"การประลองต่อไป! สนามประลองที่ 1 เซียนอี้หลี่ กริมชิง"
แววตาทุกคนเบิกกว้าง
"อะไรนะ! ข้าได้ยินไม่ผิดใช่ไหม"
"ไม่ ไม่ผิดแน่นอน สองอัจฉริยะจะประลองกัน"
เกิดความฮือฮาในสนาม
"อย่า อย่าบอกนะว่า 'เซียนอี้หลี่' อัจฉริยะฉายา [เซียนไร้พ่าย] ผู้สังหารสัตว์อสูรระดับ 1 อะนะ"
"ไม่พอแค่นั้นเ้างั่ง 'กริมชิง' ก็ยังเป็อัจฉริยะแห่งตระกูลกริม ผู้สังหารยอดยุทธ์สร้างกายลมปราณระดับ 2 ขั้นต่ำไม่ต่างกัน" ทุกคนกลืนน้ำลาย
การประลองครั้งนี้จะดุเดือดแค่ไหน เขามิอาจคาดการณ์ได้
เป็เวลาเดียวกันที่จางเซียนยกยิ้มพูดขึ้นเบาๆ
"ใครว่าจะเสมอกัน? " ก็ในเมื่ออาวุธของกริมชิงอยู่ที่เขานี่นา
'ฮ่าๆ ๆ ๆ ' จางเซียนจับแส้สีดำข้างเอวที่ถูกอาคมล่องหนด้วยแววตาปลื้มปีติ
"ลานประลองที่ 2 จางเซียน กริมชูอี้"
'เหตุใดถึงเป็ข้า' จางเซียนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาเบิกเนตรมรกตพบว่าในกล่องนั้นมีชื่อของเขาแปะด้านข้างกล้องแบบแอบๆ ไม่บอกก็รู้ว่าเื้ันั้นต้องเป็หนึ่งในผู้าุโสำนักัโลหิตแน่ หรือมากกว่านั้น?
"คิดจะส่งข้าออกจากลานประลองนี่น่ะเหรอ? ไม่มีเหตุผล..." ชายหนุ่มส่ายหน้า
'พวกท่านคิดผิดแล้ว...'
ไม่นานจางเซียนก็อยู่บนลานประลอง เบื้องหน้าของเขาคือ 'กริมชูอี้' เป็น้องของกริมชิง ไม่บอกก็รู้หากเขาสังหารไอ้เด็กนี้ไป เขาจะโดนอะไรสารพัดมาก เพราะฉะนั้นเขาควรทำตามคำแนะนำของเซียนสิงอย่างแรง
เพราะอย่างไง การที่จะฆ่าไอ้เด็กบ้านี่ก็ยังมีอีกมาก
"เ้าคือจางเซียนอย่างงั้นเหรอ หึ! ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรนี่นา ชั่งน่าเสียดายที่บุรุษอย่างเ้าต้องมาเจอเซียนอย่างข้า" อีกฝ่ายพูดจาโอหัง ขณะที่ชายหนุ่มได้แต่มองด้วยหน้านิ่งคิดในใจ
'มีพลังที่กายสร้างลมปราณระดับ 1 ขั้นสูงไม่ผิดแน่' ทันใดนั้นเองแววตาจางเซียนก็เป็สีเขียวอ่อน
"อันใดกัน? " ไม่ทันตั้งตัวคลื่นพลังไร้ลักษณ์ก็กระแทกร่างกริมชูอี้กระเด็นออกไป
ผลัวะ!
"อัก..." เหมือนสมองไม่สั่งการ
จางเซียนตวัดมือคว้าอากาศสะบัดออกไป
เพี้ย!
"อ้าก..." ภาพของชายชุดสีเงินที่ปลิวกระเด็นไปในอากาศ โดยมีหัวหน้านำแสดงอย่างจางเซียนสะบัดมือไปมา ทำให้ผู้ที่พบเห็นเบิกตากว้าง
เกิดอะไรขึ้น?
