Love Status : รัก..แบบไหน?

    Love Status : รัก..แบบไหน ?  |  EP. 14

    ณ เวทีประกาศผลรางวัล..การแข่งขันกีฬามหาลัยฯเมื่อ 3 ปีก่อนเป็นปีที่น่ายินดีที่ในปีนั้น..คณะไอทีของพวกผม..คว้าถ้วยรางวัลประจำปีมาครอบครองได้สำเร็จเป็นปีแรกด้วยคร้าบบบ..โว้ยยยยยยยยย~~~ #ดีใจสุดๆกันไปเล้ยยยย.. \\^0^//..ปังงงงงงงง.. !!..เสียงของพลุกระดาษที่ถูกยิงขึ้นฟ้าดังสนั่นลั่นไปทั้งสนามเมื่อ “ไอ้ก็อต” ตัวแทนนักกีฬาเฟรชชี่ปีหนึ่ง แถมยังครองตำแหน่งเดือนมหาลัยฯขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่จากคณะไอที ก้าวขึ้นไปรับถ้วยรางวัลการแข่งขันกีฬาประจำปีฯมาครอบครองได้จนสำเร็จ เศษเสี้ยวของกระดาษแผ่นเล็กแผ่นน้อยหลากหลายสีสันโปรยปรายกระจัดกระจายไปทั่วทั้งลานกิจกรรมตามแรงลม~“เชี่ยะะะ.. เอ้ยยย.. ขะ.. ขอโทษครับ” ผมเซถอยหลังไปจับมือใครบางคนเอาไว้เพราะแรงตกใจ ก่อนจะหันหน้ากลับไปเพื่อกล่าวคำขอโทษ “เอ้า..พี่ควอตซ์” ผมยิ้มตาหยีพลางหัวเราะแก้เขินให้กับเหตุการณ์เมื่อครู่ “ตกใจหมดเลยว่ะพี่ ฮ่าๆๆๆ” ~>//<“ขวัญอ่อนนะมึงเนี่ยะ” คนตัวสูงกว่าผมพูดขึ้น ก่อนจะยิ้มกลับมาให้เฉกเช่นทุกครั้ง“ก็มันตกใจจริงๆนี่พี่ เกือบหงายหลังแล้วเนี่ยะ..ถ้าร่วงลงไปมีหวังได้อายคนทั้งมหาลัยฯแน่ หมดหล่อกันพอดี” ~^^”“ฮ่าๆ..ขนาดนั้นเลยเหรอวะ..?” ไอ้พี่ควอต์หัวเราะออกมาก่อนจะพูดต่อ “ถ้างั้น..ทำแบบนี้ละกัน มึงจะได้อยู่กับกูไม่ไปไหน” คนตัวสูงบอกข้างหูพร้อมกับยกแขนมากอดคอผมเอาไว้จากด้านหลังช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง และ การยินดี~เสียงเชียร์สำหรับถ้วยรางวัลแข่งขันกีฬาประจำปีฯที่ตอนนี้ตกเป็นของคณะไอทีดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณจัดกิจกรรม ไอ้ก็อตชูถ้วยรางวัลฯสีทองอร่ามขึ้นฟ้าเพื่อให้เหล่าบรรดาเพื่อนพ้องพี่น้องนักศึกษาได้มองเห็นกันทั่วทุกทิศทาง เสียงเฮ เสียงปรบมือของเพื่อร่วมคณะฯ และเพื่อนร่วมมหาลัยฯดังตามมาอย่างไม่ขาดสาย เสร็จสิ้นกิจกรรมรับน้อง ประกวดดาวเดือน และแข่งกีฬาของมหาลัยฯเสียที ใบหน้าของทุกคนต่างมีแต่ความแช่มชื่นใจ เป็นอีกหนึ่งในความทรงจำที่ผมมีความสุข ผมโบกมือให้ไอ้ก็อตจากที่ไกลๆ หันกลับมายิ้มให้ไอ้พี่ควอตซ์ที่ตอนนี้มันช่วยให้ผมยืนได้อย่างมั่นคงบนอัฒจรรย์ และในช่วงเวลานั้น..