รถม้าของหลิวอี้วิ่งมาตามเส้นทางเรื่อยๆ 7 วันผ่านพ้นไป หลิวอี้เริ่มมองเห็นชาวบ้านและขบวนพ่อค้า มันบ่งบอกว่าเขาใกล้ที่จะถึงเมืองในทวีปลิ่วมากยิ่งขึ้น เขาตัดสินใจถามชาวบ้านที่กำลังจะเดินสวนรถม้าของเขาไป
“พี่ชายไม่ทราบว่าอีกไกลแค่ไหนจะถึงเมือง”
“เจ้าเดินทางด้วยรถม้าอีกไม่เกินครึ่งวันก็จะถึงเขตเมืองชายเเดนของทวีปลิ่ว”
หลิวอี้ได้ยินคำตอบจึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง เขาเร่งเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืนในที่สุดเขาก็เข้าใกล้จุดหมายขึ้นทุกที
รถม้าของหลิวอี้เดินทางอีกครึ่งวันในที่สุดก็มาถึงประตูเมืองชายเเดน มีทหารคอยตรวจค้นก่อนเข้าเมืองเหมือนเดิม หลิวอี้ใช้เย่เอ๋อเป็นใบเบิกทางเขาสามารถเดินทางเข้าเมืองมาได้อย่างง่ายดาย
พอผ่านประตูเมืองเข้ามา หลิวอี้รู้สึกว่าพลังปราณของทวีปลิ่วหน้าแน่นกว่าพลังปราณของทวีปซีเป็นสองเท่าตัว เขารีบหาโรงเตี้ยมเพื่อที่จะนอนพักผ่อนจากนั้นจึงจะเดินทางไปยังเมืองหลวงของทวีปลิ่ว
รถม้าของหลิวอี้มาหยุดอยู่ที่หน้าโรงเตี้ยมใหญ่ หลิวอี้เดินเข้าไปภายในโรงเตี้ยม
“เถ่าแก่ ข้าต้องการห้องพักหนึ่งห้อง”
“ตอนนี้ห้องพักถูกจองเต็มทั้งหมด”
หลิวอี้รู้สึกแปลกใจมันจะเป็นไปได้ยังไงโรงเตี้ยมใหญ่ขนาดนี้แต่ห้องพักกับถูกจองจนเต็ม หลิวอี้ตัดสินใจไปหาโรงเตี้ยมแห่งใหม่ แต่ก็ได้รับคำตอบที่เหมือนๆกัน
“พี่ชายข้าขอถามอะไรหน่อย”หลิวอี้ถามเถ่าแก่โรงเตี้ยมโรงสุดท้ายภายในเมือง
“เจ้าอยากจะถามอะไร”
“ทำไมทุกโรงเตี้ยมถึงบอกว่าห้องพักถูกจองเต็มหมด”
“เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา เจ้าไม่รู้หรือไงว่าทวีปลิ่วจะมีการจัดประลองครั้งใหญ่ขึ้นที่เมืองหลวง จึงทำให้คนจากทวีปซีและสำนักที่อยู่ภายในทวีปซีต่างก็เดินทางเข้ามาร่วมงานประลอง จึงทำให้ห้องพักถูกจองเต็มทั้งหมด”
หลิวอี้ได้รู้คำตอบเขาจึงเข้าใจ แสดงว่าการประลองในครั้งนี้จะต้องยิ่งใหญ่มากแน่นอน เขาเริ่มที่จะอยากรู้อยากเห็น ส่วนสิ่งที่เขาสนใจคือของรางวัล เขาอยากจะรู้ว่าของรางวัลคืออะไรจึงทำให้ผู้คนจากทวีปอื่นสนใจการประลองในครั้งนี้มากขนาดนี้
