“อ๊าก!”
ไป๋ฉางเซิงยอมกัดฟันรับดาบเพื่อจะงับให้จมเขี้ยวย่อมไม่ได้กะแค่จะฝากรอยแผลไว้เล็กน้อยแน่นอน
แม้ร่างกายจะเสียหลักจากแรงดาบจนพลาดเป้าที่ลำคอแต่กัดเข้าที่แขนก็มีผลไม่ต่างกัน
ทันทีที่เขี้ยวเจาะทะลุิัพิษร้ายก็เริ่มทะลักเข้าสู่ร่างอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันร่างกายที่ยาวกว่าห้าเมตรก็พุ่งเข้าม้วนพันทันที
ก่อนหน้านี้ลำตัวของเขาไม่ยาวพอจะทำท่าพันธนาการต่อให้ฝืนทำไปก็ยากจะหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูได้โดยสิ้นเชิงและอาจกลายเป็ดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
ดังนั้นไป๋ฉางเซิงจึงไม่เคยใช้ท่านี้ในการต่อสู้จริงเลยสักครั้ง
แต่ตอนนี้หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับทหารอสูรระดับสองความยาวลำตัวของเขาเกินห้าเมตรไปแล้ว เส้นผ่านศูนย์กลางลำตัวเกือบหนึ่งฟุตหากเป็ยุคก่อนมหาวิบัติ เขาก็คืองูหลามั์ดีๆ นี่เอง!
ขนาดตัวระดับนี้มากพอจะรัดคนคนหนึ่งจนแทบไม่มีช่องว่างเหลือ!
เ้าผมทองเห็นท่าทางของไป๋ฉางเซิงก็รู้ทันทีว่ามันคิดจะทำอะไรในใจเริ่มตระหนก ดาบในมือกระหน่ำฟันออกมาไม่หยุด
ต่อให้เขาจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองที่มีพลังเืแข็งแกร่งแต่ไป๋ฉางเซิงเองก็เป็ทหารอสูรระดับสองเช่นกัน
หากปล่อยให้ไป๋ฉางเซิงพันธนาการได้สำเร็จต่อให้มีพละกำลังมหาศาลแค่ไหนก็ยากจะสำแดงออกมา และเมื่อถึงตอนนั้นคงเป็เวลาที่เขาต้องตาย
แต่ปัญหาคือพลังเืของเขาไม่ได้สูงกว่าไป๋ฉางเซิงมากมายอะไรดาบที่ฟันใส่เกล็ดและเกราะศิลาคุ้มกายก็แทบจะทลายเกราะไม่ได้อยู่แล้วยิ่งตอนนี้ไม่อาจตั้งหลักรวบรวมพลังได้ การโจมตีจึงยิ่งอ่อนแรงลงไปอีก
ดูเหมือนจะฟันออกมาได้หลายดาบในชั่วพริบตาแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกลับมีจำกัด แค่ฉีกเกล็ดงูออกได้ก็เต็มกลืนแล้วหลังจากนั้นก็ถูกเกราะศิลาขวางไว้ เืจึงไหลออกมาเพียงไม่กี่หยดเท่านั้น
ซ้ำร้ายเพราะการขยับตัวอย่างรุนแรงทำให้ความรู้สึกชาหนึบเริ่มลามจากแขนที่ถูกกัด กระจายไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
พิษแพร่กระจายเร็วมากกว่าเขาจะทันรู้ตัว แขนทั้งข้างก็ไร้ความรู้สึกไปเสียแล้ว
“ไอ้งูเกล็ดขาวนี่มันมีพิษ!”
“ไหนว่าไอ้งูเกล็ดขาวเป็แค่สัตว์เลี้ยงสวยงามไงวะ! แล้วพิษนี่มันมาจากไหน!”
เขาพยายามยกมือขึ้นเพื่อสลัดการกัดของไป๋ฉางเซิงแต่แขนที่ถูกพิษกัดกินไปแล้วกลับไม่เหลือความรู้สึกใดๆจนในใจเริ่มหวาดผวาอย่างหนัก
เขาไม่แน่ใจว่าพิษของไป๋ฉางเซิงร้ายแรงแค่ไหนแต่เขาไม่กล้าเสี่ยงเดิมพัน
หากพิษนี้เอาชีวิตเขาได้จริงๆ...