"เหตุใดท่านกริมชูอี้ถึงเป็เช่นนั้น" ร่างที่สะบักสะบอม บอบช้ำหลายจุด ได้ทำให้คนอื่นรู้สึกหนาวเหน็บในจิตใจ , เป็อย่างที่ใครๆ รู้ กริมชิงนั้นรักน้องชายมากเพียงใด เคยมีข่าวลือว่าคนที่ทำให้น้องของเขาเืออกแค่ปลายเล็บต่างโดนซ้อมจนกระดูกหักไปหลายคนแล้ว ไม่แปลกเลยที่จะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นเมื่อเจอภาพนี้
"หยุดได้แล้ว เ้าอยากจะโดนกริมชิงสังหารหรือกระไร! "
เสียงผู้หวังดีดังขึ้น ทำให้จางเซียนหยุดลง
"การต่อสู้ย่อมมีผู้าเ็ หากไร้ซึ่งคนทรมาน เหตุใดเรียกว่า 'การต่อสู้ที่แท้จริง'? " เมื่อสิ้นคำพูดจางเซียนก็มองกริมชูอี้ด้วยแววตาสังเวช
"หากเ้ายังให้พี่ชายของเ้าดูแลปกป้องแบบนี้ตลอดไป เมื่อไหร่เ้าจะแข็งแกร่ง? เ้าคิดหรือว่าพี่ชายของเ้าจะอยู่ไปตลอด คนเราเกิดแก่เจ็บตายมีถมไป เหตุใดยังยึดติดข้อนี้อีก หากเป็เช่นนั้นข้าจะส่งเคราะห์เ้าเอง"
แววตาจางเซียนเย็นเฉียบ แม้ในใจจะเลี่ยนคำพูดพวกนี้อย่างมาก
"คนแข็งแกร่งกลืนกินคนอ่อนแอ หากไร้ซึ่งความพยายามย่อมไม่ปรากฏผลลัพธ์ หากทำไม่ได้ก็นอนอยู่ตรงนั้นไปซะ ข้าคนนี้แหละ...ที่จะสังหารเ้าเอง"
ไม่ว่าเปล่าจางเซียนเดินเข้าหากริมชูอี้ทันที
"อย่านะเว้ย หากเ้าแตะต้องน้องชายข้า ข้าจะฆ่าเ้า! " เสียงอีกฟากดังขึ้น
"คู่ต่อสู้เ้าอยู่นี้ กริมชิง" บึม!
การปะทะกันระหว่าง 2 ขั้วอัจฉริยะปรากฏขึ้น
เป็เวลาเดียวกันที่จางเซียนแบมือไปกลางอากาศ ปรากฏลมปราณจำนวนมากไหลวน กลายเป็ดาบสีฟ้าบางอย่าง
"อัก" ร่างสีเงินพ้นเืออกมาลุกขึ้นยืนด้วยแววตามุ่งมั่น ทำให้ชายหนุ่มหยุดเดินรอฟัง
"การประลองนี้ข้าต้องชนะ...มีเท่าไหร่เอามาให้หมด"
"หึ! " แววตาจางเซียนปรากฏร่องรอยความสนุก พูดขึ้น
"หากเป็เช่นนั้นข้าน้อยขอน้อมรับ"
บึม!
ดาบทั้งสองปะทะกัน จนเกิดคลื่นกระแทกรุนแรง ไม่ต่างจากลานประลองที่ 1
จางเซียนดันอีกฝ่ายออกไป คว้าแส้ในอากาศฟาดใส่
"ข้ารู้ทันเ้าแล้ว จางเซียน! " เป๊ง
กริมชูสะบัดแส้สำเร็จก่อนรวมปราณพุ่งเข้าใส่
"ย่างก้าวอสรพิษ" ปัง! จางเซียนฟันเข้าพื้นไม่โดนอีกฝ่าย
'รวดเร็วยิ่งนัก'
"เหม่ออะไรอยู่" ฉัวะ!
"อัก" ดาบสีเงินฟันกลางหลังชายหนุ่ม ก่อนจะเตะอัดลำตัวกระเด็นออกไป
ผลัวะ! อึก! ร่างสีน้ำตาลนอนลงกับพื้น กริมชูไม่รอช้าโดดขึ้นฟ้าดิ่งเข้าใส่
"นภาศัสตราทะลวง" ั์ตาจางเซียนเปลี่ยนเป็สีเขียว
'เขตแดนลงทัณฑ์' ปัง!
ลมปราณรอบกายกริมชูสลาย ไม่ทันตั้งตัวก็โดนแส้ยาว (ที่มองไม่เห็น) สาดใส่หน้า
เพี้ยร! อ้าก...