มันก็ยิ้มตอบกลับผมมาจากด้านหลังอย่างที่เคยเป็น..ตอนนั้น..มันก็ดีเนอะ......“ไอ้ดรีม..” รู้สึกเหมือนมีเสียงจากที่ไกลๆร้องเรียกผม..เสียงที่แสนคุ้นเคย..เสียง....“ไอ้ดรีมโว้ยยยยยยยยย..” เป็นไอ้ก็อตที่แหกปากลั่นเรียกชื่อผมกลางโรงอาหารกลางวันของบริษัทฯที่มาฝึกงานกันอยู่นี่ = =““อะไรของมึงเนี่ยะ..นั่งกันแค่นี้แม่งเรียกกูเบาๆก็ได้” ผมหันซ้ายหันขวาเลิกลั่ก ดูว่ามีใครตกใจกับการกระทำของไอ้ก็อตเหมือนผมบ้างมั้ย..? มึงก็นะ.. กระฉากกูออกมาจากภวังค์สุดพลังไปเลย~ T^T“กูเรียกมึงเป็นล้านรอบได้แล้วมั้ง..” ไอ้ก็อตบ่น ~ = =“ถึงอย่างนั้นก็นับว่าโชคดีที่ไม่มีใครสนใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่สักเท่าไหร่ เหตุเพราะโรงอาหารยามเที่ยงวันแบบนี้ก็มักจะเต็มไปด้วยเสียงจอแจจากบรรดาพี่ๆพนักงานที่ลงมาทานอาหารด้วยเหมือนกัน ดังนั้น..เสียงของไอ้ก็อตมันเลยถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงสนทนาของคนหมู่มากไปโดยปริยาย..เว้นเสียแต่..ถ้าหน้าตามันไม่เป็นจุดสนใจขนาดนี้ล่ะนะ.. = =“เอาล่ะ.. ตอนนี้พี่ๆพนักงานสาวที่มองพวกผมมาจากโต๊ะข้างๆหันไปหัวเราะคิกคั๊กกับเพื่อนร่วมโต๊ะกันยกใหญ่ซะแล้วล่ะครับ T^T แม่งงงง.. แค่กูมานั่งแดกข้าวกับมึงเฉยๆก็พลอยตกเป็นเป้าสายตาจะตายห่าอยู่ละ ผมเลยได้แต่โค้งหัวขอโทษพี่ๆเค้าแทนไอ้ก็อตไปพลางๆ.. แต่ไหง๋กูต้องเป็นคนขอโทษแทนวะ~ = =?“มึงจะแดกมั้ย? ไอ้ข้าวเที่ยงเนี่ยะ..กูแดกไปเป็นครึ่งแล้วนะ”“เออๆๆๆ..” ผมรีบจ้วงตักข้าวในจานยัดเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวจนแก้มกลมเหมือนคนพองลม“เป็นอะไรของมึงวะ.. อยู่ๆแม่งก็วาปนั่งยิ้มคนเดียว?” ไอ้ก็อตเอนหลังพิงพนักแล้วดูดน้ำจากแก้วปื๊ดใหญ่ “แล้วนี่.. สรุปมึงจะบอกกูได้ยังว่าไปยืนจับมือพี่ควอตซ์มันทำไมบนเวที กูเห็นนะ!” แหมะ..มึงก็ตาดีเกินไปละ = =““กูก็บอกมึงไปแล้วไง เมื่อวานกูแค่ตกใจเสียงพลุ กูเลยเซถอยไปจับมือแม่งกันล้ม”“แล้ว..?”“แล้วอะไรล่ะ.. ก็แค่นั้นแหละ”“แหมมมม.. มึงอย่ามาบอกกูว่าแค่นั้น.. กูรู้ว่ามีอีก” ไอ้ก็อตทำท่ารู้ทัน “มึงปิดกูไม่มิดหรอก เล่ามาาาา..”“มึงนี่ขี้เผือกเหมือนกันเนอะ..”