ระหว่างความตายกับการสูญเสียแขนเ้าผมทองลังเลเพียงชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด
เขาตวัดดาบอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่ได้ฟันใส่ร่างไป๋ฉางเซิง กลับฟันลงที่หัวไหล่ของตัวเอง!
วินาทีต่อมาแขนที่ติดพิษก็หลุดออกจากร่าง เืสาดกระเซ็นออกมาทันที
ความเ็ปรุนแรงแทรกซึมไปถึงขั้วหัวใจจนเขาอดไม่ได้ที่จะร้องลั่นออกมา
ความเด็ดเดี่ยวนี้แม้แต่ไป๋ฉางเซิงยังแอบนับถือ ถ้าเปลี่ยนเป็เขาเองคงไม่กล้าตัดแขนตัวเองแบบนี้แน่
แต่อย่างว่าเพราะเ้าผมทองนี่เด็ดขาดพอ ไม่รอจนพิษลามไปทั่วร่างถึงค่อยตัดสินใจไม่อย่างนั้นถ้าพิษกระจายไปจนทั่ว เขาต้องตายแน่นอน!
พิษระดับสองขนาดจ้าวอสูรอย่างราชันหมาป่ากระดูกเหล็กยังได้รับผลกระทบแล้วนับประสาอะไรกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองคนหนึ่ง?
แม้การตัดแขนจะดูเด็ดเดี่ยวแต่แค่นั้นยังไม่พอจะทำให้เขาพ้นขีดอันตราย
เพราะร่างกายของไป๋ฉางเซิงเริ่มม้วนพันขึ้นมาแล้วเริ่มจาก่บน ลำตัวงูที่หนาบึกบึนรัดร่างของเ้าผมทองไว้ ยิ่งดิ้นรนไป๋ฉางเซิงก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น
เมื่อก้าวเท้าไม่มั่นคงเ้าผมทองก็ล้มโครมลงกับพื้นไป๋ฉางเซิงจึงฉวยโอกาสนี้จบกระบวนการพันธนาการอย่างสมบูรณ์
หากมีใครมองมาจะพบว่าไป๋ฉางเซิงได้ม้วนรัดเ้าผมทองจนกลายเป็ ‘บ๊ะจ่าง’ไปเรียบร้อยแล้ว
ในสถานการณ์เฉพาะเจาะจงพวกสัตว์ป่ามักจะะเิพลังโจมตีได้รุนแรงกว่าค่าพลังเืปกติ
อย่างเช่นการงับแล้วหมุนตัวของจระเข้หรืออย่างการพันธนาการของไป๋ฉางเซิงในตอนนี้
เมื่อเริ่มรัดแล้วมันจะยิ่งแน่นขึ้นเรื่อยๆ เว้นแต่ว่าพลังเืของอีกฝ่ายจะสูงกว่าเขาหลายเท่าหรือมีแรงภายนอกมาแทรกแซงอย่างรุนแรง มิฉะนั้นจุดจบของเ้าผมทองคนนี้มีเพียงทางเดียวคือถูกไป๋ฉางเซิงรัดจนขาดใจตาย!
และความจริงก็ชัดเจนพลังเืของเ้าผมทองไม่มีทางสูงกว่าไป๋ฉางเซิงหลายเท่าไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ถูกไป๋ฉางเซิงรัดเอาไว้ได้แต่แรก
ส่วนเื่คนมาช่วยนั้นเพื่อนร่วมทีมทั้งสามคนกำลังพัลวันอยู่กับพวกซินซวง ในเวลาสั้นๆยากจะตัดสินผลแพ้ชนะ จึงไม่มีใครปลีกตัวมาช่วยเขาได้เลย!
“จางลี่!”
มีคนสังเกตเห็นความผิดปกติทางฝั่งนี้จึงะโลั่นหมายจะเข้ามาช่วยแต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว มีดสั้นของซินซวงก็เกือบจะปาดผ่านลำคอของเขาไป
“สู้กับคนระดับสูงกว่า ยังกล้าเหม่ออีกเหรอ?”
มีดสั้นของซินซวงโจมตีได้เหี้ยมเกรียมมากในการต่อสู้ตัดสินเป็ตาย ทุกมีดล้วนเล็งไปที่จุดตายทั้งสิ้น
โชคดีที่มีเพื่อนร่วมทีมช่วยแบ่งเบาแรงกดดันเขาจึงไม่กลายเป็ศพเฝ้าที่นี่ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซินซวงเขาก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงจะไปช่วยเพื่อนได้อีกแล้ว
“ตายซะ!”
