ทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด

    Ep.94 สนมฮงผู้ร้ายกาจ

        ในที่สุดวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง จวนใหญ่จัดเตรียมสถานที่รองรับผู้คนที่มาร่วมงานวันไท่หลาง เหล่านางกำนัลน้อยใหญ่ช่วยกันแต่งตัวให้กับเจ้านายของตน อี้เฉียนและอี้เถียนต่างสวมเครื่องบรรณาการอันงามสง่าเตรียมพร้อมรับตำแหน่งใหม่ เช่นเดียวกับสนมฮงที่กำลังเเต่งองทรงเครื่องได้งามสง่าไม่แพ้องค์ชายทั้งสอง ด้วยที่แม่ของนางเชี่ยวชาญในเรื่องการประทินโฉมอยู่แล้วและยิ่งเป็นงานสำคัญที่สุดในชีวิตของนาง สนมฮงจึงต้องงามสง่ากว่าหญิงนางใดในงานนั่นเอง ครั้นเมื่อกำลังจะเริ่มงานพ่อของนางได้เข้ามาพูดคุยกับลูกพร้อมกับชื่นชมในความงดงามของลูก

         “วันนี้เป็นวันที่ลูกหญิงของพ่อ งดงามกว่าหญิงนางใด”

          “ท่านพ่อ…แอบลอบเข้าห้องสตรีเช่นนี้ดูไม่เหมาะนะเจ้าคะ”

        “ทำไมพ่อจะมาที่นี่ไม่ได้เหรอ ก็ในเมื่อห้องนี้เป็นห้องของลูกหญิง ลูกรักของพ่อยังไงล่ะ”

          “ท่านพี่ ข้างนอกเป็นยังไงบ้างเหรอเจ้าคะ?”

         “งานกำลังจะเริ่มแล้วล่ะ เจ้ากับลูกเเต่งตัวเสร็จหรือยัง อีกหน่อยอี้เฉียนก็จะมารับลูกหญิงแล้วนะ”

          “ท่านพี่จะมารับข้าหรือเจ้าคะ ท่านพ่อ?”

          “พวกเจ้าเป็นสามีภรรยากัน เหตุใดอี้เฉียนจะละทิ้งข้อนี่เล่า?”

          “จริงด้วย เช่นนั้นเเม่กับพ่อจะออกไปก่อน ส่วนลูกก็รออี้เฉียนมารับที่นี่แหละ ไปเจ้าค่ะ..ท่านพี่” พ่อกับแม่ของสนมฮงล่วงหน้าไปที่งานก่อนเพราะไม่อยากขัดจังหวะของลูก เเต่จนแล้วจนเล่าเวลาผ่านไปนานพอสมควร นางก็ยังไม่พบตัวอี้เฉียน สนมฮงเริ่มร้อนใจเหตุใดผู้เป็นสามีจึงไม่มารับนาง ในขณะนั้นเอง

          “เกี้ยวหลวงมาถึงแล้ว!!!” เสียงแทรกซ้อนบริเวณหน้าจวนดังเข้ามาถึงในห้องเเต่งตัวของนาง ทำให้เสี่ยวอี้ สาวรับใช้ต้องรีบวิ่งออกมาดู ครั้นมาถึงก็เพราะเพียงเหล่าทหารไม่กี่นายและเกี้ยวหลวงที่มารับ หากแต่ไม่พบเงาของผู้มารับเลย

          “นี่มันอะไรกัน ทำไมพวกเจ้าถึง….?”

         “เนื่องจากองค์ชายกำลังแต่งตัว จึงไม่ว่างมารับพระสนมด้วยพระองค์เอง ดังนั้นผู้ที่มารับจึงเป็นข้า”

          “อาฉาง!…เจ้าเป็นแค่บ่าวรับใช้ มีสิทธิ์อะไรมารับเจ้านาย?”

