หลังจากกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองได้ เอกก็ครุ่นคิดอย่างหวั่นวิตก
'...ทำอย่างไรดี? เราจะหาเงินด้วยอายุแค่นี้ได้อย่างไร...'
'เขียนนิยายดีไหม? ชาติก่อนเราอ่านมาเยอะเลยนี่ แต่ก็จำเนื้อหาไม่ค่อยได้อยู่ดี แค่อ่านสนุกยามว่างฆ่าเวลาให้ผ่านพ้นไปวันๆ เท่านั้น อีกอย่างปีนี้ก็ปี2000 อย่าว่าแต่แอปพลิเคชันนิยายเลย อินเทอร์เน็ตแถวบ้านเราก็ไม่มี ถึงมีความเร็วก็คงช้ามาก'
'...เฮ้อ การทำธุรกิจในยุคนี้มันต้องใช้เงินทุน เพื่อการนั้นเราจะหาเงินโดยวิธีไหนได้บ้าง?...ชีวิตจริงช่างโหดร้าย ไม่ใช่เื่ง่ายเหมือนในนิยายที่เราเคยไปเสียหมด..ไอ้เราก็นึกว่าย้อนเวลากลับมาจะมีพลังพิเศษเหมือนคนอื่นๆ เรากลับไม่มีแพ็คเกจเสริมเ่าั้มาเสียได้..แต่ก็ไม่เป็ไร แค่ได้ย้อนกลับมาเราก็มีความสุขมากแล้ว เอาไว้คิดวิธีทำเงินหลังจากสอบพรุ่งนี้เสร็จแล้วกัน...'
หลังจากนั้นเอกก็เข้าสู่ห้วงแห่งการหลับใหล ซึ่งความฝันนั้นดียิ่ง หลังจากประสบพบเจอความสุขมาทั้งวัน
..
พระอาทิตย์โผล่พ้นเส้นขอบฟ้า สาดส่องแสงสีเหลืองทอง ปลุกให้สิ่งมีชีวิตทั้งมวลตื่นจากการหลับใหล
เวลาหกโมงเช้าเอกแต่งชุดนักเรียนเดินมาที่ทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อรอรถรับส่งนักเรียน
ถามว่าไม่มีรถเมล์หรือรถสองแถวเหรอ? ใช่ครับมันไม่มีเลย! เพราะหมู่บ้านของเอกเป็ชนบทที่ติดป่าสงวนแห่งชาติ ทางสายหลักก็ไม่ตัดผ่าน การเดินทางเลยลำบากนิดหน่อย (ไม่นิดหน่อยล่ะ)
ขณะที่เขานั่งรออยู่นั้น ครรลองสายตาก็มองเห็นเพื่อนสนิทวัยเด็กอีกสองคนของเขากำลังเดินมาอย่างเอื่อยเฉื่อย
คนหนึ่งรูปร่างค่อนข้างผอมแต่สูงมาก ชื่อเจมส์ เป็คนพูดมากพูดได้ทั้งวัน แต่นิสัยดีมาก ชอบแบ่งขนมให้เอกเป็ประจำ
ส่วนอีกคนมีร่างกายสมส่วนแค่ผิวคล้ำนิดหน่อย ชื่อบาส เป็คนค่อนข้างนิ่งเงียบแต่ก็ปากร้ายเมื่อเปิดปากพูด และอย่าให้เขานินทาคนอื่นเชียว เด็กคนนี้ปากแซ่บมากเลยขอบอก
ทั้งสองหน่อเดินมาถึง เอกรีบยกมือทักทาย
“ไงบาส ไงเจมส์ พวกมึงว่าความรู้ระดับกูจะอยู่ห้องไหนวะ”
“ห้อง12ชัวร์ มึงกับกูก็รู้ๆ กันอยู่เื่เรียนไม่มา เื่รบราไม่ขาด ใช่ไหมเพื่อนฮ่าๆๆ” เจมส์ตอบความจริงล้วนๆ สมัยเด็กเอกเป็เช่นนั้นจริงๆ
(ขออธิบายนะครับ ห้องหนึ่งนี่มีแต่เด็กเรียนเก่ง มากห้องสิบสองมีแต่เด็กเรียนไม่เก่ง ส่วนมากจะเป็เด็กที่เกเรอีกด้วย)
คำพูดของเจมส์ช่วยกระตุ้นความทรงจำของเอก 'จริงด้วย!เมื่อก่อนเราเป็ผู้พิทักษ์พี่น้ำก็มีแต่เื่ต่อยตี..'
