลยว่าลูกมังกรที่เย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณเผ่าพันธุ์จะถูกเซียวเยี่ยทำพันธสัญญาและพาตัวออกไปได้หน้าตาเฉย!?

            นั่นมันลูกมังกรที่เรียกได้ว่าเป็นอาวุธระดับยุทธศาสตร์เชียวนะ!

            เนี่ยเสี่ยวอวี่ที่สติแทบหลุดรีบค้นหาที่อยู่ของเซียวเยี่ยจากฐานข้อมูลของกองทัพทันทีเธอรีบสวมชุดพลเรือนเพื่อมาดูหน้าเจ้าคนที่เพิ่งจะตื่นรู้แต่กลับสามารถทำพันธสัญญากับลูกมังกรได้ว่าเป็นยอดคนจากไหนแต่เมื่อมาถึงบ้านของเซียวเยี่ย เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่า...

            “ฉิบหายแล้วไหมล่ะ? หมอนั่นคงไม่ได้หอบมังกรหนีไปแล้วหรอกนะ...”

            ด้วยความไม่ยอมแพ้เนี่ยเสี่ยวอวี่ดักรออยู่ที่หน้าประตูบ้านของเซียวเยี่ยติดต่อกันถึงห้าวันเต็มๆแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา!!

            คราวนี้เนี่ยเสี่ยวอวี่ถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูกหากอุบัติเหตุครั้งนี้ถูกตัดสินว่าเป็นความผิดของเธอมันก็เพียงพอที่จะส่งเธอขึ้นศาลทหารได้เลย!

            “ฉันเองก็สร้างผลงานให้องค์กรมาตั้งไม่น้อย ถ้าเอาความดีมาหักล้างความผิดอย่างน้อยก็คงไม่ต้องไปติดคุกหรอกมั้ง... ฉัน... ฉัน...”

            ยิ่งคิดเนี่ยเสี่ยวอวี่ก็ยิ่งอยากจะร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจเธอมองดูยศพันตรีที่เพิ่งจะได้รับมา มันยังไม่ทันจะหายอุ่นเลยด้วยซ้ำคราวนี้อย่าว่าแต่จะถูกลดขั้นเลย ถ้าไม่ถูกขับออกจากกองทัพก็ถือว่าบุญโขแล้ว!

            ในขณะที่เนี่ยเสี่ยวอวี่เตรียมใจที่จะรายงานเรื่องนี้ให้องค์กรทราบและต่อให้ต้องมอบตัวเธอก็ต้องให้องค์กรส่งคนออกประกาศจับเจ้าหมอนี่ไปทั่วประเทศให้เร็วที่สุดทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นภายในตึกแถวเก่าๆ แห่งนี้ตามมาด้วยเสียงสะเดาะกุญแจ ประตูห้องเช่าถูกเปิดออกหลังจากผ่านไปนานหลายวันเนี่ยเสี่ยวอวี่เด้งตัวขึ้นจากโซฟาเก่าๆ ราวกับติดสปริงดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มที่แบกเต็นท์และดูมอมแมมจากการเดินทางซึ่งยืนอยู่หน้าประตูเธอไม่มีวันลืมใบหน้านี้ที่เห็นจากฐานข้อมูลเด็ดขาด... เซียวเยี่ย!

            หมอนั่นกลับมาแล้ว!

            เนี่ยเสี่ยวอวี่แผดเสียงตะโกนออกมาอย่างสุดกลั้นจนเสียงแหบพร่า“เซียวเยี่ย!! นายหายหัวไปไหนมาตั้งนานฮะ?!”

            ..........

            “เอ่อ... คุณคือ?”

            เซียวเยี่ยจ้องมองหญิงสาวที่เด้งพรวดขึ้นมาจากโซฟาของเขาด้วยความระแวดระวังเขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะกับคำถามที่ถามออกมาอย่างหน้าตาเฉยแบบนั้น!

            เดี๋ยวนะ!?

            นี่มันห้องเช่าของเขาไม่ใช่หรือไง!

            แล้วผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้มาโผล่ในบ้านเขาได้ยังไงกัน?!

            เซียวเยี่ยที่ใช้ชีวิตอยู่ในเขตเก็บค่าประสบการณ์ระดับสูงมาตลอดห้าวันเต็มแม้จะมีเสบียงและเต็นท์เพียงพอ แต่สภาพของเขาก็ยังดูโทรมและเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย

            แต่ผู้หญิงที่ปรากฏตัวในบ้านของเขาคนนี้ดูจะโทรมยิ่งกว่าเขาเสียอย่างนั้น?

            ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงนั่นคงไม่ได้สระมาหลายวันแล้วสินะแถมขอบตาดำคล้ำคู่นั้นยังดูเหมือนหมีแพนด้าที่พกพาความแค้นมาเต็มพิกัด

            “เดี๋ยวก่อน คุณเป็นใครกัน?”

            เซียวเยี่ยหรี่ตาลงพลางเท้าสะเอวถาม“นี่มันบ้านผมนะ คุณเข้ามาได้ยังไง!”

            เนี่ยเสี่ยวอวี่ถึงกับชะงักเมื่อเจอคำถามย้อนกลับเธอเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า หลังจากที่ดักรอในวันที่สองแล้วไม่เจอตัวด้วยอารมณ์วู่วามเธอจึงตามคนมางัดกุญแจประตูแล้วถือวิสาสะย้ายเข้ามานอนรอเขาในบ้านหน้าตาเฉย...

            “ฉัน... ฉัน...”

            เนี่ยเสี่ยวอวี่ถึงกับน้ำท่วมปากไปชั่วขณะเพราะการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่กองทัพส่งมาอย่างเธอมางัดกุญแจบ้านคนอื่นและบุกรุกเคหสถานแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่น่าเชิดหน้าชูตาที่จะพูดออกมาเลยจริงๆ

            “นาย... นายไม่ต้องมาสนว่าฉันเข้ามาได้ยังไง...”

            เนี่ยเสี่ยวอวี่ใช้นิ้วมือทั้งสองข้างนวดขมับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะจ้องหน้าเซียวเยี่ยแล้วถามว่า“มังกรของฉันล่ะ?”

            เซียวเยี่ยได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้งไปมังกร?

            ผู้หญิงคนนี้รู้เรื่องที่เขาทำพันธสัญญากับมังกรนิลกาฬได้อย่างไร!?

            ตั้งแต่เดินออกมาจากหอคอยแห่งการทดสอบเซียวเยี่ยไม่เคยแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้เลยแม้แต่นิดเดียว

            “มังกร? มังกรอะไร?”

            สมองของเซียวเยี่ยหมุนวนอย่างรวดเร็วเขารีบสวมบทบาทตีหน้าซื่อตาใส พลางตอบกลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน“คุณพูดเรื่องอะไรน่ะ? คุณเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่า!”

            เนี่ยเสี่ยวอวี่ที่เห็นเหตุการณ์ตอนที่เซียวเยี่ยทำพันธสัญญากับลูกมังกรนิลกาฬผ่านกล้องวงจรปิดในชั้นลับมากับตาเมื่อเห็นท่าทางปั้นหน้าตายทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ของเขาอารมณ์โกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที เธอแผดเสียงลั่น “อย่ามาทำไขสือกับฉันนะ!”

            “ในชั้นลับของหอคอยแห่งการทดสอบมีลูกมังกรนิลกาฬอยู่ตัวหนึ่ง!และพิธีตื่นรู้ในปีนี้ มีแค่นายคนเดียวที่เข้าไปถึงชั้นลับได้!”

            “ลูกมังกรนิลกาฬของฉันอยู่ที่ไหน!?”

            เซียวเยี่ยใจหายวาบข้อมูลจากคำพูดเหล่านี้เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคงไม่ใช่คนธรรมดาแน่!

            ชั้นลับของหอคอยแห่งการทดสอบจะไม่มีการถ่ายทอดสดให้ใครเห็นแล้วเธอรู้เรื่องในชั้นลับได้อย่างไร?

            นอกจากจะเป็นบุคคลระดับสูงเท่านั้น!

            เมื่อคิดได้ดังนั้นเซียวเยี่ยก็รีบเปลี่ยนท่าทีทันที เขายิ้มประจบพลางถามด้วยเสียงอ่อนหวาน“แหะๆ พี่สาวคนสวยครับ ไม่ทราบว่าท่านเป็นใครกันแน่หรือครับ?”

            เนี่ยเสี่ยวอวี่เห็นท่าทีของเซียวเยี่ยก็อารมณ์เย็นลงบ้างเธอนั่งลงบนโซฟาเก่าๆ ตัวนั้น พลางนั่งไขว่ห้างแล้วเอ่ยว่า“ฉันเป็นใครน่ะเหรอ?”

            “ฉันคือเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่กองทัพส่งมาและเป็นผู้ออกแบบหอคอยแห่งการทดสอบในปีนี้!”

            “ถ้าเรียกตามยศทหาร นายต้องเรียกฉันว่า พันตรีเนี่ย!”

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ! ที่คุณอ่าน