“แน่น๊อนนน..เพราะกู หน้า ด้านนนน.. ฮ่าๆๆๆ” ไอ้ก็อตยักคิ้วจึ๊กสองจึ๊กกลับมา“เอออออ..” นี่แหละครับ ตัวจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหล่อเหลาของมัน = =““กูก็เผือกแค่เรื่องมึงเท่านั่นแหละ.. แต่มึงไม่ต้องทำมาเปลี่ยนเรื่องเลย เล่าม๊าาา~”“เออ.. มัน.. บอกกูว่า.. มันจะไม่หนีกูไปไหนอีกแล้ว.. ไรนี่แหละ” ผมบอกไอ้ก็อตออกไปในที่สุด“เฮ้ยยยยยยยยย..!! นี่พี่เค้า..ขอมึงคืนดีเหรอวะ ?”“หะ..? ยังไงวะ..? ขอคืนดี..?”“ก็..ถ้าพี่เค้าบอกว่าจะไม่หนีมึงไปไหน.. มันก็แสดงว่าพี่เค้าอยากอยู่กับมึงไง ดังนั้น..พี่เค้าก็ต้องอยากดีกับมึงแล้วสิวะ กูว่า.. แบบนี้แม่งก็กำลังจะไปในทิศทางที่ดีแล้วนะเว้ย..!!” อยากถ่ายรูปหน้าตาดี๊ด๊าหูตั้งของมันตอนนี้ไว้ซะจริงๆ = =““มึงก็รู้ว่ากูไม่อยากยุ่งกับแม่งแล้วอ่ะ.. เฮ้อออ~” ผมถอนหายใจ “แต่.. พอมันมาบอกกูแบบนั้น.. กูก็ยิ่ง..”“อยากกลับไปเคลียร์อีกคร้างงงงง~ง นึง..?”“ก็เออดิ.. คือแบบ แม่งทำตัวเหมือนยอมรับว่า 3 ปีที่ผ่านมามันหนีกูไปจริงๆเลยนะเว้ย.. แล้วแม่ง.. จะทำไปทำไมวะ..? โว้ยยยยยยยยย.. กูไม่ชอบความรู้สึกค้างคาแบบนี้เลยว่ะ เกือบลืมไปได้แล้วเนี่ยะ” #หงุดหงิด“หรือว่าบางที.. พี่เค้าอาจจะไม่อยากปล่อยมึงไปแล้วรึเปล่าวะ..?” ไอ้ก็อตนั่งกอดอกเหมือนคนกำลังใช้ความคิด“ไม่อยากปล่อยกูไป?” อะไรของมึง = =?“สภาพนี้อีกไม่นาน..แม่งได้กันแน่ๆ~”“แค่กๆๆๆ.. เชี่ยะะะ.. มึง..พูดอะไรเนี่ยะ? ได้พ่อมึงดิ..” ผมสำลักข้าวที่พึ่งตักเข้าปากจนเกือบจะพ่นใส่หน้าไอ้ก็อตไปซะให้รู้แล้วรู้รอด นี่ถ้ามีใครมาได้ยินเข้านะมึงเอ้ยยยย.. *0*//“อะไรของมึง.. กูแค่บอกว่า.. อีกไม่นาน.. มึงกับพี่เค้าได้คืนดีกันแน่ๆ ก็แค่เนี่ยะ~” ไอ้ก็อตพูดพร้อมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่งมึงยิ้มมีเลศนัยสุดๆไปเลยไอ้ห่า “อ่ะ.. หน้าแดงงงง.. อ่ะ.. หูแดงงงงงงงงง..”“ก็มึงแม่ง.. พูดไม่เคลียร์ กูบอกมึงหลายทีแล้วนะว่ากูไม่ได้ชอบพี่เค้า” ผมดูดน้ำแดงเข้าไปปื๊ดใหญ่เพื่อให้อาการสำลักทุเลาขึ้น“ไม่ชอบ.. แต่ก็มีพี่เค้าในใจตลอดงี้?” ไอ้ก็อตยังคงพูดต่อ“ไอ้ก็อต! นี่มึงอยากแดกตีนกูมากใช่มั้ยห๊าา..!!” ผมถีบไอ้ก็อตจากใต้โต๊ะและก็เช่นเคย..