หลิวอี้ขับรถม้าออกไปจากเมืองชายแดนของทวีปลิ่วทันที เพราะว่าเขาไม่สามารถหาที่พักได้ รถม้าของหลิวอี้วิ่งออกจากเมืองและมุ่งตรงไปยังทิศทางของเมืองหลวง หลิวอี้เดินทางมาหลายวันเขายังไม่ได้พักผ่อนและตอนนี้พลังปราณของเขาเริ่มที่จะหมดลงเพราะว่าเขาไม่ได้พักผ่อนหลายวัน เขาจึงตัดสินใจหาสถานที่ที่มีแม่น้ำ
รถม้าหยุดลงที่ริมแ่มน้ำใหญ่ ธรรมชาติของที่แห่งนี้ช่างงดงามยิ่งนัก
“เย่เอ๋อถึงที่พักแล้ว”
เย่เอ๋อได้ยินเสียงเรียกของหลิวอี้นางจึงลืมตาขึ้นมาและลงจากรถม้า หลังจากที่นางเปิดม่านออกนางมองเห็นแม่น้ำและพื้นหญ้าที่มีสีเขียว
ตอนนี้ดวงอาทิตย์กำลังจะตกทำให้แสงของมันที่กระทบลงบนแม่น้ำบังเกิดเป็นความงาม นางมองหาหลิวอี้เห็นเขานำผ้าออกมาจากแหวนมิติและปูผ้าลงบนพื้นหญ้า จากนั้นเขาก็นอนลงไป
“เจ้าจะยืนอยู่ทำไม มาตรงนี้สิ”หลิวอี้พูดขึ้น
เย่เอ๋อเดินเข้าไปหาเขาจากนั้นนางนั่งลงบนผ้าข้างๆเขา
หลิวอี้ขยับมานอนที่ตักของนางพร้อมทั้งจับมือของนางเอาไว้
เย่เอ๋อตกใจเล็กน้อยเพราะแต่ก่อนหลิวอี้เพียงแค่นอนหนุนตักของนางแต่ไม่เคยจับมือทั้งสองข้างของนางแบบนี้
ทั้งสองดูพระอาทิตย์ตกด้วยกัน บรรยากาศช่างสุดแสนโรเเมนติกยิ่งนัก
“เจ้าคิดว่าที่แห่งนี้งดงามหรือไม่”หลิวอี้พูดขึ้นมา
“อื่ม”เย่เอ๋อนางตอบเพียงสั่นๆ
“แต่ข้าคิดว่าเจ้างดงามยิ่งกว่า”หลิวอี้พูดพร้อมกับมองไปที่ใบหน้าของนางมือของเขาจับไปที่แก้มของนาง
เย่เอ๋อถูกหลิวอี้ชมพร้อมทั้งมือของเขามาจับที่แก้มของนางอย่างอ่อนโยน นางถึงกับรู้สึกหวั่นไหวภายในหัวใจ นางรีบดึงสติขของนางกลับคืนมา นางปัดมือของเขาออกจากใบหน้าของนาง เพราะว่าเขาคือศัตรูอับดับหนึ่งที่นางจะต้องสังหาร
หลิวอี้ชื่นชมนางจากใจจริง นางดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียวคือเรื่องที่นางคิดจะสังหารเขาอยู่ทุกเวลา ทั้งสองนั่งดูพระอาทิตย์จนลับขอบฟ้า
ความจริงแล้วหากหลิวอี้สามารถเรียกเจ้าฟีนิกซ์ของเขาออกมาได้เขาสามารถใช้มันในการเดินทางได้และจะทำให้เวลาเดินทางของเขารวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ปัญหาคือเขาเรียกมันออกมาไม่ได้ หากเขาให้เย่เอ๋อเรียกฟีนิกซ์ของนางออกมาใช้เดินทาง ผู้คนที่พบเห็นจะต้องแตกตื่นและจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน ที่สำคัญ พวกเซียนที่อยู่บนเกาะลอยฟ้าหากพวกเขารู้เรื่องนี้จะต้องไม่ยอม พวกเขาจะต้องมารับตัวเย่เอ๋อขึ้นไปข้างบนแน่นอน