          “ข้าได้รับคำสั่งมาจากองค์ชาย หากเจ้าและนายของเจ้าไม่ยินยอมข้าก็จะกลับ!”

         “ช้าก่อน!” สนมฮงเดินออกมาจากจวนพร้อมกับชุดสีแดงเพลิงอันงามสง่า เหล่าทหารรีบก้มหมอบลงเพื่อเเสดงความเคารพ มีเพียงอาฉางเท่านั้นที่ไม่ได้หมอบกราบเเทบเท้านาง สนมฮงจ้องหน้าอาฉางอย่างไม่เป็นมิตรเพื่อจะบอกกับอาฉางว่า เวลานี้นางเป็นชายาของเจ้านายเขา เขาควรจะเคารพนางด้วย อาฉางค่อยๆนั่งคุกเข่าลงเพราะไม่อยากมีปัญหาในวันงาน

         “วันนี้เป็นวันสำคัญ ทุกคนย่อมวุ่นวายไม่มีใครว่างอยู่แล้ว ข้าเข้าใจ ขอบใจเจ้ามากที่ยังให้เกียรติมารับข้าถึงจวน เสี่ยวอี้เจ้ามิควรแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเช่นนั้นใส่อาฉาง”

          “เจ้าค่ะ” เสี่ยวอี้ตอบนายด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดพร้อมกับก้มหน้าลงมองพื้นเพื่อแสดงว่านางขอโทษในสิ่งที่นางทำ อาฉางเห็นเช่นนั้นก็ไม่ติดใจอะไร

           “บัดนี้ได้เวลาสมควรแล้ว เชิญพระสนมประทับที่เกี้ยว”

        “ข้ารู้สึกว่าเกี้ยวมันสูงเกินไป อาฉางเจ้าช่วยอะไรข้าหน่อยได้หรือไม่?”

         “........?”

         “เจ้าช่วยหมอบลงหน้าเกี้ยวเพื่อให้ข้าเหยียบหลังเจ้าขึ้นไปบนเกี้ยวได้หรือไม่” คำพูดของสนมฮงทำให้อาฉางรู้ได้ทันทีว่านางกำลังเอาคืนและกำลังเหยียบย่ำเกียติของเขาอยู่ สายตาของนางเยาะเย้ยประหนึ่งว่าเขากับนางไม่สามารถเทียบกันได้เพราะตอนนี้ นางอยู่สูงกว่าเขามาก

         “ว่าอย่างไร ยิ่งเจ้าช้า ท่านพี่ยิ่งจะรอข้านานมิใช่หรือ?” สนมฮงเร่งรัดให้อาฉางก้มหลังให้นางเหยียบ แต่ทว่าอาฉางนั้นมิยอมรับคำขอของนางเเม้เเต่น้อย

         “ทหาร!!!” อาฉางตะเบงสั่งเหล่าทหารในขณะที่สายตาของเขานั้นยังคงจดจ้องไปที่สนมฮง ทำเอาสนมฮงถึงกับตกใจถอยหลังเล็กน้อย

          “วางเกี้ยวหลวงลงกับพื้น!! ด้วยเกี้ยวหลวงเป็นพาหนะอันศักดิ์สิทธิ์ของเมืองหยุนเปิงมิเคยวางเเตะพื้นเเม้เเต่ครั้งเดียว เเต่เนื่องจากพระสนมฮงมิอาจก้าวย่างขึ้นบนเกี้ยวหลวงได้ เช่นนั้นก็วางมันลงและให้นางเดินขึ้นเยี่ยงเกวียนธรรมดา!” ทันทีที่สิ้นสุดคำพูดของอาฉาง สนมฮงก็รีบปรี่ตัวเข้ามาตบหน้าอาฉางอย่างเเรง สิ่งที่อาฉางกำลังจะทำนั้นมันแสดงถึงว่าสนมฮงไม่มียศตำแหน่งอะไรจึงไม่จำเป็นที่จะต้องหมอบกราบให้นางเหยียบหลังขึ้นเกี้ยวและการวางเกี้ยวลงกับพื้นดิน นั่นก็หมายถึงนางไม่เหมาะสมกับสิ่งที่จะได้รับนั่นเอง

          “เจ้ากล้าดียังไง มาพูดต่อหน้าข้าเช่นนี้ เจ้าไม่รู้หรือว่าข้า….”