แม่งหลบผมได้ทุกทีเลยสิหน่า.. = =““ฮ่าๆๆๆๆๆ.. ไม่ชอบก็ไม่ชอบคร้าบบ..” ไอ้ก็อตแค่นหัวเราะก่อนจะกลับมาพูดต่ออีกครั้ง “แต่ไอ้ดรีม.. คราวนี้กูจริงจังนะ ถ้ามึงอยากกลับไปเคลียร์กับพี่เค้า มึงต้องไปเคลียร์จริงๆได้แล้วนะเว้ย.. หาโอกาสเหมาะๆแล้วมึงก็พูดกับพี่เค้าไปเลย ไหนๆ..แผนไม่สนใจอดีตสำหรับมึงมันไม่เวิร์คแล้วล่ะก็ กูว่า.. มึงกลับมาเดินแผนเดิมแล้วเคลียร์ให้หายคาใจไปเลยก็ไม่เลวนะเว้ย มันจะได้จบๆไปซะที มึงก็จะได้ไม่ต้องมานั่งประสาทแดกกับตัวมึงเองอยู่แบบเนี่ยะ.. แล้วถ้าคราวนี้มึงไม่เคลียร์นะ กูนี่แหละ..จะเคลียร์ให้มึงเอง หรือยังไงวะ.. หรือมึงจะให้กูเปิดก่อนมั้ย..?”“มะ.. ไม่ต้องงงง.. ก็ถ้ากูเจอ กูก็ว่าจะเคลียร์เลยแหละ”“ดี กูรอเผือกตอนต่อไปอยู่..” เอ่อ.. ขอบใจมากเพื่อน.. ใช่เหรอวะ = =“..แต่เคยเป็นกันมั้ยครับเวลาที่เราไม่ต้องการจะหาสิ่งไหน.. สิ่งนั้นแม่งงงง.. โผล่ออกมาให้เห็นได้ตลอดเวลา อย่างกับมีใครเสกขึ้นมาให้กระแทกเข้าเบ้าตาอยู่ตรงหน้าเสียอย่างนั้น แต่พอต้องการจะหามันจริงๆ ยิ่งหา ก็ยิ่งไม่เจอเลยแม้แต่เงา..#ไอ้พี่ควอตซ์นี่ก็เช่นกันหลายวันมานี้มันหายไปไหนวะเนี่ยะะะะะะะะ~ = =“จริงๆต้องบอกว่าหายไปทั้งแก๊งถึงจะถูกครับ เพราะทั้ง พี่พีร์ และ พี่อาร์ต ก็ดูเหมือนจะหายตัวไปพร้อมกับไอ้พี่ควอตซ์ด้วยเหมือนกัน จนได้มารู้ทีหลังจากพี่แนนนี่ว่าช่วงนี้พี่ๆเค้าต้องออกไปพบลูกค้าข้างนอก เลยพาให้ถึงบางอ้อเสียที.. ว่าแต่.. โปรเจคก่อนหน้าพึ่งผ่านไป ต้องออกไปคุยงานใหม่ต่อเลยเหรอเนี่ยะ โอ้โห..นี่คงเป็นเรื่องปกติของการทำงานสิเนอะ~ *0*//และด้วยเหตุนี้แหละครับ.. เลยทำให้ผมไม่ได้เจอกับไอ้พี่ควอตซ์มันจังๆส๊ากกกก..กะทียืดไปอีก เฮ้อออออออออ~...ผมกับไอ้ก็อตเดินกลับมายังแผนกฝึกงานหลังจากจัดการกับมื้อเที่ยงจนแล้วเสร็จเฉกเช่นทุกวัน จะว่าไป..หลังจากงานแถลงข่าวเกมฯเมื่อสัปดาห์ก่อน ดูเหมือนช่วงนี้พี่ๆพนักงานจะแช่มชื่นใจกันมากขึ้นกว่าเดิมจนผมรู้สึกได้เลยล่ะครับ คงเป็นเพราะงานที่เคยสร้างความเคร่งเครียดและกดดันให้กับพี่ๆเค้าได้ผ่านพ้นไปแล้วล่ะมั้ง อีกอย่าง.. อาจเป็นช่วงรอยต่อสั้นๆสำหรับการรอรายละเอียดเพื่อเริ่มโปรเจคใหม่ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส จึงค่อยๆแทรกตัวเข้ามาทดแทนอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบช่วงก่อนๆที่ผ่านมานั่นเอง..