ในคืนดึกสงัด ณ บ้านของซูเยี่ยน
ซูเยี่ยนและผิงหลางที่สวมชุดดำอำพรางตนพากันเดินไปหาเหวยเหนียงที่กำลังนั่งรอทั้งสองอยู่หน้าบ้านด้วยความเป็นห่วง
“ข้าดีใจที่พวกท่านปลอดภัยเจ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“แต่ลูกแก้วมังกรไม่ได้อยู่กับองครักษ์คาวีข้ากับผิงหลางไปค้นที่บ้านพักของทหารองครักษ์แล้วก็หาไม่เจอและบางทีเขาอาจพกลูกแก้วติดตัวไว้ ข้าก็ได้พยายามตามหาเขาจนทั่วทั้งวังหลวงก็ยังหาเขาไม่เจออีก ดังนั้นในเมื่อไม่อาจทำลายลูกแก้วมังกรได้ในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงที่ลานประหารจะมีการประหารองค์ชายหกข้ากับพรรคพวกที่เหลือจะช่วยกันชิงตัวพระองค์ให้จงได้ คราวนี้เป็นไงเป็นกัน”ซูเยี่ยนยอมแลกด้วยชีวิต
“ถึงข้าห้ามท่านพี่ก็คงจะดึงดันที่จะทำอยู่ดีดังนั้นข้าขออวยพรให้ท่านพี่ช่วยพระองค์ได้สำเร็จเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงรู้ใจสามีเป็นอย่างดีนางอยากจะห้ามก็คงห้ามไม่ได้
ซูเยี่ยนกอดฮูหยินอย่างรักใคร่เขาอยากจะชดเชยให้นาง แต่เรื่องแผ่นดินฉินสำคัญกว่า หากแคว้นฉินล่มสลายพวกเขาก็อยู่ไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นเขาจึงตัดใจคลายอ้อมกอดและกล่าวอย่างใจแข็งว่า “งั้นข้ารีบไปรวบรวมสมัครพรรคพวกที่เหลืออยู่ก่อนนะข้าไปล่ะ” ซูเยี่ยนอยากอยู่กับฮูหยิน แต่เขาต้องหักห้ามใจแล้วรีบกระโดดหนีหายไปทันที
ผิงหลางยังคงยืนหน้าซีดเพราะนางรู้สึกหวั่นวิตกว่า หากยังไม่ทำลายลูกแก้วมังกรยังไงโชคก็ยังคงเข้าข้างฝ่าบาทอยู่ดี ดังนั้นนางจึงคุกเข่าขอร้องสหาย
“เจ้าจะทำอะไรน่ะลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะ” เหวยเหนียงตกใจรีบประคองตัวผิงหลางให้ลุกขึ้น
“ข้าขอร้องล่ะเหวยเหนียงข้าไม่อยากให้องค์ชายหกถูกประหารเจ้าช่วยทำนายได้มั้ยว่าลูกแก้วมังกรนั้นอยู่ที่ไหนกันแน่” ผิงหลางขอร้อง
“ดีนะที่ข้ายังไม่เข้าพิธีสาบานตน เพื่อสาบานว่าจะไม่บอกคำทำนายให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงรู้ก็ต้องเก็บไว้ในใจเท่านั้น” เหวยเหนียงกล่าว
“เจ้าจะช่วยทำนายใช่หรือไม่”ผิงหลางรู้สึกมีความหวัง
“พวกเราควรไปในสถานที่ที่คาดว่าจะมีลูกแก้วดีกว่านั่นจะทำให้คำทำนายแม่นยำมากขึ้น” เหวยเหนียงต้องการความแม่นยำ
“งั้น ไปที่วังกันเถอะ” ผิงหลางชวน
เหวยเหนียงเลยต้องสวมชุดดำและตามผิงหลางเข้าไปในวังเพื่อทำนายที่ซ่อนของลูกแก้วมังกร
*****************************
ณ ที่พักของแขกบ้านแขกเมือง