“กูว่าของกูน่าจะอยู่อันดับต้นๆ ” บาสพูดพลางเชิดหน้าขึ้นฟ้าอย่างมั่นใจ ทว่านานเข้าใบหน้าของเขาก็เริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อย เพราะกล้ำกลืนต่อไปไม่ไหว
“มึงนี่ขี้โม้จริงๆ ในคาบเรียนก็เห็นมึงหลับตลอด” เจมส์สวนกลับทันที
“ช่างเื่พวกนี้ก่อนเถอะกูว่า เรามาวางแผนดีกว่า ว่าหลังจากสอบเสร็จเราจะทำอะไร” ร่างเล็กของเอกออกความคิดเห็นอย่างเป็ผู้ใหญ่
“ไปต่อยไอต๊ะดีไหมวะ เห็นมันยุยงให้คนมาหาเื่เรา” เมื่อพูดชื่อต๊ะ เจมส์ก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ร่างกายพร้อมปะทะตลอดเวลา
“มันอายุมากกว่าเราสองปีเชียวนะ ตัวใหญ่กว่าด้วย” บาสพูดแสดงความคิดเห็น กระนั้นท่าทางของเขาหาได้เกรงกลัวไม่
“ในหัวพวกมึงก็มีแต่เื่ต่อยตีเหรอวะ? เชื่อเถอะมันไม่ดีกับพวกเราหรอก ทำไป คนที่เดือดร้อนก็คือพ่อแม่ของพวกมึงไม่ใช่เหรอ” เอกพูดเตือนเพื่อนๆ ของเขา
สองคนนี้เคยช่วยเหลือเขาในชีวิตที่มาก่อน ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งบุญคุณนั้นมาก จึงเป็ห่วงอนาคตของพวกเขาหลังจากนี้อยู่แล้ว
“มึงผีเข้าเหรอวะเอก ไม่สมเป็มึงเลย ปกติก็มึงไม่ใช่เหรอที่เอ่ยปากชวนพวกเราออกไปต่อยตี” เจมส์มองเอกด้วยหางตาขณะกล่าว การที่เอกทำตัวเช่นนี้ไม่สมกับเป็ลูกผู้ชายเลย
“ใช่!” บาสพยักหน้าเห็นด้วย
“คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ งั้นพวกมึงก็ลองใช้สมองของพวกมึงคิดดูสิ ว่าสิ่งที่กูพูดเป็เื่จริงหรือเปล่า!!” เอกพยายามจะอธิบายอย่างใจเย็น
“ถ้ามึงพูดอย่างนั้นก็เอาตามนั้นแล้วกัน” บาสตอบโดยไม่คิดเพราะเขาค่อนข้างเชื่อใจเอก อีกอย่างเขาก็โดนแม่บ่นประจำว่าให้มีเื่ให้มันน้อยๆ หน่อย
“ดี!! งั้นสอบเสร็จเราไปจับปลากัน”
“โอเคตามนั้น!!” ทั้งสองรับปากพร้อมกัน
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ การสอบของเอกก็เช่นกัน ตัวเขานั้นใช้เวลาสอบแค่ครึ่งนึงของแต่ละวิชาก็เสร็จแล้ว ถึงไม่มั่นใจว่าถูกทั้งหมดไหมแต่อย่างน้อยก็น่าจะถูกมากกว่าสามส่วนสี่อยู่ดี เขามั่นใจมาก
แหงล่ะก็เขาเคยผ่านข้อสอบวัดระดับมาแล้วนี่นะ!
ในเมื่อมีโอกาสครั้งใหม่เอกไม่ยอมทำสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตเป็อันขาด ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องดีกว่าเดิมเขาตั้งเป้าหมายไว้แบบนั้น
หลังจากสอบเสร็จสามทหารหนุ่มก็กลับบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปจับปลาที่สระน้ำตามที่นัดกันไว้
ขณะที่ทั้งสามตกปลาอยู่นั้นเจมส์ก็ถามขึ้น
“เอก ไม่ไปเตะบอลเหรอวะ แบบนี้รายได้ของเราก็ลดลงสิ” เจมส์ถามด้วยความสงสัย เพราะกังวลว่าไม่มีเงินซื้อขนม
“ก็กำลังคิดว่าเราจะหาเงินยังไงให้ได้เยอะกว่าเตะบอลอยู่นี่ไง” เอกนั่งคิดวิธีหาเงินอยู่จริงๆ ในชนบทการที่หารายได้นั่นยากมาก สำหรับวัยพวกเขา
หรือเราจะซื้อหวยดี? ไม่ได้ๆ เดี๋ยวคนสงสัยเอา ที่สำคัญเราจำหวยไม่ได้ด้วย เพราะพ่อแม่ไม่เคยเล่นหวยเลย
จะเขียนนิยายก็ได้อยู่หรอก แต่เท่าที่เรารู้อีกหลายปีนู้นกว่าที่แอปพลิเคชันนิยายจะมี มันใช้เวลานานเกินไป และเขาไม่มั่นใจด้วยว่าสิ่งที่เขาเขียนจะเข้าตาสำนักพิมพ์
'คิดออกแล้ว! เราจ้างพวกมันไปจับปลาที่สระของเราไปขายดีกว่า เื่นี้ต้องไปขอพ่อกับแม่ก่อน!! เดี๋ยว!! แบบนั้นเราก็ต้องเอาเงินให้พ่อแม่อยู่ดี พวกท่านไม่ให้เราแน่เพราะยังเห็นว่าเราเป็เด็ก..'
'คิดสิๆๆ'
เอก เอก! เอก!!
“เฮ้ยโทษทีๆ มีอะไรเหรอวะ กำลังคิดอะไรเพลินๆ”
“ปลาติดเบ็ดแล้ว! เยอะแยะเลย! รีบมาช่วยเร็วสิ!” บาสะโเรียกเอกจากริมน้ำ
“โอเคๆ”
..
การมาจับปลาครั้งนี้ได้ปลาค่อนข้างเยอะ แบ่งกันสามคนเท่าๆ กันยังเหลือสี่ถึงห้าตัว สามารถทำกับข้าวกินได้ถึงสองมื้อเลยทีเดียว
นี่แหละชีวิตชนบทหากินไปวันๆ ไม่ต้องมีเงินมากนักก็สามารถอยู่รอดได้แล้ว
ท้ายที่สุดเอกก็ยังคิดหาทางไม่ออกอยู่ดีว่าเขาจะทำเงินได้อย่างไร แต่เขาก็รู้สึกท้าทายมากเช่นกัน!
เพราะถ้าเขาผ่านมันไปได้ ในวันข้างหน้าเขาไม่จำเป็ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว...
'..ชักมีแรงฮึดซะแล้วสิ!'