“ป๊าบบบบบบบบ..เข้าให้!!”..แผ่นกระดาษขนาด A4 ถูกนำเอามาติดที่บอร์ดประกาศประจำแผนกโปรดักชั่นในช่วงเวลาเดียวกับผมที่ก้าวขาเข้ามาถึงว่าแต่..ประกาศอะไรหว๋า..?? แต่ความสงสัยของผมก็ถูกไขกระจ่างในเวลาเพียงไม่นานเมื่อพี่ปุ๊กผู้ติดใบประกาศแผ่นนั้นได้พูดเสียงดังออกมาชัดเจนว่า....“กำหนดการณ์ไปเอ้าท์ติ้งของบริษัทฯมาแล้วจ้าาา.. สดๆร้อนๆ พึ่งออกมาจากเครื่องปริ้น!!” ..สิ้นเสียงปุ๊บ พี่ต่อก็ลุกปั๊บไปดูรายละเอียดบนนั้นแทบจะในทันที ส่วนพี่วิน..ยังคงใส่หูฟังจนไม่ได้ยินเสียงใดๆจากภายนอกอยู่ที่โต๊ะครับ“ไหนๆขอดูหน่อยเด้.. ปีนี้เราได้ไปไหนกันน้าาาา..”.....“ภูเขา..?” ไอ้พีร์พูดขึ้นขณะนั่งอ่านกำหนดการณ์เอ้าท์ติ้งประจำปีบนเก้าอี้ในห้องทำงานของไอ้ควอตซ์ในช่วงค่ำหลังเลิกงาน“ขึ้นดอย..?” ผมถามออกไปบ้าง ซึ่งก็นั่งปักหลักอยู่ข้างๆไอ้พีร์มันนี่แหละครับ“เออ..” ไอ้คอวตซ์ตอบสั้นๆ แถมมันยังทำหน้าประมาณว่าพวกมึงจะงงอะไรกันนักหนาอีกต่างหาก ก็แล้วววว..มึงจะไม่ให้พวกกูงงได้ไงวะ  = =?“ปกติ.. กูเห็นใครๆเค้าก็ไปเอ้าท์ติ้งกันที่ทะเลรึเปล่าวะ..?”“นั่นดิ.. ลุงมึงคิดอะไรถึงอยากพาพนักงานขึ้นเขาไปไกลขนาดนั้น..?” ไอ้พีร์เสริม“ลุงกูบอกว่า.. พวกมึงจ้องหน้าจอคอมฯกันทุกวัน เลยอยากให้ไปจ้องหน้าจอธรรมชาติกันดูบ้าง.. อีกอย่าง.. จะได้ลองใช้ชีวิตโนเทคโนโลยีกันซะหน่อย”“เชดดดดดดดดด~ บริษัทเกม.. แต่ไม่ให้จับคอมฯจับมือถือเนี่ยะนะ?” แต่เอาจริงผมว่าไอเดียนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะครับเนี่ยะ~คอนทราสท์สุด *0*//“บริษัทฯเราแม่งมาแบบเหนือเมฆด้วยไงมึง.. เลยต้องพาขึ้นเขา” ไอ้พีร์บอก“ให้เมฆหมอกลอดผ่านขา..ปะทะหน้าแข้งมึงงี้..?”  “เออ..ฮ่าๆๆๆ” ไอ้ควอตซ์หัวเราะ“แต่..อีเว้นท์ขึ้นเหนือนี่ไม่ใช่แผนของมึงจริงๆใช่มั้ยวะ..ไอ้ควอตซ์?” ไอ้พีร์ถามขึ้นมาเหมือนคนรู้ทัน“แผนอะไรของกูวะ..?” ถึงตอนนี้เปลี่ยนเป็นไอ้ควอตซ์แล้วล่ะครับ ที่ทำหน้างงแทนพวกผม“ก็บ้านน้องเค้าอยู่เหนือไม่ใช่เหรอะวะ..?” ผมพูดเสริม“บ้านไอ้ก็อตน่ะเหรอ? ทำไมวะ..หรือมึงอยากไปแวะบ้านมัน? ฝากเนื้อฝากเป็นลูกสะใภ้?”