เนื่องจากบริเวณนี้ไร้ซึ่งทหารยามและเงียบสงบมาก ผิงหลางจึงนำทางให้เหวยเหนียงมาปักหลักทำนายอยู่ในสถานที่แห่งนี้
“ต้องมีโต๊ะพิธีหรือไม่” ผิงหลางสงสัย
“ไม่จำเป็น! ตอนนี้เจ้าจงตั้งสมาธิแล้วเขียนอักษรใส่มือของข้า ข้าจะทำนายให้” เหวยเหนียงกล่าว
ผิงหลางจึงหลับตาเพื่อตั้งสมาธิก่อนที่เขียนอักษร ‘ลูกแก้วมังกร’ ใส่มือของเหวยเหนียง
“เจ้าเขียนคำว่า ลูกแก้วมังกรข้าขอทำนายว่าสิ่งนั้นได้อยู่กับคนที่อยู่ล้อมรอบวังหลวง” เหวยเหนียงทำนาย
“ตอนนี้ค่ายทหารแคว้นหลีอยู่รอบวังหลวงแล้วลูกแก้วจะอยู่กับทหารแคว้นหลีได้อย่างไร” ผิงหลางไม่เชื่อ
“แล้วใครที่สามารถเข้าออกวังหลวงได้อย่างสบายๆล่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“แม่ทัพโจวฉืออย่างนั้นหรือเป็นไปไม่ได้ แล้วเขาจะเอาลูกแก้วมังกรไปทำอะไรกันล่ะ” ผิงหลางคิดไม่ออก
“ข้าทำนายได้แค่นี้แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ” เหวยเหนียงไม่สามารถทำนายได้มากกว่านี้ได้
“ในเมื่อข้าไม่มีทางเลือกข้าจะลองเสี่ยงเชื่อดู เจ้าจงรอข้าอยู่ที่นี่ก่อนข้าจะแอบลอบเข้าไปในค่ายทหารแคว้นหลีเอง” ผิงหลางกล่าวแผน
“มันอันตรายเกินไปนะผิงหลางติดต่อท่านพี่ของข้าดีมั้ย” เหวยเหนียงนึกถึงสามี
“ไม่มีเวลาแล้วเหวยเหนียงข้าจำเป็นต้องเสี่ยง ไหนว่าเจ้าบอกว่าข้าเป็นคนดวงดีไงล่ะ” ผิงหลางเชื่อมั่นในดวงของตัวเอง
“แต่พวกเราจะเสี่ยงเชื่อดวงมากขนาดนั้นไม่ได้ความปลอดภัยของเจ้าก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน” เหวยเหนียงเป็นห่วง
“ข้าสูญเสียพระองค์ไปไม่ได้จริงๆเจ้าเข้าใจข้าใช่มั้ย” ผิงหลางกล่าวความในใจ
เหวยเหนียงถอนหายใจเพราะเข้าใจดีกว่าผิงหลางนั้นรักองค์ชายหกมากแค่ไหน ก็เลยว่า “ระวังตัวด้วยจงอย่าเผชิญหน้ากันตรงๆ หากจะขโมยลูกแก้วควรทำตอนที่เขาหลับไปแล้วนะ”
“ขอบใจนะ ข้าไปล่ะ” ผิงหลางรีบกระโดดหนีหายไปทันที
*****************************
ณ ที่พักของแม่ทัพโจวฉือ
ผิงหลางกระโดดขึ้นไปบนหลังคาบ้านพักของแม่ทัพโจวฉือนางแอบเจาะหลังคาและดูความเคลื่อนไหวของเขาจากบนนั้นก็เห็นว่าแม่ทัพโจวฉือกำลังนั่งดูแผนที่แคว้นฉินอย่างขะมักเขม้น นางคิดในใจว่า “หากลูกแก้วอยู่กับเขาจริงแล้วเขาจะเอาลูกแก้วไปทำอะไร”
“ฝ่าบาทเสด็จ!” กงกงรายงาน
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ” แม่ทัพโจวฉือทำความเคารพ
“ลุกขึ้นเถิด” ฝ่าบาทตรัส จากนั้นก็พยักพระพักตร์ให้คนอื่นออกไปให้หมดยกเว้นแม่ทัพโจวฉือ
แม่ทัพโจวฉือลุกขึ้น แล้วกล่าวว่า “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”