ไป๋ฉางเซิงเพิ่มแรงรัดขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีความคิดที่จะฆ่าคนเลยสักครั้ง
แต่ตอนนี้หลังจากถูกพวกเ้าผมทองคอยก่อกวน ข่มขู่ และโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าความอดทนของเขาก็ถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น
แม้แต่คนใจดีก็ยังมีขีดจำกัดแล้วนับประสาอะไรกับไป๋ฉางเซิง?
ร่างกายออกแรงบีบคั้นรัดร่างของเ้าผมทองแน่นขึ้นเรื่อยๆไป๋ฉางเซิงถึงกับได้ยินเสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบ
่แรกเ้าผมทองยังดิ้นรนสุดชีวิตแต่เมื่อเวลาผ่านไป การดิ้นรนก็เริ่มอ่อนแรงลงจนกระทั่งในที่สุดก็แน่นิ่งไปโดยสิ้นเชิง
ไป๋ฉางเซิงยังกลัวว่าอีกฝ่ายจะแกล้งตายจึงรอต่ออีกครึ่งนาทีถึงค่อยยอมคลายตัวออก
เ้าผมทองที่เคยพยศเมื่อครู่ตอนนี้กลับอยู่ในสภาพน่าอนาถ เืไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดกระดูกทั่วร่างแตกหักจนหมด ตายสนิทแบบที่ไม่มีทางตายซ้ำได้อีก
เมื่อมองดูศพของเ้าผมทองไป๋ฉางเซิงรู้สึกจิตใจวูบไหวเล็กน้อย
คงเป็เพราะเพิ่งเคยฆ่าคนเป็ครั้งแรกทำให้เขารู้สึกไม่ชินทางจิตวิทยา ลำคอขยับขยายเบาๆเขากลับมีความรู้สึกอยากจะกลืนกินศพนี้เข้าไปเสียอย่างนั้น!
สัตว์อสูรให้ค่าพลังเืได้แล้วผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์จะให้ไม่ได้เหรอ?
ทว่าเจียงจืออวี๋ดูเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติของไป๋ฉางเซิง เธอจึงร้องเรียกเบาๆ“เสี่ยวไป๋!”
ไป๋ฉางเซิงดึงสติกลับมาทันควันเขาหันไปมองเจียงจืออวี๋ โชคดีที่เธอช่วยเรียกเขาไว้ไม่อย่างนั้นถ้าเขากินศพเ้าผมทองนี่เข้าไปจริงๆ ไป๋ฉางเซิงคงมีปมในใจไปตลอดแน่
ถึงแม้เขาจะกลายเป็งูแต่ดวงิญญายังเป็มนุษย์ การกินพวกเดียวกันเองมัน...
เขามองไปยังซินซวงและจางสิงที่ยังต่อสู้อยู่ไกลๆอีกครั้ง ก่อนจะเลื้อยข้ามศพของเ้าผมทองไปนำทางเจียงจืออวี๋มุ่งหน้าไปยังทางออกอุโมงค์เหมือง
ด้วยพลังรบของพวกซินซวงต่อให้สู้สวี่เหิงไม่ได้ แต่การจะหนีออกมาก็ย่อมทำได้
ตอนนี้เขาาเ็ไม่น้อยต่อให้เข้าร่วมสู้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากสู้พาเจียงจืออวี๋ออกไปจากเหมืองให้ปลอดภัยก่อนดีกว่าหากตอนนั้นพวกซินซวงยังสู้ไม่เสร็จ เขาค่อยย้อนกลับมาช่วยอีกแรง
เขาเลื้อยตามเส้นทางในความทรงจำผ่านถ้ำหินงอกหินย้อยใต้ดิน และอุโมงค์เหมืองยาวหลายร้อยเมตรจนวินาทีที่ได้เห็นแสงอาทิตย์อีกครั้ง ไป๋ฉางเซิงรู้สึกเบาสบายไปทั้งตัว
เจียงจืออวี๋ที่เดินตามหลังมาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกราวกับได้ยกูเาออกจากอกที่รอดตายมาได้