“ลูกสะใภ้บ้านป้ามึงดิ..!! กูหมายถึงน้องดรีมมมม..ของมึงต่างหาก!!” ผมพูดเน้นเสียงชื่อดรีมซะยืดยาว แล้วมึงมาวกเข้าเรื่องไอ้ก็อตมันได้ไงเนี่ยะห๊าาาา~ = =“#ไอ้ควอตซ์อมยิ้ม..“ไอ้ควอตซ์.. กูถามมึงตรงๆนะ.. ถ้ามึงชอบน้องดรีมแบบที่มึงเล่าให้พวกกูฟังจริงๆ แล้วแพร์รี่ล่ะวะ..มึงจะเอายังไง..?” ไอ้พีร์เปิดประเด็นขึ้นมาจนทำเอาห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเมื่อครู่เงียบลงไปในทันที ผมมองหน้าไอ้ควอตซ์ก่อนจะสลับกลับไปมองไอ้พีร์..“มึงก็รู้..ว่ากูคิดกับแพร์รี่แค่เพื่อน~”..............และแล้ว..วันออกเดินทางก็มาถึงได้ไปเอ้าท์ติ้งโว้ยยยยยย.. ได้ไปเอ้าท์ติ้งงงงงงงงง..แว๊กกกกกกกกก.. >//<..ใครจะไปนึกละครับ ว่าเด็กฝึกงานอย่างพวกผมจะโชคดีมีโอกาสได้ออกเดินทางไปเอ้าท์ติ้งกับพวกพี่ๆที่บริษัทฯแบบนี้ด้วย โอ้โหวววววววววว์.. ตอนพี่ปุ๊กบอกว่าเด็กฝึกงานอย่างพวกผมต้องไปด้วยน้านนน.. ผมล่ะโคตรดีใจ เล่นเอานอนไม่หลับไปเลยล่ะคร้าบบบ~ >//<ได้ประสบการณ์การทำงาน แถมยังได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดแบบฟรีๆอี๊กกกกกก.. กำไรชีวิตของเด็กฝึกงานอย่างพวกผมโดยแท้~ ^0^//ผมกับไอ้ก็อตแพคของใส่เป้ก่อนจะมาถึงบริเวณหน้าออฟฟิต ณ สถานที่จุดนัดพบเพื่อขึ้นรถบัสคันใหญ่สำหรับการออกเดินทางไปเอ้าท์ติ้งในเย็นวันศุกร์สุดสัปดาห์นั้น .. ตอนนี้พี่ๆพนักงานต่างทยอยมาถึงกันบ้างแล้วล่ะครับ บรรยากาศดูบันเทิงใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ยะ.. ฮ่าๆๆๆ.. ใบหน้าของพี่ๆแต่ละคนก็เต็มไปด้วยความสดใสไม่ต่างจากสีสันของเสื้อผ้าลำลองที่พวกเขาใส่กัน เห็นแบบนี้ยิ่งทำให้ผมรู้สึกแปลกตากว่าทุกวันเลยแหะ >//<ตื่นเต้นจังเล้ยยยยยย~ก็ไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้วนี่นา ถึงการเอ้าท์ติ้งครั้งนี้จะไปแถวบ้านผมก็เถอะ ^^//เสื้อยืด.. กางเกงขาสั้น.. รองเท้าผ้าใบ.. ความชิลของพี่ๆพนักงานในวันสบายๆแบบนี้ คงไม่มีโอกาสได้เห็นกันบ่อยๆ แต่.. ก็เว้นอยู่คนนึงครับ.. เอ่อ.. ก็จะใครซะอีกล่ะครับ.. ท่านเจ้ดาด้าอาจารย์ป้าประจำฝ่ายบัญชีที่ตอนนี้แกนั่นอยู่ในร้านกาแฟเยื้องกับบริษัทฯนี่แหละ.. ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันสบายๆ แต่แกก็ยังคงความน่าเกรงขามไว้อย่างครบถ้วนไม่เปลี่ยนแปลง กางเกงตัวยาวพลิ้วๆ กับเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีดำ แถมด้วยท่านั่งไขว่ห้าง กอดอก และทอดสายตามายังพวกผมตั้งแต่หัวจรดเท้า เล่นเอาผมรีบยกมือไหว้แกแทบไม่ทันตอนเดินผ่านเลยล่ะครับ~ #จิตสังหารท่านชั่งแรงกล้าเสียเหลือเกิน T^T//ผมกับไอ้ก็อตกล่าวทักทายพี่ๆทุกคนที่พบเจอมาตลอดทางพลางเดินแบกเป้ที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้า และข้าวของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพเป็นเวลา 3 วัน 2 คืนเอาไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เอ่อ.. ก็เข้าใจได้ว่าผมเอาของใส่เป้มาเยอะเลยทำให้ดูเทอะทะไปสักหน่อย แต่แปลกที่ว่าทำไมเวลาเป้ผมไปอยู่กับไอ้ก็อตมัน ถึงได้ดูหดสั้นลงไปซะอย่างนั้นล่ะวะเนี่ยะ.. = =?“ก็มึงตัวแค่เนี่ยะ แม่งเสือกเอาเป้มาซะใบใหญ่” ไอ้ก็อตพูด“ใหญ่อะไร.. เป้กูก็เท่ากับมึงนั่นแหละ”“แต่มึงเตี้ยกว่ากูไง..เอามานี่ กูช่วย!!”“ไม่ต้อง กูจัดการเองได้.. ฮึ้บบบบ!!”“ดูไกลๆ มึงก็คล้ายพวกฮอบบิทเหมือนกันนะเนอะ ฮ่าๆๆๆ”“ของรักของข้าาาา~”“นั่นมันกอลลั่ม!!”“แฮร่~”..“น้องก็อต น้องดรีม มานี่ๆ..ทางนี้เลยจ้า..” เสียงพี่คิมเบอรี่ร้องทักกวักมือเรียกพวกผมอยู่ใกล้กับประตูรถบัสขนาดใหญ่ ที่ตอนนี้จอดเทียบท่าอยู่หน้าออฟฟิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“สวัสดีครับพี่คิมเบอรี่ / สวัสดีครับพี่แจง”“มาๆ.. เช็คชื่อกันหน่อย.. เซ็นต์ตรงนี้จ่ะ สองคน.. ได้นั่งรถบัสคันเดียวกับพี่แจงนะ” พี่คิมเบอรี่บอก ตอนนี้พี่ๆทั้งสองรับบทเป็นนายทะเบียนเช็ครายชื่อผู้เข้าร่วมทริปในครั้งนี้ซะแล้วล่ะครับ ^^//“อ่ะ..นี่คูปองอาหารของมึงกับน้องดรีม เอาไว้แดกมื้อดึกคืนนี้ ส่วนเสื้อทีมกับเบอร์เต็นท์ที่จะนอน เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าตอนไปถึงที่โน่นกูจะบอกอีกทีละกัน ตอนนี้มึงก็พาน้องดรีมเอากระเป๋าไปเก็บใต้รถ.. แล้วขึ้นรถได้เลย” พี่แจงบอกไอ้ก็อต“ครับผ๊ม!!” ไอ้ก็อตร้องตอบกระฉับกระเฉง แต่..เดี๋ยวนะ..นี่มึงไปสนิทกับพี่แจงเค้าตอนไหนวะ = =?ผมกับไอ้ก็อตเซ็นต์ชื่อก่อนจะรับคูปองทานอาหารมาไว้กับตัว ว่าแต่..