“เมื่อคืนมีคนลอบเข้าไปในห้องลับของเราและขโมยลูกแก้วมังกรไป” ฝ่าบาททรงกริ้ว
“อะไรนะพะย่ะค่ะ! ใครกันช่างบังอาจเช่นนี้” แม่ทัพโจวฉือตกใจ
“ไม่ใช่ว่าเป็นฝีมือของเจ้าหรือองครักษ์คาวี” ฝ่าบาททรงระแวง
ผิงหลางได้ยินกับหู นางก็ตกใจและคิดในใจว่า “อะไรนะ!แม่ทัพโจวฉือคือองครักษ์คาวีอย่างนั้นหรือ”
“กระหม่อมปลอมตัวเป็นแม่ทัพโจวฉืออยู่นะพะย่ะค่ะกระหม่อมจะต้องประจำอยู่ที่นี่ตลอดเพื่อไม่ให้ใครสงสัยกระหม่อมจะเอาเวลาไหนไปขโมยลูกแก้วมังกรล่ะพะย่ะค่ะ” องครักษ์คาวีกล่าวอ้าง
“ถ้าไม่ใช่เจ้า แล้วจะเป็นใคร”ฝ่าบาททรงดำริไม่ออก
“ฝ่ายกบฏที่หลงเหลืออยู่หรือเปล่าพะย่ะค่ะ”องครักษ์คาวีกล่าว
“ฝ่ายนั้นยังหลงเหลืออยู่อีกอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาทตรัส
“ทรงอย่าลืมสิพะย่ะค่ะว่าพวกเรายังจับตัวซูเยี่ยนไม่ได้” องครักษ์คาวีคิดว่าซูเยี่ยนเป็นขวากหนามสำคัญ
“วันพรุ่งนี้ยังไงเขาก็ต้องมาติดกับของเราพวกมันไม่มีวันยอมปล่อยให้องค์ชายหกถูกประหารหรอก” ฝ่าบาททรงวางแผนไว้แล้ว
“กระหม่อมจะจับตัวซูเยี่ยนเองพะย่ะค่ะ”องครักษ์คาวีอยากฆ่าซูเยี่ยนกับมือ
“เอาล่ะ! ในเมื่อไม่ใช่ฝีมือเจ้าก็แล้วไปว่าแต่ เจ้าได้ยิงนกพิราบสื่อสารของแม่ทัพโจวฉือไปแล้วจริงๆ งั้นหรือ” ฝ่าบาททรงถามย้ำ
“นี่ไงพะย่ะค่ะจดหมายลับที่เขาจะส่งให้ท่านอ๋องแห่งแคว้นหลี” องครักษ์คาวีถวายจดหมายให้ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร
“ใช่จดหมายของแม่ทัพโจวฉือจริงๆด้วย คราวนี้คงไม่ใครสามารถติดต่อท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีได้อีก” ฝ่าบาททรงดีพระทัย
“ไม่มีใครสามารถต่อต้านพระองค์ได้พระองค์ทรงยิ่งใหญ่เหนือผู้ใดพะย่ะค่ะ” องครักษ์คาวีแสร้งกล่าวยกยอ
ฝ่าบาททรงแย้มสรวลและตรัสว่า “ไม่มีอะไรแล้วเราขอตัวก่อน”
“น้อมส่งเสด็จพะย่ะค่ะ” องครักษ์คาวีทำท่าคารวะ
หลังจากฝ่าบาททรงเสด็จกลับเข้าไปในวังหลวงผิงหลางก็มองเห็นแม่ทัพโจวฉือตัวปลอมควักลูกแก้วมังกรออกมาจากตัวและกล่าวว่า “ฮ่องเต้พระองค์นี้ช่างโง่ยิ่งนักข้าแอบสับเปลี่ยนลูกแก้วมังกรตั้งนานแล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก”
ผิงหลางคิดในใจว่า “ลูกแก้วมังกรอยู่กับองครักษ์คาวีจริงๆแต่ตอนนี้เขาปลอมตัวเป็นแม่ทัพโจวฉืออยู่นี่เอง” นางจึงรอให้แม่ทัพตัวปลอมเข้านอนก่อนค่อยขโมยลูกแก้วจากเขา
ผ่านไปสองชั่วยามกว่าแม่ทัพตัวปลอมจะเข้าไปนอนผิงหลางเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อเพื่อรอให้เขาหลับสนิทเสียก่อน