"ตูม" ร่างสีเงินปลิวออกนอกสนาม
"ลานประลองที่ 2 จางเซียนเป็ฝ่ายชนะ! "
"โฮ่! " เกิดเสียงฮือฮาอีกครั้ง ใครจะไปคิดละว่าบุคคลนิรนามผู้นี้จะสามารถต่อสู้ชนะกริมชูอี้ผู้เป็น้องชายของกริมชิง อัจฉริยะแห่งตระกูล ผู้สังหารยอดยุทธ์ระดับ 2 ได้
ขณะเดียวกันที่ลานประลองที่ 1 ใบหน้าของกริมชิงนั้นปรากฏความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างไม่ปกปิด
"อ้าก น้องชายข้า แก แกจางเซียน หากข้าไม่ได้ฆ่าเ้า อย่าเรียกข้าว่า 'กริมชิง' "
ฉัวะ! อัก! ใบดาบสีฟ้าปะทะหมัดกริมชิงจนเืสาดกระเด็น
ในใจชายชุดสีเงิน (กริมชิง) นั้นไม่อาจอธิบายได้ว่าแส้ของตนอยู่ไหน เพียงทำได้แต่เอาหมัดรับใบดาบที่คมกริบจนไม่อาจต้านทานพิษาแได้ไหว
"ข้าขอยอมแพ้! " เสียงะโดังลั่นถึงหูผู้คุมการเข้าสอบ
"การประลองที่ 1 เซียนอี้หลี่เป็ฝ่ายชนะ"
"เฮ้! " ทุกคนต่างร้องดีใจ และสนุกไปกับการต่อสู้ , จางเซียนที่เห็นก็กระตุกยิ้มมุมปากลงจากลานประลอง เป็เวลาเดียวกันที่สายตาทั้งสองระหว่างเขาและกริมชิงกัน
"หากท่านกริมชิงไม่พอใจ สามารถทุบตีข้าได้นะ" ใบหน้าเยาะเย้ยของจางเซียนปรากฏ เขาแสดงแววตาราวกับอีกฝ่ายเป็เพียงมดปลวกตัวหนึ่ง ทำให้ชายผู้มากความสามารถโกรธแค้นจนแทบกระอักเืตาย
"แกไม่ได้ตายดีแน่ จางเซียน" อีกฝ่ายไม่อาจทนความเกรี้ยวกราดของตนเองได้ ทำให้คุมสติไม่อยู่พุ่งเข้าใส่ , ชายหนุ่มแสระยิ้มมองด้วยดวงตามรกตอ่อนๆ ที่ยากจะสังเกต
"ท่านใช้พลังมากเกินไปแล้ว ดูถ้าข้าคงต้องส่งท่านกลับที่อยู่เดิม" ด้วยเนตรมรกตทำให้จางเซียนรับรู้การคงอยู่ของลมปราณรวมกายของกริมชิงทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะมีช่องโหว่เยอะมาก
'เก่งยิ่ง' ช่องว่างลมปราณสลับไปมาอย่างมีระบบ เป็การเปลี่ยนแปลงจุดอ่อนอย่างรวดเร็วและน่าสนใจ อาจกล่าวได้ว่าบุคคลของชนชั้นสูงนั้นเป็อะไรที่ยากจะจัดการ แต่หาใช่กับชายหนุ่มไม่
จางเซียนสะบัดมือ
"ปัง (เสียงปากจางเซียน) "
เพี้ยร! ตูม
"อ้าก..." ร่างดังกล้าวปลิวกระเด็นชนลานประลองอย่างแรงจนสลบ แน่นอนด้วยแรงที่ใช้เพื่อยื่อเวลาเซียนอี้หลี่ บวกกับการโดนโจมตีจุดอ่อนของช่องว่าง ทั้งยังเป็เส้นที่สามารถทำให้สลบได้มากขึ้น นั่นไม่แปลกที่จะล้มตัวลงนอนกับพื้นเช่นนั้น
"กะ กระบวนท่าเดียว? " ทุกคนตกตะลึงไม่เว้นแต่เซียนอี้หลี่
"เขา เขาสามารถสยบกริมชิงเพียงกระบวนท่าเดียวอย่างงั้นเหรอ? "
ทุกคนงงไก่ตาแตก
"บะ บ้าน่า! เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้หรอก เ้าไม่เห็นหรือกริมชิงพึ่งาเ็จากการต่อสู้กับเซียนอี้หลี่เมื่อกี้" ทุกคนพยักหน้า
"ชะ ใช่แล้ว! เขาเพียงแค่ฉวยโอกาส ใช่! เขามันตัวฉวยโอกาส" ทุกคนแสดงใบหน้ารังเกียจจางเซียน
"แกมันเ้าเล่ห์ แกไม่รู้จักสร้างชื่อเสียงด้วยความสามารถตัวเอง ชั่งเป็ยอดยุทธที่กระจอกยิ่งนัก"
"หากข้าเจอเ้า ข้าจะกระทืบเ้าจนหน้าเละเลย"
"ไอ้งั่ง แค่นั้นมันจะพออะไรวะ ฆ่าแม่งเลย! สวะแบบนี้อยู่ไปก็หนักแผ่นดินเราพี่น้อง"
"ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน..."
"ฆ่ามัน ฆ่ามัน ฆ่ามัน..."
ในเวลานั้นเองสายตาจางเซียนก็แพร่รังสีฆ่าฟัง ด้วยรอยยิ้มสะพรึงกลัว
"มี 82 คนสินะ" รอยยิ้มเ้าเล่ห์และแววตาชั่วร้ายทำให้ผู้ที่พบเห็นสั่นกลัว
'ดูเหมือนพวกแกจะเล่นผิดคนแล้ว' ชายหนุ่มจับแผ่นหลังที่เือาบ
'ขนาดข้าเร่งปราณรักษาแล้วยังไม่อาจรักษาได้ดีพอ ชั่งน่ากลัวเกินไปแล้ว'
สายตาเบี่ยงไปมองกริมชูอี้ที่กำลังพยุงร่างตัวเองขึ้น
'น่าขโมยดาบยิ่งนัก...'
.
.