ทริปนี้จะได้นอนเต็นท์ด้วยเหรอเนี่ยะะะ..!! เชดดดด..ครั้งสุดท้ายที่ผมได้นอนเต็นท์คือตอนเข้าค่าย รด. เลยนะนั่น~ *0*//..“มึงว่า.. มึง.. จะได้นั่งรถคันเดียว.. กับพี่ควอตซ์รึเปล่าวะ~” ไอ้ก็อตพูดไปหอบไปขณะจัดแจงยัดกระเป๋าสัมภาระของมันกับผมไว้ใต้รถบัสปรับอากาศ 50 ที่นั่ง“ทำไมวะ?” หรือนี่มันกำลังพยายามหาทางให้ผมกับไอ้พี่ควอตซ์ได้คุยกันไวๆอยู่เหรอ~ *0*//“ก็..กูนั่งรถคันเดียวกับมึงใช่ปะ..” มันพูดต่อ“อืม..แล้ว?”“แล้วถ้าพี่ควอตซ์มานั่งรถคันเดียวกับมึง พี่อาร์ต..ก็ต้องมาด้วย..” เอ่ออออ..ขอเดานะครับ = =““มึงก็จะได้นั่งรถคันเดียวกับพี่อาร์ตด้วยว่างั้น..?”“ถูกต้องแล้วคร้าบ..!!” ไอ้ก็อตยิ้มตอบ นั่นง่ะ..กูว่าละ !!“ถ้ามึงอยากรู้เรื่องพี่อาร์ตว่าจะมานั่งรถคันนี้มั้ย..ทำไมมึงไม่ไปถามพี่แจงซะเลยวะ..มาเดากับกูเพื่อ???”“มึงว่ากูควรทำงั้นเหรอวะ?”“เออออ..!!!” ผมตอบแบบปัดรำคาญ แต่ก็ยังงงอยู่ดีว่าไอ้ก็อตมันไปสนิทกับพี่แจงแกตอนไหนวะ ทำไมพูดจาเหมือนคนซี้กันมานานงั้นแหละ = =?“งั้น..พี่แจงครับพี่”“ว่า..?”“พี่ควอตซ์จะนั่งรถคันไหนเหรอพี่ พอดี..ไอ้ดรีมฝากมาถาม”“ไอ้เชี่ย!!.. มะ..ไม่ใช่นะพี่ ผมไม่ได้ถามหาไอ้..เอ่อ..พี่ควอตซ์เค้านะครับ ไอ้ก็อตมันต่างหาก” ผมกระทุ้งศอกใส่ไอ้ก็อต นี่มึงพูดอะไรของมึงห๊าาาา..!! แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ดูจะไม่สะทกสะท้านสักเท่าไหร่ แถมยังยักไหล่ตอบกลับผมมาซะอี๊กกกก.. วอนตีนกูจริงเจ้งงงงงงงงง.. >//<“อ๋อ..พี่ควอตซ์ ติดประชุมลูกค้าข้างนอกกับ พี่อาร์ต พี่พีร์ น่ะ..เลยจะขับรถตามไปทีหลัง”“โห.. ขับรถขึ้นเหนือไกลนะพี่ แบบนี้พี่เค้าจะไม่เหนื่อยแย่เหรอ” ไอ้ก็อตร้องถาม“คง..ผลัดๆกันขับแหละ” พี่แจงตอบไอ้ก็อต ก่อนจะหันมาพูดกับผม “พี่ควอตซ์ไม่ได้นั่งรถคันเดียวกับเราไม่เป็นไรเนอะ..ฮ่าๆๆๆ” แล้วววววว..พี่แจงก็ยิ้มให้ แถมด้วยการตบไหล่ผมเบาๆเพื่อเป็นการปลอบใจ จากนั้นก็หันไปหัวเราะคิกคั๊กทำหน้าเหมือนรู้กันกับไอ้ก็อตซะอย่างนั้น = =“..ฮื้ออออออ.. =[]=??..นี่ไอ้ก็อต..มึงไปพูดอะไรเรื่องผมกับพี่แจงห๊าาาาาา *0*//แล้วมึงไปบอกอะไรพี่เค้าวววววววววว์~!!!โอ้ยยยยยยยยย~~ T^T//แล้วนี่..มึงกับพี่เค้าไปสนิทกันตอนน๊ายยยยยยยยย.. =[]= ?!!?