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยามนางก็ได้ยินเสียงกรนดังนั้นนางจึงรีบกระโดดลงมาจากหลังคาแล้วลอบเข้าไปในห้องนอนของแม่ทัพโจวฉือ
ผิงหลางคิดในใจว่า “เป็นไงเป็นกัน”นางจึงเอื้อมมือเพื่อจะคว้าลูกแก้วจากตัวเขาในตอนที่เขาหลับ
“เจ้าเป็นใครกันกล้าเข้ามาในห้องข้าได้อย่างไร” องครักษ์คาวีกล่าว
. “ข้า…..” ผิงหลางชะงักค้าง นางรีบตั้งสติ จึงสังเกตเห็นว่าคาวียังคงหลับตาอยู่ และคิดในใจว่า“นี่เขาละเมอนี่”
“ข้าถาม ทำไมไม่ตอบ” องครักษ์คาวียังคงหลับตาพูด
ผิงหลางก็เลยปลอมเสียงเป็นผู้ชายแล้วกล่าวว่า “เราคือท่านอ๋องแห่งแคว้นเหลียวเจ้าจำเราได้ใช่หรือไม่”
“ท่านอ๋องหรือพะย่ะค่ะ” องครักษ์คาวีละเมอพูดเช่นเดิม
“ใช่! เราเอง!เราต้องการลูกแก้วคืน” ผิงหลางถือโอกาสปลอมเสียงเป็นท่านอ๋องแห่งแคว้นเหลียว
“กระหม่อมได้ลูกแก้วมาแล้วพะย่ะค่ะ”องครักษ์คาวีรายงาน
“ไหนล่ะลูกแก้ว” ผิงหลางกล่าว
องครักษ์คาวีก็เลยควักลูกแก้วออกมาให้ดู
“ใช่ลูกแก้วจริงด้วย! เจ้าเก่งมากเลยนะแม่ทัพคาวี เจ้าสามารถนำลูกแก้วกลับคืนสู่แคว้นเหลียวของพวกเราได้”ผิงหลางแกล้งชม
“เพื่อท่านอ๋องแล้วกระหม่อมทำได้ทุกอย่างพะย่ะค่ะ” องครักษ์คาวีนอนยิ้มอย่างภูมิใจ
“งั้น เราขอคืนเลยนะ” ผิงหลางถือโอกาส
“พะย่ะค่ะ” คาวียื่นลูกแก้วมังกรส่งให้ผิงหลางอย่างง่ายดาย
“ขอบคุณมาก เจ้านอนเถิดเราไม่กวนเจ้าแล้ว” ผิงหลางกล่าว
“พะย่ะค่ะ” หลังจากนั้นคาวีก็นอนกรนต่อ
ผิงหลางจึงรีบกระโดดหนีหายไปทันทีและรีบกลับไปหาเหวยเหนียงที่บ้านพักของแขกบ้านแขกเมืองในวังหลวง
*****************************
ณ ที่พักของแขกบ้านแขกเมืองในวังหลวง
“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าได้ลูกแก้วมามั้ย” เหวยเหนียงกล่าวอย่างตื่นเต้น
“นี่ไง! ลูกแก้วมังกร”ผิงหลางอวด
“แล้วเหตุใดลูกแก้วถึงไปอยู่ในค่ายทหารแคว้นหลีได้ล่ะ” เหวยเหนียงสงสัยนางทำนายได้แต่ไม่รู้เหตุผล
“ความจริงลูกแก้วนั้นอยู่กับองครักษ์คาวีตามที่พวกเราคาดไว้แต่ตอนนี้เขากำลังปลอมตัวเป็นแม่ทัพโจวฉืออยู่น่ะสิ” ผิงหลางเล่า
“อะไรนะ! แม่ทัพตัวจริงไปอยู่ที่ไหนล่ะ”เหวยเหนียงสงสัย
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ตอนนี้พวกเราต้องรีบหนีกันแล้ว ก่อนที่ใครจะมาพบเข้า” ผิงหลางกล่าว
“รีบไปกันเถอะ” เหวยเหนียงเห็นด้วย
ผิงหลางพาเหวยเหนียงหลบหนีออกมาจากวังหลวงทางช่องทางลับเช่นเคย
*****************************
ณ บ้านของซูเยี่ยน
“ข้าจะรีบทำลายลูกแก้วมังกรเดี๋ยวนี้”ผิงหลางร้อนใจ
“แล้วจะทำลายยังไง” เหวยเหนียงสงสัย