          “ท่านทำไมหรือ สนมฮง?” ขณะที่สนมฮงกำลังต่อฝีปากด่าทออาฉางอยู่นั้น อาเฟยบ่าวคนสนิทของอี้เถียนก็ผ่านมาพอดี

          “เจ้าไม่เกี่ยว!”

       “จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร ในเมื่ออาฉางเป็นสหายของข้า อาฉาง..เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดนางจึงต้องตบหน้าเจ้าเช่นนี้?”

         “นี่เป็นการสั่งสอนต่างหาก เพราะเพื่อนของเจ้าไม่ให้เกียรติข้า อาฉางตั้งใจวางเกี้ยวหลวงลงพื้นเพื่อให้ข้าเหยียบขึ้นเฉกเช่นสามัญชนทั่วไป ข้าทำแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ! ลืมไปแล้วหรือไงว่าข้าเป็นใคร!!”

       “แล้วเหตุใดท่านหญิงไม่ยอมเล้าตั้งเเต่แรก ว่าท่านหญิงสั่งให้ข้าทำอะไรบ้าง?” อาฉางใช้น้ำเสียงเเข็งกร้าวโต้ตอบสนมฮงกลับ เพื่อจะบอกเป็นนัยๆว่าเขาไม่เคยคิดจะให้ความเคารพแก่นางเลย

        “นี่เจ้า!!!” อาฉางไม่ยอมลดละเช่นเดียวกับสนมฮง อาเฟยจึงตัดปัญหาโดยการแยกอาฉางออกไป ส่วนตนก็มาทำหน้าที่นี้แทน อาเฟยสั่งให้ทหารยกเกี้ยวหลวงขึ้นพร้อมกับประคองตัวสนมฮงขึ้นเกี้ยวไป ครั้นเมื่อทุกอย่างได้ใจนาง ความพิโรธก็สงบลง เกี้ยวหลวงมุ่งหน้าไปที่จวนใหญ่ ส่วนสองสหายนั้นยืนตบไหล่ให้กำลังใจกัน

        “เจ้าไม่น่าไปตามใจนางขนาดนั้น ทั้งๆที่เจ้าก็รู้ว่านางทำอะไรไว้บ้าง?”

       “เอาหน่า…อีกไม่นานหรอก เเต่เมื่อครู่ เจ้ากำลังจะทำแผนการขององค์ชายพัง จงอย่าลืม..”

        “นางสั่งให้ข้านอนลงให้นางใช้เท้าเหยียบขึ้นเกี้ยว เป็นเจ้า..เจ้าไม่โกรธหรือไง?”

         “ข้าไม่โกรธ แต่ข้าจำและข้าต้องหาทางเอาคืน ฮ่าฮ่าฮ้า!!” สองสหายหลุดขำออกมาก่อนจะรีบเดินตามเกี้ยวไปยังจวนใหญ่ เวลาอันเป็นมงคลกำลังจะเริ่มขึ้น ณ ตอนนี้ ทั้งอี้เหลียน พ่อแม่ของสนมฮง อี้เฉียน อี้เถียน รวมถึงสนมฮงก็ได้มาถึงจวนใหญ่เป็นที่เรียบร้อย ทุกคนต่างนั่งประจำที่ของตนเอา ทว่าสนมฮงนั้นเห็นว่าเก้าอี้ยังว่างอีก 2 ที่ทั้งๆที่ทุกคนต่างก็มาครบแล้ว ในใจของนางนึกหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กน้อย