“เจ้ามีค้อนปอนด์หรือไม่”ผิงหลางจะใช้ค้อนทุบทำลายลูกแก้ว
“ข้าจะไปหยิบมาให้ก็แล้วกันสามีของข้าเคยรับจ้างทำงานก่อสร้าง” เหวยเหนียงกล่าว
ผิงหลางใช้ค้อนขนาดใหญ่ทุบลูกแก้ววิเศษแต่แล้วไม่ว่านางจะทุบสักกี่ครั้ง ลูกแก้วก็ยังคงรูปเช่นเดิม
“เป็นไปได้อย่างไรกันทำไมลูกแก้วถึงแข็งแกร่งเช่นนี้” ผิงหลางไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“แล้วจะทำอย่างไรต่อ” เหวยเหนียงสงสัย
“ข้าจะก่อกองไฟ เอาไปเผาก็สิ้นเรื่อง”ผิงหลางกล่าว
ผิงหลางนั่งก่อไฟจากนั้นก็โยนลูกแก้วเข้าไปในกองไฟ แต่แล้วไม่ว่าจะเผาไปนานแค่ไหนลูกแก้วก็ไม่ถูกเผาไหม้ จนกระทั่งไฟมอดดับไปลูกแก้วก็ไม่ติดไฟสักนิดและยังคงรูปเช่นเดิม
“เป็นไปไม่ได้! ลูกแก้วไม่ติดไฟเลยสักนิด” ผิงหลางทึ่ง
“พวกเราไปนอนพักกันก่อนดีมั้ยตื่นขึ้นมาค่อยคิดหาทางกันต่อ” เหวยเหนียงหาวฟอด
“เจ้าไปนอนก่อนเถอะข้าจะหาทางทำลายลูกแก้วต่อ” ผิงหลางไม่ยอมแพ้
“ข้าไปนอนนะ ข้าไม่ไหวแล้วจริงๆตาข้าจะปิดแล้ว” เหวยเหนียงอยากจะช่วย แต่นางง่วงนอนมากจริงๆ
ผิงหลางใช้ทั้งระเบิดก็แล้ว, ทั้งนำไปแช่ในน้ำเย็นจัดก็แล้ว,และนำไปแช่ในน้ำมันก็แล้ว ลูกแก้วก็หาสะทกสะท้านไม่จนกระทั่งนางฟุบหลับไปที่โต๊ะหน้าบ้านของท่านซูเยี่ยน
แม่สามีของเหวยเหนียงตื่นตั้งแต่เช้าพอเห็นอดีตลูกน้องลูกชายก็เดินเข้าไปปลุกนาง “ผิงหลาง! เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“ท่านป้านี่เอง! ข้า เอ่อ ข้ามารอเหวยเหนียงเจ้าค่ะ” ผิงหลางกล่าว
“นางยังไม่ตื่นเลยสงสัยว่านางคงกลับดึกมาก” แม่สามีของเหวยเหนียงเข้าใจ
“ข้าขอเข้าไปดูนางนะเจ้าคะ”ผิงหลางกล่าว
“เจ้าเองก็นอนพักผ่อนบ้าง ดูสิใต้ตาเจ้าดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้าไปแล้ว ข้าขอตัวไปร้านขายผ้าก่อนก็แล้วกัน” แม่สามีของเหวยเหนียงกล่าว
“เจ้าค่ะ” จากนั้นผิงหลางก็เลยเข้าไปปลุกเหวยเหนียงเพราะเมื่อคืนนางยังไม่สามารถทำลายลูกแก้วได้จึงต้องขอความช่วยเหลือจากเหวยเหนียงเช่นเคย
“เหวยเหนียง! เหวยเหนียง! ตื่นเถอะนะเดี๋ยวจะช่วยองค์ชายหกไม่ทันนะ” ผิงหลางกล่าวอย่างร้อนใจ
“อือ อือ ข้าตื่นแล้ว” เหวยเหนียงงัวเงียตื่น
“เจ้ารีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยเถอะนะข้าจะซื้ออาหารให้เจ้าเอง” ผิงหลางอาสา
“เจ้าเองก็ไม่ได้นอนพักเจ้าไปนอนก่อนดีมั้ย” เหวยเหนียงสังเกตได้
“ข้านอนไม่หลับหรอกตราบใดที่ยังช่วยองค์ชายหกไม่สำเร็จน่ะ” ผิงหลางกังวล
“แสดงว่าเมื่อคืนเจ้าทำลายลูกแก้วไม่สำเร็จใช่มั้ย” เหวยเหนียงเห็นสีหน้ากังวลของสหายที่ฉายออกมาอย่างเด่นชัด
“ข้าทั้งใช้ระเบิด แช่น้ำเย็นแช่น้ำมัน และอีกสารพัดวิธี ก็ไม่อาจทำลายลูกแก้ววิเศษได้” ผิงหลางรู้สึกจนปัญญา
“ข้าจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้หลังจากนั้นข้าจะลองทำนายให้ก็แล้วกัน” เหวยเหนียงจำเป็นต้องพึ่งพาคำทำนาย
“รบกวนเจ้าแล้ว” ผิงหลางรู้สึกยังมีความหวัง
ผิงหลางเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวต่อจากเหวยเหนียงแล้วรีบไปซื้ออาหาร จากนั้นทั้งสองก็ร่วมรับประทานอาหารด้วยกันจนอิ่ม
ผิงหลางอาสาล้างถ้วยชามให้ เพื่อให้เหวยเหนียงเตรียมโต๊ะพิธีไหว้ฟ้าดินก่อนที่จะทำนายเพื่อหาวิธีทำลายลูกแก้ววิเศษ
เหวยเหนียงจุดธูป 16 ดอกไหว้เทวดาฟ้าดินกลางแจ้งเพื่อขอให้ฟ้าเปิดทางจากนั้นนางก็โยนเหรียญและนับนิ้ว พอทำนายได้ ก็บอกว่า “เจ้าจงไปทางทิศเหนือที่นั่นมีถ้ำแห่งหนึ่ง จงเข้าไปในถ้ำที่มีบ่อน้ำลึก น้ำนั้นมีสภาพเป็นกรดแก่สามารถสลายได้ทุกสิ่ง เจ้าจงโยนลูกแก้วนั่นลงไปในบ่อนั่นได้เลย”
“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ขอบคุณมากนะเหวยเหนียง” ผิงหลางรีบดำเนินการทันที
เพื่อช่วยคนรักแล้ว ผิงหลางยอมทำได้ทุกอย่างนางรีบมุ่งหน้าไปตามทางที่เหวยเหนียงบอก และได้ไปเจอถ้ำตามคำทำนายของเหวยเหนียงจริงๆแต่ทว่าผลสุดท้ายนางก็ยังมีอุปสรรคเช่นเคย
“เอาลูกแก้วคืนมาเดี๋ยวนี้”แม่ทัพโจวฉือตัวปลอมกระโดดมาดักหน้าผิงหลางไว้
“ลูกแก้วอะไรกัน ข้าไม่รู้เรื่อง”ผิงหลางทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“ทหารลูกน้องข้าเห็นมีคนร้ายลอบเข้าไปในห้องนอนของข้าและถ้าสังเกตจากโครงสร้างร่างกายคนร้ายคร่าวๆ แล้ว นางต้องเป็นผู้หญิงซึ่งถ้าข้าเดาไม่ผิด คนร้ายต้องเป็นเจ้าอย่างแน่นอน” แม่ทัพโจวฉือตัวปลอมหรือองครักษ์คาวีกล่าว
“ผู้หญิงที่มีวรยุทธ์สูงมีตั้งหลายคนเหตุใดถึงเจาะจงเป็นข้าได้” ผิงหลางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“มีผู้หญิงไม่กี่คนหรอกที่รู้ผังในวังเป็นอย่างดี”องครักษ์คาวีรู้ดีว่าผิงหลางเคยเป็นองครักษ์ในวังมาก่อน
“ลูกแก้วไม่ได้อยู่กับข้า”ผิงหลางกล่าวเสียงแข็ง
“เดี๋ยวก็รู้” องครักษ์คาวีพุ่งตัวจู่โจมผิงหลางทันที
ผิงหลางจำต้องปะมือกับแม่ทัพโจวฉือตัวปลอมอย่างช่วยไม่ได้เสียงดาบและกระบี่กระทบกันดังสนั่น แม้ฝีมือผิงหลางจะไม่ธรรมดาแต่ก็อย่างว่าแรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชายได้ผิงหลางเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะมีกำลังน้อยกว่า นางจำต้องใช้ตัวช่วยนั่นคือระเบิดควัน นางฉวยโอกาสช่วงเกิดควันรีบวิ่งหนีเข้าไปในถ้ำและมุ่งหน้าไปที่บ่อน้ำกรดให้เร็วที่สุด
“เอาลูกแก้วของข้าคืนมาอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” องครักษ์คาวีกระโดดเข้าไปในถ้ำแล้วรีบดักหน้านางไว้เช่นเคย
ผิงหลางคิดในใจว่า “องครักษ์คาวีมีวรยุทธ์สูงจริงๆขนาดใช้ระเบิดควัน เขาก็ยังตั้งตัวได้เร็วและรีบตามเข้ามาในถ้ำได้ทัน”
“อยากตายหรืออย่างไร” องครักษ์คาวีขู่
ผิงหลางกำลังจะวิ่งไปถึงบ่อน้ำกรดอยู่แล้วเชียวแต่ถูกคาวีขวางไว้ได้ทัน ดังนั้นนางจึงรีบขว้างลูกแก้วให้ลงไปในบ่อน้ำกรด
“ลูกแก้วของข้า” องครักษ์คาวีตกใจสุดขีดที่เห็นของมีค่ากำลังจะตกลงไปในในบ่อน้ำต่อหน้าต่อตาเขาเขาจึงพุ่งตัวเพื่อรีบคว้าลูกแก้วกลับคืนมา แต่ก็ไม่ทันเพราะลูกแก้วได้ตกลงไปในบ่อน้ำกรดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“อย่าลงไปในบ่อน้ำในบ่อมีฤทธิ์เป็นกรดนะ” ผิงหลางตะโกนเตือน
แต่องครักษ์คาวีหาได้ฟังไม่เขาอยากได้ลูกแก้วมากจนไม่ฟังสิ่งใดทั้งสิ้นเขากระโดดลงไปในบ่อน้ำกรดตามลูกแก้วไปทันที
ด้วยมโนธรรมผิงหลางก็เลยรีบวิ่งหมายจะไปช่วยฉุดดึงรั้งให้คาวีขึ้นมาจากบ่ออันตรายแต่แล้วนางก็เห็นเขาตั้งใจพุ่งตัวลงไปในบ่อน้ำกรดเพียงเพื่อจะคว้าลูกแก้วกลับคืนมา
“ไม่ทันซะแล้ว” ผิงหลางรำพึงกับตัวเอง
“โอ๊ย! ช่วยข้าด้วย!ข้ารู้สึกปวดแสบปวดร้อนเหลือเกิน ช่วยด้วย! โอ๊ย!ช่วยด้วย!” องครักษ์คาวีรู้สึกแสบไปทั้งตัว
“รอก่อนนะ! ข้าจะรีบไปหาไม้ให้เจ้าปีนขึ้นมา” ผิงหลางตะโกนบอกแล้ววิ่งออกไปจากถ้ำ
แต่พอผิงหลางไปนำไม้ไผ่ยาวสองลำเข้ามาในถ้ำเสียงของคาวีก็เงียบหายไป ตอนนี้เขาเหลือเพียงโครงกระดูกเพราะเนื้อเยื่อทุกส่วนของร่างกายได้สลายหายไปหมดแล้ว
“ข้าขอโทษนะองครักษ์คาวีข้านึกไม่ถึงว่าเจ้าจะลงทุนลงไปในบ่อน้ำกรดเพียงเพื่อจะไปคว้าลูกแก้วมังกรน่ะ”ผิงหลางรู้สึกผิด แต่นางก็ต้องรีบหักห้ามใจเพราะนางยังคงมีภารกิจสำคัญนั่นก็คือรีบกลับไปหาเหวยเหนียงเพื่อแจ้งข่าวให้นางทราบ แล้วให้นางเข้าพิธีสาบานตนว่าจะไม่บอกคำทำนายให้ใครล่วงรู้อีกถึงรู้ก็ต้องเก็บงำเอาไว้คนเดียว
*****************************
ซูเยี่ยนและพรรคพวกต่างติดกับดักของฝ่าบาทได้อย่างง่ายดายตอนนี้แหขนาดใหญ่หล่นใส่พวกเขา ทำให้พวกเขาหนีไปไหนไม่ได้บัดนี้พวกเขาได้ถูกทหารองครักษ์ที่ซุ่มรออยู่เข้ามาจับกุมตัวและล่ามโซ่ตรวนแน่นหนามากพวกเขาถูกคุมตัวให้ไปรวมกับท่านหยางสือและแม่ทัพเหวินตี้ในคุกทหาร
“หรือว่าสวรรค์จะไม่มีตาจริงๆ” ซูเยี่ยนรู้สึกทดท้อใจ